สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว

  LINK :แคแรกเตอร์ตัวละคร
 
Share |
Print 
   
 

 

 

 

 

 

แนวภาพยนตร์                         คอมเมดี้
บริษัทผู้สร้าง-จัดจำหน่าย                สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
บริษัทดำเนินงานสร้าง                     บาแรมยู
อำนวยการสร้าง                             สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ          
ควบคุมงานสร้าง                             ปรัชญา ปิ่นแก้ว ,สุกัญญา  วงศ์สถาปัตย์
ประสานงานสร้าง                            ธนนพ ไพบูลณ์      
ดำเนินงานสร้าง                              ศิตา  วอสเบียน   
กำกับภาพยนตร์                           นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ        
บทภาพยนตร์                                 นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ
เรื่อง                                              นิติวัฒน์  ชลวณิชสิริ
กำกับภาพ                                      นิกร  ศรีพงศ์วรกุล
กำกับศิลป์                                      อนิรุตน์  จิตร์สมนึก
ลำดับภาพ                                      นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ , ศนิพงศ์  สุทธิพันธุ์,มานุสส วรสิงห์
,วิชิต วัฒนานนท์
ออกแบบเครื่องแต่งกาย                   นิรชรา  วรรณาลัย
ฟิล์มแลบส์                                      บริษัท โอเรียนทัลโพสท์ จำกัด
บันทึกเสียง                                     บริษัท กันตนาแลบบอราทอรี่ส์ จำกัด
ดนตรีประกอบและออกแบบเสียง       สุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์
นักแสดงนำ                ริชาร์ด เกียนี่,สุเทพ โพธิ์งาม,ภาวิณี วิริยะชัยกิจ,   ทวีฤทธิ์  จุลละทรัพย์,สุดารัตน์ บุตรพรม,ปดลเดช กมลาศัยกุล,เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา,อาคม ปรีดากุล,อเนก อินทจันทร์

้นักแสดง เทพ โพธิ์งาม, ริชาร์ด เกียนี่, มิลค์ ภาวิณี วิริยะชัยกิจ, เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ ดัมมี่ ธนาบดินทร์ ยงสืบชาติ (ฟุเหยิน จากเพื่อนlสนิท)

เรื่องย่อ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมชื่อต๋อง (ริชาร์ด เกียนี่) อายุ 10 ขวบ ผมเป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับลุงมิ่ง (เทพ โพธิ์งาม )แค่ 2 คน มีอาชีพเก็บมะพร้าวขาย ใครๆ ในหมู่บ้านก็รักลุงมิ่งของผมทั้งนั้นแหละ เพราะแกเป็นคนใจดี อ่อ...ผมลืมแนะนำเพื่อนรักของผมอีก 1 ตัว ที่ต้องใช้คำว่าตัวเพราะมันเป็นลิงชื่อว่า กะปิ (ไข่เล็ก) ใครๆ อาจจะมองว่ามันเป็นลิงฉลาดแสนรู้ แต่สำหรับผมแล้วมันแสบพอตัวเลยทีเดียว ไม่ค่อยเชื่อฟัง เรียกว่าเป็นคู่กัดประจำบ้านเลยก็ว่าได้

นอกจากกะปิแล้วที่โรงเรียนผมมีคู่ปรับที่เป็นคน มันชื่อว่าไอ้เก่ง (ปดลเดช กมลาศัยกุล) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้ใหญ่จั๊บผู้มีอิทธิพลของหมู่บ้านเรา  วันๆ มันก็ไม่ค่อยทำอะไรนอกจากชอบท้าผมแข่งนั่น แข่งนี้อยู่เสมอ  ไอ้ผมมันก็บ้าจี้ ใครท้าอะไรเป็นไม่ได้  ยังดีมีลุงมิ่งที่คอยเตือนสติให้ผมลดความห่ามลงไปบ้าง ส่วนพ่อของมันก็ร้ายกาจไม่เบา จะเอาที่ดินและบ้านของผมกับลุงมิ่งไปสร้างเป็นกังหันลมให้แก่พวกนายทุนหน้าเงิน แน่นอนใครจะไปยอม ยิ่งลุงมิ่งเป็นคนสมถะและรักบ้านเกิดจะตาย  แกไม่ยอมย้ายไปไหนง่ายๆ หรอก ชีวิตของลุงมิ่ง ผมและเจ้ากะปิดำเนินไปอย่างเรียบง่ายโดยอาศัยสวนมะพร้าวเพื่อยังชีพอย่างพอเพียง ในขณะที่ผู้คนในท้องถิ่นส่วนใหญ่ต่างมากล้นไปด้วยน้ำจิตน้ำใจและมีความเป็นอยู่โดยพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ว่จะเป็นหมอประจำโรงพยาบาล (หม่ำ จ๊กม๊ก) นางพยาบาลแมว (ตุ๊กกี้ชิงร้อย) รวมไปถึงเจ้าอาวาส (ค่อมชวนชื่น) ที่ทุกคนล้วนต่างมองโลกในแง่ดีเสมอ

จนกระทั่งวันหนึ่งอยู่ๆ ลุงมิ่งแกล้มป่วยลงจนทำให้พี่หงษ์ (มิลค์ ภาวิณี วิริยะชัยกิจ) สัตวแพทย์คนสวยประจำหมู่บ้านต้องเข้ามาช่วยดูแลผมกับเจ้ากะปิ แต่ขอเตือนไว้ก่อน ใครก็ตามอย่าคิดจีบพี่หงษ์เชียวนะ เพราะพี่กานต์ (เป้ ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์) แฟนของแกเป็นถึงข้าราชการ ในกรมที่ดิน ที่เข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อหาทางจัดตั้งกังหันลมที่หมู่บ้านของเราเชียวนะ แถมยังทั้งหวงและห่วงพี่หงษ์จะตาย

ถึงแม้ลุงมิ่งจะป่วยอยู่ แต่พวกนายทุนและผู้ใหญ่จั๊บยังไม่ลดละความพยายามที่จะครอบครองที่ดินของลุงมิ่ง ถึงขนาดวางแผนที่จะฮุบที่ดินของแก โดยท้าให้ผมกับเจ้ากะปิลงแข่งปีนเก็บลูกมะพร้าว โดยมีบ้านและที่ดินของลุงมิ่งเป็นเดิมพัน ยิ่งได้ข่าวว่าผู้ใหญ่จั๊บได้ลิงมาใหม่ ความสามารถไม่แพ้เจ้ากะปิซะด้วย ไอ้ผมกับเจ้ากะปิยิ่งไม่ยอมให้ใครมาท้าง่ายๆ อยู่แล้ว แต่ทางเดียวที่จะเอาชนะการแข่งครั้งนี้ผมจะต้องชนะใจเจ้ากะปิ ลิงหน้าขนเพื่อนรักของผมให้ได้ก่อน แต่มันก็ไม่ง่ายซะทีเดียว ก็เจ้ากะปิทั้งแสบ และซนขนาดนั้น ส่วนการแข่งครั้งนี้จะออกหัวหรือก้อย ฝากเพื่อนๆ พี่ๆ ช่วยให้กำลังใจผมด้วยนะครับ  ในภาพยนตร์เรื่อง กะปิ...ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว                                                              

ที่มาของหนัง

กังฟู นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ หนุ่มช่างฝัน ช่างคิด ช่างเขียน มีเป้าหมายในชีวิตคือเป็นนักเล่าเรื่องด้วยภาพ หรือผู้กำกับภาพยนตร์ ด้วยความเป็นคนที่มีเรื่องราวมากมายอยากจะเล่าให้คนอื่นได้รู้ โดยเริ่มต้นจากการบันทึกเรื่องราวลงบนไดอารี่ส่วนตัว ในระหว่างที่เป็นนักศึกษากังฟูได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เขาเขียนออกมาเป็นหนังสั้นมากมาย ซึ่งแต่ละผลงานล้วนบ่งบอกถึงความสามารถและสะท้อนมุมมองของการเป็นนักเล่าเรื่องที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาได้เป็นอย่างดี ทำให้ภาพยนตร์สั้นแต่ละเรื่องสามารถคว้ารางวัลหนังสั้นได้จากหลากหลายเทศกาล ไม่ว่าจะเป็น หญิงชรากับนิทานวันหนึ่ง ได้รับรางวัล รางวัลขุนวิจิตรมาตรา  หนังสั้นเรื่อง น้ำแข็งใส ได้รางวัลชนะเลิศ โครงการหนังสั้นฤดูร้อนของโซนี่ ในรายการที่นี้ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีหนังสั้นเรื่อง ผงชูรส ที่ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมในเทศกาลระดับนานาชาติอย่าง International filmfestival Rotterdam 2006 และยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมาย หลังจากนั้นเขายังมีโอกาสได้เข้าไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ 2 ในภาพยนตร์ไทยคุณภาพอย่างรักแห่งสยามของผู้กำกับไฟแรง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล โดยที่นี่ทำให้กังฟูได้ซึมซับและสัมผัสหน้าที่ของผู้กำกับอย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้ถึงหัวใจของภาพยนตร์ซึ่งมีบทหนังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำหนังประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้เขามุ่งมั่นกับการเขียนบทภาพยนตร์อย่างจริงจังเรื่อยมา

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากเป็นผู้กำกับเพราะผมเป็นคนชอบเล่าเรื่อง แต่เป็นคนที่เล่าไม่ค่อยเก่ง ก็เลยใช้วิธีเขียนเอา เขียนเป็นไดอารี่เก็บไว้เรื่อยๆ จนมันเยอะมาก เลยอยากที่จะเอามาเล่า แล้วนิสัยเป็นคนชอบดูหนังด้วย เลยทำให้อยากรู้ว่าถ้าเป็นหนังของเราเองแล้วเราจะเล่าแบบไหนนะ วันนึงก็ตัดสินใจเรียนภาพยนตร์ ซึ่งระหว่างที่เราเรียนเราได้ทำหนังสั้นส่งเข้าประกวด ทั้งเขียนเรื่องเอง กำกับเองและมีเพื่อนๆ คอยช่วย ซึ่งมันก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง หนังเราก็ได้รางวัลมา มันทำให้เรารู้ว่าผลงานของเรามันมีคนได้เห็นได้ชมนะ กลายเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง แล้วหลังจากเรียนจบก็รู้สึกร้อนวิชาอยากทำงานภาพยนตร์ก็เลยได้ไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ 2 จากเรื่องรักแห่งสยามของพี่มะเดี่ยว ได้เข้าไปคลุกคลีในกองถ่าย สัมผัสหน้าที่ของผู้กำกับ ทำให้รู้เลยว่าคนที่จะเป็นผู้กำกับได้ต้องมีความสามารถจริงๆ พอจบจากรักแห่งสยามผมจึงออกมาทำงานข้างนอกเป็นโปรดิวเซอร์ผลิตรายการแห่งหนึ่งทางเคเบิ้ลทีวี  แต่ก็ยังคงเขียนเรื่องราวเขียนบทภาพยนตร์เก็บไว้อยู่ตลอดเวลา”

ด้วยความที่เป็นคนช่างคิดช่างเขียนทำให้ผู้กำกับหนุ่มยังคงเขียนบันทึกเก็บเรื่องราวสะสมไว้ต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จุดประกายพล็อตหนังอันอบอุ่นอย่างกะปิก็เกิดขึ้น


ในระหว่างที่กำลังขับรถกลับจากสุราษฎร์ธานีได้เห็นความน่ารักของลิงที่ยืนเกาะลูกกรงอยู่ท้ายรถกระบะเข้าโดยบังเอิญ โดยรายล้อมไปด้วยทิวทัศน์ของป่ามะพร้าว เมื่อกลับถึงบ้านจึงเขียนพล็อทเรื่องราวที่เกี่ยวกับลิงขึ้นมาและเพิ่มความน่ารักความสนุกสนานเข้าไปอีก เมื่อลิงซนต้องมาเป็นเพื่อนกับเด็กแสบพร้อมกับการผจญภัยและภารกิจอันยิ่งใหญ่ จากจุดเริ่มต้นสุดแสนธรรมดาบวกกับจินตนาการของคนช่างฝัน ท้ายที่สุดจึงกลายมาเป็นพล็อตหนังเรื่องกะปิโดยที่หารู้ไม่ว่าจะเป็นบทภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตที่กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่เขาต้องรับหน้าที่ในฐานะผู้กำกับในเวลาต่อมา เมื่อเขาได้มีโอกาสส่งบทภาพยนตร์เรื่องกะปิเข้าร่วมใน Thailand script project 2007 ซึ่งจัดขึ้นโดยสองผู้กำกับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง เป็นเอก รัตนเรือง และ นนทรีย์ นิมิบุตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาบทภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจากทั่วประเทศ แล้วในโครงการนี้เองที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ทางด้านภาพยนตร์ของกังฟูให้กว้างมากยิ่งขึ้น

“คือหลังจากที่ผมได้อ่านข้อมูลของโครงการ Thailand script project ผมว่ามันน่าสนใจมากเพราะมันมีโอกาสที่จะได้พบปะกับคนทำหนังจริงๆ คือผมเองเรียนภาพยนตร์มาความฝันสูงสุดก็อยากจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ซึ่งในโครงการนี้มันก็มีโอกาสที่จะสานฝันของเราได้ คือเขาจะคัดเหลือ 40 เรื่อง แล้วจะได้ร่วมอบรมสัมนากับวิทยากรในวงการหนังเก่งๆ และมีชื่อเสียงหลายท่าน ซึ่งบทหนังของผมก็เข้ารอบ 40 เรื่องสุดท้ายจริงๆ หลังจากนั้นก็ได้มาเวิร์คช็อปกัน ได้เจอพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว, พี่เก้ง-จิระ มะลิกุล, พี่ต้อม เป็นเอก, พี่อุ๋ย นนทรีย์ คือเจอแต่คนเก่งหลายๆ คนที่เราชอบ ได้ฟังวิธีคิดเขาการเขียนบท การเสนอบทให้กับค่ายหนัง ว่ามันมีอะไรบ้าง เราจะเขียนบทให้ไปในทิศทางไหน ปรับบทที่มันมีอยู่แล้วให้มันดีขึ้นมาได้อย่างไร สุดท้ายก็เลยได้ฟังแล้วก็นำทุกอย่างมารวบรวมแล้วเขียนเป็นTreatment เพื่อส่งให้เหลือ 15 เรื่อง สำหรับผมเข้ารอบ 40 เรื่องเราก็ดีใจแล้วครับ อย่างน้อยเราก็ได้รู้วิธีการเขียนบทว่าต้องเขียนอย่างไรบ้าง  แล้วผลออกมาว่าเข้ารอบ 15 คนสุดท้ายมันก็ดีใจขึ้นไปอีก มันก็ใกล้ความฝันเรามากขึ้นไปอีก เพราะการจะได้เจอนายทุนแต่ละคน ได้เจอคนที่สนใจในบทของเราเพื่อจะเอาไปเสนอผู้สร้างอีกทีหนึ่ง คือถ้าเราจะเข้าไปเขาคงยาก แต่นี่เขาก็ส่งบททั้ง 15 เรื่องไปให้กับผู้สร้างทุกคน โปรดิวเซอร์ทุกคนได้อ่าน ก็รู้สึกดีใจ”

หลังจากผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของโครงการ และถูกส่งบทภาพยนตร์ไปให้กับผู้สร้างรวมถึงโปรดิวเซอร์จากหลากหลายค่ายไปพิจารณาเพื่อนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ในที่สุด กะปิ ก็ไปโดนใจ ปรัชญา ปิ่นแก้ว  สุดยอดผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ ที่สร้างผลงานหนังไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย อาทิ องค์บาก,ต้มยำกุ้ง และ ช็อคโกแลต และรับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับภาพยนตร์ไทยคุณภาพอย่างมากมายเช่น นาคปรก โดยคว้ามาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกจากโครงการนี้ อีกทั้งยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ “กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว” จนกลายมาเป็นภาพยนตร์แนวอบอุ่นให้กับสหมงคลฟิล์มอีกด้วย ซึ่ง ปรัชญา ปิ่นแก้วได้พูดถึงเสน่ห์ของบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ต้องจับมาขึ้นบนแผ่นฟิล์มว่า

 

 

“กะปิเป็นหนังครอบครัว เป็นหนังที่พูดถึงความผูกพันของชีวิตผู้คนริมทะเลที่ต้องผูกพันกับลิงกับมะพร้าว  หรือผูกพันในภาคอาชีพของคนแถวนั้น และเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเรื่องราวที่น่ารักๆ พอถ่ายทอดผ่านนักแสดงอย่างป๋าเทพ ตุ๊กกี้ และริชาร์ด  ซึ่งเขาเป็นนักแสดงที่เก่งมากๆ และบวกกับการได้ลิงแสนรู้  มันก็ยิ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้หนังดูน่ารัก ดูเป็นหนังอบอุ่นครอบครัวได้ และมีคติบางอย่างที่สอนใจคนดูได้อีก แล้วเรื่องนี้เราเปิดโอกาสให้เจ้าของไอเดีย คุณกังฟู มากำกับผลงานของตัวเองด้วย เพราะเขาเป็นคนที่มีความเข้าใจในการทำหนังเป็นอย่างดี เขาคิดอย่างไรกับหนังเขาก็สื่อได้อย่างชัดเจน แล้วเป็นเรื่องแรกของเขาซึ่งเล่นของยากเลยไม่ว่าจะเป็นการกำกับลิง การกำกับสัตว์มันก็ยากอยู่แล้ว แต่เป็นลิงมันก็ยิ่งหนักเข้าไปอีกแล้วเขา
ต้องไปทำงานร่วมกับเด็กอย่างริชาร์ด และนักแสดงมืออาชีพอย่างป๋าเทพ  ซึ่งเป็นนักแสดงที่เก๋า แล้วยังมีนักแสดงคนอื่นๆ อย่างมิลค์และตุ๊กกี้ การผสมทุกอย่างให้ลงตัวต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่กังฟูเขาพิสูจน์ให้ผมเห็นตอนทำงาน เพราะเขาทำได้อย่างที่ต้องการ ตามบทที่เขียนเป็นอย่างดี เขาเป็นอีกคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเด็กไทยรุ่นใหม่ๆ นั้นเก่งเยอะ และทำได้         ผมรู้สึกเลยว่าหนังมันต้องออกมาอบอุ่นน่ารัก มีรอยยิ้ม
ฉะนั้นตัดสินใจไม่ยากเลยว่าต้องทำหนังเรื่องนี้แล้วมั่นใจว่ากังฟูต้องเป็นคนทำหนังเรื่องนี้ แล้วเขาก็ทำได้ดีจริงๆ”  ซึ่ง อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร หนึ่งในคณะกรรมการและเจ้าของโครงการไทยแลนด์สคริปโปรเจ็กต์ก็ได้พูดถึงความพิเศษของบทภาพยนตร์ในเรื่องนี้ที่สามารถพิชิตใจคณะกรรมการได้ว่า

ผมว่าจุดเด่นของหนังเรื่องกะปิ มันเป็นความกล้าหาญของคนเขียนบท  ที่จะนำเสนอเรื่องราวมิตรภาพความผูกพันระหว่างเด็กกับสัตว์มานำเสนอ ซึ่งเราก็ไม่ได้เห็นบ่อยนักในวงการหนังไทย แล้วโดยเฉพาะลิงมันก็เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานทางผมและคณะกรรมการที่ร่วมตัดสินจะรู้สึกถึงความกล้าหาญของตัวบท ซึ่งกังฟูได้พยายามที่จะนำเสนอ ทั้งเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างเด็กกับสัตว์ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการที่มนุษย์ต้องการความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นโดยการพึ่งพาเทคดนโลยีมากเกินไปโดยที่ไม่ได้ใส่ใจกับธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมันอาจจะเกิดปัญหาขึ้นเกี่ยวกับโลกของเราในอนาคตก็เป็นได้ แล้วทางกังฟูเขาเขียนบทออกมาให้ทางเราอ่านแล้วรู้สึกว่ามันสนุก มันเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวต่างๆ กับเหตุการณ์และตัวละครในเรื่อง มติของคณะกรรมการทุกคนพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากให้มีหนังไทยแบบนี้เกิดขึ้นเยอะๆเป็นหนังที่ดูแล้วอบอุ่นสนุกและได้สาระความบันเทิงมากมาย ยังก็ฝากหนังเรื่องกะปิไว้ด้วยครับ มันก็เป็นหนังที่มีการกลั่นกรองมาจากโครงการไทยแลนด์สคริปโปรเจ็กต์ โดยคณะกรรมการต่างๆ ที่ร่วมกันตัดสิน ซึ่งเรากลั่นกรองกันอย่างหนักจริงๆ ซึ่งกะปิก็ใกล้ที่จะลงจอให้ได้ชมกันแล้ว ผมว่ามันจะเป็นหนังในรูปแบบใหม่ๆ ที่จะนำเสนอแก่คนดู และด้วยความคิดความอ่านความสดใหม่ของคนที่ทำผมว่าเป็นหนังดีอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่น่าพลาดแน่นอนครับ”

แคแรกเตอร์ตัวละคร

 

 

   
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.