สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
อีติ๋มตายแน่
หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย
บ้านผีปอบ 2008
โปรแกรมหน้า
ปืนใหญ่จอมสลัด
23 ตุลาคม
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
30 ตุลาคม
ห้าแถว
13 พฤศจิกายน
Bitter Sweet
20 - 30 พฤศจิกายน
ฝัน หวาน อาย จูบ
27 พฤศจิกายน
POPULAR
   

ดูไปบ่นไป – โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง

 

ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง

 

ุ11 เมษายน 2549

   
 

      บางกอก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ ลิเกกำลังเสื่อมความนิยม มหรสพใหม่ที่เรียกกันว่า “ภาพยนตร์” กำลังเป็นที่จับตามอง  แม้ในกลุ่มคนดูจะไม่ได้แย่งกันอย่างเด่นชัด   แต่ในแง่ศักดิ์ศรีของความเป็นมหรสพพื้นบ้าน   บัดนี้กลับถูกมหรสพต่างชาติรุกราน

          เมื่อวิกลิเกต้นไทร ท้ายวัดสระเกษ วิกลิเกที่ยอมรับกันว่ามีคนดูอยูในอันดับต้น ๆ ของบางกอก เพราะติดใจในเรื่องราว และลีลาของบุญเท่ง(เท่ง เถิดเทิง) กับลิ้นจี่(ฝ้าย - อิสรีย์ สงฆ์เจริญ ) คู่พระนางสายเลือดแท้ๆของนายแดงเจ้าของวิก (อุดม ชวนชื่น)   ทำให้วิกลิเกแห่งนี้ยังคงสร้างความสำราญอยู่ได้ จนมีจดหมายจากทางการขอความร่วมมืออำนวยความสะดวกให้ กองถ่ายภาพฉายหนังเรื่อง “ นางสาวสุวรรณ” กำลังจะมาใช้สถานที่ซึ่งมีต้นไทรและภูเขาทองมองเห็นเป็นเบื้องหลัง โดยจำเป็นต้อง รื้อวิกบุญเท่งและชาวคณะ ( นุ้ย ชวนชื่น, กิ๊บ โคกคูน) ไม่ยอมถึงกับประกาศกร้าวให้ “ สยามต้องเลือกว่าถ้ามีนางสาวสุวรรณต้องไม่มีลิเกต้นไทร” แน่นอน สยามเลือกนางสาวสุวรรณ การต่อต้าน ขัดขวางทุกรูปแบบจึงได้เริ่มขึ้น โดยมีน้อยโหน่ง(โหน่ง ชะชะช่า)นักเลงคุมถิ่นที่มาติดพันลิ้นจี่น้องสาวบุญเท่งเข้าร่วมด้วย

          เรื่องราวคงจบลงโดยง่าย ถ้านางเอกที่แสดงเป็นนางสาวสุวรรณ ไม่ใช่คนเดียวคนนั้นที่บุญเท่งเฝ้าฝันถึง เธอชื่อ นวลจันทร์( นิกัลยา ดุลยา ) บุญเท่งกลายเป็นตัวแทนของลิเก ส่วนนวลจันทร์ก็กลายเป็นตัวแทนของหนังเรื่องนางสาวสุวรรณไปโดยปริยาย

           “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดกองถ่ายหัวใจให้นวลจันทร์” คือคำพูดที่ใกล้เคียงสุด บุญเท่ง ต้องเลือกระหว่างชาวคณะลิเกกับนวลจันทร์ ส่วนน้อยโหน่งยังไงก็เลือกลิ้นจี่อยู่แล้ว แต่ถ้าการขัดขวางนี้ไม่สำเร็จความรักของเขาก็หมดอนาคตด้วย

            โหน่ง เท่งนักเลงภูเขาทอง ตั้งแต่มีข่าวการสร้างหนัง บรรดาหมอดู(หนัง)ก็ต่างฟันธงว่า 100 ล้านคงน้อยไป เพราะจากหน้าหนังที่ขายเสียงหัวเราะในช่วงการเมืองระอุแล้ว เท่ง เถิดเทิงพระเอกร้อยล้าน และโหน่ง ชะชะช่า สองนักแสดงนำระดับซุปเปอร์สตาร์ตลกก็ยังเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดอย่างเหนียวแน่น  ในตระกูลหนังตลกไทยยังนับว่าเรื่องนี้ใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง เพราะเป็นการผนึกกำลังของสองบิ๊กอย่าง เสี่ยเจียง- สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ แห่งค่ายใบโพธิ์ ยักษ์ใหญ่ในวงการหนังไทยปัจจุบัน และเสี่ยตา- ปัญญา นิรันดร์กุล แห่ง workpoint ซึ่งคงเป็นยักษ์ใหญ่วงการโทรทัศน์ไทยเช่นกัน

          การประชาสัมพันธ์ และแนวคิดจุดขายต่างๆของเรื่องนี้ทำได้อย่างลงตัว เพราะนอกจาก workpoint จะมีทีมสร้างสรรค์ที่เก่งกล้าแล้ว ยังใช้สื่อทุกอย่างที่มีดันหนังเรื่องแรกของบริษัท(มหาชน)แบบสุดๆ โดยได้สหมงคลช่วยวางแผนเรื่องการตลาดของหนัง

          แต่ผมก็รู้สึกผิดหวัง และเสียดายกับงบประมาณที่มหาศาลที่หนังเรื่องนี้กลับทำมาเพื่อตลาดเท่านั้น แต่ละเลยถึงคุณภาพหนังไทยที่จะนำไม่สู่ความยั่งยืนของวงการหนังไทยอย่างแท้จริง จนนักวิจารณ์หลายท่านลงความเห็นเดียวกันว่า เหมือนมานั่งดู ตลกหน้าม่าน หรือตลกเปลี่ยนฉากเท่านั้น โหน่งเคยมีพัฒนาการการแสดงที่ดี อย่างในภาพยนตร์เรื่อง สายล่อฟ้า หรือในเรื่อง เอ๋อเหรออีกนิดหน่อย แต่พอมาถึงเรื่องนี้ โหน่งกลับสภาพเป็นตลกสามช่าเหมือนเดิม เช่นเดียวกับเท่ง จึงทำให้หนังดูลดคุณค่าลง

          บทภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้คงเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ ทั้งๆที่มีการนำเสนอที่น่าสนใจอย่างเรื่องลิเกกับภาพยนตร์ แต่หนังก็ไม่ให้ความสำคัญ กลับไปให้ความสำคัญกับอาการบ้าๆบอๆลั่นปืนของโหน่งมากกว่า คงเป็นการบ้านหนักของพัลลภ สินธุ์เจริญ (บัวไร)อีกครั้ง

          ในเรื่องเทคนิคภาพโดยใช้ภาพซ้อนฉากหลัง เช่นเดียวกับ แหยมยโสธร ทำให้หนังเสียอรรถรสอย่างมาก ภูเขาทองที่สูงตระหง่านสวยงามเลยถูกมองข้ามไป ซึ่งถ้าให้ภาพที่บุญเท่ง และนวลจันทร์(นิกัลยา ดุลยา) มองลงมาจากภูเขาทองเป็นบ้านเมืองตามยุคสมัย โดยออกแบบ และสร้างจำลองขึ้นดีๆ คงทำให้ภาพสวยงามไม่น้อย

          ผมชื่นชมกับโปรดักชั่นดีไซน์อาคาร บ้านเรือนต่างๆที่ทำออกมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ต้องยกความดีความชอบให้ ผงวิเศษหรือศรีรุ้ง กิจเดช ซึ่งผมไม่แปลกใจเลยเพราะนี่แหละคือจุดแข็งของ workpoint โดยปกติแล้วจุดเสียของหนังไทยในหลายๆเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือเรื่องของเสียง และดนตรีประกอบ หนังเรื่องนี้กลับทำออกมาได้ดีและลงตัว สำหรับหนังเรื่องต่อไป(ซึ่งคงต้องมีแน่นอน)ของ workpoint ผมคิดว่าเมื่อมีทั้งทุนที่เพียงพอ มีทั้งทีมงานที่ดีแล้ว ผมจะได้เห็นหนังที่สร้างสรรค์กลิ่นอายไทยๆเช่นเดียวกับเรื่องนี้อีก แต่ทั้งหมดจะควบคู่ไปกับคุณภาพที่ดีขึ้นด้วย

 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.