แคแร็คเตอร์ตัวละคร
กุนจา (น้ำฝน-โสภิตา ศรีบาลชื่น) ตำรวจสาวสายลับฝีมือฉกาจของหน่วยปฏิบัติการพิเศษซีไอเอ

ปฏิบัติตามคำสั่งขององค์กรอย่างซื่อสัตย์ แต่ภายหลังจากการถูกสั่งเก็บเพื่อปกปิดความลับบางอย่าง แต่เธอรอดชีวิตมาได้ นั่นทำให้ความคิดของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และรอคอยวันชำระแค้นส่วนตัวอย่างสาสม
ก่อนที่ฝนจะมาเล่นหนังเรื่องนี้ ฝนก็ต้องเรียนพวกคิวบู๊ต่างๆ เพิ่มเติม เพราะว่าตัวฝนเองไม่มีพื้นฐานทางเรื่องพวกนี้มาก่อน อามานพเขาก็ส่งไปเรียนคิวบู๊ไม่ว่าจะเป็นพวกเรื่องฟันดาบ เรียนมวย แล้วก็คือฟิตตัวเองอยู่ตลอดเวลา บางทีก็ซ้อมตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่มของทุกวันค่ะ แต่ที่หนักสุดก็เห็นจะเป็นพวกฟันดาบซามูไร พวกคิวบู๊ในเรื่องนี้มันจะหนักหนักมากค่ะ ก็ต้องบอกก่อนเลยว่าฝนไม่มีพื้นฐานทางด้านการต่อสู้มาก่อน ไอ้ความยากก็ยากมาก เราก็ไม่คิดว่าฉากแอ็คชั่นมันจะยากขนาดนี้ แต่ใจเราสู้อยู่แล้ว แต่ตอนที่เริ่มถ่ายทำครั้งแรก โอ้โห ถ่ายวันแรกฝนยิงปืนก็ยิงไม่ออก ทำอะไรไม่ได้ น้ำตานี่ไหลๆๆ มันเหมือนตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้ว่าเราจะเรียนทั้งแอ็คติ้งเรียนทุกอย่างมามากพอสมควรแล้ว แต่มันก็ยังไม่เหมือนกับประสบการณ์จริงที่ได้เจอตอนถ่ายทำ มันยากมากๆ ฝนจะค่อนข้างเครียดเรื่องแอ็คติ้ง จะว่าไปเรื่องคิวบู๊ฝนไม่ค่อยเครียดมากเท่าแอ็คติ้งนะคะ
ฉากแอ็คชั่นในเรื่องจะเยอะมาก แค่ชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่าต้องมีสู้ๆ กันตลอดเรื่อง มีทั้งฉากฟันดาบ ยิงปืน สองอย่างนี้เกือบตลอดเรื่อง แล้วก็มีฉากไล่ล่า ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่ากัน มีขึ้นสลิงแอ็คชั่นต่อสู้กัน
อย่างในเรื่องนี้ฉากที่ฝนชอบเหมือนกันก็คือฉากที่ใช้ดาบซามูไรต่อสู้ในอู่แท็กซี่ที่มีนินจามาสู้ด้วยเป็นสิบๆ คน เป็นฉากลองเทค (Long Take) ก็คือถ่ายแบบยาวมากๆ รวดเดียว แล้วก็ได้ใช้ฝีมือในการร่ำเรียนการฟันดาบญี่ปุ่นมา แล้วรวมทั้งความจำและความแม่นยำของเราด้วย น้ำหนักการฟัน แล้วก็การแอ็คติ้ง แอ็คชั่นทุกอย่างมันต้องได้ เพราะว่าเขาจะใช้กล้องแฮนด์เฮลถ่ายตามเจาะเราไปทุกที่อะไรอย่างนี้ค่ะ ก็เป็นอีกฉากแอ็คชั่นในเรื่องนี้ที่มันก็สนุกดีค่ะ
เสน่ห์และความน่าสนใจของหนังเรื่อง สวยซามูไร นี้นะคะ ก็จะเป็นหนังแอ็คชั่นฮีโร่เท่ๆ ของกลุ่มผู้หญิงหลายๆ คนที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทยเท่าไหร่ค่ะ แล้วก็เป็นเป็นเรื่องของความพิถีพิถัน ความละเอียดไม่ว่าจะเป็นภาพ เป็นสีแสงทุกอย่าง มันจะเป็นภาพที่สวยๆ เป็นแอ็คชั่นสวยๆ ซึ่งได้คุณอามานพมาเป็นผู้กำกับด้วยแล้วรับรองว่ามีความละเอียดในด้านต่างๆ สูงแน่นอน และก็จะสนุกไปกับมันได้ไม่ยากค่ะ ก็อยากให้ลองเปิดใจเข้ามารับชมหนังเรื่องนี้กันดีกว่านะคะวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้แล้ว ก็อยากจะให้มาดูถึงความตั้งใจของตัวนักแสดงทุกๆ คนรวมทั้งทีมงานด้วยค่ะ ทุกคนทำเต็มร้อยสู้สุดๆ ค่ะ
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา: ตุ๊กแกผี (2547), สวย...ซามูไร (2552)
แคลร์ (แจ๊คกี้ อภิธนานนท์) - หัวหน้าสายลับสาวตัวร้ายอันดับหนึ่งแห่งหน่วยนักรบปฏิบัติการพิเศษซีไอเอ

เธอภักดีกับองค์กรของตนมากเกินไป จนกระทั่งสังหารได้แม้แต่ลูกน้องมือขวาอย่างกุนจา ซึ่งเธอมิอาจล่วงรู้ได้เลยว่า นั่นเป็นการนับถอยหลังวันหมดลมหายใจของเธออย่างรวดเร็ว
หลังปฏิบัติการภารกิจที่ชายแดนภาคใต้ของไทยได้แล้ว เธอได้รับมอบหมายให้เดินทางกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพื่อจัดการสังหารวายิบผู้ล่วงรู้ข้อมูลลับบางอย่างของซีไอเอ
ต่างกันเยอะค่ะ ต่างจาก บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม เพราะว่าเรื่องนั้นเป็นหนังตลก แล้วก็ต้องทำอะไรบ๊องๆ หน่อย ส่วนใน ปืนใหญ่จอมสลัด การแสดงก็จะโตขึ้นมาก ก็จะเป็นบทเจ้าหญิงที่นิ่งๆ เงียบๆ ส่วนเรื่องนี้ก็เปลี่ยนมาอีกแนวทางหนึ่งเลย ได้เล่นแอ็คชั่น ได้ขึ้นสลิง สนุกมาก ทำงานกับทีมนี้เพราะว่าคุณอามานพก็เป็น Professional มาก ต้องเรียกมาทำเวิร์คช็อปก่อนทุกครั้งทุกซีน ถ้าไม่ได้มาด้วยตัวก็จะต้องโทรศัพท์บรีฟตลอดว่าจะต้องทำอะไร ตัวละครตัวนี้จะต้องเป็นคนที่โหดทางสายตา ไม่ต้องพูดอะไรมาก ต้องทำเสียงให้ต่ำไว้ คุณอาบอกให้ทำเสียงต่ำแล้วก็ฆ่าคนทั้งเรื่องเลย (หัวเราะ)
จริงๆ ฉากแอ็คชั่นนี้ไม่ยากเท่าไหร่นะ จะยากตอนแสดงฉากอารมณ์มากกว่า ฉากที่คุณอามานพบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรนะ ให้ส่งสายตาให้รู้ว่า...ให้มองกล้องแล้วก็เห็นเป็นกุนจาแล้วก็เพ่งเข้าไปแล้วหน้าเหมือนยิ้มๆ นั่นแหละยากมาก ให้มองแล้วให้หน้าดุ แล้วในใจเราคิดว่าเราดุแล้ว ในใจจริงๆ แล้วคิดถึงอะไรที่จะมาทำร้ายเราแล้วเราก็ตั้งรับสู้อะไรอย่างงี้ค่ะ ก็ยากพอตัวเลย ส่วนฉากแอ็คชั่นจะสนุกมากกว่า เพราะเหมือนได้ปลดปล่อยไปในตัวด้วยนะคะ
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา: บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 (2550), ปืนใหญ่จอมสลัด (2551), สวย...ซามูไร (2552)
ศิรินทร์ (เกศริน เอกธวัชกุล) สายลับสาวของซีไอเอผู้เก่งกาจทางด้านการต่อสู้อย่างหาตัวจับยาก

เธอเข้ามาพัวพันกับการไล่ล่าครั้งนี้ด้วยหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากเบื้องบน ก่อนที่จะระแคะระคายความลับบางอย่างขององค์กรที่ตนสังกัดอยู่ นั่นทำให้เธอถอนตัวและเปลี่ยนความคิดมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องแทน
สำหรับเรื่อง สวยซามูไร นุ้ยก็รับบทเป็น ศิรินทร์ ค่ะ ก็เป็นทหารสาวแกร่งมีความเป็นผู้นำสูง เพราะว่าในเรื่องเนี่ยศิรินทร์จะเป็นหัวหน้าและต้องตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่าง อีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นเรื่องของความคล่องแคล่วในรูปแบบของผู้หญิงที่มีความสามารถของศิลปะป้องกันตัวหลายๆ ด้านค่ะ ในเรื่องก็จะเป็นอาชญากรซ่อนเงื่อนนิดนึง เพราะว่าจะมีมุมหักหลังอะไรกันมากมายก็ต้องไปดูกันในหนังค่ะ
แอ็คชั่นสำหรับเรื่องนี้นะคะก็ต้องเป็นเรื่องของแอ็คชั่นเสี่ยงตายค่ะ เพราะว่าต้องโดนถีบตกตึกอะไรอย่างนี้ ซึ่งแบบความยากก็คือใจอย่างเดียวเลยอย่างที่บอก เพราะว่าอย่างความสามารถของนุ้ยเนี่ยทุกคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่านุ้ยเป็นนักกีฬาเทควันโด แต่ในเรื่องนี้คนปกติบางครั้งคนอาจจะต้องหลับตาเวลาเห็นเท้าลอยมาหาหน้าตัวเอง แต่ของนุ้ยเนี่ยพอเป็นการแสดงเพื่อให้สมจริง นุ้ยจะต้องลืมตาไว้เพื่อให้เห็น ก็จะเห็นเท้าลอยมาเต็มๆ เข้าใกล้หน้ามาแล้วก็อัดโดนหน้าตัวเอง ตรงนี้มันก็คือใจล้วนๆ ค่ะ
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา: เกิดมาลุย (2547), ไฉไล (2549), สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา (2551), ส้มตำ (รับเชิญ-2551), สวย...ซามูไร (2552)
วายิบ (ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) หัวหน้ากลุ่มโจรก่อการร้ายของไทย

เมื่อหน่วยรบของเขาถูกใส่ร้ายป้ายสีอย่างเจ็บปวด เขาจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และเรียกร้องความถูกต้องให้กับฝ่ายของตนเอง แม้จะตายก็ยอม
หนังแอ็คชั่นทั่วไป ก่อนจะบู๊กัน ก่อนจะฆ่ากันก็จะพูดในแง่แกหักหลังฉัน แกฆ่าพ่อแม่ฉันโดยเป็นสูตรทั่วไป แต่เรื่องนี้มันจะมันจะเป็นหนังแอ็คชั่นไทยไม่กี่เรื่องที่เป็นเรื่องของอุดมการณ์ คือเป็นอารมณ์ที่เราเห็นได้จากหนังฝรั่งคือ CIA ทำอย่างนี้ เผ่าพันธุ์เราเป็นอย่างนั้น มันมีเรื่องของอุดมการณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เวลาพูดถึงซีนแรงๆ ที่มาเยอะๆ ก็จะพูดด้วยอุดมการณ์ศรัทธาแนวทางของมวลชนอะไรประมาณนี้ครับ มันก็ดูแปลกหูแปลกตาไปจากเรื่องอื่นๆ ทั่วๆ ไปดีนะครับ
คนดูน่าจะมีอะไรหนักๆ ดูบ้าง ถ้าจะบอกว่ามันเบาก็ไม่ใช่ ไม่อยากให้ความหนักเป็นอุปสรรคที่จะดูเพราะหนังก็ต้องมีตัวเลือกหลายๆ แบบ อันนี้ก็เป็นแนวทางหนึ่ง แต่แน่นอนมันอยู่ภายใต้ลักษณะของหนังอยู่แล้วครบรสชาติของหนังบู๊ แหม! เรายังดูเจมส์บอนด์กี่เรื่องต่อกี่เรื่องที่พูดถึงการตามล่าขีปนาวุธบ้าง พูดเรื่องกลุ่มขุดน้ำมันบ้างอะไรอย่างนี้ เราอย่าไปคิดว่ามันไกลตัว เพราะเดี๋ยวนี้โลกมันเล็กลงมันก็มาถึงเมืองไทยได้ แต่ตรงนี้มันก็ทำให้ดูแปลกตา มันไม่ใช่จุดใหญ่ที่ทำให้คนดูสับสน
ผลงานภาพยนตร์ (บางส่วน): อย่าบอกว่าเธอบาป (2530), กาเหว่าที่บางเพลง (2537), มหัศจรรย์แห่งรัก (2538), บินแหลก (2538), เรือนมยุรา (2539), สตางค์ (2543), สุริโยไท (2544), เกิร์ลเฟรนด์ 14 ใสวัยกำลังเหมาะ (2545), ซุ้มมือปืน (2548), อำมหิตพิศวาส (2549), สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา (2551), องค์บาก 2 (2551), สวย...ซามูไร (2552)
มาซารุ (พีท ทองเจือ) ซามูไรนักฆ่าหนุ่มของซีไอเออยู่ใน หน่วยพยัคฆ์ดำ เช่นเดียวกับศิรินทร์

ภายใต้คำสั่งของแคลร์ ทำให้เขาต้องเข้ามาพัวพันกับการไล่ล่าในครั้งนี้ และต้องขับเคี่ยวต่อสู้กับกุนจาจนถึงที่สุด แต่แล้วอะไรบางอย่างก็มากระตุ้นความคิดของเขาให้แปรเปลี่ยนไป...
ความยากง่ายของตัวเรื่องจะอยู่ที่ตัวบทเรื่องนี้จะเป็นเนื้อเรื่องของผู้หญิง ผู้หญิงจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ประเด็นต่างๆ ของตัวเนื้อเรื่องจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เข้ากับตัวเรื่องตัวแสดงตัวนี้ มันเป็นโจทย์ใหม่ของนักแสดงอย่างผม ผมก็มองหาว่าจุดไหนเป็นจุดที่ดีที่สุดแล้วก็เหมาะสมที่สุดในตัวแสดงที่ชื่อ มาซารุ ใช้เวลาพอสมควร แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปเพราะยังมีแอ็คชั่นอยู่ ไอ้ความถนัดตรงนั้นมันปรับให้คาแร็คเตอร์ตัวอื่นๆ ชัดขึ้นด้วย
จริงๆ แล้วเรื่อง สวยซามูไร นี้ก็เป็นหนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายความเป็นตะวันออกและความเป็นไทยรวมอยู่ที่เดียวกัน มีความรู้สึกของการเป็นญี่ปุ่นเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เยอะ นักแสดงหลายตัวเป็นคนญี่ป่นและก็มีทั้งนินจา ซามูไรอยู่ในเรื่องนี้ด้วย ตัวบทเองก็น่าจะเป็นการดำเนินเรื่องที่ทำให้คนได้ติดตาม ถ้าท่านผู้ชมเคยเป็นคนที่เคยติดตามของคุณอามานพในแง่ของบท บทในเรื่องนี้พอถึงเวลาที่ตัดต่อออกมาแล้วก็จะมีอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่ในนั้นเยอะ มีจุดพลิกผันจุดอะไรที่เขาซ่อนอยู่ในนั้นเยอะ เหตุกาณ์ปลายทางที่มันจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าเสน่ห์ของอามานพน่าจะอยู่ที่ตรงนี้ที่จะดำเนินเรื่องแล้วทำให้หนังน่าสนใจมากขึ้นครับ ก็อยากให้มาติดตามชมกันนะครับ
ผลงานภาพยนตร์ (บางส่วน): ผีสามบาท (2544), จังหวัด 77 (2546), ธิดาช้าง (รับเชิญ-2547), ตุ๊กแกผี (2547), สวย...ซามูไร (2552) |