สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
หนังกำลังฉาย
แผลเก่า
 
 
ฝากไว้ ....ในกายเธอ
 
โปรแกรมหน้า

 
จันดารา
  LINK : เมนู จันดาราปฐมบท หน้าแรก จันดาราปัจฉิมบท
 
Share |
Print   
   
 

จัน ดารา (มาริโอ้ เมาเร่อ)



“ขอให้คุณหลวงพึงสำเหนียกเอาไว้ว่า ผม...จัน ดารา เป็นเจ้าของบ้านนี้แต่เพียงผู้เดียว คุณหลวงเป็นเพียงผู้อาศัยไม่ต่างจากบ่าวคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นจงเจียมกะลาหัวเอาไว้ว่าจะโดนเฉดหัวออกไปจากบ้านเมื่อไหร่ มันก็สุดแต่ใจของเจ้าของบ้าน และจงจำเอาไว้ว่า มึงต้องเรียกกูว่า คุณจัน ไหนลองเรียกซิ...”

“สำหรับบทร้ายครั้งแรกของโอ้ มันค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะว่ามันละเอียด และสิ่งที่จันได้เคยเจอมา จันก็ทำตามผู้ใหญ่ด้วย แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกว่า สิ่งที่เขาถูกกระทำมาตั้งแต่ภาคแรกมันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะเจอ ชีวิตเขาไม่ควรจะเจอแบบนี้ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้สึกว่าทำไมเขาต้องถูกทำร้าย ถูกทารุณอะไรอย่างนี้ เหมือนทุกอย่างมารวมกัน ทั้ง 2 อย่าง ทั้งสิ่งที่ผู้ใหญ่บอก ทั้งสิ่งที่อยู่ในใจของจันด้วย ก็เลยทำให้จันต้องทำอะไรต่างๆ ที่ร้ายแรงลงไป และแรงขึ้นๆ เรื่อยๆ จนผลสุดท้ายแล้ว สิ่งที่จันทำกับคุณหลวงก็แรงกว่าที่คุณหลวงเคยทำกับจันซะอีกครับ

โอ้รับรองเลยว่าจันดารา ปัจฉิมบทจะเข้มข้นขึ้นทั้งเนื้อหาและการแสดง ฉากใหญ่ต่างๆ ทั้งเลิฟซีนสวยงาม ฉากสงครามอันโหดร้าย ฉากดราม่าที่จะเห็นด้านที่อบอุ่นที่แท้จริงของจัน ความร้ายกาจของจันและคุณหลวงที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าการแก้แค้นทวงคืนอะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายมันก็ไม่ได้ให้ผลดีกับใครเลย ใครทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้นจริงๆ เป็นหนังที่ดูสนุกแล้วก็มีข้อคิดแฝงอยู่ในนั้นเยอะแยะมากมาย เลิฟซีนก็เป็นไปตามบทบาทครับ สำหรับโอ้เรื่องนี้ถือว่าเป็นบทที่ท้าทายตัวเองมากๆ ถือเป็นก้าวใหญ่ก้าวหนึ่งสำหรับอาชีพการแสดงของโอ้เลยครับ”

เคน กระทิงทอง (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต)

“ผมเคยได้ยินมาว่าความสุขในชีวิตมนุษย์เรามันแสนสั้น เหมือนกับชั่วกะพริบตาเมื่อเทียบกับอายุขัยของคนปกติ มันก็เห็นจะจริง เพราะสิ่งที่สยดสยองหัวใจของทุกคนในบ้านนี้ก็เกิดขึ้น...”

“สำหรับภาคนี้ ผมบอกได้เลยว่าคาแร็คเตอร์ทุกตัวละครไม่ว่าจะเป็นตัวไอ้เคน คุณจัน คุณบุญเลื่อง คุณท้าวยาย คุณหลวง น้าวาด คุณแก้ว ทุกคนจะมีการพลิกคาแร็คเตอร์จากหน้ามือเป็นหลังมือทุกคนเลย เรื่องราวต่างๆ ก็จะเป็นวัฏจักรกงเกวียนกำเกวียนของชีวิตคนที่มีการเกิดแก่เจ็บตาย มีการแก้แค้น มีการแย่งชิงอำนาจ มีการเมืองเล็กๆ ภายในบ้าน หรือว่าความรักระหว่างเพื่อนก็ยังมีอยู่ คือเนื้อเรื่องมันจะเข้มข้นมาก รวมไปถึงฉากสงครามที่ใหญ่มาก พูดได้เลยว่าครบรสมากทั้งดราม่าสุดๆ เคล้าน้ำตา มีแอ็คชั่น มีฉากเลิฟซีน ความอลังการของฉาก ความสวยงามของภาพ คอเมดี้เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังมีอยู่ ครบรสมากยิ่งขึ้นกว่าภาคปฐมบทแน่นอน

แง่คิดต่างๆ ที่จะได้จากเรื่องนี้ก็จะแตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าจุดไหนจะกระทบใจของตัวเอง เราเป็นคนเดียวที่รู้ว่านิสัยใจคอของเราจริงๆ แล้ว ในความลึกตื้นหนาบางของจิตใจเราเป็นคนยังไง เวลาไปชม อะไรที่ไปสะกิดจุดตรงนั้นได้ เราก็จะคิดได้ แต่ที่แน่ๆ หลักสำคัญที่ได้แน่นอนก็คือการแก้แค้น การบ้าอำนาจ การบ้าเงินทอง อะไรก็แล้วแต่ที่เห็นแก่ตัว มันทำให้ชีวิตของเราหรือว่าใครที่เป็นแบบนั้นแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด และก็ไม่ควรเอามาเป็นแบบอย่าง เราควรใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มันก็จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นแน่นอน อย่าไปยึดตามแบบของบางคาแร็คเตอร์ที่บ้าอำนาจ และพยายามที่จะแก้แค้นอย่างเดียวมันจะทำให้ชีวิตคุณดิ่งลงเหวไปเรื่อยๆ ครับ”

หลวงวิสนันท์เดชา (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์)

“กูขอบริษัทที่สิงคโปร์ไว้เท่านั้น เพราะกูกับคุณบี๋กำลังสร้างฐานการค้าระหว่างประเทศเอาไว้ น้ำหน้าอย่างมึงไม่มีวันทำได้หรอก...ไอ้จัน”

“ฟังแค่ชื่อเรื่องมันอาจจะสื่อไปทางด้านเซ็กส์อย่างที่เคยรู้จักกันมา แต่จริงๆ แล้วเนี่ยมันเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาสาระมาก การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว มันเป็นเรื่องของกรรม (การกระทำ) เป็นกงเกวียนกำเกวียนมากกว่าครับ

อีโรติกในเรื่องนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่นำไปสู่เรื่องราวต่างๆ มากกว่าที่จะไปเน้นย้ำว่าเราขายแต่เรื่องแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่เลย ผมเชื่อฝีมือหม่อมในการถ่ายทอดออกมาป็นภาพยนตร์คือมั่นใจว่ามันจะออกมาสวยงามมากกว่าเป็นเรื่องลามกแน่ๆ ถามว่าโป๊มั้ย โป๊ครับ เปลือยมั้ย เปลือยครับ ถอดมั้ย ถอดครับ แต่ว่าภาพที่ออกมาหม่อมจะช่วยตรงนี้มากครับก็เลยไว้ใจว่าไม่น่าเกลียดแน่นอน

ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่งที่หม่อมตั้งใจทำและนักแสดงทุกคนก็ตั้งใจแสดงมาก ผมว่ามันคุ้มค่าในการชมที่จะได้ทั้งสาระและความบันเทิงแน่นอนครับ”

 

คุณบุญเลื่อง (รฐา โพธิ์งาม)


“เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะจัน เปลี่ยนไปจนน่าใจหาย... คนเราจะรักคนอื่นไม่เป็นหรอกค่ะ ถ้าไม่หัดรักและเคารพตัวเองเสียก่อน...”

“คุณบุญเลื่องเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีความทุกข์ใดๆ เลย แต่พอมาภาคนี้เนี่ยสิ่งที่คุณบุญเลื่องปกปิดความลับมานาน มันทำให้เกิดผลเสียต่างๆ ตามมา เรียกได้ว่าเธอทำให้คนที่เธอรักมากที่สุดเสียใจ ดังนั้นจากคนที่ไม่เคยผิดหวังในชีวิต คนที่ไม่เคยมีความทุกข์ กลับพบกับความทุกข์ที่ตัวเองสร้างขึ้นเอง มันก็เลยเป็นจุดพลิกผันให้คุณบุญเลื่องในภาคนี้เจ็บและก็เสียใจ และทุกข์ที่สุดของที่สุด

แต่พอดูแล้วรู้สึกว่า คุณบุญเลื่องเป็นผู้หญิงที่เข้าใจโลกมากคนหนึ่ง และพร้อมที่จะให้โอกาสคนอื่น แม้กระทั่งให้โอกาสตัวเอง แล้วทุกคำพูดของคุณบุญเลื่องมันเป็นคำสอน มันมีคำหนึ่งที่หญิงชอบมาก คือ ‘คนเราจะรักคนอื่นไม่ได้เลย ถ้าไม่รู้จักรักและเคารพตัวเองเสียก่อน’ หญิงรู้สึกว่าจริง ถ้าเราไม่รักตัวเอง เราพร้อมที่จะไปรับไปเผื่อแผ่ให้ใครได้ที่ไหน บางคนรู้สึกว่าการรักตัวเองคือการเห็นแก่ตัว หญิงมองว่ามันไม่ใช่ มันต่างกัน การเห็นแก่ตัวคือการที่คุณไม่รักตัวเองต่างหาก หญิงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เจ๋งดี ถ้ามีโอกาสได้เจอกันจริงๆ คงดี

พูดถึงจัน ดาราแล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของอีโรติก เพราะทั้งหมดเขาใช้เซ็กส์เป็นสื่อในการนำเสนอเรื่องราว บอกถึงความรัก ความใคร่ การแก้แค้น ดังนั้นมันหนีไม่พ้นในเรื่องของเลิฟซีน ซึ่งแต่ละเลิฟซีนมันก็มีความสวยงาม ดูให้งามมันก็งาม ภาคนี้สำหรับคุณบุญเลื่องจะได้เห็นมากขึ้นจากภาคที่แล้วที่จะมีแค่ถูน้ำแข็ง ก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะนี่ก็เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิต แล้วก็เป็นอีโรติกที่เราเองก็ไม่เคยเล่นมาก่อน แต่สุดท้ายยังไงมันก็คืองาน แล้วก็มาถึงจุดนี้แล้วเราก็อยากให้ออกมาดี และอยากให้ภาพออกมาสวย ซึ่งภาพทั้งหมดหม่อมก็เป็นคนจัดให้ทั้งหมด ซึ่งที่ได้ดูแล้วก็ยอมรับค่ะว่าแรงที่สุดในชีวิต ก็ยังไม่เคยแสดงอะไรที่แรงขนาดนี้มาก่อน ถ้าไม่ใช่หม่อมก็คงจะไม่กล้าเล่น เพราะหม่อมทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ความโป๊ มันเป็นความสวยงามจริงๆ”

น้าวาด (บงกช คงมาลัย)

“นั่งลงซิจัน นับแต่นี้ต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของจันแต่ผู้เดียว”

“ในภาคนี้ก็จะเป็นเรื่องของบทสรุปต่างๆ ที่ทุกคนคิดว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ในภาคปฐมบท ก็ไปดูได้ในภาคปัจฉิมบทนี้จะมีคำตอบให้หมดเลย เพราะว่าทุกอย่างทุกกระทำที่เริ่มต้นในภาคแรกมีผลกับภาคที่สองอย่างมาก เพราะหม่อมเขาจะเล่าตั้งแต่ต้นจนจบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านวิสนันท์ก็เพราะความโลภ ทำให้ทุกคนต้องกลายเป็นความทุกข์ สุดท้ายแล้วมันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันเป็นสิ่งที่โกหกหมดเลย

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องของกรรม การทำกรรมร่วมกันก็จะได้ผลอย่างนี้ ทำให้ตั๊กมองเห็นว่าหม่อมเขากระโดดข้ามสิ่งที่เขาจะเผยแพร่ในเรื่องของธรรมะกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ได้ในแบบที่เป็นภาพยนตร์ แล้วพวกเราก็จะเห็นเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ไม่อยากให้พลาดชมกันค่ะ มาดูกันเยอะๆ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ที่ทุกคนได้ชมภาคแรกกัน แล้วทุกคนก็จะได้รู้ทุกคำตอบกับสิ่งที่คุณได้ดูไปในภาคสองนี้ ตั๊กเชื่อว่าทุกคนต้องอยากดูภาคสองค่ะ”

คุณแก้ว (โช นิชิโนะ)


“มึงอย่าหวังนะไอ้จัน ที่จะได้แตะแม้แต่ปลายตีนกู... ไม่ต้องมาขู่ กูไม่กลัวมึงหรอกไอ้จัญไร”

คุณแก้วกับดิฉันจะแตกต่างกันมากเลยค่ะ อย่างเวลาที่คุณแก้วโมโหหรือไม่แฮปปี้เนี่ย ทำให้เค้าโกรธมากๆ จนทำร้ายคนอื่นได้เลย แต่ตัวดิฉันไม่ได้เป็นแบบนี้ แต่ว่าเข้าใจว่าความโกรธของแก้วนั้นมาจากความมั่นใจของแก้วเอง แต่ว่านิสัยของดิฉันนะคะ ถ้ามีอะไรที่ไม่พอใจ จะพูดกันก่อน เข้าใจกันก่อน แล้วก็หยุดปัญหาค่ะ ไม่มีการทำร้ายกันค่ะ แต่มีข้อหนึ่งที่เห็นด้วยกับคุณแก้ว คือคุณแก้วกำลังหาความรัก หาคนที่รักเค้าจริง อันนี้ไม่น่าเป็นเค้าคนเดียว น่าจะเป็นเรื่องจริงสำหรับตัวดิฉันและคนทั้งโลกเลยค่ะ

เรื่องซีนอีโรติกเนี่ย ดิฉันคิดว่ามันเป็นความแตกต่างทางประเพณีและวัฒธรรมของไทยและญี่ปุ่นนะคะ เพราะที่ญี่ปุ่นเวลาถ่ายซีนอีโรติกจะเป็นเรื่องธรรมดามากค่ะ แต่ว่าที่เมืองไทยอาจจะไม่ค่อยมีเท่ากับญี่ปุ่น ก็รู้สึกแปลกใจว่าคนที่เล่นด้วยบางซีนจะค่อนข้างเขินอาย แต่ตัวดิฉันถือเป็นเรื่องปกติมาก แต่ว่าก็แฮปปี้มากที่ทุกคนเกรงใจและก็ดูแลดิฉันดีมากในซีนเหล่านี้ค่ะ

เนื้อหาในเรื่องนี้ก็สามารถดูได้ว่ามนุษย์เรามันจะมีหลายอารมณ์ทั้งเศร้า แฮปปี้ พอใจ มั่นใจ เห็นแก่ตัว บางทีแฮปปี้แป๊ปเดียวปุ๊บชีวิตก็อาจจะเปลี่ยนไปเหมือนลงนรกเลย เป็นสัจธรรมของชีวิต ใครทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้น เป็นธรรมชาติในชีวิตคนเราค่ะ”

ไฮซินธ์ (สาวิกา ไชยเดช)

“ฉันเองก็เข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่ใครก็ตามในโลกนี้จะทำใจได้ง่ายๆ ถ้าได้พบกับชะตากรรมในชีวิตเยี่ยงเธอ ซึ่งอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความเข้มแข็ง และความอดทนที่จะพาเราฝ่ามรสุมชีวิตในครั้งนี้ไปได้อย่างรอดปลอดภัย”

“กี้คิดว่าตัวละครทุกตัวของเรื่องนี้มันมีเสน่ห์ทุกตัวเลย ตัวละครของกี้เองเนี่ยหม่อมก็บอกว่า กี้เนี่ยเป็นรับเชิญพิเศษนะ คือบทที่เราเล่นมันมีสองตัวนะแต่จะแวบไปแวบมาอะไรอย่างนี้ แต่สองตัวนี้เนี่ยเป็นตัวหลักของเรื่องที่เป็นปม เป็นผู้หญิงที่จันรักมากที่สุด พูดแล้วก็ขนลุก ที่ยากก็คือเราจะต้องเล่นสองตัวนี้ให้มันแตกต่างกันนะ แล้วบนแผ่นฟิล์มด้วย หม่อมว่ามันเป็นอะไรที่ท้าทายกับการเป็นนักแสดง กี้ก็คิดว่าต้องเล่นให้ดีที่สุด เพราะว่าบทนี้มันเป็นบทที่สำคัญมากๆ

เรื่องนี้มันเป็นหนังที่มีอารมณ์และมุมมองที่หลากหลายของแต่ละคน ถ้าลองมาดูเรื่องนี้มันจะมีอะไรมากมายให้เห็นชีวิตมนุษย์มันไม่มีความแน่นอนเลยค่ะ มันมีทั้งความรัก ความแค้น ความใคร่ปะปนกันอยู่หลายๆ อย่างค่ะ มันให้อารมณ์หลากหลาย ได้ทั้งสาระและบันเทิงจริงๆ ค่ะ”

คุณขจร (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

“นี่มันอะไรกัน คุณแม่ไม่น่าเล่นบ้าๆ แบบนี้เลย แม่ไม่ต้องมาพูดอะไรอีกต่อไป ผมจะไม่ฟังอีกต่อไปแล้ว...”

““ในภาคปัจฉิมบทนี้มีความเข้มข้นขึ้นจากภาคปฐมบทแน่นอน จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างของบ้านวิสนันท์ เราไม่บอกว่าเป็นอะไรคุณต้องไปดูกันเอง และไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแค่ในบ้าน แต่มีการเปลี่ยนแปลงของตัวละครทุกตัวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปฐมบท คิดว่าทุกคนที่ได้ไปดูภาคแรกแล้วจะพลาดภาคนี้ไม่ได้แน่นอน เพราะว่ามันคือภาคต่อที่คุณต้องดูแล้วคุณจะเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นผลที่ตามมามันคืออะไร

ผมไม่อยากให้มองภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็นภาพยนตร์โป๊เปลือย แต่ว่ามันคือภาพยนตร์ที่น่าจะส่อให้เห็นและจะสื่อให้เห็นถึงความจริงในสังคมไทยที่มีมาเนิ่นนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรื่องของการปกครอง เรื่องของการใช้ชีวิตของคนในสมัยก่อน เรื่องของครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันอันดับหนึ่ง แล้วก็เรื่องความรักและเซ็กส์ที่เป็นเรื่องที่มีอยู่ทุกสมัย แต่ว่าพอกาลเวลาเปลี่ยนไป มันแค่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดมา ในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ แล้วคุณจะได้มุมมองในเรื่องของความรักอีกมุมมองหนึ่งเลยว่าคำว่าเซ็กส์ไม่ใช่แค่สนุกสนาน ไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันคือเกมการเมือง มันคือเกมในการปกครองคนในบ้านได้เลยซึ่งเราอาจจะไม่คิดว่าสมัยก่อนมี และผมเชื่อว่าคุณผู้ชมจะได้รับรู้ถึงความตั้งใจของนักแสดงทุกคน รวมถึงความสวยงามของฉาก ความสวยงามของภาพ ความสวยงามของอารมณ์ ของนักแสดง และท้ายที่สุดอยากให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับ ‘ความเป็นจันดารา’ แล้วคุณจะเข้าใจถ้าได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ”

คุณท้าวพิจิตรรักษา (รัดเกล้า อามระดิษ)

“อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป อย่าเอามาคิดให้รกสมอง จริงหรือไม่จริง ยายว่าหนูจันเจ้าขาของยายอยู่ที่นี่ให้สบายใจ สบายกายเถอะ แล้วเรายายหลานค่อยมาคิดหาหนทางแก้แค้นไอ้หลวงจัญไรนั่นให้สาสมจะดีกว่า ดีหรือไม่ดีล่ะหนูจันเจ้าขาของยาย”

ุคุณป้าของดารา พิจิตรวานิชแม่ของจัน เป็นผู้อาวุโสมากที่สุดในบ้านพิจิตรวานิชเป็นคนรักเกียรติภูมิของวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ จนสามารถกระทำการต่างๆ โดยไม่สนใจความถูกผิดเพื่อรักษาผลประโยชน์และทรัพย์สมบัติความร่ำรวยของตระกูลตนเองไว้

เป็นผู้หญิงแก่ที่หลงอำนาจและสร้างปมปัญหาต่างๆ ไว้มากมาย จนก่อให้เกิดความหายนะต่อคนรอบข้างได้อย่างน่าสะพรึงกลัว

“สารภาพตามตรงเลยว่ายาก เพราะจริงๆ เป็นคนรู้สึกอะไรก็จะทำออกไปตรงๆ ถ้าไม่ชอบก็คือจบ คนที่โกหกแม้กระทั่งตัวเองแล้วจะมีความสุขอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการที่เรามารับบทนี้รู้สึกยากมาก แต่เราก็ต้องคิดถึงเป้าหมายสูงสุดของตัวละครตัวนี้นั้นคือ จุดยึดเหนี่ยวของเรา ตัวเราเองพอได้ทำความเข้าใจกับตัวละครตัวนี้แล้วรู้สึกเห็นใจคุณท้าวมากๆและด้วยความที่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ต้องรักษาเกียรติยศและทรัพย์สมบัติของวงศ์ตระกูลไว้ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเองเลย แต่เราทำเพื่อรักษาและสืบทอดต่อให้ลูกหลานเพื่อให้วงศ์ตระกูลนี้อยู่ได้ ถ้าเรามองตัวคุณท้าวในมุมนี้เราจะเห็นว่าการกระทำของคุณท้าวไม่ผิดเลยเพราะเรารู้ถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดของตัวละครตัวนี้

ถ้ามองเบื้องหลังละครแต่ละตัวมองไปถึงภูมิหลัง มองไปถึงกรรมพันธุ์ว่าผู้ให้กำเนิดแต่ละคนคือใคร มองไปถึงสภาพแวดล้อมที่เขาเติบโตมาว่าเป็นบ้านแบบไหน พบเจอผู้ใหญ่คนที่เลี้ยงเขามาเป็นแบบไหน หรือแม้แต่สถานการณ์ที่เขาบีบบังคับต้องทำ เราจะพบว่าตัวละครแต่ละตัวแทบจะไม่มีใครผิดเลย ทุกคนทุกเหตุการณ์ที่ทำลงไปเพราะมีเหตุผล เมื่อเราเข้าใจในเหตุผลของเขา เขาก็เป็นมนุษย์ปถุชนทั่วไป และตัวละครก็จะเป็นบทเรียนในสังคมได้เป็นอย่างดี คิดว่าคนดูแล้วจะเข้าใจ อยากให้ดูแล้วเก็บไปคิดว่าคนทุกคนมีข้อด้อยข้อบกพร่องข้อเสียอยู่ในแต่ละคน และในขณะเดียวกันก็มีข้อดี ไม่มีใครหรอกจะเลวไปซะทั้งหมด แล้วไม่มีใครหรอกดีไปซะทั้งหมด ถ้าเราดูแล้วเรารู้สึกว่านี่แหละคือบทเรียนของเรา ถ้าเราไม่อยากเป็นแบบนั้นในบั้นปลายชีวิต เราก็ต้องอย่าทำแบบตัวละครตัวนั้น”

“ร้อยตำรวจเอกเรืองยศ” (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์)

“คุณจัน คุณมั่นใจแล้วหรือที่จะยอมรับความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับพ่อของคุณได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะทำให้คุณเจ็บปวดทรมานใจสักปานใดก็ตาม”

"การแสดงในเรื่องนี้ค่อนข้างจะละเอียดในการตีความ คือผมได้มีโอกาสเรียนกับหม่อมน้อย และได้คุยกับหม่อมว่าผมอยากร่วมงานกับหม่อมน้อยสักเรื่องหนึ่ง เป็นตัวประกอบก็ยังดี หม่อมก็เลยบรรจงมอบบทร้อยตำรวจเอกเรืองยศให้

ผมว่าความยากของการแสดงเรื่องนี้มันอยู่ที่ว่าเราเล่นกับอาจารย์ เป็นภาพยนตร์ที่อาจารย์กำกับ คือหม่อมเป็นคนที่ค่อนข้างมีความละเอียดสูงในเรื่องของการแสดง การตีความ ผมที่ออกในจอไม่กี่นาทีแต่ใช้เวลาการซ้อมนานเป็นเดือน มีการซ้อมกันก่อนในห้องซ้อมเหมือนละครเวที มีการซ้อม นั่งตีความบท การแสดง ความคุ้นเคยกับนักแสดงรอบข้างทั้งหมด ผมว่าตัวละครตัวนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกบทบาทที่ไม่เคยเล่น เป็นบทบาทของคนที่ผิดหวัง เก็บตัวเอง ซ่อนบาดแผล มีแผลเป็นอยู่ในใจ

 

มันเป็นความเป็นจริงของมนุษย์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะสื่อให้เห็นถึงกิเลส ตัณหา ราคะ ของความเป็นคน แต่ในตัณหาราคะในแต่ละช่วงของภาพยนตร์จะซ่อนเรื่องราวแง่คิดหลายๆ มุม ทั้งในเรื่องของการเก็บเรื่องไว้กับตัวเองก็เป็นทุกข์เอง ผมว่ามันตรงกับเรื่องของสัจธรรม ตัวเราเองเป็นคนกำหนดทุกอย่าง เหมือนตัวของจัน ดาราตัวเขาเป็นตัวกำหนดชีวิตเขาเอง เพราะเขาไปกำความขมขื่น ความแค้นเอาไว้ แล้วพยายามที่จะแก้แค้น ซึ่งสุดท้ายแล้วคนดูจะได้รู้ต้นเหตุของทุกเรื่อง เราสามารถที่จะปล่อยวางแต่ละเรื่องได้หรือไม่ ถ้าปล่อยวางได้ ไม่ยึดติดกับมัน มนุษย์โลกเราจะมีความสุขมากกว่านี้เยอะ”


 

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.