สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
ไทย / English
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
อีติ๋มตายแน่
9 ตุลาคม
หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย
บ้านผีปอบ 2008
เทวดาตกมันส์
บุญชู ไอ - เลิฟ - สระ - อ
โปรแกรมหน้า
ปืนใหญ่จอมสลัด
23 ตุลาคม
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
30 ตุลาคม
POPULAR
   
รัก | สาม | เศร้า  งานที่ไม่ตามใจคนดู แต่เติบโตมากที่สุดของยุทธเลิ
 

อัญชลี ชัยวรพร   /  17 มิถุนายน 2551

  ©thaicinema.org
  ข้อมูลหนังเรื่อง รัก | สาม | เศร้า
   
 

บทวิจารณ์มีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนของหนัง (ขออภัยค่ะ การเขียนกึ่งวิเคราะห์ในเชิง film studies ต้องมีการยกตัวอย่าง เพื่อแสดงให้เห็นน้ำหนักของความคิดเห็นที่นำเสนอ  จะยกลอย ๆ ไม่ได้)


 

ยุทธเลิศ สิปปะภาค เป็นผู้กำกับไทยที่มีภาพชัดเจนในการทำหนังอย่างหนึ่ง  เขารู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่  แล้วเขาก็ไม่ลังเลใจที่จะนำเสนอสิ่งที่ตนคิดตนเชื่อออกมาอย่างนั้น  ยุทธเลิศถนัดในการทำหนังเพื่อคนส่วนใหญ่ในสังคม  หรือถ้าจะพูดกันง่าย ๆ ก็คือ หนังการค้า  แล้วเขาก็ไม่ลังเลใจที่จะทำหนังประเภทนี้ออกมาให้ดีที่สุด 

ผลงานของยุทธเลิศส่วนใหญ่จึงมักจะเป็นหนังในกลุ่ม genre film อย่างหนังตลก (มือปืนโลกพระจันทร์ สายล่อฟ้า)  หนังผี (บุปผาราตรี 1 และ 2, โกยเถอะเกย์) และหนังรัก (กุมภาพันธ์)  ซึ่งทำให้เขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศ    มีผลงานถึง 8 เรื่องในเวลาแปดปี  และได้รับการยอมรับในต่างประเทศในระดับหนึ่ง  (แฟนหนังไทยในญี่ปุ่นต่างเรียกเขาว่า มิเกะ ประจำประเทศไทย)

เมื่อมาถึงผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง รัก | สาม | เศร้า   มันแสดงให้เห็นการเติบโตมากที่สุดของยุทธเลิศ  เพียงแต่ว่า วิธีการที่ร้อยเรียงใน รัก | สาม | เศร้า   อาจจะไม่ได้ตามใจคนดูส่วนใหญ่  โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่คาดหวังจะไปดูการปะทะทางอารมณ์อย่างสุดโต่งของดาราทั้งสาม (เป้ Slur, พีค - ภัทรศยา และก้อย- รัชวิน)

ยุทธเลิศ ตั้งใจกำกับหนังเรื่องนี้ให้ออกมาเป็นอย่างธรรมชาติที่สุด  ทุกจังหวะในหนัง  ไม่ว่าจะเป็นการแสดง  หรือองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างการใช้ดนตรี  มุมกล้องต่าง ๆ ได้รับการควบคุมให้ดูเรียบง่าย  ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป  เหมือนกับจะบอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้  สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของคนทุกคน  เหมือนธรรมชาติของคนไทยที่จะเก็บอารมณ์  และไม่แสดงอารมณ์ออกมาอย่างพร่ำเพรื่อ 

เพราะฉะนั้น การแสดงและบทต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้  แทบจะไม่มีการปะทะทางอารมณ์  ทุกอย่างได้รับการควบคุมให้เบา ๆ ไม่กระโตกกระตาก  และไม่คาดคิด …

ฉากที่ฟ้าถามพายุว่าคิดอะไรกับตนเองอยู่หรือเปล่า  ก็ไม่ได้มีพิธีรีตอง  ไม่มีการเตรียมกล้อง  เตรียมให้มันเป็นฉากยิ่งใหญ่  มีก็เพียงคำพูดที่ง่าย ๆ ซื่อ ๆ ที่ถามออกไปอย่างสงสัย   พายุก็ตอบกลับออกมาอย่างธรรมดา ๆ เช่นกัน

หรือฉากที่น้ำถูกข่มขืน  ก็ไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า  เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด  จนถึงฉากที่น้ำไปบอกความจริงกับพ่อว่า ตนเองท้องเพราะถูกข่มขืน    ยุทธเลิศไม่ได้เตรียมการที่จะจัดวางให้มันเป็นพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่  คงเพียงตัดฉากตอนที่พ่อนั่งอย่างเงียบ ๆ และพูดเหมือนคนปลงตกที่จะต้องหาทางช่วยลูกสาว

แม้แต่การแสดงของสาวไฮโซอย่างเจ๊ดา - ดารุณี กฤตบุญญาลัย  ซึ่งไม่เคยลังเลที่จะแสดงออกเกินจริง  หรือถ้าจะเรียกให้ถูก ก็คือ เว่อร์ นั่นแหล่ะ  ก็ถูกเก็บไว้   เราจึงเห็นเจ๊ดาเรียบร้อยที่สุดในชีิวิต  ใส่ผ้าถุง  นั่งพูดอย่างเดียว 


 

ดิฉันคิดว่ายุทธเลิศทำได้ดีในจุดนี้  ในการควบคุมการแสดง และให้สงสัยอยู่เสมอว่าเขาทำได้อย่างไรที่จะแจกแจงความสำคัญของนักแสดงทั้งสามเท่าเทียมกัน    นักแสดงทั้งสามไม่มีใครเหนือใคร  ไม่มีใครเด่นกว่าใคร  ดิฉันยอมรับว่า ก้อย – รัชวิน แสดงได้ดีกว่าคนอื่นอยู่บ้าง  ในฐานะผู้หญิงที่แอบรักผู้ชายคนหนึ่งมาตลอดชีวิต  แต่เธอก็ไม่ได้โดดอยู่คนเดียว  เราบอกไม่ได้ว่า ก้อยจะโดดเข้าไปชิงดารานำหญิงปีนี้คนเดียว   แต่ถ้าบอกว่านักแสดงทั้งสามควรจะได้เข้าชิงพร้อมกัน  อาจจะถูกต้องกว่า  เราได้เห็นความเป็นเพื่อนของคนทั้งสาม  หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องนัก  ก็คือมิตรภาพของคนกลุ่มนี้ทั้งกลุ่ม  เพราะแม้แต่เพื่อน ๆ คนอื่น   มันทำให้เราเชื่อ  ว่าพวกเขาคือเพื่อนของเรา เพราะเราก็พูดแบบนี้กับเพื่อนเราเหมือนกัน  

ทุกอย่างมันดูกลมกลืนและเนียน …. 

เดิมนั้นดิฉันคิดว่า ยุทธเลิศต้องการกดอารมณ์ของหนังให้มันมีน้อย  เป็นธรรมดา  ให้คนดูค่อย ๆ สะสมอารมณ์ไป    เพื่อที่คนดูจะได้ปล่อยทะลักออกมาในตอนท้าย    เพราะการควบคุมโทนหนังให้ดูเรียบ ๆ เบา ๆ นั้น  มันไม่ได้มีเฉพาะทางการแสดงเท่านั้น  แต่มันยังรวมไปถึงดนตรี หรือมุมกล้อง  หนังแทบจะไม่มีดนตรีประกอบเลยในช่วง 45 นาทีแรก  และเพลงต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการประชาสัมพันธ์  ก็เพิ่งจะปล่อยออกมาในครึ่งหลัง

มุมกล้อง  แทนที่เขาจะใช้โคลสอัพ  เพื่อให้เห็นอารมณ์ดราม่าของนักแสดงทั้งสาม  เขากลับใช้ระยะกลาง ที่เรียกว่า middle-shot เสียมากกว่า

ยุทธเลิศเขาเติบโตอย่างเต็มที่กับ รัก | สาม | เศร้า   เขากล้าที่จะนำเสนอในสิ่งที่เขาเชื่อ  เขาคิด  เพียงแต่ว่าวิธีการแบบนี้มันจะไม่ตอบสนองความต้องการของคนดูส่วนใหญ่ในสังคม ที่คุ้นเคยกับหนังดราม่า  กับการแสดงอารมณ์อย่างถึงที่สุด

เพราะฉะนั้น คนดูที่คุ้นเคยกับหนังประเภทอารมณ์หนัก ๆ สุดโต่ง    อาจจะรู้สึกว่าหนังมันไม่ได้เต็มที่   และเมื่อหนังจบในรอบสื่อเมื่อคืนนี้  จึงมีเพียงเสียงปรบมือ  แต่ไม่ได้มีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี

รัก | สาม | เศร้า   จึงน่าจะเป็นที่ชอบของคนที่มีวุฒิภาวะมากกว่า  เหมาะสำหรับคนที่ mature แล้ว ...ที่เข้าใจชีวิต  

เข้าใจว่าบางครั้งเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นใกล้ตัวนั้น  เจ็บลึกยิ่งกว่าใด ๆ    ใช้เวลานานกว่าที่จะลืม   หรือบางคนอาจจะไม่ลืมด้วยซ้ำ  ….แต่ชีวิตของเราก็ดำเนินต่อไปได้   พร้อมกับความเจ็บปวดลึก ๆ แบบนั้น

เพียงแต่ว่า ยุทธเลิศดูจะเปลี่ยนใจที่จะกดอารมณ์ของหนัง  ของคนดูไว้ตลอดทั้งเรื่อง  ในช่วงท้าย ๆ เขาเริ่มนำเพลงประกอบมาใช้  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก  เพราะเพลงเหล่านี้ค่อย ๆ ลดทอนอารมณ์เศร้าที่ถูกกดไว้  ที่เราสะสมมาตั้งแต่ต้นเรื่อง  ให้เปิดออก  ไม่ได้เอ่อล้น  จนทะลักออกมา 

เพราะฉะนั้นอารมณ์ที่เราคนดูถูกกดไว้ไปไม่ถึงที่สุด  … เมื่อถึง ตอนจบ จึงไม่มีน้ำตา …    

ถึงอย่างไรก็ตาม ดิฉันคิดว่า รัก | สาม | เศร้า   เป็นหนังที่ยุทธเลิศชัดเจนและเติบโตในการกำกับมากที่สุด หนังยังคงเห็นสไตล์เฉพาะตัวของเขา  อย่างบทสนทนาระหว่างเพื่อน เป็นตลกร้ายที่ขำแบบเงียบ ๆ  ไม่ได้ปล่อยก๊ากออกมาอย่างหนังที่ทำโดยดาวตลก  เพียงแต่ว่า รัก | สาม | เศร้า แสดงให้เห็นว่า เขาเองก็สามารถทำหนังอีกแบบได้   หนังที่ดูเป็นธรรมชาติ   ไม่จำเป็นจะต้องขำสุดโต่งอย่าง มือปืนโลกพระจันทร์   น่ากลัวสุดโต่งอย่างบุปผาราตรี  หรือรักสุดโต่งอย่าง กุมภาพันธ์  

มันจึงเป็นที่น่าสนใจว่า ยุทธเลิศ จะใช้วิธีการใดอีกในภาพยนตร์เรื่องต่อไป    

สามดาวสำหรับเรื่องนี้  เก็บไว้หนึ่งดาว   เพราะหนังไม่ทำให้ดิฉันร้องไห้   จนเดือนนี้ต้องเสียเงินค่ายาล้างตา

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.