สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ

  LINK รายละเอียดบุญชูภาคก่อน ๆ และ บุญชู 9
 
Share |
Print 
   
 

 

 

 

เรื่องย่อ

เกิดความอลหม่านขึ้นเมื่อบุญชู และผองเพื่อน ยกขบวนกันมาเยี่ยมบุญโชค ลูกชายสุดที่รัก ที่มาร่ำเรียนหมอด้านสมุนไพรในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทั้งคู่กลับคลาดกัน เพราะบุญโชคดันเข้าไปในป่ากับรุ่นพี่ บุญชูและเพื่อนๆเลยต้องตามเข้าไปหาบุญโชคในป่า

ทั้งหมดกลับเจอเรื่องไม่คาดฝัน แต่แล้วฟ้าเหมือนประทาน สองสาวพี่น้องชาวเหนือ ได้เข้ามาช่วยชีวิตทั้งคู่อย่างหวุดหวิด สร้างความประทับใจให้กับ บุญชูและบุญโชคอย่างมาก สองสาวเข้ามาทำให้ชีวิตของบุญชู บุญโชค เปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้โมลีเกิดความไม่พอใจอย่างมาก

ถ้าคุณเป็นโมลี คุณจะทำอย่างไร?

บุญชู กับบุญโชค จะแก้ไขปัญหาหัวใจที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่ได้อย่างไร?

ลักษณะตัวละคร

กลุ่มนักแสดงจากภาคที่แล้ว

 

 

หนุ่ม - สันติสุข พรหมศิริ รับบท “บุญชู” จากนิสิตเกษตร จบปริญญา ได้กลายเป็นเกษตรแบบพอเพียงเต็มตัว รวมทั้งมีร้านสะดวกซื้อ แบบบ้านนอกเป็นของตัวเอง ยังคงเป็นคนน่ารักของทุกคนเหมือนเดิม แม้ว่าเวลาจะผ่านมายี่สิบปีแล้ว สเน่ห์ ของ บุญชู คือ ความใส ความซื่อของตัวบุญชู และ จริยธรรมที่แทรกอยู่ว่าความดีสารมารถเอาชนะความชั่ว

แหม่ม - จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท “โมลี” จากบัณฑิตวารสาร คนรักของบุญชู ยอมสละชีวิตที่หรูหราในกรุงเทพฯมาอยู่กับคนรัก มีลูกชายคนเดียวที่หวังจะฟูมฟักให้ได้เรียนสูงๆเช่นกัน

อาร์ตี้ –ธนฉัตร ตุลยฉัตร รับบท “บุญโชค” ลูกชายของบุญชูและโมลี หนุ่มวัยรุ่น อดีตเณรเปรียญผู้ไม่ประสากับโลกสมัยใหม่ เพราะเพิ่งสึกจากสามเณรจึงไว้ผมทรงสกินเฮดและแต่งตัวเชยเฉิ่มเล็กน้อย เป็นคนมองโลกในแง่ดีเหมือนบุญชูผู้เป็นพ่อ

ซูโม่เจี๊ยบ – วัชระ ปานเอี่ยม รับบท “ไวยากรณ์” สัตวแพทย์เพื่อนเก่าของบุญชูและโมลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมพันธุ์ และยังคงเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนๆ

ซูโม่เอ๋ – เกรียงไกร อมาตยกุล รับบท “ประพันธ์” ยังคงเป็นคนขี้สงสัย ช่างซักในเรื่องไม่ควรซัก อันเป็นลักษณะที่เป็นกรรมพันธุ์ถ่ายทอดไปถึงรุ่นลูก และเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของโมลี

ซูโม่ตุ๋ย – อรุณ ภาวิไล รับบท “นรา” นิติศาสตร์บัณฑิต ที่เล่นการเมืองแล้วสอบตกแล้วสอบตกอีก เป็นทนายความที่ทำให้ลูกความติดตารางเป็นประจำ ชอบปราศรัยแบบที่ใครฟังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม
กฤษณ์ ศุกระมงคล รับบท “คำมูล” บัณฑิตโบราณคดี ทำตัวเป็นอินเดียน่าโจนส์ เที่ยวตามล่าหาสมบัติไม่เลิก และยังกินปลากระเป๋าเป็นประจำ

ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ รับบท “เฉื่อย” อาจารย์ด้านสถาปัตยกรรมที่ยังเฉื่อยเหมือนเดิม พูดไม่ทันคนอื่นเหมือนเดิม และยังไม่ทันเพื่อนๆ เหมือนเดิม

ซูโม่กิ๊ก – เกียรติ กิจเจริญ รับบท “หยอย” ยังคงชอบเสียงดังเอ็ดตะโรเหมือนเดิม โดยเฉพาะเวลาที่เผชิญหน้ากับพี่ปอง ปากหมา เจ้าของร้านอาหารเจ้าประจำ

สมเกียรติ คุณานิธิพงศ์ รับบท “ปอง ปากหมา” เจ้าของร้านอาหารเจ้าดั้งเดิมจาก ท่าพระจันทร์ คู่ปรับตลอดกาลของ “หยอย” (ซูโม่กิ๊ก – เกียรติ กิจเจริญ)

กลุ่มนักแสดงหน้าใหม่

จ๋า - ณัฐฐาวีรนุช ทองมี รับบท “จันทร์ผา” สาวเก่งของหมู่บ้าน ที่หวงแหนแผ่นดิน ผืนน้ำ และผืนป่า ไม่ยอมให้ใครมาทำลายสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของทุกคน...
จีน – เกล้าแก้ว สินเทพดล รับบท “จันทร์หอม” น้องสาวจันทร์ผา ที่มีความสดใส น่ารัก เป็นนิสิตปีหนึ่งเช่นเดียวกับบุญโชค อยู่คณะแพทย์แผนไทยประยุกต์

นะโม ทองกำเหนิด รับบท “พี่หมอ” เรียนซ้ำชั้นจนกลายเป็นรุ่นพี่ของน้องๆ อยู่ห้องเดียวกับบุญโชค เป็นคนมุทะลุ บ้าบิ่น ไม่กลัวใคร แต่ถ้ามีเรื่อง พี่หมอจะเผ่นก่อนใครเลย

บุ๋มบิ๋ม สามโทน-สุธีรัชต์ ชาญนุกูล รับบท “อบต” โจรตลก ดูซื่อๆโง่ๆ

ถนอม สามโทน- วิทยา เจตะภัย รับบท “มะขิ่น” แนวตลกๆ ชอบแหกตาชาวบ้าน
เป๊ปซี่-ธีรวัฒน์ ทองจิตติ รับบท “ยมน่าน” โจรตลก ดูซื่อๆโง่ๆ
สมจิต จงจอหอ “ปิงวัง” โจรตลก ดูซื่อๆโง่ๆ

 

อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร ผู้บริหารไฟว์สตาร์ เปิดเผยว่า “บุญชู 10 นี้เป็นโปรเจ็คท์ที่วางไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากที่อาบัณฑิตวางแนวทางไว้แล้ว กำลังจะเริ่มเปิดกล้อง เราก็ต้องมาเสียอาไปก่อน ซึ่งพอสอบถามเหล่านักแสดง  ทุกคนอยากจะสานต่อบุญชูภาคนี้ให้จบ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับอาบัณฑิต อีกอย่างเป็นงานที่อาเขาตั้งใจที่จะทำเต็มที่ โดยทุกคนตกลงกันว่าให้ พี่กิ๊ก (เกียรติ กิจเจริญ) รับหน้าที่กำกับการแสดง แต่ในแง่ของการทำงาน  ทุกคนมีส่วนร่วมหมด แต่พี่กิ๊กจะเป็นคนตัดสินใจเลือก ในฐานะที่นั่งเก้าอี้ผู้กำกับ ส่วนภาคนี้จะมีนักแสดงใหม่ๆ เข้ามาเสริมหลายคน แต่รับรองว่าไม่ผิดหวังเเน่นอนค่ะ”

ซูโม่กิ๊ก (เกียรติ กิจเจริญ) ต้องรับบทหนักเป็น 2 เท่า เพราะรับทั้งกำกับและแสดงเอง แม้จะเคยผ่านงานกำกับละครในเรื่อง ตลาด โรงเจ ลิเก ความรัก มาแล้วก็ตาม โดยงานนี้ ซูโม่กิ๊ก เปิดเผยความรู้สึกให้ฟังว่า

“ สำหรับการกำกับหนังครั้งแรก ใน “ บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ ” ก็รู้สึกว่าสนุกดีครับ อย่างแรกที่เห็นได้เลย คือ ความสนุก อย่างหลังที่ตามมาคือ ค่อนข้างยุ่งยาก และก็มีหลายเรื่องให้เราต้องคิด มีเรื่องให้ต้องคิดเยอะขึ้น มันซับซ้อนกว่าการแสดงอย่างเดียว เพราะเราต้องแสดงด้วย ต้องคิดถึงเรื่องด้วยว่าทุกอย่างโดยรวมจะออกมาเป็นอย่างไร มีความยากและลำบากอยู่หลายระดับเหมือนกัน ตอนที่เล่นเราก็เล่นอย่างเดียว ไม่รู้ว่าขั้นตอนของผู้กำกับเป็นอย่างไร แต่พอวันนี้ต้องมานั่งกำกับเอง ถึงรู้ว่ามันก็ต้องมีกระบวนการคิด การตัดสินใจหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความต่อเนื่อง เรื่องของภาพ แต่ก็โชคดีที่ทีมงานและผู้ช่วยทุกคนเป็นคนที่มีฝีมือ และเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ก็ทำให้ทำงานง่ายขึ้นเยอะครับ ”

 

 

“ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างการกำกับภาพยนตร์ กับการกำกับละคร การกำกับภาพยนตร์ยากกว่า อย่างการใช้กล้อง เลือกมุม เลือกภาพ มันก็จะต่างกัน หรือบางทีต้องถ่ายมุมแคบ ถ่ายมุมกว้าง ถ่ายเก็บไว้ ถ่ายเผื่อไว้ ซึ่งมันเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์ บางทีขนาดของภาพก็สำคัญกับการที่จะบ่งบอกอารมณ์ ทุกอย่างมันถือว่ายาก ยากกว่าตอนกำกับละคร กำกับละครก็มีสวิตเชอร์ เค้าก็จะคอยกำกับให้ เราแค่รู้ว่าได้หรือไม่ได้ ตอนเป็นละครก็จะเล่นยาวไปเลยทั้งซีน แต่หนังเนี่ย กว่าจะได้ซีนหนึ่งก็ยากกว่าเยอะ ต้องทำให้เนียน มันจะลำบากกว่า แต่ว่าเนื่องจากนักแสดงที่เรามีอยู่เป็นมืออาชีพและชำนาญมากอยู่แล้ว ในเรื่องของการกำกับนักแสดงเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ ”

   
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.