|
สองเสียงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง !
Variety / รัสเซล เอ็ดเวิร์ดส์ คนนี้ี่ปรกติจะมาเทศกาลหนังกรุงเทพประจำ แต่ปีนี้ไม่มา เพราะเบอร์ลินสำคัญกว่า
Invisible Waves เรื่องของกรรมที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ บางเบา แต่ี่อาจทำให้คุณกระพริบตาได้เพียงครั้งคราว หนังของเป็นเอก รัตนเรืองเรื่องนี้เป็นที่ตั้งตารอคอยกันมากที่สุด หลังจาก Last Life in the Universe โดยกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของดาราขวัญใจชาวญี่ปุ่นอาซาโน่ ทาดาโนบุ และมือเลนส์ชั้นนำชาวออสซี่คริสโตเฟอร์ ดอยล์ เป็นการรวมตัวกันที่น่าพึงพอใจ เพื่อถ่ายทอดการมุ่งร้าย แทรกด้วยมุขตลกร้ายนิด ๆ หนังน่าจะทำเงินได้ดีในเอเชียและตามเวทีเทศกาลหนัง แต่อาจจะขายได้เฉพาะบางพื้นที่ในประเทศเจ้าของภาษาอังกฤษ
หนังเริ่มเรื่องไปตามสูตรของหนังฟิลม์นัวร์ เคียวจิ นักฆ่าที่แฝงตัวในคราบของกุ๊กชาวญี่ปุ่นในมาเก๊า กำลังเล็งปืนไปที่ชายคนหนึ่ง ขณะที่เซโกะ เมียของเจ้านายกำลังจะหลับนอนกับเขาเหมือนอย่างเคย แต่ปรากฏว่าเคียวจิวางยาพิษให้เธอกินเสีย เช้าวันรุ่งขึ้น วิวัฒน์ เจ้านายของเคียวจิปิดกิจการภัตตาคารที่เขาเคยทำงานลงเสีย
เคียวจินั่งเรือไปพักผ่อนที่ภูเก็ตตามการจัดการของเจ้านาย ขณะที่กำลังลงเรืออยู่นั้น เขารู้สึกว่ามีเงาของใครบางคนกำลังจ้องมองเขาอยู่ การเดินทางบนเรือที่เปรียบเสมือนภาพแห่งความฝันนี้ ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของหนังตลกและผลกระทำแห่งกรรมเลวที่เกิดขึ้นอย่างที่เห็นใน Barton Fink บรรยากาศแนวเสียดสีทำให้บทหนังของเรื่องดูเป็นปรัชญาชีวิตที่ค่อนข้างจะหนักเกินไป มีเพียงฉากที่เคียวจิพยายามแก้ปัญหาของตัวเองในห้องเคบินที่ผุพังเท่านั้นที่พอจะชวนเรียกเสียงหัวร่อได้บ้าง
เมื่อลงเรือ เคียวจิได้พบกับน้อย (คังแฮจุง) สาวผู้โดยสารคนงาม น้อยเอาใจใส่ดูแลลูกน้อยอย่างตั้งใจ ไม่มีสามีอยู่เคียงข้าง น้อยมีชีวิตสวยงามที่สมบูรณ์แบบอย่างที่เคียวจิไม่เคยมี
เคียวจิถูกตีและของถูกขโมย เขาเริ่มเข้ามาติดต่อกับ Lizard ผู้ติดตามนายวิวัฒน์ในเมืองไทย เคียวจิเพิ่งรู้ว่าอายุของเขาสั้นลงเรื่อย ๆ เพราะเจ้านายกำลังวางแผนจะฆ่าเขาเช่นกัน
วิธีการดำเนินเรื่องค่อนข้างช้า ขณะที่ปราบดา หยุ่น เปิดเผยจุดพล็อตสำคัญ ๆ ของเรื่องเพียงออกมาแบบแพล็ม ๆ ไม่ค่อยชัดเจน ฉากหลัง ๆ หลาย ๆ ฉากที่ภูเก็ตนั้นไม่ค่อยจำเป็นสำหรับหนังเท่าไรนัก
อาซาโน่ยังคงแข็งแรงสมกับบทที่เป็นแกนกลางของเรื่อง นักแสดงประกอบแต่ละคนก็เล่นได้ชวนให้เชื่อ ยกเว้นก็คังแฮจุง ที่เจออุปสรรคสำคัญที่พยายามจะถ่ายทอดภาษาอังกฤษออกมา แม้ว่าการเลือกเธอนำแสดงในหนังเรื่องนี้จะเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเรียกเงินสำหรับบริษัทซีเจเอ็นเตอร์เทนเมนท์ในเกาหลีใต้ก็ตาม แต่การแสดงอันงุ่มง่ามของเธอลดคุณค่าของหนังลงเสีย
การเคลื่อนของหนังค่อนข้างจะราบเรียบ และใช้มุมกล้องของดอยล์ได้อย่างมีประโยชน์ที่สุด ภาพหนังดูเป็นสีเทาและเกรนภาพหยาบ จังหวะดนตรีที่ช้า ๆ ของหนังและเต็มไปด้วยความรู้สึก (จากฝีมือของหัวลำโพง) เป็นองค์ประกอบสำคัญของหนังที่ทำให้หนังเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน

Hollywood Reporter เคิร์ก ฮันนี่คัท
ถ้าจาคส์ ตาติ นักแอ็บเสริดชาวฝรั่งเศสเกิดจะทำหนังแก็งค์สเตอร์เขย่าขวัญขึ้นมา หนังเรื่องนั้นคงจะต้องเหมือน Invisible Waves ของเป็นเอก รัตนเรืองอย่างแน่นอน มุมของหนังส่วนใหญ่จะเป็นมุขตลกที่ตัวละครนำอย่างเคียวจิ (นำแสดงโดยอาซาโน่ ทาดาโนบุ) เผชิญกับจุดบกพร่องต่าง ๆ ขณะนั่งเรือโดยสารไปยังที่ใดที่หนึ่ง มีการชักปืนออกมาบ้าง และทำให้คนตาย แต่เป็นเอกเน้นมุขตลกของชีวิตมนุษย์ มากกว่าจะเน้นจุดเขย่าขวัญของเรื่อง หนังน่าจะสร้างคลื่นไปยังเทศกาลหนังได้ ก่อนจะมีการซื้อขายกันเป็นกรณีพิเศษ
หนังเริ่มเรื่องตามรูปแบบของทริลเลอร์ แม้ว่าจะคลุมเครือในหลาย ๆ ตอน เคียวจิเป็นชาวต่างชาตที่พำนักอยู่ในอาณานิคมโปรตุเกสเก่า ....มาเก๊า ทุกวันเขาจะนั่งเรือไปทำงานเป็นหัวหน้ากุ๊กที่เกาะฮ่องกง คืนหนึ่งชู้รักของเขาแวะเข้ามาทานอาหารเย็นกับเขา ชู้รักผู้นี้เกิดเป็นเมียของเจ้านาย เธอถูกวางยาพิษตายในคืนนั้น ปรากฎว่าวิวัฒน์ เจ้านายของเคียวจิรู้เรื่องความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเข้า และเป็นคนสั่งให้เขาลงมือฆ่าเมียของตัวเองลงเสีย เพราะกลายเป็นอุปสรรคบางอย่าง
อาชญากรรมที่เกิดขึ้นทำให้เคียวจิเกิดอาการป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนเจ้านายต้องมอบของขวัญให้เขาไปเที่ยวที่เกาะภูเก็ต เมื่อถึงฉากเรือออกจากท่าเมื่อไร หนังก็เริ่มสนุกตอนนั้น ห้องที่น่าจะหรูหราของเคียวจิ กลับกลายเป็นห้องเล็กขนาดเท่าล็อกเกอร์ แถมยังอยู่ติดกับเครื่องจักรดังโฉ่งฉ่างอีก เตียงนอนที่ต้องใช้ดึงจากฝาพนักตีเด้งกลับอีก ฝักบัวกับอ่างน้ำก็ปล่อยน้ำไหลเอง วันหนึ่งเขายังถูกล็อคอยู่ในห้อง จนออกมาไม่ได้อีก
เคียวจิเจอหญิงลึกลับชื่อน้อย เธอมีลูกคนหนึ่ง แต่ไม่บอกว่าพ่อของเด็กเป็นใครหรืออยู่ที่ไหน เธอเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ กิริยาอาการเหมือนหญิงชอบเฟลิตกับหนุ่ม ๆ ขณะเดียวกันก็มีชายลึกลับคนหนึ่งที่เฝ้าตามเคียวจิเป็นเงาตามตัวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อถึงภูเก็ต เหตุการณ์ประหลาดก็ยังคงดำเนินต่อไป เรื่องที่ถือว่าโชคร้ายสุดเห็นจะเป็นเมื่อเขาถูกขโมยของที่โรงแรม เคียวจิถังแตก จนต้องโทรศัพท์หาเจ้านายซึ่งรับปากว่าจะช่วย ปรากฎว่าชายลึกลับผู้นั้นได้เปิดเผยตัวตนออกมาแล้วว่า เขาเป็นนักฆ่าที่ชอบคาราโอเกะ ได้รับการว่าจ้างจากวิวัฒน์ให้ไปฆ่าเคียวจิเสีย เคียวจิเพิ่งรู้ตัวว่าเจ้านายต้องการจะกำจัดเขาในวินาทีนั้นเอง
มีฉากไล่ล่าในภูเก็ตก่อนหนังกลับไปที่ฮ่องกงกับมาเก๊าอีกครั้ง ฉากเหล่านี้ไม่ค่อยจะสร้างความน่าเบิกบานใจให้เท่าไร บ่อยครั้งที่ทำให้มุขตลกดูงง ๆ สงสัยจะเป็นปรัชญามากเกินไป และฉากตลกดูไม่ขำขันในช่วงท้าย ๆ ของหนัง
อย่างไรก็ตาม Invisible Waves เป็นหนังตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์ของหนังกลุ่มแพนเอเชีย ใช้สถานที่ถ่ายทำในหลาย ๆ ที่ และนักแสดงจากหลาย ๆ แห่ง อาซาโน่แสดงมุขตลกแบบคีตัน (Keaton) ได้อย่างดี ลำบากกระเสือกกระสน แต่ก็ไม่เคยหลุดความเท่ห์ไปจากตัว พ่อครัวหัวป่าก์ในเรื่องคนนี้รู้สึกต่อการกระทำที่เป็นบาปของตัวเอง ก็เลยอาเจียนออกมาอยู่เรี่อย เคียวจิไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะแก้แค้นหรือไม่
คังแฮจุงให้ภาพนางเอกอินโนเซนท์ที่แฝงด้วยเล่ห์เหลี่ยมและรู้เรื่องได้อย่างดี ทูน หิรัญทรัพย์สร้างภาพหัวหน้าแก๊งค์ที่ดูอบอุ่น นักฆ่ามิทสุอิชิที่ดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา จะมีความสุขเฉพาะตอนร้องเพลงเท่านั้น ดารานักร้องมาเรีย คอร์เดโรเป็นเจ้าของบ้านที่เคียวจิเช่าอยู่ แสดงเสมือนเป็นคอรัสกรีก ที่ให้ภูมิปัญญาแบบโลกกลางเก่ากลางใหม่
ช่างภาพคริส ดอยล์ถ่ายภาพโดยใช้พาเลตที่ไม่เหมือนปรกติ ทำให้ฉากบนเรือดูเขียว เกาะฮ่องกงดูเหนือจริง และความมืดมนบนเกาะสวรรค์อย่างฮ่องกง
Screen แดน ไฟนารุ
Invisible Waves เป็นหนังประเภทที่คนชอบไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมถึงชอบหนังเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันหนังก็มีจุดบกพร่องหลาย ๆ จุดที่จะทำให้คนไม่ชอบเช่นกัน
หนังเกี่ยวกับการฆาตกรรม ความรู้สึกที่ผิด และการแก้แค้นที่ค่อนข้างจะคลุมเครือเรื่องนี้ มีวิธีการเล่าเรื่องที่ชวนให้นึกถึง ณองค์ ปิแอร์ เมลวิลล์อยู่ ผู้กำกับไทย เป็นเอก รัตนเรืองพยายามรวบรวมมุขขำขันที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับหนังเลยสักนิด อีกทั้งยังได้เสนอช่วงนาทีของการครุ่นคิดคำนึงอย่างเงียบ ๆ จากการวางกรอบภาพเป็นสีเทาและไร้เสียงของช่างภาพอย่างคริสโตเฟอร์ ดอยล์ ซึ่งวิธีนี้จะเล่าเรื่องหนังตามวิถีทางของมันเองด้วยการวางระยะใกล้ ๆ
แต่คนที่ไม่ชอบก็จะบอกว่าหนังไม่ได้บอกอะไรมากนัก มีแต่ยืดเวลาออกไป แถมการเล่าเรื่องบางตอนก็ดูยากที่จะติดตาม แต่นี่ก็ยังเป็นงานที่มีสไตล์การกำกับที่น่าสนใจและเป็นตัวของตัวเองหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็คชั่นที่แทบจะไม่เห็นบนจอ เป็นต้น
บางสิ่งบางอย่างที่เคยเป็นจุดเด่นของ Last Life In the Universe ได้ หายไป จากความร่วมมือของคนทั้งสาม อย่างดารานำอาซาโน่ ผู้กำกับเป็นเอก ช่างภาพคริส ดอยล์ Invisible Waves เป็นหนังที่ไม่ตื่นเต้นเท่าไรนัก
นี่เป็นหนังที่ต้องใช้ความอดทนสูง และค่อนข้างจะห่างไกลจากสิ่งที่ผู้ชมสมัยนี้คาดหวังไว้ หนังน่าจะไปได้กับบรรดาเทศกาลหนังและตามโรงภาพยนตร์อาร์ตเฮ้าส์ต่าง ๆ แต่อาจจะต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมากนอกเหนือไปกว่านี้
คิโยจิ กุ๊กชาวญี่ปุ่นประจำร้านอาหารในฮ่องกง ลักลอบเป็นชู้กับเมียเจ้านาย เพียงเพี่อที่จะถูกสั่งโดยเจ้านายของตัวเองให้ฆ่าเธอเสีย หลังจากนั้น เขาถูกส่งไปล่องเรือเที่ยวภูเก็ต ระหว่างทางได้รู้จักกับน้อยและลูกของเธอ ความสัมพันธ์ของทั้งสองท่าจะดูดี แต่ทั้งคู่ก็ได้แยกจากกันที่ท่าเรือ
เขาไปพักอยู่ที่เกสต์เฮ้าส์ราคาถูกแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะถูกขโมยของ คิโยจิติดต่อกับ Lizard สมุนมือรองของเจ้านายเขา ขณะที่เรื่องราวลำดับไปเรื่อย ๆ เรื่องราวที่ดูเหมือนจะเป็นอาชญากรรมได้กลายเป็นสำนึกแห่งศีลธรรม ชายที่กำลังมีความสุขน่าจะมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อมากกว่าจะดับสูญจากอดีตของเขา
ทาดาโนบุได้ถ่ายทอดเรื่องราว โดยแทบจะไม่มีการแสดงออกทางสีหน้าใด ๆ หรือมีแม้แต่รอยยิ้ม บางอย่างบางอย่างที่เป็นความรู้สึกผิด เหมือนกับเขาวงกตที่เขาเดินไปรอบลำเรือ
บทวิจารณ์ของคนไทย |