 |
จากซ้ายไปขวา มาริโอ้และคุณแม่,มะเดี่ยวและสายป่าน |
Asian Film Award งานประกาศผลรางวัลที่มอบให้แก่ภาพยนตร์เอเชีย โดยไม่เกี่ยงภาษาหรือจะฟอร์มเล็กฟอร์มใหญ่ ส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหนังฮ่องกง โดยจัดขึ้นเป็นปีที่สอง รวบรวมผลงานอย่าง The Warlord มหากาพย์สงครามของปีเตอร์ ชาน กับ หนังเล็กๆ จากอิหร่าน Buddha Collapsed Out of Shame โดยในปีนี้มีหนังไทยร่วมเข้าชิง 5 สาขา
งานค่อยๆ เริ่มต้นขึ้นช่วง 18.00 น. ตามเวลาฮ่องกง โดยมีการจัด Red Carpet คล้ายๆ ออสการ์หรือสุพรรณหงส์บ้านเรา ช่วงเวลานี้ค่อนข้างกินเวลานานพอสมควร ผมไปทำข่าวนี้โดยใส่สูทผูกไท เพียงเพื่อที่จะได้พบว่าไม่จำเป็นต้องแต่งขนาดนั้นก็ได้ สำหรับนักข่าวแค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็ไม่มีปัญหา ผมเลยต้องทนอึดอัดพอสมควร แถมตัวผมเองยังมีปัญหาในด้านการสื่อสาร เพราะกว่าจะสื่อความกับเจ้าหน้าที่หน้างาน Front Of The House ของงานเพื่อเข้าไปรับบัตรของสื่อเข้างานได้ ก็ต้องพูดกันอยู่นาน ผมนึกว่าจะได้บัตรผ่านเข้างานง่ายๆ แต่ปรากฎว่าข้อมูลของผมหาย ต้องสมัครใหม่ ก่อนที่เขาจะให้บัตรผ่านสามสีสามแบบ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด แบบหนึ่งก็คือถ่ายรูปตรงพรมแดง แบบที่สองถ่ายรูปในงาน แบบที่สามเข้าไปในห้องแถลงข่าวหลังจากพิธีประกาศรางวัล ตอนแรกผมก็สับสนกับหน้าที่ของบัตรผ่านแต่ละใบ เดินผิดเดินถูกเกือบทะลุไปเดินพรมแดงกับเขาด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่มีหาจุดที่ปลอดภัยสำหรับตัวเองและสามารถ่ายรูปได้เป็นชิ้นเป็นอัน
 |
 |
ผมเดินๆ ไปเจอกับผู้กำกับมะเดี่ยวและดาราไทย คือสายป่านและมาริโอ้ ก่อนที่จะเดินเข้างาน ดูแต่งตัวเหมาะสมกับกาละเทศะและสบายๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เจอคุณเกรียงศักดิ์ ศิลากอง ที่แอบมาเชียร์คนไทยอย่างเงียบๆ ส่วนในเรื่องความสนใจดาราไทย สื่อฮ่องกงไม่ได้ให้ความสนใจตัวสายป่านเลย เธอเดินพรมแดงเข้างานอย่างเงียบๆ ตรงข้ามกับมาริโอ้ ที่ถูกเรียกขึ้นเวทีของงาน พร้อมด้วยเสียงกรี๊ด และมีนักข่าวทีวีหลายช่องที่สัมภาษณ์ นอกจากนี้ ในช่วงการประกาศผล มาริโอ้ได้ขึ้นไปประกาศรางวัล Visual Effects ยอดเยี่ยมด้วย
เหล่าดาราที่เดินผ่านพรมแดง แน่นอนว่าเป็นงานระดับเอเซีย ดาราและผู้กำกับที่เดินมาจึงหลากหลายชาติ และบ่อยครั้งมีการจับคู่กันเดินเพราะต้องประกาศรางวัลร่วมกัน ซึ่งบางคู่คงไม่มีทางได้เห็นที่ไหนนอกจากที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นคู่ของ ฮิเดโกะ นากาตะ ผู้กำกับ The Ring กับวิเวียน ซู ป็อบสตาร์จากไต้หวัน (นากาตะดูเขินๆ อาจจะเพราะมากับสาวสวย) หรือจางเจิ้น พระเอกจีนกับ ซองเฮเคียวนางเอกเกาหลี หรือจะเป็นพระเอกอินดี้คนดังจากญี่ปุ่น ทาดาโนบุ อาซาโน่ ที่มาพร้อมผู้กำกับระดับตำนาน โคจิ ยามาดะ (อาซาโน่ดูดีไม่น้อย) แต่ในเมื่องานนี้จัดในฮ่องกง เราเลยได้เห็นดาราฮ่องกงมากันเยอะกว่า บางคนผมก็ไม่รู้จักเอาเสียเลย ที่รู้จักก็มีประมาณ หลิวซิงหวิน ผู้ซึ่งดูสบายๆ และเป็นกันเองกับสื่อหรือแฟนคลับที่มารอพูดคุยและสัมภาษณ์,ซูฉี ที่น่ารักและมีเสน่ห์มาก และเจ็ต ลิ หรือหลี่เหลียงเจี๋ย หนึ่งในผู้เข้าชิงสาขานำชาย ที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใส่ไม่ได้วางฟอร์มว่าเป็นซูปเปอร์สตาร์อะไรเลย
 |
 |
คุณเอ๋ จากสหมงคลฟิล์มก็มาร่วมงานด้วย |
สื่อฮ่องกงให้ความสนใจในตัวมาริโอ้พอสมควร |
20.30. น.เมื่องานเดินพรมแดงยุติเพราะงานประกาศผลกำลังจะเริ่ม ผมเริ่มเดินลัดเลาะไปตามทางที่เขาอนุญาติให้เดินไปได้ จนไปหยุด ณ ห้องที่ให้ผู้รับรางวัลมาสัมภาษณ์นั่นแหละครับ ช่างภาพและนักข่าวทีวีต่างวุ่นวายกับการจัดไมค์ของแต่ล่ะสำนักให้วางบนโต๊ะโดยที่ช่องของตัวเองไม่โดนช่องอื่นกลบ ความที่คนฮ่องกงปรกติก็พูดเสียงดังอยู่แล้ว พอมาทำงานแบบนี้ก็เสียงดังเข้าไปอีก
เมื่อถึงเวลางานประกาศผลก็เริ่ม ส่วนใหญ่ดำเนินงานกันด้วยภาษาอังกฤษ ก็มีการให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในการจัดงานมาพูดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และเอ่ยเน้นหนักไปที่ความสำเร็จของฮ่องกงและกิจกรรมด้านต่างๆ ของฮ่องกงในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนที่ค่อนข้างเยินเย้อพอสมควร แต่ยังดีที่หลังจากนั้นก็เดินหน้ากันเต็มสูบ แต่ก็อาจจะชวนงงตรงที่ เดี๋ยวก็พูดภาษาอังกฤษ เดี๋ยวก็พูดภาษาจีน เดี๋ยวก็พูดภาษาเกาหลี พอพูดภาษาประจำชาติกันที ก็ต้องมานั่งแปล

ในช่วงของผู้เข้าชิง ส่วนของคนไทย จะมีก็แต่นักข่าวไทยจากทีวีช่องเจ็ดและช่องเก้า กับพี่ผู้หญิงจากทางสหมงคลฟิล์มเท่านั้นที่แอบตื่นเต้นกันเงียบๆ และเมื่อประกาศไป 4 รางวัลแล้วไม่มีใครได้อะไรเลย ทั้งหมดก็ค่อยๆ กลับกันไป ไม่รอฟังผลรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยมด้วยซ้ำ เหลือแต่ผมที่อยากรู้ผลจนจบ
เสียงตอบรับผลรางวัล เหล่านักข่าวที่ส่วนใหญ่เป็นคนฮ่องกงไม่ค่อยตื่นเต้นกันนัก แต่ก็ไม่ได้โฮ่ฮาหรือส่งเสียงเชียร์กับรางวัลใดเป็นพิเศษเลย ยกเว้นสองรางวัล คือสมบทหญิงและนำชาย ซึ่งเป็นดาราจีนชื่อดังด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะนำชายของเหลียงเฉาเหว่ย จาก Lust,Caution ที่แสดงความดีใจกันเต็มที่ และเขาก็กลายมาเป็นไฮไลท์ของงานอย่างแท้จริง เหนือกว่าผู้กำกับและหนังยอดเยี่ยมที่ถูกประกาศตามมา
เมื่อออกจากงาน หลายๆ คนก็เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้น ณ โรงแรม Grand Hyatt โดยมีรถรับส่งเหล่าดาราสำคัญๆ ครบทุกคน งานเลี้ยงก็เป็นแบบงานเลี้ยงหรูๆ ทั่วไปน่ะแหละครับ คนก็มานั่งคุยกัน นักวิจารณ์หนังต่างชาติเข้าทักทายคนเขียนบทชาวญี่ปุ่นพลางบอกว่า ผมชอบงานของคุณนะ เมื่อไหร่จะไปฉายในอเมริกา หรือไม่ก็สนใจอาหารอร่อยๆ ทุกคนเหมือนจะลืมเรื่องของผลรางวัลเมื่อกี้นี้ไปเสียสนิท
ถ้าเป้าหมายหลักในการจัดงานนี้แค่ต้องการให้คนมาสังสรรค์พูดคุยกัน หรือจะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างคนทำหนังและนักแสดงชาติต่างๆ ในเอเซีย ผมว่าก็คงบรรลุผล ในระดับหนึ่ง แล้วล่ะครับ |