สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

 
42.195
  LINK : หน้าแรก รัก 7 ปี ดี 7 หน
 
Share |
Print   
 

 

เรื่องที่สาม ตอน “42.195” ซึ่งเป็นการกลับมาอีกครั้งในรอบ 7 ปี ของผู้กำกับมือรางวัล เก้ง-จิระ มะลิกุล นำแสดงโดย นิชคุณ หรเวชกุล, สู่ขวัญ บูลกุล และ โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ

 

 

เก้ง-จิระ มะลิกุล

มาราธอน ปรัชญาการใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์
วาระที่จีทีเอชครบรอบ 7 ปี เราคิดกันว่าจะมีการรวมดาราดัง และมองว่าความรักกับเลข 7 น่าจะไปด้วยกันได้ผมได้อ่านหนังสือของคุณวานิช จรุงกิจอนันต์ ได้เขียนเกี่ยวกับเลข 7 ว่า ชีวิตคนเราจะเปลี่ยนแปลงทุก 7 ปี และฝรั่งยังเชื่อเรื่อง “7 Years itch” หรืออาถรรพ์เลข 7 และยังไปพ้องกับหลักโหราศาสตร์ ว่ากันว่าชีวิตคนเรานั้นโคจรไปด้วยการกำกับของดวงดาว โดยมีดาวมฤตยูซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงเป็นตัวกำหนด ดาวมฤตยูจะย้ายเปลี่ยนราศีไปทุก 7 ปี สังเกตุกันดีๆ จะเห็นว่าชีวิตคนเราจะพบความยิ่งใหญ่ในทุก 7 ปีเช่นกัน ปรัชญาของคนที่สร้างมนุษย์คนนึงขึ้นมาบนโลก เขาหวังว่ามนุษย์จะก้าวต่อไป เลยทำให้เท้าชี้ไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นไม่ว่าการ เปลี่ยนแปลงที่ 7 ปีไหน การก้าวต่อไปมันคือสิ่งสำคัญที่สุด การผ่านมันไปทุกช่วงวัย ไม่ว่าวัยไหนก็ต้องก้าวต่อไปข้างหน้า สุดท้ายสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการวิ่งมาราธอน คือปรัชญาในการใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ ที่สอนให้เราก้าวไปข้างหน้า เพื่อจะพบการเปลี่ยนแปลงในทุก 7 ฟุตถัดไป

42.195 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
ตอน 42.195 เป็นเรื่องราวของการเล่าถึงการส่งแรงบันดาลใจ เมื่อคนเราดำเนินชีวิตมาถึงอายุ 42 ปี บางคนอาจจะโชคดีมีชีวิตที่สุขใส ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างราบรื่น แต่บางคนชีวิตก็อาจจะมีอุบัติเหตุเข้ามาบ้าง อาจจะมีสิ่งที่ทำให้แรงดลใจ ที่จะมีชีวิตอยู่มันน้อยลงไป เพราะช่วงอายุ 42 ผ่านช่วงวัยรุ่นมาค่อนข้างมากแล้ว และเหมือนกับอาจจะน้อยเกินไปที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ บางคนก็อาจจะปล่อยชีวิตให้มันกลายเป็นสารแขวนลอย การที่อยู่ๆก็ได้แรงบันดาลใจเข้ามา เป็นสิ่งที่น่ารักมากๆสำหรับคนๆหนึ่ง และในเรื่องนี้ การที่หนุ่มหน้าใสมีสิวหนุ่มเล็กน้อยบนหน้าผาก เดินมาสร้างแรงบันดาลใจต่อผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุ 42 ด้วยการสอนให้ลองวิ่งมาราธอนดูสิ ซึ่งบังเอิญสอดคล้องกับระยะทางการวิ่งมาราธอนที่อยู่ที่หลักกิโลเมตรที่ 42.195 พอดี ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเขาและเธอ

นิชคุณ-สู่ขวัญ ความมหัศจรรย์ในรอบ 7 ปี
หากให้พูดถึงคุณสู่ขวัญ ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ผมจะรู้สึกว่าผมได้ทำงานกับนักแสดงมืออาชีพคนหนึ่ง เพราะมีความเป็นธรรมชาติมาก และมีการเตรียมตัวที่ดีมาก เป็นการคอนเฟิร์มคำพูดที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น มันเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ ซึ่งมหัศจรรย์มาก สำหรับคนที่ไม่ชอบการวิ่งเลย แต่ได้พยายามอย่างสุดชีวิต จนสุดท้ายก็สามารถวิ่งได้ และชอบการวิ่งมาจนถึงทุกวันนี้ นับไปนับมา ตั้งแต่วันแรกที่ถ่ายหนัง รวมระยะทางที่คุณสู่ขวัญวิ่งก็น่าจะ 500 กว่ากิโลเมตร ส่วนนิชคุณก็เป็นอีกคนที่เซอร์ไพร์สมาก ตอนแรกที่คิดถึงเขา รู้สึกว่าจะเป็นไปได้ไง เพราะเขาเป็นถึงซูปเปอร์สตาร์ระดับเอเชีย แต่พอเจอน้องคุณ เขาเป็นเด็กที่น่ารักมาก นอบน้อมมีสัมมาคารวะ ถ้ามองตรงๆก็รู้สึกได้ว่าเป็นคนหน้าตาดี แต่พอมองผ่านเลนส์กล้อง มองผ่านมอนิเตอร์ สัมผัสได้เลยว่าน้องคนนี้มีเสน่ห์มากจริงๆ

นิชคุณ หรเวชกุล
อิทธิพลของเลข 7
สิ่งที่เกี่ยวพันกับเลข 7 ในชีวิตของคุณคือ ช่วงอายุในแต่ละ 7 ปี ก่อน 7 ขวบ คุณไม่สบายบ่อยมาก เข้าโรงพยาบาลบ่อย เพราะร่างกายอ่อนแอ พ่อก็เลยจับตีแบท ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลอีกเลย แข็งแรงขึ้นมาโดยทันใด พอ 7 ปีหลัง ตอน 14 ขวบ ย้ายจากนิวซีแลนด์ ไปอยู่อเมริกา คือเป็นจุดเริ่มต้น ที่ได้เจอเพื่อนเกาหลี ได้เจอวัฒนธรรมเกาหลี ทำให้คุณได้ไปเกาหลี และบวกไปอีก 7 ปี ตอนอายุ 21 คือตอนที่วงของคุณได้รางวัล นักร้องแห่งปีที่เกาหลี เป็นอะไรที่น่าคิดมากว่าทุกๆ 7 ปีของคนเรามีอะไรที่ก้าวเข้ามาและก้าวออกไป จะดีหรือร้ายมีหมด ถ้าคิดและนำสิ่งนั้นมาพัฒนาใช้กับชีวิตตัวเอง

หลักกิโลเมตรที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลักคิดเปลี่ยนไป
การได้มาเล่นหนัง รัก 7 ปี ดี 7 หน ทำให้มุมมองในชีวิตคุณเปลี่ยนไป ปกติคุณเป็นคนชอบเล่นกีฬา เป็นคนตีแบต ตีกอล์ฟ ตีเทนนิส เล่นกีฬาที่แข่งขันได้ แต่ไม่ชอบกีฬาวิ่งเลย เพราะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ ตอนที่ได้อ่านบทเรื่องนี้ คุณสนใจมาก ว่าการวิ่งมาราธอนกับชีวิตคนเรามันไปด้วยกันได้อย่างไร หนังเรื่องนี้ทำให้คุณได้ไปวิ่ง และทำให้คุณชอบการวิ่ง พอลองได้มาวิ่งดู ชีวิตเปลี่ยนไปเลย จากตอนแรกไม่เข้าใจทำไมคนเราถึงต้องสละเวลามาวิ่งในระยะทาง 42.195 กิโลเมตร แต่พอได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ ทำให้รู้ว่าการวิ่งมาราธอนมันได้อะไรมากกว่าการออกกำลังกาย เพราะการวิ่ง เป็นกีฬาที่เราสามารถเล่นคนเดียวได้ ตอนวิ่งเราจะค้นพบบางอย่าง ถ้าเรามุ่งมั่นจะทำอะไรแล้ว เราสามารถทำมันได้ เพราะทุกฝีเท้าที่ก้าวไป ไม่ใช่แค่เพียงชัยชนะ แต่คือการเอาชนะตัวเองที่จะวิ่งไปถึงเป้าหมาย และสองข้างทางเราได้พบอะไรมากมายกว่าที่คิดจริงๆ

มองพี่เก้ง พี่สู่ขวัญ เป็นแรงบันดาลใจ
รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับพี่เก้ง ผู้กำกับที่ลึกซึ้งและสุดยอดมาก พี่เก้งให้แนวทางใหม่ๆในการทำงาน คุณเตรียมพร้อมที่จะเล่นให้สมบทบาท ตั้งใจแสดง แต่พี่เก้งจะบอกว่า ให้เล่นเป็นธรรมชาติ พี่เก้งใจเย็น เป็นคนที่คอยสอนคุณเหมือนลูกคนหนึ่ง คุณเลยรู้สึกว่าเหมือนมีคุณพ่อมากำกับหนัง

สำหรับพี่สู่ขวัญก็เป็นนักแสดงที่ทุ่มเทมาก ตอนแรกเป็นห่วงมากที่เข้าฉากด้วยกัน เพราะเราไม่ใช่นักแสดงทั้งคู่ แต่ปรากฏว่าเห็นฉากแรกที่พี่ขวัญเล่น แล้วตกใจ แสดงได้มืออาชีพมากๆครับ และซีนไหนที่คุณเล่นไม่ได้ พี่ขวัญจะพยายามมาอยู่ข้างๆ บอกสู้ๆ ดีใจมากครับที่ได้ร่วมงานกับพี่ขวัญและพี่เก้ง

 

 

ส่วนพี่โอปอล์เป็นสีสันกับหนังเรื่องนี้มาก พี่โอปอล์นำมาซึ่งความสุข ความสนุกมามอบให้กับพวกเรา แค่เห็นหน้าก็มีความสุขแล้ว สำหรับหนังเรื่องนี้ผมทุ่มเทมากครับ มันไม่ใช่แค่หนังรัก แต่เป็นหนังรักที่ให้พลังและกำลังใจที่ดีครับ

 

 

สู่ขวัญ บูลกุล

อิทธิพลของเลข 7 ความผูกพันต่อชีวิต
ขวัญเป็นคนชอบเลข 7 เพราะเกิดวันที่ 27 ถ้ามีใครถามว่าชอบเลขอะไรก็มักจะบอกว่า 27 เพราะที่เป็น 7 มักรู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับเรา ยิ่งถ้าเป็นเลข 27 มันเหมือนเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตอยู่ตลอดเรื่อยๆ เรียนนิเทศจุฬาก็รุ่น 27 บางทีหาที่จอดรถไม่ได้ เพราะจะสายแล้ว ก็จะได้ที่จอดรถเบอร์ 27 โดยบังเอิญ ในเรื่องป้ายนักวิ่งมาราธอนในฉากหนัง รัก 7 ปี ดี 7 หน ก็เป็นเสื้อเบอร์ 027 และบางทีก็มักมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเลข 7 อยู่เสมอๆ จึงมีความรู้สึกดีๆ และผูกพันกับเลขนี้ ทุกๆ 7 ปี ของตัวขวัญความเปลี่ยนแปลงภายนอกอาจไม่เห็นชัด แต่การแปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดจากความคิดข้างใน การมองโลก ทัศนคติ มีผลกับชีวิตมากกว่า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงบางเรื่อง เราอาจจะจำไม่ได้ ว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อาจจะมีแต่ไม่ได้อยู่ในรูปของเหตุการณ์ แต่บางเรื่อง อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เราเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนมุมมอง ซึ่งมันจับต้องลำบาก แต่ไม่ว่า 7 ปีนี้ หรือ 7 ปีไหน ยังไงคนเราก็ต้องเปลี่ยนแปลง

เล่นหนัง และการวิ่ง ของขวัญชิ้นใหม่ในชีวิต
เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตของขวัญ และเป็นการวิ่งจริงจังครั้งแรก จุดสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเล่นหนังเรื่องนี้ ต้องยอมรับเลยว่าเพราะพี่เก้งเป็นผู้กำกับในดวงใจ ขวัญเชื่อมั่นในมุมมอง รสนิยมในจินตนาการของพี่เก้ง และอยากลองทำอะไรใหม่ๆสักครั้งในชีวิต เพราะเชื่อว่าหนังเรื่องนี้สามารถเป้นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน สามารถทำให้บางคนที่อยู่ในความทุกข์ ลุกขึ้นและก้าวเดินต่อไปในชีวิตได้ และพอได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ ทำให้ความคิดเปลี่ยนไป ขวัญเคยบอกตัวเองว่า กีฬาวิ่งจะเป็นกีฬาสุดท้ายที่เลือกเล่น ขวัญจะไม่วิ่ง ไม่ใช่คนชอบวิ่ง ไม่ได้เกิดมาเพื่อวิ่ง พยายามบอกโค้ชว่า เราวิ่งไม่ไหวแน่ๆ 5 กิโลนี่เต็มที่แล้ว แค่นี้ก็มหัศจรรย์มาก วิ่งไปก็บ่นไป บอกให้พี่เก้งเปลี่ยนบท ให้พระเอกเป็นอาจารย์สอนไทเก๊กได้ไหม ไม่ต้องเป็นนักวิ่งหรอก หลังจากลองวิ่งไปบ่อยๆ ประมาณเดือนครึ่ง ขวัญรู้สึกว่าตัวเองค้นพบอะไรบางอย่างในการวิ่ง ไม่ใช่ความทรมาน ไม่ได้วิ่งเพราะถูกบังคับ หลังจากนั้นการวิ่งกลายเป็นความสุข เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่เฝ้ารอคอยว่าพรุ่งนี้เช้าจะได้วิ่งอีกแล้ว กลายเป็นหนึ่งปีที่มีความสุขสนุกสนาน จนวันหนึ่งวิ่งได้ 10 กิโลเมตรแบบต่อเนื่องเป็นครั้งแรก สุดท้ายก็ได้คำตอบอะไรบางอย่างในชีวิต มันเป็นการค้นพบตัวเองครั้งสำคัญ และได้คำตอบสำหรับทุกคำถามที่เคยผ่านเข้ามา การทำงานกับทีมงานสนุกมาก และการร่วทมงานกับน้องคุณง่ายมาก คือน้องไม่ได้พกความเป็นซูปเปอร์สตาร์มาทำงานด้วย รู้สึกสบายใจที่ได้ทำงานกับน้องคุณ เพราะเขาเป็นคนที่ทุ่มเท พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสมอ ใครจะสอนจะติอะไรก็รับฟังได้ทุกอย่าง สำหรับคุณ บทนี้เหมาะกับเขามาก เพราะมีความคล้ายกัน เราสามารถรับรู้ถึงพลังบางอย่าง ที่ส่งผ่านมาถึงคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆได้

โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ
เลข 7 มีความหมายในตัวเอง แต่เลข 7 สำหรับปอล์ มันหมายถึงการเปลี่ยนแปลง การเดินทาง การลาจาก อาจเป็นไปได้ว่าทุก 7 ปี ชีวิตคนเรามันต้องถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ตอนปอล์ อายุ 7ขวบ ตอนนั้นติดละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนางสิบสอง แต่พออายุย่างเข้า 14 ปอล์ ต้องรับหน้าที่ดูแลน้องๆ ทำงานบ้าน เพราะพ่อแม่ทำงาน ผ่านไปอีก 7 ปี อายุ 21 ปอล์เข้ามหาวิทยาลัย ปอล์ตั้งใจเรียน ปูพื้นฐานชีวิต แอบชอบรุ่นพี่ เริ่มมีความรัก และชีวิตพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อได้เข้าวงการ เล่นหนัง แจ๋ว, เพื่อนสนิท, และอีกหลายๆ เรื่องของ จีทีเอช อายุ 28 เริ่มสร้างชีวิต มีบ้าน มีคอนโด ชีวิตมั่นคง มีตัวตน เป็นตัวของตัวเอง และอีก 7 ปี ข้างหน้า ปอล์ฝันว่า “จะเป็นคุณแม่ที่เปรี้ยวที่สุด”!!!

 


นิชคุณ หรเวชกุล นักร้องไทยที่โด่งดังระดับเอเชีย เปิดใจรับเล่นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก กับค่าย จีทีเอช เพื่อฉลอง 7 ปี จีทีเอช

ท็อป: อยากจะทราบว่าอะไรที่เป็นปัจจัยหลักของนิชคุณที่ตัดสินรับเล่นหนังเรื่องแรกกับ GTH เรื่องรัก 7 ปี ดี 7 หน ครับ
นิชคุณ : ปกติแล้วคุณเป็นแฟนหนังของ GTH อยู่แล้ว ตั้งแต่เรื่อง ชัตเตอร์ เรื่องแรกเลยนะครับ แล้วก็พอดีเขาติดต่อเข้ามาว่าอยากให้ผมไปเล่นหนัง ก็ดีใจมากแล้วเขาก็บอก ว่าพี่เก้ง เป็นคนกำกับหนัง ก็เลยตอบตกลงเลยนะครับ แต่ว่าพอดีมีคิวที่ติดอยู่ที่ทางบริษัทกับทางวง ก็มีแสดงคอนเสิร์ตเล็กน้อยก็เลยช้าหน่อยอ่ะครับ

ท็อป : หลังจากที่ พี่คุณ ตอบรับแล้วเนี่ย ได้บทมาอ่านแล้วชอบเลยหรือป่าว
นิชคุณ : ได้บทมาอ่านแล้วชอบเลยครับ เพราะว่าเป็นหนังที่น่าสนใจมากแล้วก็ไม่ใช่แค่บอกว่าน่ารัก กุ๊กกิ๊กๆธรรมดา แต่เป็นหนังที่ให้ข้อคิดดีๆแล้วก็ คุณ เชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคนได้ และหวังว่าทุกคนจะชอบหนังเรื่องนี้กันครับ

ท็อป : แล้วตัวละครในเรื่องนี้ พี่คุณ คิดว่ามีความเหมือนหรือว่าแตกต่างจากตัวพี่คุณอย่างไรครับ
นิชคุณ : จริงๆแล้วพี่เก้งเขาบอกว่าให้ คุณ แสดงเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด เพราะว่านี้คือหนังเรื่องแรกของผม แล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองแสดงดีหรือไม่ดีขนาดไหน ก็เลยพยายามทำให้เหมือนตัวเองมากที่สุดอ่ะนะครับ แล้วก็พี่เก้งเขาเขียนบทนี้มาเพื่อให้ผม เพื่อให้ คุณ โดยเฉพาะก็เลยเล่นเป็นตัวเองนิดหนึ่ง ก็..น่าจะเหมาะใช่ไหมครับ

ท็อป : ในเรื่องนี้พี่คุณรับบทเป็นนักวิ่งมาราธอนด้วย พี่คุณ ได้อะไรกับการวิ่งมาราธอนแล้วก็รู้สึกอย่างไรบ้างครับ
นิชคุณ : ได้หุ่นที่เพรียว สวยงามขึ้นนะ แล้วก็ได้วิ่งครับ ปกติเป็นคนไม่ชอบวิ่งอยู่แล้ว เพราะคุณผอมอยู่แล้ว แต่พอได้มาเล่นเรื่องนี้แล้วเราต้องวิ่ง ผมได้ไปฝึกวิ่งกับโค้ช ประเสริฐ ที่ทางGTH จัดมาให้ครับ การวิ่งทำให้ผมค้นพบถึงเสน่ห์บางอย่างของการวิ่งได้เลยว่า ทำไมคนเราถึงยอมสละเวลามาวิ่งในระยะทาง 42.195 กิโลเมตรในงานวันวิ่งมาราธอน นอกจากวิ่งเพื่อให้สุขภาพดีแล้ว ยังเป็นกีฬาที่เราสามารถเล่นคนเดียวได้ ได้ค้นพบอะไรบางอย่างจากการวิ่งด้วยครับ

ท็อป : พอพี่คุณได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ คิดว่าหนังมีเสน่ห์มั้ย หลายคนติดใจที่ได้มาสัมผัส
นิชคุณ : การถ่ายหนังก็ มีเสน่ห์นะครับ คิดว่าเป็นอะไรที่ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไป ถ้าสมมติค้นพบตัวเองเจอว่าเราเป็นคนยังไง เราควรจะเล่นบทนี้ยังไงอะไรอย่างนี้ แต่ยังอีกไกลสำหรับผมแต่ก็อยากจะเป็นนักแสดงที่ดีในวันหนึ่ง ก็ถือว่าหนังเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากของผมนะครับ ที่ได้มาเริ่มต้นที่เมืองไทยด้วย และยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ ที่ได้พี่เก้ง พี่สู่ขวัญ มาเป็นผู้ช่วย ผู้ผลักดันให้จุดเริ่มต้นของการแสดงหนังเรื่องแรกของผมผ่านไปด้วยดี ผม ดีใจและเป็นเกียรติมากครับ

 

 

ท็อป : ทราบมาว่า เป็นเรื่องแรกที่พี่คุณแสดงอย่างเต็มตัวเลย มีความยากง่ายอย่างไรบ้างครับ
นิชคุณ : ยากครับ ยากมากแล้วก็กดดันมาก เพราะว่าเป็นหนังที่พี่เก้งกำกับด้วยแล้ว คุณก็ไม่อยากทำให้พี่เก้งต้องผิดหวังที่มาเลือกผมให้เป็นตัวพระเอก วันแรกๆ ผมพยายามแสดงให้เต็มที่พยายามแบบเต็มที่มาก จนพี่เก้งบอก “เลิกแสดงได้แล้ว เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด” ก็ใช้เวลาปรับตัวสักพักหนึ่งเหมือนกัน เรารู้สึกว่าการแสดงเป็นอะไรที่มีเสน่ห์แล้วมันน่าสนใจอ่ะครับ อยากแสดงไปเรื่อยๆ

ท็อป : ร่วมงานกับพี่เก้งเป็นอย่างไรบ้าง
นิชคุณ : พี่เก้งเป็นคนใจดีมากเลย เหมือนคุณพ่อมากำกับหนัง รู้สึกสบายใจเวลาทำงานกับพี่เก้งสบายใจเพราะพี่เก้งเป็นคนใจดี ช่วยสอนตลอดเวลา รู้สึกดีที่ได้มาร่วมงานกับพี่เก้งและรู้สึกเป็นเกียรติด้วยครับ

ท๊อป : หนังให้ประสบการณ์อะไรกับพี่คุณมากไปกว่าการแสดงไหม
นิชคุณ : จุดเริ่มต้นของการถ่ายหนังเรื่องนี้ ผมอยากรู้ว่าตัวเองแสดงได้มั้ย ชอบการแสดงหรือเปล่า และหนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า ผมชอบการแสดง แล้วก็อยากเก่งในด้านนี้ด้วย ตอนนี้พยายามฝึกภาษาไทยให้มากขึ้นครับ

ท็อป : อยากให้พูดถึงการทำงานร่วมกับคุณสู่ขวัญแล้วโอปอล์
นิชคุณ : การร่วมงานกับพี่สู่ขวัญ ผมถือว่าโชคดีมาก ตอนแรกที่มาเข้าฉากด้วยกันเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าพี่เขาไม่เคยแสดงมาก่อน พี่ขวัญเป็นมืออาชีพมากในเรื่องการแสดง ตรงต่อเวลาแล้ว เราช่วยส่งบทกันมาก เวลาใครติดขัดตรงไหน เราจะช่วยกัน เป็นพี่ที่น่ารักจริงๆ ส่วนพี่โอปอล์นี่ก็ตามที่เขาบอกนะครับแย่งซีนไปหมดเลย ตลก ขำ สนุก เข้าฉากด้วยกันสนุกมาก ขนาดถ่ายด้วยกันแค่นิดเดียวยังสนุกเลยครับ เสียดายมาก ที่คุยกันนิดเดียว

ท็อป : อยากทราบถึงความประทับใจที่พี่คุณมีต่อหนังเรื่องนี้ รัก 7 ปี ดี 7 หน
นิชคุณ : ประทับใจมากครับ ตั้งแต่อ่านบทแล้ว ยิ่งได้ทำงานกับพี่เก้ง ผู้กำกับที่ผมชื่นชอบ ได้ทำงานกับพี่สู่ขวัญ และหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่หนังรัก กุ๊กกิ๊กธรรมดาๆ ทั่วไป แต่เป็นหนังที่ผมเชือว่า มันจะให้ข้อคิด และแรงบันดาลบางอย่างกับทุกๆ คน แล้วก็ตั้งแต่ได้เจอพี่เก้ง พี่สู่ขวัญนะคับ ก็เป็นหนังที่อยากที่บอกอ่ะคับคือไม่ใช่แค่น่ารัก กุ๊กกิ๊กธรรมดา เป็นหนังที่ให้ข้อคิดและเป็นแรงบันดาลใจกับทุกคนว่าในชีวิตของเราเนี่ยถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่ามันจะตกต่ำ หรือ จะเศร้าขนาดไหน แต่ถ้าสมมติเราเปิดใจรับสิ่งดีๆที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเราเนี่ย ซึ่งมีอยู่ทุกวัน แค่เราเปิดใจรับ ชีวิตเราจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อได้นะครับ

ท็อป: นอกจากเล่นหนังเรื่องนี้แล้ว ยังโปรเจ็คอื่นๆ อีกมั้ย
นิชคุณ : อาทิตย์หน้ามีคอนเสิร์ตทัวร์ที่ญี่ปุ่นครับ แล้วก็จะมีออกอัลบั้มที่ญี่ปุ่นเหมือนกันแล้วก็มีออกอัลบั้มที่เกาหลีน่าจะภายในปีนี้ ก็ขอให้ทุกคนติดตามกันด้วยนะครับ

ท็อป : หนังเรื่องแรกกดดันมั้ย เพราะคนดูอาจคาดหวัง
นิชคุณ : กดดันมากครับ เพราะผมกลัวจะแพ้หนังเรื่องอื่นของ GTH (หัวเราะ) พยายามทำจะสถิติให้ได้เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ห่วงเท่าไร เพราะยังมีอีก 2 เรื่องที่คอยช่วยอยู่ เรื่องของ พี่คริส พี่ซันนี่ อีกเรื่องของน้องเก้า และ ปันปัน ความกดดันเลยลดลง ก็แค่คาดหวังว่าคนดูจะชอบครับ

ท็อป : อยากให้พี่คุณพูดถึงมุมมองของความรักในเรื่องนี้
นิชคุณ : ความรักของเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า ความรักของคนเรา ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องหวังอะไรจากกันและกัน แค่อยู่ข้างๆกัน เป็นเพื่อนกัน คอยสนับสนุนกันคอยเป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจให้กันและกัน แค่นั้นมันก็เป็นความรักได้ครับ

ท็อป : หนังเรื่องนี้เป็นหนังภาคภูมิใจที่สุดมั้ย เพราะว่าได้กลับมาเมืองไทยแล้วก็เห็นว่าได้อยู่เมืองไทยนานที่สุดในรอบ 4-5 ปี
นิชคุณ : เป็นหนังที่ผมภาคภูมิใจมากครับ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมอยู่เมืองไทยได้ยาวนาน 20 วัน เป็นครั้งแรกในเวลา 4-5ปี ที่ได้กลับมาเมืองไทยยาวๆขนาดนี้ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก แล้วผมก็จะรอดูผลของหนังเรื่องนี้อยู่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร พี่เก้งให้ผมได้ดูหนังบ้าง เพราะต้องมาอัดเสียงเพิ่ม เท่าที่ได้ดูเป็นหนังที่น่าดูมาก หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ

ท็อป : สุดท้ายอยากให้ฝากหนังเรื่องนี้ รัก 7 ปี ดี 7 หน
นิชคุณ : ผมขอฝากหนังเรื่องนี้ รัก 7 ปี ดี 7 หน กับแฟนๆ ชาวหนังของ GTH แล้วก็แฟนๆของผมด้วยนะครับ รัก 7 ปี ดี 7 หน เป็นหนังรัก 3 เรื่อง ของ 3 ผู้กำกับ ซึ่งทั้ง 3 ตอนเป็นอะไรที่น่าดูมาก ทุกตอนกล่าวถึงความรักในแต่ละช่วงอายุ ก็อยากให้ทุกคนมาดูกัน และ ก็หวังว่าทุกคนจะได้ข้อคิดดีๆจากหนังเรื่องนี้ไป และก็ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง


   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.