|
ดารามี เยื่อ อะไรบางอย่างที่ต่างจากคนทั่วไป เวลาเราเจอตัวจริง เขาเหมือนไม่ใช่คน เหมือนภาพในความคิด เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
ปราบดา หยุ่น
มติชนสุดสัปดาห์
|
| |
|
ไอ้เจ้าเยื่อดารานี้มันเป็นอย่างไรกัน ฉันเองก็ไม่รู้ ไม่ค่อยเข้าใจนัก ถ้าเนื้อเยื่อนี้มันหมายถึงความเป็นคนพิเศษแล้ว มันทำให้ฉันนึกถึงดาราคนหนึ่ง เจ้าเยื่อนี้มันจะสร้างขึ้นจากการบ่มเพาะในอาชีพของเขาหรือเปล่า มันใช่บางสิ่งบางอย่างที่ฉันเคยเห็นจากดาราชื่อดังก้องโลกอย่าง จอห์น ทราโวลต้า หรือไม่
ฉันไม่รู้หรอกว่าความเป็นดารามันเป็นอย่างไร แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นเขา ฉันยอมรับว่ามันมีรัศมีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่เราอยากเข้าใกล้
บางสิ่งบางอย่างที่บอกว่าพ่อคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เขาคือดาว
ดาว จรัสแสง ตั้งแต่การแต่งตัว อากัปกิริยา และที่สำคัญคือการวางตัว
ฉันมีโอกาสได้เจอจอห์น ทราโวลต้าสองครั้ง หนแรกที่เบอร์ลินในฐานะดารานำจากภาพยนตร์เรื่อง Get Shorty มาคู่กับดาราอารมณ์ดีอย่างแดนนี่ เดอวีโต้ หนสองมาพร้อมกับดาราคู่ชีวิตฌอนน์ เพนน์ กับโรบิน ไรท์ จากหนัง Shes So Lovely
เวลาจอห์นจะปรากฎตัวทีไร เขาใส่สูทมาอย่างเรียบร้อย ซึ่งผิดจากที่เคยคาดไว้สักเล็กน้อย ช่วยไม่ได้จริง ๆ ยังไงฉันก็ยังนึกถึงจอห์นในภาพกุ๊ยกวน ( ทีน ) จากหนัง Pulp Fiction อยู่ทุกที
แต่พอเจอตัวจริงเข้า บอกได้ว่าคนละเรื่อง
เขาเดินเข้ามาอย่างมั่นคง อกผายไหล่ผึ่งแบบคนมีบุคลิก เดินไปก็หันมาสบตาพวกเราอยู่เสมอ ใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ในทีตลอดเวลา รอยยิ้มที่ส่งประกายวับวาวจนเห็นไรฟัน มันเป็นการยิ้มจากหัวใจล้วน ๆ
เมื่อถึงตอนถ่ายรูป ความเป็นดารามืออาชีพมันอยู่ตรงนี้นี่เอง จอห์นจะหันมามองกล้องทันที เพื่อจะให้พวกเราได้ภาพที่ดีที่สุดของเขา
ใครเรียกชื่อ ก็หันไป พร้อมเก๊กท่าให้ถ่ายรูป แถมส่งรอยยิ้มให้เป็นระยะ
ฉันว่าความเป็นดารามืออาชีพมันต่างกันตรงนี้ ไม่รู้สิ เจอคนดังก้องโลกมามากมาย ฉันพบว่าเหล่าดาราดังของโลกทั้งหลายเขา็จะรู้หน้าที่ รู้จักแม้กระทั่งจะส่งรอยยิ้มอย่างพองาม ไม่มากเกินไปจนเป็นยิ้มแฉ่ง และไม่น้อยเกินไปจนเป็นหน้าบึ้ง ลักษณะอย่างนี้มักจะพบเห็นในดาราดังก้องโลก อย่างจอห์น ทราโวลต้า คิม บาซิงเจอร์ เดนนิส ฮอปเปอร์
ในระหว่างการแถลงข่าว จอห์นจะตั้งใจฟังคำถามของพวกเรา ด้วยรอยยิ้มที่ยังคงมีอยู่เสมอ บางครั้งเขาเอามือกุมปากเหมือนกับขวยเขินอะไรอย่างนั้น
อดรนทนไม่ไหว นักข่าวบางคนลุกขึ้นมาถามจอห์นอย่างดื้อ ๆ ว่า ทำไมตัวจริงคุณไม่เหมือนกับหนังที่คุณเล่นเลย
จอห์นก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกครับ ก็เพียงแค่บทบาทในหนังเท่านั้น อีกอย่างผมตื่นเต้นที่ได้พบกับพวกคุณเท่านั้นเอง แล้วก็โปรยยิ้มให้สาว ๆ ที่นั่งข้างหน้า
. ว่าเข้าไปนั่น
ความเป็นดาราของจอห์นยิ่งถูกเปรียบเทียบให้เห็นชัดขึ้นในเวลาอีกหลายปีต่อมา เมื่อเขาปรากฎตัวคู่กับฌอนน์ เพนน์ และโรบิน ไรท์ ขณะที่สองคนหลังเดินเข้ามาแบบหน้าบอกบุญไม่รับ แต่จอห์นของเรายิ้มแย้มแจ่มใส และหันไปมองกล้องเหมือนเดิม
เพราะนิสัยที่น่ารักแบบนี้ ทำให้คนกรูเข้าไปขอลายเซ็นจอห์นมากกว่าเพื่อน ฉัันเองเคยได้ลายเซ็นเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เบอร์ลิน พอมาครั้งที่สอง ก็เลยวิ่งไปขอคนอื่นแทน
คนวิ่งเข้าไปขอลายเซ็นจอห์นเยอะมาก จนเขาอยู่ในห้องเป็นคนสุดท้าย ฉันเองได้ลายเซ็นทุกคนหมดแล้ว ก็เลยกลับมาที่โต๊ะ
เห็นจอห์นยังนั่งอยู่ คิดว่าดีกว่าอยู่เปล่า ๆ น่าจะเอารูปของเขาให้เซ็นด้วย เพราะลายเซ็นครั้งแรกเก็บรวมไว้ในสมุด ถ้ามีลายเซ็นพร้อมรูป จะได้เอามาใส่กรอบ
เสียเวลาหารูปนานไปหน่อย หันมาอีกที เขาลุกจากที่นั่งพอดี
พรรคพวกบ้าลายเซ็นต์ก็หายกันไปหมด เหลือเราอยู่หน้าเวทีเพียงคนเดียว แถมบอดี้การ์ดห้อมล้อมพระเอกของเราจนดูน่ากลัว
จะทิ้งโอกาสไปเสียก็กระไรอยู่ เอาล่ะนะ คนเดียวก็คนเดียว อยู่ใกล้กันแค่นี้ เดี๋ยวจะต้องมาเสียใจภายหลังแน่ ก็เลยตัดสินใจหลับตายื่นรูปออกไปให้รู้แล้วรู้รอด
แล้วแต่ฟ้าจะประทานความเมตตา
บอกแล้วว่า จอห์นมีความเป็นดาราสูงมาก
..
เขาเหลือบมาเห็นฉันเข้า เห็นฉันกำลังถือรูปของเขาอยู่ เขาหันไปถามหาปากกากับพรรคพวก
"Where is the pen? Who's got the pen?" (ปากกาอยู่ไหน ใครมีปากกาบ้าง)
ฉันยื่นปากกาออกไปทันที
ทีเด็ดมันอยู่ตอนส่งกลับนี้สิ คุณรู้ไหมมันเกิดอะไรขึ้น
เขาสบตา แล้วยิ้มให้ !
วันนั้นใครบางคนเดินตัวลอยอาการไม่แตกต่างจากคนบ้านัก เพราะใครคนนั้นหยิบรูปขึ้นมาดูทั้งวัน แล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว
.
เรื่องราวและรูปทั้งหมดนี้คัดมาจากตอนหนึ่งของ "หนังสือส่วนตัว" ซึ่งได้มีการจดลิขสิทธิ์ไว้แล้ว
|