แคแรกเตอร์ตัวละคร

ปานวาด เหมมณี รับบทเป็น หมวย
หมวย เป็นนักศึกษาจากภาคเหนือที่เข้ามาฝึกงานอยู่กับมูลนิธิกู้ภัย ที่ดูภายนอกเป็นสาวห้าว มั่นใจในตัวเอง แต่ภายในใจเหมือนมีเรื่องราวอะไรบางอย่างเกาะกินอยู่ภายในตัวของเธอ ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับความน่าสะพรึงกลัวที่เธอจะต้องเจอในมหาลัยสุดสยองนี้ก็เป็นได้
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา หอแต๋วแตก (พ.ศ.2550), บางกอกแดนเจอรัส (พ.ศ.2551), มหาลัยสยองขวัญ (พ.ศ.2552)
ใน มหาลัยสยองขวัญ ที่รวมเอาตำนานเรื่องเล่าสุดเฮี้ยนมาผูกเป็นเรื่องราวสุดผวาที่จะทำให้คุณลืมทุกเรื่องเล่าสุดผวาที่คุณเคยได้ยินมา ซึ่งงานนี้สองผู้กำกับก็ได้ใส่ตัวละครเข้าไปในแต่ละเรื่องราว เพื่อให้มีรสชาติความสยองมากกว่าเรื่องเล่าที่คุณเคยได้ยินมาเพียง 5 นาที ซึ่งงานนี้ก็ได้ทีมนักแสดงที่มีจะเข้ามาเติมเต็มทุกตำนานให้มีความน่าสะพรึงกลัวและน่าติดตามยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในนั้นก็ได้นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ เป้ย-ปานวาด เหมมณี มาสวมบทบาทตัวละครสำคัญ ที่จะเป็นผู้นำพาทุกท่านเข้าไปร่วมเปิดตำนานพร้อมกันในหนังเรื่องนี้ ซึ่ง 2 ผู้กำกับพูดถึงตัวละครตัวนี้ว่า
เป้ยถือเป็นตัวละครสำคัญ คือบทหมวยเนี่ยเหมือนจะง่ายๆสบายๆ แต่พอดูไปเรื่อยๆ ก็เหมือนกับคนดูจะรู้สึกอะไรบางอย่าง ด้วยแววตา ด้วยท่าทาง ก็จะค่อนข้างเปลี่ยนจากทุกคาแรกเตอร์ที่เราเคยเห็นเป้ยมา ก็ต้องปรับและทำความเข้าใจกันพอสมควร แล้ววิธีการเล่นมันจะเป็นอย่างไร เพราะเราไม่อยากให้เป้ยเล่นเป็นเป้ยนะ คือเขามีความตั้งใจมาก คือเขาบอกว่าเรื่องนี้ เขาไม่ได้อยากเล่นเป็นสาวเซ็กซี่ เหมือนกับภาพที่หลายๆ คนคงเคยเห็น คือเรื่องนี้ต้องมาใส่ชุดปอเต๊กตึ๊ง ซึ่งเป้ยก็มีความตั้งใจและทำการบ้านมาเพื่อเล่นบทนี้โดยเฉพาะ ซึ่ง สุทธิพร เสริมว่า คือเราเชื่อว่าคนดูจะไม่เห็นเป้ยในแบบที่เห็นในละครหรือสื่อต่างๆ เพราะตอนได้เป้ยมาเล่น เราจะคุยกันตลอดว่าไม่ให้คนดูติดภาพจากละคร คือเหมือนกับว่าจะคุยกับน้องยังไง สุดท้ายเขาก็มีการปรับตัว แล้วก็ทุ่มเทเพื่อบทบาทที่ตัวเองได้รับมาก แล้วน้องเขาจะมาถามว่าพี่ได้มั้ยๆ ทุกครั้งที่คัท คือเขาจะกังวลมาก กลัวจะออกมาไม่ดี คือเขาอยากให้คนเห็นภาพเขาในมุมใหม่ คือเขาจะตั้งใจมาก

ส่วนทางด้านสาวเป้ยก็พูดถึงบทบาทสำคัญที่ได้รับในเรื่องนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานเรื่องแรกที่เธอร่วมงานกับทางสหมงคลฟิล์มว่า ก็ถือเป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งแรกกับทางสหมงคลฟิล์ม พอได้อ่านบทแล้วก็รู้สึกชอบแล้วก็อยากเล่นคือมีพล็อตกับไอเดียที่น่าสนใจ แบบว่าทุกคนก็เคยได้ยินเรื่องเล่า ได้ยินตำนานของมหาลัยต่างๆ แล้วเรื่องนี้เขาเอามาโยงเป็นหนังหนึ่งเรื่อง แล้วก็อีกอย่างถือเป็นการพลิกคาแรกเตอร์ของเป้ยให้เป็นอีกลุคหนึ่ง ก็เป็นการที่จะแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเป้ย ก็เป็นเป้ยที่สวมบทเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งอยากให้มาลองดูกัน
เคยมีคนพูดว่า
ปีพ.ศ 2531 นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้ขอลาออกอย่างกะทันหัน
หลังจากถูกพบนอนหมดสติ ในลิฟท์เก่าตัวหนึ่ง...ซึ่งไม่ได้รับการยืนยันว่าเธอเจออะไรในลิฟท์

อชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา รับบทเป็น นกน้อย
นกน้อยเป็นคนรุ่นใหม่ เชื่อมั่นในตัวเองไม่เคยดูถูกใครแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูก เมื่อเธอต้องเข้าไปเรียนที่นั้นจึงถูกรุ่นพี่แอนตี้ ด้วยฐานะและเรื่องราวบางอย่างในตัวเธอ ทำให้โดนพูดจาหาเรื่องตลอดเวลา รวมไปถึงการแกล้งให้เธอต้องไปติดอยู่ในลิฟท์สุดเฮี้ยนของสถาบันแห่งนี้เพียงลำพัง
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา มนุษย์เหล็กไหล (2549), คนไฟลุก (2551), หลวงพี่กับผีขนุน (2552), มหาลัยสยองขวัญ (2552)
ลิฟท์แดง คือหนึ่งในตำนานเฮี้ยนชื่อดัง ที่นิสิตเก่าและใหม่คงเคยได้ยินกันมาเป็นอย่างดี โดยเป็นตำนานที่ว่าไว้ว่า หลังเกิดเหตุการณ์นองเลือดปี พ.ศ. 2519 ลิฟท์ที่มีนักศึกษาถูกยิงกราดก็ไม่สามารถล้างคราบเลือดสีแดงออกได้ จึงต้องทาสีทั้งลิฟท์เป็นสีแดงทั้งหมด มักมีคนได้ยินเสียงเคาะจากในลิฟท์ แต่เมื่อลิฟท์เปิดกลับไม่พบใครอยู่ บางครั้งเมื่อเข้าลิฟท์คนเดียวไม่นานก็พบว่ามีคนมากมายยืนอยู่ด้วย จนเป็นที่กล่าวขานกันมารุ่นสู่รุ่นมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งตำนานลิฟท์แดงนี้ก็ได้นักแสดงสาววัยรุ่น หนูจ๋า-อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา มาสวมบทตัวละครสำคัญในการเปิดตำนานลิฟท์อาถรรพ์สุดเฮี้ยนนี้
ในเรื่องราวของตำนานลิฟท์แดงคนที่รับบทเป็นนกน้อยก็คือหนูจ๋า ก็ต้องมารับบทเป็นลูกคุณหนู ซึ่งต้องมาแบกภาระแบกความกดดันหลายอย่าง ตอนแรกหนูจ๋าก็ยังกังวลอยู่บ้างว่าจะแสดงได้มั้ย แต่หนูจ๋าเป็นคนถึงไหนถึงกัน บรรจงพูดถึงหนูจ๋าที่มารับบทนกน้อย ก่อนที่สุทธิพรจะกล่าวเสริมว่า คือตัวละครนกน้อยจะดีเทลเยอะ คือมันเป็นเรื่องของลูกคุณหนูที่มีอีโก้หน่อยๆ วันนึงโดนรุ่นพี่ทำลายอีโก้ ก็เลยมีการต่อต้านรุ่นพี่ คือคิดมาตลอดว่าตัวเองไม่ผิด แล้วคือจ๋าจะมีซีนดราม่าตลอดเวลา ต้องเจอทั้งความบีบคั้นทางอารมณ์ของผี แล้วก็ของคน คือตัวละครนกน้อยจะต้องเจอทั้งเรื่องราวที่มาที่ไป และอาถรรพ์ความเฮี้ยนของลิฟท์ตัวนี้

ทางด้าน หนูจ๋า-อาชิรญาณ์ ก็พูดถึงตำนานลิฟท์แดงที่เคยได้ยินได้ฟังมากับตัวว่า
คือเรื่องลิฟท์แดงเนี่ยจะมีหลายเรื่องเล่ามาก อย่างที่เคยได้ยินคือเวลาที่มีนักศึกษาเดินเข้าไปในลิฟท์ แล้วจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว เหมือนมีคนยืนล้อมรอบและจ้องมองเราอยู่ คือมันเป็นความกดดันที่เราสัมผัสได้ เพราะถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร แล้วก็มีนักศึกษาที่อยู่ในลิฟท์แดงเหมือนกัน ด้วยความที่ยืนอยู่คนเดียวระหว่างขึ้นลิฟท์ แล้วระหว่างที่ยืนสางผมตัวเองอยู่ รู้สึกว่ามันยาวๆ ขึ้นเรื่อยๆ แล้วหลุดออกมาเป็นกระจุก แค่คิดตามก็สยองแล้วค่ะ
ใคร...ใคร...ก็รู้ว่า...
ไม่มีนักศึกษาหญิงคนใดกล้าใช้ห้องน้ำชั้น 5 ของตึกนี้
ไม่มีใครเคยเห็นห้องน้ำนี้ถูกปิดไฟ
และไม่มีใครกล้าตั้งคำถามถึงศาลที่ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำด้านในสุด

ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบทเป็น ป้อน
ป้อนเป็นสาวมั่นสุดซ่า เธอใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง แต่แล้วคืนหนึ่งเมื่อรู้ความจริงจากแฟนหนุ่มว่าเงินที่เอามาเลี้ยงและซื้อของให้ ได้มาจากการขายยาของพวกมาเฟีย ทำให้ป้อนถูกลากออกมาจากโลกของวัยรุ่นธรรมดาๆคนหนึ่ง เข้าสู่โลกของอาชญากรและโลกของวิญญาณอย่างเลี่ยงไม่ได้
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา รับน้องสยองขวัญ (พ.ศ.2549)

อธิศ อมรเวช รับบทเป็น จิมมี่
นักศึกษาหนุ่มท่าทางมีอนาคตไกล เพียงแต่ว่าเขาเลือกที่จะทิ้งอนาคตซะตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ด้วยการขายยาและแทงพนันบอลจนวันหนึ่งเมื่อเขาตัดสินใจอมเงินของมาเฟียขายยาและถูกจับได้ เรื่องไม่จบอย่างดราม่าแอคชั่น เพราะเขาต้องพานักเลงที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินที่สุดไปยังที่ที่ถูกเรียกว่ามีผีดุที่สุด
ศาลในห้องน้ำหญิง ตำนานนี้นิสิตนักศึกษาแถบบริเวณชานเมืองคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ในตำนานว่าชั้น 5 ของตึกวิทยาศาสตร์ในสถาบันแห่งนี้ มีห้องน้ำหญิงที่ได้รับการดูแลอย่างดีแต่ไม่มีใครย่างกรายเข้าใกล้ เพราะในห้องน้ำมีศาลตั้งอยู่ บางคนว่าเป็นศาลนางไม้ บางคนว่าเป็นศาลของนักศึกษาหญิงที่ผูกคอตาย ซึ่งคอยออกมาหลอกหลอนนักศึกษาที่เข้าใกล้บริเวณนั้น จนถึงขนาดไม่มีใครกล้าปิดไฟ เพราะมักจะมีคนเจอดีทุกครั้งที่มีคนปิดไฟ ซึ่งในเวอร์ชั่นมหาลัยสยองขวัญตำนานนี้ก็ได้ถูกดำเนินเรื่องโดย 2 นักแสดงวัยรุ่นอย่าง ภัณฑิลา ฟูกลิ่น สาวน้อยที่โด่งดังจากรายการ สตรอเบอรรี่ชีสเค้ก และหนุ่มนักดนตรีแห่งค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่โดดมามีผลงานภาพยนตร์ครั้งแรกอย่าง จ๊ะ-อธิศ อมรเวช มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดตำนานครั้งนี้
บรรจงอธิบายว่า ตำนานในศาลห้องน้ำหญิง ก็จะมี แอร์กับจ๊ะ ที่รับบทเป็นป้อนกับจิมมี่ ที่เป็นตัวแทนของนักศึกษาในสมัยนี้ โอเคมีแฟน ก็ต้องมีเที่ยว มีสำมะเลเทเมาบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดในสังคมนะ คือเขาเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด กับพวกมิจฉาชีพ ก็เลยทำให้ตัวเองกับแฟนเข้าไปเกี่ยวข้องกับความเฮี้ยนของศาลในห้องน้ำหญิง คืออันนี้จะออกแนวคนลองดีแล้วได้เจอกับผลที่ตัวเองทำ ก่อนจะถึงสุทธิพรจะพูดถึง 2 นักแสดงในตำนานนี้ว่า อย่างจ๊ะเนี่ยเป็นนักดนตรี ซึ่งตอนนี้เพลงเค้าน่าจะดังแล้ว (หัวเราะ) แต่ตอนที่ถ่ายทำเนี่ย เขายังไม่เคยเล่นหนัง เป็นคนค่อนข้างเงียบ แต่คาแรกเตอร์ตัวเขาดูน่าสนใจ ก็ทำงานกันสนุก เพราะเขาตั้งใจมาก ส่วนแอร์เนี่ย เห็นน้องเขามาตั้งนานแล้ว ถือว่าเป็นนักแสดงที่ขยันขันแข็ง แล้วเรื่องนี้ถ่ายถึงเช้ากันทุกคิวเลย จริงๆ แอร์เนี่ยเราชอบตั้งแต่เทปแคสแล้วนะ คือบทที่น้องเขาเล่นเขาค่อนข้างเป็นสาวซ่า ซึ่งเราก็กังวลว่าจะได้มั้ย เพราะตัวจริงเขาเป็นน้องเล็กน่ารัก พอจ๊ะกับแอร์มาจับคู่กัน อีกคนจะนิ่งอีกคนจะออกอาการหน่อย ทุกอย่างก็เลยลงตัว
เขาว่ากันว่า...
ทุกๆ เทอมนักศึกษาแพทย์ที่อยู่เวรในห้องนี้เพียงลำพัง
ต้องเจอเหตุการณ์ ศพหาย ซึ่งน่าแปลกที่ไร้ร่องรอยบุคคลอื่น
...เหมือนกับศพหายไปได้เอง
ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ รับบทเป็น เสริฐ

ปริญญา งามวงศ์วาน รับบทเป็น โจ๊ก (โกลคลับ เกมล้มโต๊ะ, อหิงสา จิกโก๋มีกรรม)
ประเสริฐ เป็นนักศึกษาแพทย์ที่กลัวผีเข้ากระดูกดำ เสริฐพยายามปกปิดความกลัวนี้ไม่ให้ใครรู้ แต่ความลับเดียวของเขากลับอยู่ในมือของ โจ๊ก เพื่อนคนสุดท้ายในห้องที่ประเสริฐอยากจะคุยด้วย และความซวยก็มาเยือนเมื่อเขาต้องไเฝ้ายามหน้าห้องดับจิตในคืนที่มีศพที่ถูกลือกันว่าเฮี้ยนสุดๆ
ตำนาน ห้องดับจิต หรือ ศพหาย คือตำนานที่นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องเคยได้ยินกิตติศัพท์ที่ไม่ว่ารุ่นพี่รุ่นน้องหรือรุ่นไหนต้องมีเรื่องราวสุดสยองนี้อยู่ในหัวกันทุกคน โดยตำนานเล่าว่า ในยามค่ำคืนนอกจากที่นักศึกษาแพทย์จะพบความสยองจากพยาบาลที่ออกมาแหวะอกควักเครื่องในโชว์เพื่อสอนกายวิภาคจนเลือดแดงเปรอะเปื้อนทั้งลิฟท์ยามค่ำคืนแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับถูกหลอกหลอนไม่จบสิ้น กับการขยับตัวได้เองของศพในห้องดับจิตที่มีแต่ร่าง...ไร้วิญญาณ ซึ่ง 2 ผู้กำกับพูดถึงเรื่องราวและตัวละครที่อยู่ในตำนานนี้ว่า
บรรจงเล่าว่า เรื่องราวของห้องดับจิต เรื่องของนักศึกษาแพทย์ที่ต้องไปพัวพันกับศพโดยไม่ได้ตั้งใจ คือเป็นเรื่องของนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่เค้ากลัวผีแต่ไม่มีใครรู้ คือโจทย์คือคนที่กลัวผีมากที่สุด ต้องไปอยู่ในห้องดับจิตคนเดียว ต้องเจอกับศพที่เฮี้ยนที่สุด
ก่อนที่สุทธิพรจะพูดถึง 2 ตัวละครในตำนานนี้ว่าคือเป็นเรื่องของเพื่อนสองคน คนหนึ่งดูซ่ามาก ส่วนอีกคนหนึ่งเหมือนเด็กเรียน มีปมหน่อยๆ คือปิดความลับที่ตัวเองกลัวผีไว้ แต่ดันมีเพื่อนสนิทเป็นคนแสบๆคนหนึ่ง จะคอยกลั่นแกล้งตลอด แล้วตัวละครสองคนที่เราเลือกมา ก็มีอิคคิว จากโฆษณา ขนมเวเฟอร์วอยซ์แล้วก็ อ็อฟ นักแสดงจากโกลคลับ อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรมือตอนแรกเขาไม่รู้จักกันเลยนะ แต่มันเหมือนกับเคมีที่มันลงตัวกัน พอมาเล่นด้วยกันก็เลยดูมีเสน่ห์
รุ่นพี่เคยบอกว่า....
หอพักนี้ หลังเวลาเที่ยงคืน ห้องพักที่อยู่ใกล้กับบันได
จะได้ยินเสียง ป๊อก..ป๊อก..ครืด....ซ้ำไป ซ้ำมา
ไม่เคยมีใครกล้าพิสูจน์ที่มาของเสียงนั้น

แอนนา รีส รับบทเป็น สา
สาเป็นเพื่อนสนิทของหมวย เธอเป็นสาวห้าว ฉลาด ขี้เล่น รักเพื่อน เธอใช้เวลาว่างโดยการแช็ททางอินเตอร์เน็ตเพื่อแก้เหงา แต่เมื่อคู่สนทนาในโลกไซเบอร์ของเธอไม่ใช่หนุ่มในฝันที่วาดไว้ จึงทำให้เธอต้องเจอกับชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา ฟ้าทะลายโจร (2543), เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย (2551), ปืนใหญ่จอมสลัด (2551)
ตำนาน หอเจ็ด หรือ ป๊อก...ป๊อก...ครืด คือเรื่องเล่าที่ถือเก่าแก่และได้รับการพูดถึงมากที่สุดของบรรดานิสิตนักศึกษา ตำนานนี้ถูกเล่ากันไปต่างๆ นานา ซึ่งต่างคนก็ต่างเดาที่มาของเรื่องราว ป๊อก...ป๊อก...ครืด ซึ่งเขาว่าเป็นวิญญาณของนักศึกษาที่ตายไปและยังคงวนเวียนอยู่ในหอพัก ซึ่งในตำนานนี้ก็ได้นักแสดงสาวลูกครึ่ง แอนนา รีส เข้ามาอยู่ในเรื่องราวตำนานสุดฮ็อตและเฮี้ยนที่สุดในเรื่องนี้
คือแอนนารีสจะรับบทเป็นสาวสมัยใหม่ เป็นสาวน่ารักสดใสเซ็กซี่ ชอบบริหารเสน่ห์อยู่เสมอ ก็จะมีคนๆ นึงซึ่งเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป ก็ชอบแชท ชอบเข้าอินเตอร์เน็ท พบปะเพื่อนใหม่ๆ คืออาจจะมีความสุขกับการพูดคุย พูดหยอกล้อ ชอบโปรยเสน่ห์ คือเป็นเรื่องของคนรักสนุกขี้เล่น แต่สิ่งที่เขาเจอมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ซึ่งจะเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องสุดเฮี้ยนของหอพักอย่างไรต้องไปดูกัน บรรจงอธิบายถึงตัวละครนี้
ป๊อก...ป๊อก...ครืด ถือเป็นตำนานฮ็อตฮิตสุด คือเป็นเรื่องที่ดังมากของสถาบันภาคเหนือ จุดที่ยากคือเรื่องนี้ทุกคนมีภาพในหัวอยู่ ทุกคนจินตนาการไปต่างๆนานา ซึ่งเราจะโฟกัสถึงที่มาแล้วก็เสน่ห์ของป๊อก...ป๊อก...ครืด คือเราต้องตอบโจทย์ให้ตามกับที่คนดูจินตนาการไว้ด้วย สุทธิพรเสริมถึงตำนานสุดเฮี้ยน
ส่วนสาวลูกครึ่งแอนนา รีส พูดถึงเรื่องราวที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับ ตำนานผีหอเจ็ด หรือ ป๊อก...ป๊อก...ครืด ว่า
เคยค่ะ คือเรื่องป๊อก...ป๊อก...ครืด เนี่ยเป็นเรื่องเล่าที่นานมากแล้ว ที่แอนนาได้ยินมาจะเป็นเรื่องของวิญญาณผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ถูกฆ่าอย่างทรมานในขณะที่เดินทางไปซื้อของกินให้เพื่อนที่ไม่สบาย ด้วยความที่จิตใต้สำนึกยังเป็นห่วงเพื่อน ก็เลยยังอุตส่าห์เอาข้าวมาให้เพื่อนจนได้ แต่ไม่ได้มาด้วยสภาพที่เป็นคนแล้ว คือเป็นศพที่เดินไม่ได้ ต้องเอาคางเดินขึ้นบันได จนเป็นเสียงป๊อก ป๊อก ครืด แค่นึกก็น่าขนลุกแล้ว
|