สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
36
  36 คว้า 2 รางวัลจากปูซาน  
  อัญชลี ชัยวรพร
 
Share |
Print   
 

 

36" ผลงานที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เป็นงานเล็ก ๆ ละเอียดอ่อนในการถ่ายทอดความทรงจำที่มีต่อโลกเก่า โดยเฉพาะเทคโนโลยีดั้งเดิมอย่างฟิลม์ ความทรงจำที่แม้อาจจะเริ่มสลายไปตามกาลเวลา แต่ก็ไม่อาจทดแทนด้วยสิ่งใด เป็นงานหนังที่รำลึกถึงฟิลม์หนัง (tribute to film) อย่างละมุนละไม ไม่กระโตกกระตาก ซึ่งต้องอาศัยผู้ชมที่หัวใจละเอียดอ่อนเช่นกัน ในการสัมผัสสุนทรียะตรงนั้นเช่นเดียวกัน

หนังเริ่มเรื่องด้วยการเดินทางหาโลเคชั่นถ่ายหนังของทีมงานสองคนไปในที่ต่าง ๆ ในการหาที่หาทางที่เหมาะสม เธอและเขาจำเป็นต้องใช้กล้องถ่ายภาพนิ่งในการบันทึกภาพเหล่านั้นไว้ ด้วย "เครื่องบันทึกภาพร่วมสมัย" อย่างดิจิตัล ที่สะดวก ประหยัด ไม่ต้องนำไปล้างและอัดออกมาเป็นภาพอีกครั้ง แค่นำเข้าใส่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็เพียงพอ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของคนสองคนก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ จะเป็นความรักฉันท์เพื่อนหรือคนรักกัน เป็นเรื่องที่ผู้ชมจะต้องไปติดตามเอาเอง

นวพลแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 36 ตอน ซึ่งน่าจะเป็นแทนภาพของฟิลม์รุ่นเขาที่มักถ่ายได้ 36 ภาพ (แต่รุ่นโบราณกว่านั้น อาจจะแย้งด้วยฟิลม์ 12, 24) แต่ละตอนจะเล่าเรื่องราวเล็ก ๆ บนจอดำ คำกล่าวแต่ละตอนนั้นไม่ได้เกริ่นนำภาพหนังที่กำลังจะตามมา แต่หลาย ๆ คำเหล่านั้นคือตัวแสดงตัวหนึ่ง ไม่ก็เป็นองค์ประกอบของภาพยนตร์ เช่นเดียวกันนักแสดง การแสดง หรือมุมกล้องที่ตั้งอยู่กับที่แล้วแช่ภาพไว้ หลาย ๆ ภาพได้แสดงให้เห็นความตั้งใจในการออกแบบภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลองช็อตหรือการถ่ายภาพสะท้อนผ่านกระจก ซึ่งเข้าใจว่าผู้กำกับพยายามนำมาทดแทนข้อจำกัดในเรื่องการเคลื่อนกล้อง

สิ่งที่ผู้เขียนชอบมากคือ การลำดับภาพของ "36" นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งไม่ทราบว่าคิดมากไปหรือเปล่า เพราะการลำดับภาพเรื่องนี้ชวนให้นึกถึงการฉายสไลด์ ที่ต่อเนื่อง และลำดับไปเรื่อย ๆ ซึ่งน่ายินดีที่เขาหาสไตล์เฉพาะตัวได้ ไม่จำเป็นต้องตัดต่อที่หนีการลำดับเรื่องแบบเรียงแถว 1, 2, 3, 4 ซึ่งกำลังนิยมใช้มากจนเกินความจำเป็นในกลุ่มอินดี้บ้านเรา คือ ถ้าคุณดูหนังอินดี้ไทยหลายเรื่องนิยมทะลายโครงสร้างตรงนี้หมด ซึ่งกว่าที่ดิฉันเองจะดูรู้เรื่อง ก็ต้องดูอยู่หลายครั้ง บางครั้งมันเฝือจนเกิน

"36" ได้ถ่ายทอดให้เห็นความทรงจำที่ผู้กำกับมีต่อโลกเก่าหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฟิลม์ถ่ายภาพ หรือความผูกพันกับสถานที่เก่าของผู้กำกับหนังคนหนึ่ง (แสดงโดยศิวโรจน์ คงสกุล ผู้กำกับจากที่รัก) ซึ่งตรงนี้ชวนให้นึกถึงงานของอาทิตย์ อัสสรัตน์อยู่บ้าง โลกเก่าที่สร้างแรงบันดาลใจและเป็นบ่อเกิดของความคิดและเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย จนกระทั่งเมื่อเขาต้องเปลี่ยนสถานที่ เขาจำเป็นจะต้องปรับบทใหม่ (การแทรกเข้ามาของศิวโรจน์ในหนัง "36" ได้ทำให้หนังสร้างมิติใหม่เช่นกัน ระหว่างหนังเล่าเรื่องกับสารคดี เพราะหนังเรื่องนี้อาจจะมองว่าเป็นสารคดีก็ได้ หนังเล่าเรื่องก็ได้เช่นเดียวกัน)

แต่งานของนวพลแตกต่างจากงานของศิวโรจน์ที่ เขาไม่ได้หลงใหลและอาลัยอาวรณ์ในโลกเก่าแต่เพียงอย่างเดียว แม้ว่าเขาพยายามแสดงให้เห็นอานุภาพของฟิลม์ที่ทดแทนด้วยกล้องดิจิตัลไม่ได้ แต่ "36" ได้แทรกให้เห็นภาพของโลกใหม่ เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างคอมพิวเตอร์อย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเชื่อว่าผู้ชมรุ่นอาวุโสหลายท่าน อาจจะไม่เข้าใจร้อยเปอร์เซนต์ ไม่ว่าการตามหาคนโดยการเบราส์ทางเว็บไซต์ คือ ถ้าเป็นผู้เขียน ก็คงรู้เรื่องนะคะ แต่เพื่อนรุ่นเดียวกับผู้เขียน ก็ยังไม่ทราบเลยค่ะว่าตอนนี้บางทีเราก็สามารถหาคนหรือบ้านในไทยตามกูเกิ้ลแม็พได้เลย หรือการกู้ฮาร์ดดิสค์ของคอมพิวเตอร์เป็นต้น เชื่อว่าผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์อาจจะงง ๆ ว่าวัยรุ่นกำลังพูดอะไรกันอยู่

"36" สำหรับผู้เขียนแล้ว จึงเป็นงานที่ผสมผสานทั้งความเก่าความใหม่อยู่ในตัว โลกในอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว โลกเก่าอาจจะอยู่ได้ในความทรงจำของเราแต่เพียงอย่างเดียว ที่เราไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ ไม่ว่าจะเป็นฟิลม์ถ่ายภาพ หรือสถานที่เก่า แต่หลาย ๆ อย่างในโลกปัจจุบันก็อาจจะอยู่ได้แต่เพียงในความทรงจำเช่นเดียวกัน เพราะสถานภาพของมันไม่ได้ยั่งยืน ประเภทมาเร็ว ไปเร็ว แม้แต่ดิจิตัลก็ไม่ยืนยาวนาน จนไม่สามารถเก็บภาพปัจจุบันได้ตลอดเวลา

มาถึงตรงนี้ เราเองก็ต้องมาถามกันเองว่าเราจะหาความพอดีระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ได้อย่างไร

ด้วยการเล่าเรื่องแบบเงียบ ๆ ละมุนละไมเช่นนี้ อาจจะทำให้คนรุ่นเฮฟวี่ ประเภทอะไร ๆ ก็ต้องการความเร็ว อาจจะคิดว่าหนังมันช้า และไม่กระชากอารมณ์ได้รวดเร็วอย่างสะใจ หลังจากที่ดูหนังจบแล้ว ผู้เขียนคิดอยู่ว่าถ้าหนังเรื่องนี้ออกไปสู่เมืองนอก เขาจะรู้สึกอย่างไร ....."36" ไม่ใช่หนังทดลองหรืออาร์ตเฮ้าส์แบบเต็มสตรีม แต่ก็ไม่ใช่หนังตลาดที่คนทั่วไปจะรีบตีตั๋วไปดู แถมมารำลึกถึงสิ่งเล็ก ๆ แบบฟิลม์อีก ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นข้อได้เปรียบของนวพลที่ทำงานทั้งในวงการหนังตลาดกับหนังอินดี้ และเขาผสมผสานมันออกมาได้อย่างดีกว่าเรื่องแรก ๆ ของเขา (ก่อนหน้านี้ บางเรื่องก็ดูไม่รู้เรื่องค่ะ) หนังเรื่องนี้ถ้าอยู่ในไทยมันเป็นอาร์ตเฮ้าส์แน่ ๆ แต่ก็น่าสนใจว่า ถ้าไปเมืองนอก คนดูฝรั่งเขาจะมองหนังอย่างไรกันบ้าง

ซึ่งอันนี้เราคงจะต้องมาเรียนรู้พร้อมกันค่ะ

("36" จะฉายที่เฮ้าส์อีก 8 รอบ ระหว่างวันที่ 21-22 และ 28-29 กรกฎาคม 2555)

 

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.