สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
อีติ๋มตายแน่
9 ตุลาคม
หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย
บ้านผีปอบ 2008
เทวดาตกมันส์
บุญชู ไอ - เลิฟ - สระ - อ
โปรแกรมหน้า
ปืนใหญ่จอมสลัด
23 ตุลาคม
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
30 ตุลาคม
POPULAR
   

Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ์

 

25 สิงหาคม 2549

  อัญชลี ชัยวรพร
  ข้อมูลของหนัง พร้อมโปสเตอร์ แกลอรี่ ข่าว
   
 

 

          คิดวนไปวนมาอยู่หลายครั้ง ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะวิจารณ์หนังเรื่องนี้ดีหรือไม่ เพราะการเขียนวิจารณ์หนังเรื่องนี้้เป็นภาษาไทยมันยากอยู่เหมือนกัน อาจจะทำให้ไม่ชอบหน้ากันไปเลยก็ได้ ไม่งั้นก็ต้องเขียนกันแบบประนีประนอมมากเกินไป  แต่ทางผู้กำักับเป็นคนรุ่นใหม่ที่สายตากว้างขวาง และไม่หูเบา : )  คงรับฟังกันได้

          ความจริงแล้วอยากเขียนเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า แต่เนื่องจากน้องแชมป์ … สรดิเทพ ไปดูหนังเหมือนกัน ซึ่งน้องเขาจองหน้าภาษาอังกฤษแบบถาวร  เราก็เลยมาเว้ากันเป็นภาษาไทยก็ได้

          ได้ดูหนังเรื่องนี้สองครั้ง ครั้งแรกเมื่อประมาณสองเดือนที่แล้ว เป็นดีวีดี ครั้งที่สองก็เมื่อวานซืนที่เพิ่งเปิดหนังรอบสื่อ

          ความรู้สึกแรกต่อหนังทั้งสองรอบก็คือ ผลงานของต้น – นิธิวัฒน์ ธราธร เรื่องนี้เป็นหนังที่ทำได้เนียนมาก  ไม่ค่อยเห็นรอยข่วน รอยสะดุด ไม่มีการปกปิดรอยรั่วเพราะดาราเด็กยังเล่นไม่แข็งอย่างที่เห็นใน แฟนฉัน ไม่ยาวยืดเกินไปเหมือนอย่าง เพื่อนสนิท Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำได้เนี๊ยบกว่าสองเรื่องนั้น

          “It’s well-made, but monotonous.”

          ขอดัดจริตใช้คำภาษาอังกฤษหน่อยเถิด เพราะสองคำนี้มันออกจากหัวโดยอัติโนมัติ ไม่มีระดับการเปลี่ยนแปลง   เป็นคำที่สรุปหนังเรื่องนี้ออกมาได้ดีที่สุด

          Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีรายละเอียดเล็ก ๆ มุขเล็ก ๆ ที่ชวนให้หัวเราะ ซึ่งต้น – นิธิวัฒน์ใช้ทุกวิถีทางที่จะถ่ายทอดจุดแข็งของเขาในเรื่องนี้ได้อย่างดี ไม่ได้มีแต่เพียงบทเท่านั้น แต่ยังมีทั้งมุมกล้องและการตัดต่อ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่ป้อมตามหาลูกสาวของหมอประเสริฐ โดยตะโกนเรียกชื่อประเสริฐไปทั่ว โรงเรียน  แล้วทุกคนก็หยุดมามองเขาทั้งชายหญิงเหมือนกับว่าตัวเองชื่อประเสริฐทั้งหมดนั่น ภาพตัดต่อได้กระชับ  รับมุขของบทได้เป็นอย่างดี

          หรือในชั้นเรียนขณะที่อาจารย์กำลังทดสอบความจำของนักเรียนเรื่องคีย์โน้ต ผู้กำกับก็ใช้ทั้งมุมกล้องและให้นักเรียนทำหน้าอึดอัดที่ตอบไม่ได้ หรือมุขที่ให้น้องแจ็ค จาก แฟนฉัน เล่นเป็นเจ้าตัวแสบเป่าแซ็ก  กวนไม่ให้ป้อมพูดโทรศัพท์กับดาวได้

          หลาย ๆ ตอนอดทำให้เราอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อ้อมมองมาเห็นป้อมช่วยเล่นฉาบให้ ขณะเธอเดินไปห้องน้ำ   ซาบซึ้ง ๆ

 

          ต้น … นิธิวัฒน์มาถูกทางแล้วในการสร้างจุดเล็ก ๆ อารมณ์เล็ก ๆ เหล่านี้ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกดี เพราะนี่คือสิ่งที่เราเห็นในหนังฮิตหลาย ๆ เรื่อง

          แต่ปัญหาก็คือ หนังมันเรียบ ๆ มากเกินไป เบา ๆ   อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย  แต่แนวหนังกลับไม่กระโตกกระตาก เข้าทำนองเพลงบรรเลงตามสวนในอุทยานเล็ก ๆ ที่้อยู่ห่างไกลแม่น้ำ  ก็เลยไม่มีเสียงเรือหางยาวเข้ามากวนใจ ไม่ใช่สวนป่าที่อาจจะมีเสือสิงห์กระทิงแรดสร้างความน่ากลัว มีแต่เสียงนกจิ๊บจ๊าบ กับเสียงหยดน้ำกระทบใบไม้   สุขีแบบเย็น ๆ   พอจะนึกออกไหมคะ เพลงบรรเลงที่ขายในร้านบนห้างเวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์ จำชื่อร้านไม่ได้เสียด้วย

          ประเภทฟังแล้วรู้สึกเย็น ๆ ใจสงบ อาจจะไม่หลับ แต่ก็ต้องขยับตัวหลายครั้ง

          มันไม่มีจุดกระตุ้นให้ลุกขึ้นมาโมโห หรือครุ่นคิดว่าถ้าเราเป็นไข่ย้อย เราจะเลือกใครอย่างที่เห็นในหนัง เพื่อนสนิท   มันเรียบ ๆ คล้าย ๆ กับ แฟนฉัน แต่ แฟนฉัน มันเป็นประสบการณ์ร่วมของเราทุกคน  เราจึงรู้สึกดี ๆ ตามไปด้วย จนเกิดแรงกระตุ้นว่าเราเท่านั้นที่จะเลือกเก็บความทรงจำได้อย่างไร อย่างที่เคยรู้สึกจาก แฟนฉัน

          ว่าไปแล้ว ดิฉันรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันแค่แตะ ๆ อารมณ์เท่านั้น มันไม่ได้เร้าใจ ไม่อึดอัด ไม่เซ็ง มันมีแต่ความรู้สึกดี ๆ อมยิ้มนิดหนึ่ง หัวเราะสักหน่อย ดูจบแล้วสบายใจ นอนหลับ ฝันดี

        Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นหนังแบบ feel good แล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไป   เหมือนชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ในสังคม  นานเข้า ......เราอาจจะลืมหนังเรื่องนี้ไปได้ในที่สุดเช่นกัน

          โครงสร้างของหนังนั้นต้องการปฎิเสธรูปแบบหนังตลาดอย่างสิ้นเชิง  ผู้กำกับถึงได้คุมโทนของหนังไว้เช่นนี้   สังเกตุดูสิ ไม่มีผู้ร้าย ดูเรื่องนี้คิดว่าใครเป็นผู้ร้าย พ่อหรือ ดาวก็ไม่ใช่  อ้อ! หรือว่าอาจารย์ ไม่มีจ้า ไม่มี แต่เผอิญเนื้อเรื่องมันเป็นหนังแนวบันเทิง  มันก็เลยดูสวนทางกัน

          ดิฉันคิดว่า จุดที่ทำให้หนังมันดูไม่เต็มที่เพราะเนื้อเรื่องที่เรียบ ๆ กับการแสดงที่เพียงแค่สอบผ่านของป้อมกับดาว แต่ไม่เฮฟวี่แบบอ้อม ไม่นักเลงแบบเพื่อนวงดนตรี Assholy ของเขา

          จะเล่าฉากในหนังเรื่องหนึ่งที่มีวิธีการคล้ายกัน  แต่ตนเองประทับใจมากที่สุดจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งดิฉันยังจำได้แม่นโดยไม่ต้องย้อนกลับไปเปิดดู เป็นฉากจากหนังเกาหลีของเฮอจินโฮเรื่อง Christmas In August

          ฉากดังกล่าวพระเอกของเราซึ่งเป็นช่างถ่ายรูป เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ก่อนหน้านั้นหนังก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าพระเอกของเราป่วยหนักอะไรเลย ไม่สบาย เขาก็เดินไปเข้าโรงพยาบาลพร้อมกับน้องสาวเฉย ๆ   อยู่โรงพยาบาล หน้าก็ไม่ซีด หรือร่างกายทรุดโทรมอะไร หายแล้วก็กลับบ้าน มาดูร้าน เช็คจดหมายเพราะปิดร้านไปนาน

          แล้วเขาก็ไปนั่งที่เก้าอี้สำหรับถ่ายภาพ มองไปที่เลนส์ ยิ้มกับกล้อง   

          เห็นไหมล่ะคะ   แสนจะไม่มีอะไร   มาถ่ายให้ดูทำไมนี่    แค่คนมาดำเนินภารกิจประจำวัน  ไม่มีความตื่นเต้น

          แต่ฉากต่อมานี่สิเด็ด  ดิสโซลพ์มาที่ภาพเดียวกันนั้นแหล่ะ   แต่คราวนี้มันติดอยู่หน้าหลุมฝังศพ!  พระเอกตายแล้ว   แม้แต่วิธีการบอกความตาย  ก็จืดชืด

          แค่เพียงการเลือนภาพเท่านั้น มันทำให้อารมณ์ของคนดูทะลักออกมา ทั้งที่ไม่มีการเปิดเพลงเศร้า ไม่มีใครมาร้องไห้

          เพราะอะไรค่ะ ก็เพราะบทที่สร้างมาตลอดตั้งแต่ต้นเรื่อง เรียบ ๆ ไม่กระโตกกระตาก แต่มั่นคงด้วยการแสดงของฮันซกโก   แหมจำได้อีกแน่ะแม้แต่พระเอกชื่อดังของเกาหลี วิธีการที่ราบเรียบเช่นนั้น มันทำให้อารมณ์คนดูทะลักเมื่อความจริงมาเปิดเผยในตอนสุดท้าย และมันอธิบายถึงสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียงแค่ชีวิตประจำวันก่อนหน้านั้นทั้งหมด

          ดิฉันคิดว่า ต้น นิธิวัฒน์เขามีแววที่จะทำหนังเนียน ๆ เรียบ ๆ  แล้วก็มาเฉลยตอนจบ  จนอารมณ์ทะลักเช่นนี้ได้  เพียงแต่จะต้องได้เรื่องที่แข็งแรงกว่านี้ กับนักแสดงที่เก่งมาก ๆ  

          เมื่อดูหนังจบ  ดิฉันหันไปดูหนุ่มน้อย (กว่า) สองคนข้าง ๆ  คนหนึ่งเป็นหนุ่มไทยผมดำชื่อแชมป์   อีกคนเป็นหนุ่มตาน้ำข้าว ชื่อแปลว่า "ปล้น" (Rob)

          “ชอบไหม ”

          “ผมค่อนข้างชอบนะ ” เสียงตอบภาษาไทยชัดเจนจากหนุ่มแชมป์

          “I quite enjoyed it. ” หนุ่มเจ้าของชื่อเก๋ไก๋  แต่ตัวจริงเรียบร้อยและเงียบเชียบ

          ดิฉันหัวเราะ อืม   เ้ผอิญอิฉันเป็นคนประเภทเฮฟวี่เมทัล   ที่ยังชอบแบกเป้ตะลุยเที่ยวอยู่  ก็เลยชอบหนังที่ดูนิ่ง ๆ ภายนอก   แต่เต็มไปด้วยพลังและไฟอยู่ข้างใน   จะได้แบกเป้ต่อไป   ว้าว! ดูไปแล้วเหมือนใครกันนี่   

          B + ค่ะสำหรับความเนียนและมุขเล็ก ๆ ของหนัง และน่าจะติดอันดับหนังดีประจำปีนี้ได้อย่างไม่ยากลำบากนัก

 

.........................................................

 

           แฟนประจำ เริ่มคิดมาก   จะไปไหนอีกหรือนี่   ไม่ไปไหนหรอกค่ะ กลัวคิดถึง (ฮา)   เปิดเว็บเข้ามาวันละหลายครั้ง   จนเรตติ้งพุ่งสูงปี๊ดเลย     เดี๋ยวจะให้รางวัลพาไปแบกเป้ด้วยกัน  ชีวิตนี้จะได้เปิดกว้าง   ไม่หมกมุ่น   ว้าว!

          

 

 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.