สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
บางกอกกังฟู
  LINK แคแรกเตอร์ตัวละคร
 
Share |
Print   
       
 

 

 

 

 

 

 

โปสเตอร์ 2 อันข้างล่างนี้ไม่เป็นทางการ

 

ประเภทหนัง แอ็คชั่น / ดราม่า
เข้าโรงฉาย 1 กันยายน 2554
กำกับภาพยนตร์ ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค
ผลิตโดย “ฟิล์ม อาร์ อัส”
ทีมงานสร้าง ฐณะวัฒน์ ธรรมปรีชาพงศ์ Production Manager
ไอรดา ตันบริบูรณ์ Assistant Production Manager
คชา เรืองทอง Art Director
อรวรินธร์ นิยมสัตย์ Acting Coach
LIU GAO GIE Kung Fu Coach
ปทิตตา ถิ่นรัตน์ Casting
ปณิธาน พิศิษฐการ Location
บรรจง สุภาษี Make up
ระพี ทองศรี Make up
อาชวัน ภูภาวัน Special Effect Make Up
ศรายุทธ์ พุมเพรา Production Design
ถักลี จารุจุฑารัตน์ Special Effect Make Up
ศราวุธ แพนสิงห์ Special Effect Make Up
ปทิตตา ถิ่นรัตน์ Casting
ปณิธาน พิศิษฐการ Location
บรรจง สุภาษี Make up
ระพี ทองศรี Make up
อาชวัน ภูภาวัน Special Effect Make Up
ศรายุทธ์ พุมเพรา Production Design
ถักลี จารุจุฑารัตน์ Special Effect Make Up
ศราวุธ แพนสิงห์ Special Effect Make Up

 

เรื่องย่อ

“โป้ง, ชิ, กา และ นา” กลุ่มเด็กน้อย 4 คน ที่ถูกแก๊งค์ค้ามนุษย์ลักพาตัวไปเพื่อบังคับให้เป็นขอทาน พร้อมทั้งถูกทารุณกรรม โป้ง (เป้) ถูกตัดลิ้นด้วยมีดตัดต้นไม้จนพูดไม่ได้ ชิ (แบงค์) ถูกแทงจนตาบอดทั้งสองข้างด้วยไม้เสียบลูกชิ้น กา (โทโมะ) ถูกตบบ้องหูจนหนวก และนา (มาริโอ้) ถูกทุบหัวจนกลายเป็นคนสติเลอะเลือนไม่เต็มเต็ง พวกเขาถูกแกงก์ค้ามนุษย์ร่อนเร่ขอทานไปตามจังหวัดต่างๆ จนมาถึงกรุงเทพฯ ที่นั่นพวกเขาได้พบกับชายชราจีนที่มีชื่อว่า อึ้งเสี่ยวหงษ์ อาจารย์ผู้ทรงวิทยายุทธ์ผู้สืบทอดคนสุดท้ายเเห่งพรรคจันทรา กับเด็กผู้หญิงชื่อ “กอหญ้า” (แก้ว)

ซึ่งชายชราได้ช่วยเหลือทั้งสี่คนออกมาจากพวกแก๊งค์ค้ามนุษย์ และนั้นคือ วันแรกที่เด็กทั้งสี่ได้รู้ว่า “สุดยอดวิชากำลังภายในนั้นมันมีอยู่จริง”

เวลาผ่านไปสิบห้าปี โป้ง ชิ และ กา ได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ์จากชายจีนแก่ ซึ่งพวกเขาเรียกว่าอาจารย์ พวกเขารวมตัวกันเป็นทีมนักฆ่า รับจ้างฆ่าคน และเพื่อการกลับมาล้างแค้นมาเฟียขอทาน ที่ลักพาตัวพวกเขามา ผ่านช่วงของเวลาล่วงเลยไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ กอหญ้าคิดในใจว่า โป้งชอบตน เนื่องจากกล่องลูกแก้วที่โป้งมอบให้ไว้แทนใจ แต่โป้งมิได้เอ่ยปาก หรือแสดงปฏิกิริยาต่อเธอแต่อย่างใด กอหญ้าไม่สามารถเก็บความในใจไว้ได้อีกต่อไปแล้ว และต้องการรู้ความจริงจากปากของโป้ง แต่โป้งกลับปฏิเสธว่า “กล่องลูกแก้วนั้นไม่ใช่ของตน!”

ในขณะเดียวกันโป้งได้รับว่าจ้างฆ่าน้องชายของพรรคสุริยัน เป็นสาเหตุให้หัวหน้าพรรคโกรธมาก และเมื่อสืบรู้ว่าคนที่ฆ่าน้องชายของตนคือ คนของพรรคจันทรา พรรคคู่อริที่เขาตามหามานานย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยนั่นเอง ศึกการล้างแค้นครั้งยิ่งใหญ่จึงเกิดขึ้น แต่แล้วในที่สุด อาจารย์ และนาเพื่อนรักของพวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการลอบทำร้ายของพรรคมาร หน้าที่ในการปกป้องอาจารย์ และนา จึงตกเป็นของ โป้ง ชิ กา และกอหญ้า ทุกคนต่อสู้กับพรรคมารสุดชีวิต


“ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” กำกับภาพยนตร์

 

 

“บางกอกกังฟู” หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักแอ็คชั่น และเป็นเรื่องที่แอบพูดถึงเรื่องของสังคมเล็กๆ ในสภาพสังคมของเมืองไทย เด็กที่ไม่ได้รับการดูแล เด็กขาดความอบอุ่น หรือเด็กที่มีปัญหา จะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านตัวละครในเรื่อง คือแม้ว่าจะอยู่ในสังคมที่ไม่สมบูรณ์ อยู่ในสังคมที่เลวร้าย แต่ความผูกพันของการได้รับการสั่งสอนที่ดี และด้วยความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนที่ดี ก็ทำให้สามารถเอาตัวรอดได้เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนคือ เราไม่ได้เอาความพิการตรงนี้มาถ่ายทอด เราไม่ได้เอาคนพิการมาล้อเลียน แต่เราเอาคนพิการมาเป็นฮีโร่ เอามาเป็นพระเอก ซึ่งเราจะสะท้อนถึงเรื่องของเด็ก ที่ถูกทำร้ายร่างกาย เค้าจะเอาตัวรอดอย่างไร แล้วอีกอย่างคือ ไม่ว่าคุณจะเจออะไรที่เลวร้าย ถ้าคุณได้รับการปลูกฝังที่ดี ก็จะเอาตัวรอดจากสังคมที่เลวร้ายได้ หนังเรื่องนี้ประเด็น ค่อนข้างรุนแรง เป็นหนังสังคม แม้หนังจะพูดถึงสิ่งที่เลวร้าย แต่เราก็พูดถึงความรักที่มีหวัง มีความหวังอยู่ในนั้นด้วย เหมือน บางกอกกังฟู

เป็นหนังสำหรับคนที่เคยชื่นชอบหนังกำลังภายใน บวกกับหนังรักที่มีความหวัง คือเป็นหนังรักที่ให้ความหวังกับคนที่ได้ดู โดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบคิด ชอบเขียน แล้วเรื่องนี้ก็เขียนไว้นานแล้ว เพียงแต่เอามาปรับใหม่ แค่นั้นเอง ด้วยแรงบันดาลใจ คือมันมาจากความชอบส่วนลึกๆ คือตัวเราเองชอบหนังกำลังภายใน แต่หลังๆ มีแต่หนังกังฟู ไม่มีหนังกำลังภายในแบบที่ตัวเองอยากดู ก็เลยคิดอยากที่จะเอามานำเสนอ และที่สำคัญบ้านเรายังไม่มีหนังในแนวนี้ ดูเหมือนกับว่าหนังกำลังภายในเป็นของเมืองจีน เราอยากทำหนังกำลังภายในได้ไหม เราก็เลยคิดว่า บางกอกกังฟู คือหนังไทยกำลังภายใน แบบเต็มรูปแบบ อาจจะเป็นเรื่องแรกที่เอาวิชากำลังภายในมาใช้เลยก็ว่าได้

ผมเชื่อว่าคนดูจะได้ดูภาพที่แบบว่า เมืองไทยมีแบบนี้ด้วยเหรอ คือสวย อย่างบางฉาก ต้องขับรถเข้าไปลุยเองเลย ถามว่า คุ้มไหมที่เราจะต้องมาลุยถึงขนาดนี้ พากันไปอยู่กลางแดด ใต้ความเว้งหว้าง แต่ภาพที่ออกมาดูแล้วมันสวยมาก โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตก ซึ่งมันคุ้ม เราคิดว่า บางกอกกังฟู จะเป็นหนังแอ็คชั่นที่สวยเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่สวยจากการปรุงแต่ง

ผมว่า บางกอกกังฟู มีคาเรคเตอร์ที่น่าสนใจ แล้วก็มีความเป็นตัวเองค่อนข้างสูง ผมเชื่อว่า เป็นหนังซึ่งไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่หนังตลก ไม่ใช่แค่หนังรักทั่วไป แต่มันมีความเป็นหนังชีวิต เริ่มด้วยชีวิตรันทด แต่เอาตัวรอดได้ด้วยความรักที่มีความหวัง ในบรรยากาศหนังแอ็คชั่นแบบกำลังภายในที่หายไปเป็น 10 ปีแล้ว ผมรู้สึกว่า ผมภูมิใจที่ได้ผลิตงานแบบนี้ออกมา มันไม่เหมือนใคร คือสไตล์แบบนี้แหละ..

 

 

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.