| |


รายได้หนังไทยมากที่สุด 5 ลำดับ สี่เดือนแรก (บาท)*
- ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา 236,600,000
- ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคประกาศอิสรภาพ 234,550,000
- บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 90,000,000
- เมล์นรก หมวยยกล้อ 84,050,000
- แฝด 67,400,000
รายได้หนังไทยน้อยที่สุด 5 ลำดับ สี่เดือนแรก (บาท)*
หลังจาก แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า ของค่าย อาร์.เอส. ฟิล์ม ที่พักหลังเน้นสร้างภาพยนตร์ตลาดไทย ครองแชมป์ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2549 จนรายได้ร่วมกว่าร้อยล้านบาท ภาพยนตร์เรื่องแรกของปี 2550 ก็ได้ฤกษ์เข้าโรงในวันกองทัพไทย คงไม่มีใครไม่รู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้ กับการรอคอยที่ยาวนาน ภาพยนตร์เรื่องที่ว่าคือ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ชม เพราะกระแสที่ร่วมใจกันโปรโมตทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ ทำให้ผู้เขียนคิดถึงว่า ถ้ารัฐบาลให้การสนับสนุนภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่นๆด้วย ก็คงจะดี วงการภาพยนตร์ไทยคงคึกคักมากขึ้น และจะเป็นใบเบิกทางอย่างถาวรที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจะก้าวเข้าสู่ระดับนานาชาติ ภาพยนตร์ในสี่เดือนแรกมีออกมาถึง 14 เรื่อง ซึ่งนับว่ากำลังพอดิบพอดีกับช่วงเวลา 16 สัปดาห์ ประกอบไปด้วย ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา (พร้อมมิตร, สหมงคล)ที่เล่าถึงพระนเรศวรตอนเด็ก จากตอนนี้ ทำให้นักแสดงเด็กทั้งหลายในเรื่องแจ้งเกิดในพริบตา และสร้างกระแสพระนเรศวรฟีเวอร์ที่จังหวะเหมาะกับนโยบายกู้ชาติของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่ทราบว่าที่ไม่มีค่ายใดส่งหนังเข้าในเดือนแรกนี้ เพราะกลัวจะสู้กระแสพระนเรศวรไม่ไหวรึเปล่า

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ค่ายเก๋าเก๋าอย่าง GTH ก็ขอปล่อย Final Score ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ มาต้อนรับกับช่วงเอ็นทรานซ์ แต่ก็ได้แค่แรงเข็นจากยักษ์ฝั่งค่ายเพลงเท่านั้น และกลุ่มอินดี้ทั้งหลาย หนังยังไม่สามารถวางรากฐานหนังแนวสารคดีในตลาดไทยได้ ผู้เขียนในฐานะรุ่นน้องก็ขอให้กำลังใจรุ่นพี่ผู้กำกับคนนี้ต่อไป กระแสพระนเรศวรฟีเวอร์ก็ยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ โดยการผลักภาคสองของหนังไตรภาค ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคประกาศอิสรภาพ ซึ่งในภาคนี้จะได้เห็นผู้พันเบิร์ดออกมาโชว์ฝีมือการแสดงอย่างเต็มที่ พร้อมเหล่าดาราคับคั่ง
เข้าเดือนมีนาคมแต่ละค่ายหนังก็เตรียมขนมาโกยเงินช่วงปิดเทอม เริ่มจาก ยังไงก็รัก แห่งค่าย AG ที่นำ ดีเจไก่ สมพล ดาวค้างฟ้าออกมาหวังเรียกเรตติ้ง ด้านค่ายยักษ์หลับ ไฟว์สตาร์ ก็มีผลงานแรกของปีกับ หอแต๋วแตก ที่ได้สูตรตลกบวกผี ด้านยักษ์ใหญ่ สหมงคล ก็ปล่อยหนังฟอร์มลูกยักษ์ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 ที่มีคุณหม่ำ จ๊กม๊ก เป็นแม่เหล็กอย่างดี ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่มาแปล๊กหน่อยกับหนังของผู้กำกับขุนกระบี่เรื่อง อสุจ๊าก ที่บ่มสร้างสเปริมมายาวนานกว่า 3 ปี แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ค่ายอาร์.เอส. ส่ง ผีไม้จิ้มฟัน มาขอแบ่งตลาด เรียกน้ำจิ้มก่อนจะเตรียมส่งหนังตลกปัญญาชน แล้วเรื่องสุดท้ายของเดือนเป็นผลงานของสองผู้กำกับชัตเตอร์ หนังผีที่เคยทำให้ผู้เขียน และผู้ชมอีกหลายคนหวาดกลัวไปพักใหญ่ พวกเขามาอีกครั้งกับ แฝด (GTH) ที่ได้ คุณมาช่า ม่ายสาวพราวเสน่ห์ หวนกลับมาสู่วงการภาพยนตร์อีกครั้งก็สามารถทำรายได้อย่างน่าพอใจ แม้ผลงานจะไม่ได้รับคำชมเท่าชัตเตอร์ก็ตาม
ย่างเข้าสู่เดือนเมษายน เสี่ยเจียงส่งผลงานของผู้กำกับทำเงิน คุณต้อม ยุทธเลิศมากู้หน้า แต่ โกยเถิดเกย์ ก็ทำรายได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น NGR และที่ฟ้า ค่ายเล็กขอส่งหนังสู้ จับกลุ่มมาเอาใจคุณหนูๆ และคนรักหมา กับ มะหมา 4 ขาครับ สามารถกลบกระแสเกย์หายไปกับปั๊มร้างจนค่าย NGR มีกำลังใจ และกำลังทรัพย์จะสร้างหนังเรื่องต่อไป ค่ายอาร์.เอส. ไม่ยอมแพ้ เพราะเฮียฮ้อสั่งแผนต้องเป็นแชมป์ให้ได้ทุกไตรมาส จึงส่งผลงานการันตีความฮาสาด และโชว์ความเก๋าเกมส่งหนังลงโรงช่วงสงกรานต์ที่ไม่มีใครกล้าเอาหนังมาเสี่ยง แต่ เมล์นรก หมวยยกล้อ ทำรายได้ถล่มถลาย ทางพระนครกลัวหลุดวงโคจรจึงต้องเข็น เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย ์ ที่ดึงคุณนุ่น วรนุช กับคุณเขตต์ ฐานทัพ อดีตคู่ขวัญ ดาราช่อง7 มาให้แฟนๆจากละครน้ำเน่าน้ำดีตามมาเชียร์ สุดท้าย Me Myself (โมโนฟิล์ม) ที่ขอขายผู้กำกับ คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ คนคุณภาพ กับเรื่องตีแพร่สังคมเกย์ ซึ่งก็ได้รับแรงเชียร์จากคนทีวีไม่น้อย
สำหรับสี่เดือนแรกนี้ ช่วงมีนาคมถือว่าการแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดมากสำหรับค่ายต่างๆ ทุกกลยุทธ์ถูกนำออกมาใช้ ทั้งข่าวดี และข่าวค(ร)าว เพื่อขอแย่งชิงพื้นที่ตลาดหนังไทยกัน ไตรมาสแรกนี้จะเห็นว่าแต่ละค่ายเริ่มรู้แล้วว่า ส่วนใหญ่และเพื่อส่งผลดีต่อในอนาคต ควรจะเก็บรายได้ภายในประเทศก่อน หนังส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมาจึงเน้นเป้าหมายตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ความนิยมของผู้ชมส่วนใหญ่นอกจากหนังฟอร์มยักษ์อย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรทั้งสองภาคแล้ว ผู้ชมก็ยังเลือกดูหนังตลก เบาสมอง และหนังแปลกใหม่อย่าง มะหมาสี่ขาครับ มากกว่า แต่จากแนวโน้มดังกล่าวผู้เขียนคิดว่า ถ้ามีหนังที่พล๊อตที่น่าสนใจ เป็นเรื่องใกล้ตัว แต่หลายคนมองข้ามไป ก็น่าจะได้รับความสนใจเช่นกัน
หลังจากจบสี่เดือนแรกนี้ ทำให้มองได้ถึงหนังตลอดทั้งปีที่ค่ายหนังแต่ละค่ายต้องปรับกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อที่จะส่งหนังเข้าโรงแล้วให้มีคนดู แหล่งข่าวจากค่ายใบโพธิ์เผยว่า เตรียมเลื่อนหลายโปรเจคไปฉายในปีหน้า อย่างเรื่อง สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา ของคุณปี๊ด ธนิตย์ ที่คาดว่าถ้าหนังออกมาปีนี้คงทำการตลาดค่อนข้างลำบาก หรือแม้แต่แหล่งข่าวด้านไฟว์สตาร์ก็ยังเผยว่าจะมุ่งเน้นตลาดไทย ส่งหนังที่ทำเงินง่าย และแน่นอนออกมาก่อน
ท้ายนี้ผู้เขียนหวังว่า ผู้ผลิตจะส่งงานที่มีคุณภาพออกสู่สาธารณะมากขึ้น และหวังไปกว่านั้นคือผู้ชมก็จะชมหนังไทยกันมากขึ้น ขอให้ผู้ชมให้โอกาส และเฝ้ามอง ติดตามหนังไทยต่อไป และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหลาย
* ข้อมูลรายได้หนังนี้มาจากหลายที่ ( Flicks Magazine, Entertain Magazine, และผู้จัดจำหน่าย) ฉะนั้นจำนวนเงินเป็นการประมาณค่า อาจไม่แน่นอน |