
เมื่อผู้ใหญ่มา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2553 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้จัดงาน "ประกาศเกียรติยศไทยในสากล" หรือ Honoring World Thai Talents ขึ้นอย่างเงียบ ๆ เงียบเพราะทางผู้จัดจำกัดจำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน ซึ่งรวมไปถึงสื่อด้วย สื่อที่มาร่วมงานในคืนนั้นจึงเป็นโทรทัศน์เป็นส่วนใหญ่ แทบจะไม่มีสื่อสิ่งพิมพ์เลย
ส่วนที่เราไปร่วมงานได้ ไม่ใช่เพราะ www.thaicinema.org เป็นสื่อใหญ่ เรายังคงเป็นสื่อกระจอก ๆ ที่หาเงินเลี้ยงตัวเองไม่ได้ คนที่เชื้อเชิญเรามาท่ามกลางความแปลกใจคือสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) โดยส่งบัตรเชิญมา 1 สัปดาห์ล่วงหน้า ไม่ได้เป็นแขกวินาทีสุดท้ายที่เขาเผอิญเหลือที่มาให้
แสดงว่าเขาไม่ได้ติดใจเรื่องที่เราไปวิจารณ์การจัดงานที่คานส์ หรือไม่ก็ทางกระทรวงไม่ได้อ่าน (ฮา)
แต่เหตุผลที่ทำให้ตนเองต้องออกจากบ้าน เพราะเขาจะให้รางวัลกับผู้กำกับหลายคน ไม่ใช่งานของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุลเพียงอย่างเดียว และรายชื่อของผู้กำกับที่เขาจะให้รางวัล ส่งมาสองครั้งไม่ตรงกัน ครั้งแรกมีชื่อ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ครั้งหลังตัดชื่อเขาออก แล้วใส่ กันตนาแอนิเมชั่น สตูดิโอแทน
เราเก็บความสงสัยมาตลอดสัปดาห์ ไม่ถามไปทั้งทางทีมป็อบพิคเจอร์สหรือ สศร. รอถามเจ้าหน้าที่ สศร.อย่างเดียว

อโนชากับรางวัลไทเกอร์ อวอร์ด
ต้องแต่งสูทและชุดไทย?
คืนก่อนงาน มีข่าวลือว่าผู้ร่วมงานจะต้องแต่งตัวหรู ดูบัตรเชิญแล้วก็ไม่ได้ระบุอะไร ลองถามพวกพ้อง ก็บอกว่าผู้หญิงควรใส่กระโปรง ชายคงต้องใส่สูท ไม่ก็เชิร์ตแขนยาว แต่ไม่ต้องผูกไทด์ ทำให้ดิฉันต้องรีบแจ้งศฐาณพงศ์ ผู้ช่วยบรรณาธิการทันที
ประมาณหนึ่งทุ่ม ศฐาณพงศ์โทรมาบอกว่า เขาใส่สูทกันหมด โชคดีที่ดิฉันใส่กระโปรงที่ใช้ได้ทั้งงานกลางวันกลางคืน แค่เปลี่ยนจากรองเท้าแตะ (เพราะต้องใช้บริการรถไฟฟ้า) มาเป็นรองเท้าแก้ว (อิ อิ) เป็นส้นสูงน่ะค่ะ
รู้มาว่าบางคนแอนตี้เรื่องนี้ แต่อยากบอกว่าที่คานส์ยิ่งกว่านี้อีก แค่ดูหนังรอบกาล่า ผู้ชายต้องใส่สูทผูกหูกระต่าย ผู้หญิงก็ต้องใส่ชุดราตรี ดีที่ปีหลัง ๆ ให้ใส่กระโปรงสั้นได้ แต่ก็หิ้วกระเป๋าใหญ่ ๆ ที่จะยัดรองเท้าไม่ได้ ช่างภาพก็ต้องแต่งตัวแบบนี้ ตอนอยู่คานส์ บางทีก็ขำ ๆ ที่เห็นพวกเพื่อนนักข่าว ใส่ชุดราตรีบ้างล่ะ ผูกไทด์บ้างล่ะ แต่มือก็ลากกล้อง อุปกรณ์กล้องชุดใหญ่เหมือนกรรมกร
ในงานเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ผู้หญิงจะใส่กระโปรง บางคนใส่กางเกง ก็เป็นพวกสูท ส่วนผู้ชาย บางคนก็ใส่แค่เชิร์ตแขนยาว ส่วนนักข่าวและช่างภาพ ก็ไม่เห็นมีใครใส่สูท มันก็พอ ๆ กับตอนไปงานสุพรรณหงส์ล่ะค่ะ
ถ้าเป็นฝรั่งทำ เราถือว่ามีวัฒนธรรม แต่ถ้าเป็นไทยทำ แอนตี้ไว้ก่อน
ดิฉันถามเจ้าหน้าที่ สศร. เรื่องบังคับใส่สูทหรู ๆ เขาบอกว่าทางเขาไม่ได้บังคับ แค่แต่งตัวให้สุภาพก็พอ เพราะเขาเองก็ไม่ได้ระบุไว้ในบัตรเชิญเหมือนกัน คงจะเป็นทางสมาคมสมาพันธ์มากกว่า
พอผู้ใหญ่ไป เราก็เถลไถลถ่ายรูปคนในงาน (เพราะฉะนั้น เราสามารถสนุกได้ทุกงาน อิ อิ เพราะเราเป็น film buff ได้ทุกสถานที่) จากภาพทีมอินดี้ไทยที่ไปพบปะแหล่งทุนที่คานส์ปีนี้
แขกในงาน
แขกที่เชิญมาในงานนั้นมีประมาณ 200 คน ส่วนใหญ่จะเป็นคนในวงการหนัง ก็เลยค่อนข้างเห็นใจ คณะละครหุ่นช่างฟ้อน สักหน่อย เพราะไม่มีใครในแวดวงของพวกเขามาเลย สำหรับผู้ใหญ่ในงาน เท่าที่เห็นก็จะเป็น นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมต.กระทรวงวัฒนธรรมคนใหม่ อาจารย์อภินันท์ โปษยานนท์ และข้าราชการ สศร. ทั้งระดับผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่ผู้น้อย
แขกอื่น ๆ แบ่งเป็นแขกของกระทรวงกับแขกของสมาคมสมาพันธ์ แขกของกระทรวงก็จะเป็นคณะทูตของประเทศที่ศิลปินไทยไปคว้ารางวัลมา และคนที่เคยร่วมงานกับกระทรวง ซึ่งตัวดิฉันคงจะเข้าไปเกี่ยวข้องในส่วนนี้ เพราะตนเองเป็นกรรมการงานของ สศร. ชิ้นหนึ่ง จากนั้นเห็นพี่โดม สุขวงศ์ เข้ามา
สำหรับคนในวงการบันเทิง ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับสมาคมสมาพันธ์ฯ อาทิ สมบัติ เมทะนี ถั่วแระ ดอกดิน กัญญามาลย์ มานพ อุดมเดช ค่ายหนังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสหมงคลฟิลม์ ไฟว์สตาร์ โอเรียลทัลอายส์
วงการอินดี้ ก็มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ได้รับรางวัล อภิชาติพงศ์ พาคุณวัลลภา ผู้รับบทเป็นเจ้าหญิงไป อีเล็คทริคอิลล์ฟิลม์พาคุณปรเมศร์ ผู้ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ชายคนล่าสุด พร้อมกับน้องภาคภูมิ ผู้ที่เล่นเป็นลูกชายใน เจ้านกกระจอก ส่วนแขกอินดี้ก็เห็นคุณมานิตจาก พลเมืองจูหลิง ด้วย

ใกล้เวลา เราต้องเลิกเถลไถล เดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง
ทำไมชื่ออาทิตย์หายไป
สำหรับศิลปินที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่
อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในฐานะที่ ลุงบุญมีระลึกชาติ ได้รับรางวัลปาล์มดอร์จากเมืองคานส์
อโนชา สุวิชากรพงศ์ ในฐานะที่ เจ้านกกระจอก ได้รับรางวัลจากร็อตเตอดัม และทรานซิลล์วาเนีย โรมาเนีย
อุรุพงษ์ รักษาสัตย์ ในฐานะที่ สวรรค์บ้านนา ได้รับรางวัลยูเนสโก้ จากเอเชียแปซิฟิกสกรีนอวอร์ด รวมทั้งรางวัลอี่นๆ ที่ได้มาอีกหลายตัว
วิชชานนท์ สมอุ่นจารย์ ในฐานะที่ เถียงนาน้อยคอยรัก ได้รับรางวัลหนังสั้น ประเภทเล่าเรื่องยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังสั้นแทมเปเร่ ฟินแลนด์
วราทิตย์ อุทัยศรี ในฐานะที่ผลงานเรื่อง Surface : Film from Below ได้รับรางวัลภาพยนตร์ทางเลือกยอดเยี่ยม จากออสการ์
ทวีลาภ ศรีวุฒิวงศ์ ในฐานะที่ ก้านกล้วย 2 ได้รับรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์เอเชียและแปซิฟิก
คณะละครหุ่นช่างฟ้อน ในฐานะที่แสดงหุ่นเพื่อการตีความบทเพลง ลาวดวงเดือน จากเทศกาลหุ่นโลก ที่สาธารณรัฐเช็ก
ทุกคนมาร่วมงาน ยกเว้น อุรุพงษ์ รักษาสัตย์ ซึ่งติดงานในต่างประเทศ และวราทิตย์ อุทัยศรี ซึ่งกำลังศึกษาในต่างประเทศเช่นกัน
สำหรับกรณีอาทิตย์ อัสสรัตน์นั้น ดิฉันก็ถามกับเจ้าหน้าที่ไปตรง ๆ ว่าทำไมถึงดึงชื่อออก ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ตอนแรกทางคณะกรรมการคิดว่าจะให้รางวัลกับศิลปินที่มีผลงานในช่วงสามปีที่ผ่านมา ก็เลยรวมชื่ออาทิตย์ไว้ด้วย แต่ต่อมาได้ตัดเหลือแค่เพียงปีเดียว เพราะถ้ารวมถึงสามปีแล้ว อาจจะทำให้ลืมภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ
ก่อนที่จะรายงานชิ้นนี้ ก็ได้สอบถามไปที่ป็อบพิคเจอร์ส ก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นคำตอบเชื่อถือได้
นอกจากนี้ รางวัลนี้จะแจกทุกปีตั้งแต่นี้ต่อไป คิดว่า งานชิ้นใหม่ของอาทิตย์ ก็คงสร้างกระแสในต่างประเทศได้เหมือนเดิม

เจ้ย ให้สัมภาษณ์บนเวที น้องณ็อบมือสั่นเพราะดีใจเพิ่งได้หนังสือ press kit ลุงบุญมีฉบับคานส์
อภิชาติพงศ์ กับการวิจารณ์ภาครัฐ
ในงานนั้น นอกจากจะฉายวิดิทัศน์แนะนำผลงานศิลปินแต่ละคนแล้ว รวมทั้งมิวสิควิดีโอเพลงในหนัง สัตว์ประหลาด ก็จะมีการแสดงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ การแสดงของคณะละครหุ่นช่างฟ้อน
ไฮไลท์ของงานอยู่ที่บทสัมภาษณ์อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ซึ่งดิฉันไม่ค่อยชอบวิธีการที่สัมภาษณ์ไปพลาง แขกก็กินไปพลาง ๆ ที่นั่งของดิฉันมันหันหลังให้กับเวที ก็เลยไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร
คุณทิม (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นพิธีกร เขาพูดได้สองภาษา ตอนแรก ๆ ก็จะแปลเป็นภาษาอังกฤษไปด้วย แต่พอช่วงสัมภาษณ์อภิชาติพงศ์ ตั้งแต่เจ้ยพูดเรื่องเซ็นเซอร์ และเขาอยากให้ภาครัฐให้เสรีภาพกับคนทำหนังในเรื่องนี้มากขึ้น เขาเริ่มไม่แปลคำสัมภาษณ์
ด้วยความเป็นคนพูดตรง ๆ เจ้ยก็พูดต่อว่า เขาเคยถามสถานทูตฝรั่งเศส ว่าประเทศของคุณส่งเสริมการทำหนังอย่างไร สถานทูตตอบว่า ทำตรงข้ามกับรัฐบาลของคุณ พิธีกรไม่กล้าแปล เจ้ยก็แปลเอง พร้อมเล่าต่อว่า เมื่อหกปีที่แล้ว ตอนที่ สัตว์ประหลาด ได้รางวัลจูรี่ไพรซ์จากคานส์ใหม่ ๆ เขากับคุณโดมพยายามนัดพบนายกรัฐมนตรี ปรากฎว่าพวกเขาต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ และต้องรอคิวนาน เหมือนกลุ่มอื่น ๆ จากสมาคมผู้พิการหรือสมาคมคนตาบอดบ้าง กว่าจะได้พบกันท่านนายกได้
ี่คุณทิมพยายามจบการสัมภาษณ์ ก่อนที่จะเชิญคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นมา คุณนิพิฎฐ์็ไวพอสมควรที่จะพูดว่า เมื่อหกปีที่แล้ว เราไม่ได้เป็นรัฐบาลครับ แต่เราทำทุกอย่างตรงข้ามกับรัฐบาลชุดเดิมครับ
จากนั้นก็มีการถ่ายภาพหมู่
ชักภาพรวม อยากรู้ว่าใครเป็นใคร ให้อ่านในเนื้อเรื่อง
ดูหน้าเจ้ยสิ ยิ้มละม้ายคล้่ายคลึงเวทีประกวดนางงามชอบกล ขาดแต่ยกมือบ๊ายบายเท่านั้น
ส่งท้าย
ปรกติดิฉันจะไม่ไปยุ่งกับการรายงานข่าวของสื่ออื่น ๆ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความคิดที่แตกต่างกันได้ แต่สิ่งที่ได้เห็น ก็ทำให้ตนเองรับไม่ได้เหมือนกัน
มีการรายงานบทสัมภาษณ์ของเจ้ย พร้อมตัดภาพให้เห็นปฎิกิริยาของแขกในงานแบบฉับพลัน
เอ มันเป็นภาพที่ต่อเนื่องกันจริง ๆ หรือ เพราะขณะที่เจ้ยพูดนั้น ทุกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังกินข้าวอยู่ แต่ภาพข่าวของทีวีช่องนั้น ทุกคนกำลังนั่งเฉย ๆ กันหมด ทุกคนต่างหยุดกินพร้อมกันได้อย่างอัศจรรย์ใจ
อีกอย่าง ในขณะที่เจ้ยพูดนั้น มีภาพวีทีอาร์ที่่ฝรั่งคนหนึ่งทำสีหน้าบอกไม่ถูก เป็นภาพที่ต้องบันทึกจากระยะไกลพอสมควร ประมาณท้ายห้อง ก็น่าแปลกใจนะที่ช่างภาพเดินเร็วมาก สามารถบันทึกภาพฝรั่งคนนั้นจากระยะไกลได้ แล้วก็เดินไปบันทึกภาพพี่โดม คุณมานิต และเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอยู่ติดเวที และนั่งคนละโต๊ะได้อย่างรวดเร็ว
วิธีการแบบนี้มันก็เหมือนเอาภาพหมาที่ไปหาหมอแผนกโรคหัวใจ มาตัดประกอบการรายงานข่าวโรคพิษสุนัขบ้า แบบนี้ฝรั่ง เขาฟ้องได้นะคะ
มืออาชีพเขาไม่ทำกัน
สำหรับการจัดงานนั้น มันไม่มีอะไร เหมือนไปปาร์ตี้ เวลาเราไปปาร์ตี้ เราก็ไม่คาดหวังอะไร มันก็เหมือนไปปาร์ตี้หลังจากรอบกาล่า ลุงบุญมีระลึกชาติ เหมือนกันค่ะ

ท้ายงานต่อ

ดาราสุพรรณหงส์คนล่าสุด พร้อมน้องภาคภูมิ สองคนนี้เล่นเป็นพ่อลูกใน เจ้านกกระจอก
เราเถลไถลต่อ ณ็อบไปขอลายเซ็นเจ้ย ซึ่งทรีตแฟน ๆ แบบมืออาชีพมาก เหมือนผู้กำกับก้องโลกทั้งหลาย (อ่านต่อแล้วจะรู้ว่าเหมือนยังไง)
ขอลายเซ็นคุณวัลลภา ผู้เล่นเป็นเจ้าหญิงในหนัง คุณวัลลภาอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ บอกว่าขอเจ้ยดีกว่า เราบอกว่า ขอแล้ว ต้องมีคุณวัลลภาด้วย
ไม่ชัด แต่เจ้ยเขียนว่า for น้อง Nob ครับ, With Love ต่อด้วยลายเซ็น และลงชื่อพี่เจ้ย อภิชาติพงศ์ ...วิธีแบบนี้แหล่ะที่ บก. เคยได้รับจากผู้กำักับระดับโลกอย่าง ไมค์ ลีห์ หรือ วิม เวนเดอร์ส (ใครโจรกรรมเล่มนี้ไป อาจจะถูกจับได้ เพราะเจ้ยสลักชื่อณ็อบไว้แล้้ว นอกจากคนขโมยจะเปลี่ยนชื่อเป็น ณ็อบ 555)
|