สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
อีติ๋มตายแน่
หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย
บ้านผีปอบ 2008
โปรแกรมหน้า
ปืนใหญ่จอมสลัด
23 ตุลาคม
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
30 ตุลาคม
ห้าแถว
13 พฤศจิกายน
Bitter Sweet
20 - 30 พฤศจิกายน
ฝัน หวาน อาย จูบ
27 พฤศจิกายน
POPULAR

หนังไทยในคิวบา

 

28 October 2005                 

   
 

เกริ่นไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทางไปคิวบาเมื่อต้นมิถุนาที่ผ่านมา ว่าจะเขียนรายงานเรื่องนี้ให้แฟนเว็บได้อ่าน ได้ชม

แต่เมื่อไปถึงที่นั่น ก็พบว่า บทรายงานเพียงชิ้นเดียวมันไม่่เพียงพอสำหรับประเทศนี้เสียแล้ว คิวบามีอะไรมากมายเกินกว่าี่จะสรุปในงานหนึ่งชิ้น

คิวบาเป็นประเทศที่สร้างแรงบันดาลใจ มิฉะนั้นแล้ว นักเขียนดังอย่าง เฮมมิ่งเวย์ หรือการ์เบรียล มาร์เควซ ต่างจะเคยไปใช้ชีวิตช่วงหนึ่งอยู่ที่นั่น รวมทั้งนักเขียนสมัครเล่นมือดี  แต่ไม่ได้เขียนงานมากนัก เพราะต้องอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการปฎิวัตินาม

เช กูวาร่า

ด้วยเหตุนี้ บทรายงานตามเจตนาเดิมเพียงชิ้นเดียว จึงได้ขยายเป็น 12 บท เมื่อมันเป็นเรื่องยาว บก . สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ให้ความสนใจที่จะตีพิมพ์ โดยลงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  

ตอนที่เกี่ยวกับหนังไทยจริง ๆ อยู่ในตอนที่สาม ซึ่งตีพิมพ์ไปแล้ว ขณะนี้เ็ป็นตอนที่ 4 ซึ่งเป็นการตะลุยสู่พื้นที่มากกว่า

อยากให้อ่านตอนที่ 8 เรื่อง ที่ตรงนี้ของคนชื่อเช กูวาร่า  เพราะถอดหัวใจเขียน และพูดถึงสิ่งที่คนสมัยนี้จะไม่พูดถึงกันแล้ว  เรื่องการพัฒนาสังคมค่ะ

ถ้าคุณสนใจก็ลองอ่านดูก็แล้วกัน จะมีข่าวดีมาบอกในเร็ว ๆ นี้อีกด้วยค่ะ

 

 

หนังไทยในคิวบา

 

 

 

โปสเตอร์หนังประดับเต็มฝาผนังและเพดาน ณ หอภาพยนตร์คิวบา


          ฉันเตรียมหนังไทยกว่าสิบเรื่อง ทั้งหนังสั้นหนังยาว พร้อมหนังจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ทางโรงเรียนเลือกหนังเพียงแค่ 5 เรื่อง ฉายวันละเรื่อง เพราะบอกเขาว่าจะอยู่แค่อาทิตย์เดียว เขาต้องการให้อยู่ต่ออีกอาทิตย์ แต่ฉันบอกกล่าวศาลา ด้วยความอยากเที่ยวใจจะขาด ไม่อยากอยู่ต่อเพื่อฉายหนังอย่างเดียว แต่ฉันนำหนังไทยจำนวนหนึ่งไปบริจาคไว้ในห้องสมุดของโรงเรียน เผื่อนักเรียนสนใจอยากดูต่อ

          เราตกลงกันไว้ว่าจะฉายหนังตอนสองทุ่มครึ่ง คืนละเรื่อง ต่อด้วยรายการถามตอบ แต่เอาเข้าจริงแล้วกว่าจะเริ่มกันได้ก็สามทุ่มโน่น อาจารย์ฮอเฮะ หัวหน้าแผนกภาพยนตร์เกริ่นอย่างน่าสนใจว่า “ฉายตามเวลาคิวบา” ฉันหัวเราะ อย่างนี้เมืองไทยดีกว่านะ ยังไงเราก็ไม่เริ่มงานสายไปตั้งครึ่งชั่วโมง

          หนังทั้ง 5 เรื่องที่เลือกไว้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เริ่มจาก นางนาก ของนนทรีย์ นิมิบุตร ถูกเลือกเพราะนนทรีย์เป็นผู้กำกับคนแรกที่เปลี่ยนแปลงหนังไทยเข้าสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า New Thai Cinema นางนากเองยังสะท้อนให้เห็นความยอดนิยมของหนังผีในไทยและเอเชีย

          วันที่สองฉาย เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล ของเป็นเอก รัตนเรือง เลือก เพราะเขาคือหนึ่งในผู้กำกับแนวหน้าของไทย และหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ไปเวนิซ

          วันที่สาม ทางโรงเรียนเลือก สุริโยไท เวอร์ชั่นคอปโปล่า เลือกเพราะชื่อคอปโปล่าแท้ ๆ ประกอบหนังเองก็ถือเป็นประวัติศาสตร์ของไทย

          วันที่สี่ ฉาย สัตว์ประหลาด ของอภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล เพราะเขาเป็นผู้กำกับอินดี้คนเดียวที่ทำหนังยาวโดยไม่อาศัยทุนในบ้าน และเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่คว้ารางวัลจากเทศกาลหนังเมืองคานส์

          วันสุดท้ายเป็น ฟ้าทะลายโจร เพราะเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ได้ไปเมืองคานส์

          ปรากฏว่าเรื่องที่คนชอบก็คงจะหนีไม่พ้นหนังรางวัลอย่าง เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล  สัตว์ประหลาด และฟ้าทะลายโจร หนังอันไม่เป็นที่ประทับใจของคนไทยเอาเสียเลย แต่ก็ไม่ต้องแปลกใจ คนดูที่นั่นเขาต่างรับหนังทั้งสามเรื่องได้ดี เพราะผู้ชมส่วนใหญ่จะเป็นครูหรือนักเรียนหนังโดยตรง พวกนี้จึงชอบหนังอาร์ต และคุ้นเคยกับการดูหนังดูยากได้ หนังทั้งสามเรื่องจึงเป็นขวัญใจประชาชนไป

         

 

 

ร้านกาแฟที่หาได้ยากมากในคิวบา  ในรูปเป็นร้านกาแฟที่ซีเนมาเธค ตั้งชื่อตามหนังเกย์คิวบาชื่อดัง Strawberries & Chocolate

          สำหรับหนังกู้หน้าเมืองไทยในคานส์อย่าง สัตว์ประหลาด นั้น ปรากฎว่ามีคนชอบกับเฉย ๆ ฉันเกริ่นให้นักเรียนฟังว่า ตอนประกวดที่เมืองคานส์นั้น กระแสตอบรับหนังเรื่องนี้แบ่งเป็นขาวดำอย่างชัดเจน พวกที่ชอบก็จะชอบมาก พวกที่ไม่ชอบก็ไม่ชอบเอามาก ๆ เลย แต่นักวิจารณ์ฝรั่งเศสชอบ ขนาดนิตยสารตำนานอย่าง กาแยร์ ดูร์ ซีเนม่า ยังยกย่องให้เป็นหนังที่ดีที่สุดแห่งปี

          ฮอเฮะบอกติดตลกว่า หนังจบแล้วให้นักเรียนเลือกที่นั่งว่าจะเป็นกลุ่มชอบหรือไม่ชอบ

          ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างนั้นอย่างชัดเจน แต่มีคนดูจำนวนหนึ่งที่หลับสนิท ขนาดครูต้องเข้าไปปลุกเลยก็มี

          ฉันถามนักเรียนว่า ตีความหนังเรื่องนี้ไว้อย่างไรกัน นักเรียนสาวจากบราซิลตอบว่า ตัวละครสองคนมองความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเพียงภาพมายาที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ครึ่งหลังของเรื่องจึงนำเอาตำนานพื้นบ้านเรื่องเสือสมิงมาเปรียบเทียบ

          บางคนตั้งคำถามกับสภาพความเป็นเกย์ในเมืองไทย เขาถามว่าเกย์เป็นที่ยอมรับในเมืองไทยจริงหรือ เป็นไปได้ไหมที่จะมองว่าทั้งสองต้องไปอยู่ป่าเพราะสังคมยังไม่ยอมรับ

          นักเรียนถามต่อว่า คนดูไทยมีการตอบรับหนังไทยเรื่องนี้กันอย่างไร

          ฉันบอกว่า หนังเรื่องนี้ถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอิทธิพล หนังเข้าฉายโรงหนังไม่กี่แห่ง ในช่วงที่ไม่มีใครอยากออกมาดูหนัง เพราะติดถ่ายทอดฟุตบอลโลก แถมตัวหนังเองก็ไม่ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายงานเทศกาลหนังกรุงเทพ เพราะผู้มีอิทธิพลใช้อำนาจเตะหนังเรื่องนี้ออก จนเป็นที่ข้องใจของชาวต่างชาติที่มาเทศกาลนี้กัน

          หลายคนได้แต่ส่ายหน้า

          หนังที่คนดูเดินออกมากที่สุดเห็นจะเป็น สุริโยไท อาจจะเป็นเพราะฉันเตือนไว้ล่วงหน้าเรื่องความยาวของหนัง

          สิ่งที่คนสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นบทบาทของคอปโปล่าต่อหนังเรื่องนี้ เพราะเครดิตเขาขึ้นเป็น executive producer

          ฉันบอกว่าคอปโปล่าสามารถสั่งให้ถ่ายใหม่อยู่หลายฉาก ตัดต่อใหม่ทั้งหมด เขาตัดหนังทิ้งไปเยอะ

          บรูซบอกว่าหนังไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้ อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้ว่าคนไทยทำหนังมหากาพย์ได้ “ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ Alexander” เขากล่าว

          สำหรับ เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล นักเรียนสาวจากปานามาฝากบอกผู้กำกับว่า “ฉันชอบหนังเรื่องนี้มาก”

          แต่มีอยู่หลายตอนที่คนดูไม่เข้าใจ ถามว่าทำไมนางเอกของเรื่องต้องไปญี่ปุ่น ฉันเลยต้องขยายความว่า จริง ๆ แล้วนางเอกหนังเรื่องนี้เป็นโสเภณี แล้วผู้หญิงไทยอาชีพนี้หนีไปทำงานที่ญี่ปุ่นหลายคน”

          คนที่มาดูหนังมักจะเป็นคนกลุ่มหน้าเดิมอยู่ทุกวัน แล้วก็นั่งต่อในช่วงตอบคำถาม บางคนสนใจขนาดขอร้องให้ฉันส่งดีวีดีหนังไทยเรื่องอื่น ๆ มาอีก

 

เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น อารมณ์เช่นนี้มักจะเกิดขึ้นตามมาเสมอ

          หนึ่งวันก่อนฉันกลับ ทางโรงเรียนนัดฉันให้ทานอาหาร ร่วมกับ หนึ่งในคณะผู้ก่อตั้ง ฮูเลีย การ์เซีย เอสปิโนซ่า (Julio Garcia Espinosa)

          เมื่อได้มาถึงที่นี่ ฉันถึงได้รู้ว่ากลุ่มประเทศละตินอเมริกาเขาจะช่วยกันธำรงรักษาวัฒนธรรมของพวกเขากันมาก พยายามเผยแพร่เอกลักษณ์ให้รู้จักกันไปทั่วโลก และนี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การ์เบรียล มาร์เควซเป็นบุคคลสำคัญทางประเทศแถบนี้ ไม่ใช่เพียงเฉพาะประเทศต้นกำเนิดอย่างโคลัมโบเท่านั้น แต่ทั่วละตินอเมริกา เพราะกาโบ้แกเป็นนักเขียนคนแรกที่ทำให้งานวรรณกรรมละตินอเมริกาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกนั่นเอง

          เช่นเดียวกับฮูเลีย เอสปิโนซ่า เขาเป็นบุคคลที่มีความสำคัญทั้งต่อวงการภาพยนตร์ในคิวบาและละตินอเมริกา นอกจากจะเป็นเจ้าของผลงานหนังคลาสิคแล้ว (เรื่อง Adventures of Juan Quinqun, 1967) ฮูเลียยังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันภาพยนตร์และศิลปะแห่งคิวบา (Cuban Institute of the Art and the Film Industry) รวมทั้งโรงเรียนแห่งนี้

          เขาแสดงความทึ่งออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าเราสร้างหนังปีละ 60-70 เรื่อง โดยไม่มีกองทุนจากรัฐบาลสนับสนุนเลย เขาบอกฉันว่าตอนนี้คิวบามีหนังแค่ปีละ 5-6 เรื่อง เป็นหนังที่ลงทุนจากเมืองนอกทั้งหมด โดยมีหนังเกย์เรื่องดัง Strawberries & Chocolate สร้างชื่อให้ประเทศมากที่สุด ทุกวันนี้ร้านค้าต่าง ๆ ก็เอาชื่อหนังไปตั้งชื่อร้านอยู่หลายแห่ง แม้แต่ร้านกาแฟในซีเนมาเธ็คที่เมืองหลวงก็ใช้ชื่อนี้

          ฉันถามค่าตั๋วหนังราคาเท่าไร

          “ประมาณ 5 เปโซ (7.50 บาท)"
          “ฉันเข้าไปดูจะได้ไหม”

          อัลเบอร์โต ล่ามประจำตัวทำท่าตกใจ เขาไม่อยากให้ฉันเข้าไป บอกว่ามันน่ากลัว หน้าตาแสดงอาการคัดค้านอย่างเต็มที่ เหมือนกับตอนที่ฉันบอกว่าจะขึ้นรถเมล์

          “อย่าไปเลย ” เขากล่าว
          ฉันอมยิ้มอยู่ในใจ “ไม่ไปก็ได้ ”

          ฉันบอกผู้กำกับว่า ฉันทึ่งมากที่โรงหนังแห่งแรกของคิวบายังอยู่รอดได้จนถึงทุกวันนี้ ของฉันที่เมืองไทยไม่เหลือหรอแล้ว

          โรงหนังที่ว่าชื่อ เพเร่ต์ (Payret) สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อนโน่น … ปี 1897 สองปีหลังจากที่พี่น้องลูมิแอร์ชาวฝรั่งเศส ฉายหนังเป็นครั้งแรกของโลกที่ปารีส และโรงหนังแห่งนี้ ก็ยังคงฉายหนังอยู่จนถึงทุกวันนี้

          ฮูเลียเพิ่งรู้ว่าเมืองไทยมีมหาวิทยาลัยสอนทำหนังระดับปริญญาตรีถึง 4 แห่ง จึงกล่าวอย่างเป็นนัย ๆ ว่า

          “ผมหวังว่ามิตรภาพของเราคงจะไม่ได้จบอยู่เพียงแค่นี้”

          ฉันบอกว่า ถ้าช่วยอะไรได้ก็ให้บอก ชี้แนะไปว่าขอให้มองหนังเอเชียประเทศอื่นด้วย เพราะหนังเอเชียที่กำลังดังตอนนี้ก็มีหนังไทยกับเกาหลีใต้ ตามมาด้วยหนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          วิคเตอร์เคยบอกกับฉันว่า อนาคตอาจจะให้มีการแลกเปลี่ยนนักเรียนกัน ที่นี่เคยมีนักเรียนจากเอเชียมาเรียนอยู่ 3 คน เป็นญี่ปุ่นชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งมาเรียนที่นี่โดยไม่รู้ว่าเขาใช้ภาษาสเปนกัน มาแล้วก็ต้องหาล่ามกันยกใหญ่

          อีกสามคนเป็นนักเรียนจากเวียดนาม เป็นสัมพันธมิตรร่วมอุดมการณ์คอมมิวนิสต์เหมือนกัน

          เขาคงไม่คาดคิดว่าหนังไทยจะเจริญขนาดนี้ แค่บอกจำนวนหนังไทยที่ฉายในแต่ละปี เขาก็พยักหน้าทึ่งอยู่หลายครั้ง ยิ่งรู้ความจริงว่าเราสามารถทำหนังโดยไม่มีทุนจากรัฐบาลเลย เขายิ่งทึ่งขึ้นไปอีก

          แต่เรื่องจะให้นักเรียนไทยมาที่นี่ ฉันเริ่มสงสัย ก็เด็กบ้านเราสมัยนี้ชอบความเจริญ ไอ้ประเภททนความลำบากมีอยู่กันน้อย ยกเว้นพวกคิดอะไรแปลก ๆ ถึงจะยอมมาเรียนที่นี่กัน

          ฉันรู้ว่ามีคนไทยเคยไปเรียนหนังที่รัสเซีย กับสาธารณรัฐเช็ค แต่ก็ไม่เคยเห็นคนเหล่านั้นเข้าสู่วงการหนังไทยจนถึงทุกวันนี้

          ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครที่ชอบความแปลก มาเรียนหนังที่คิวบาบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้

 
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.