สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
หนังกำลังฉาย
แผลเก่า
 
 
ฝากไว้ ....ในกายเธอ
 
โปรแกรมหน้า

   
32 ธันวา
   
 

 


เอามาจาก sabu ห้องเฉลิมไทย

ผู้อำนวยการสร้าง วิชา พูลวรลักษณ์

ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร ฉัฐภูมิ ขันติวิริยะ / จันทิมา เลียวศิริกุล

โปรดิวเซอร์ จันทิมา เลียวศิริกุล / มณฑล อารยางกูร

กำกับการแสดง โดย ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์

บทภาพยนตร์ โดย ยอร์ช -ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์

นำแสดงโดย วรเวช ดานุวงศ์ (แดน) รับบท โน๊ต, ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข (โหน่ง ชะชะช่า) รับบท โจ, อภิญญา สกุลเจริญสุข (สายป่าน) รับบท เมย์, ศิตางศุ์ ปุณภพ (ปาย) รับบท อั้ม, รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ยิบโซ) รับบท นุ่น, ผดุง ทรงแสง (แจ๊ส ชวนชื่น) รับบท บอย, ศิรัฐ วิทยถาวรวงศ์ รับบท หนุ่ม, เจ๊ Wedding : จตุรงค์ พลบูรณ์ / เลขาเจ้าของร้าน Wedding : นภดล ทรงแสง, ต๊อด : พงศ์เทพ อนุรัตน์ / แม่โจ : ฉันทนา กิติยพันธ์, ผจก. โรงแรม : เอนก อินทจันทร์ / เลขาผู้จัดการโรงแรม : วาสนา กังเจริญ, เทพธิดาพญามาร : แสงดาว ทรงแสง / ไทเพื่อนโจ : ชูเกียรติ เอี่ยมสุข, ลิ้นจี่(เพื่อนเมย์) : เจริญพร อ่อนละม้าย / คนไข้หมายเลข 6 : อาคม ปรีดากุล


 

เรื่องย่อ

่เช่นชีวิตสุดประหลาดของ “โน้ต”(แดน-วรเวช ดานุวงศ์) หนุ่มที่สูญเสียความทรงจำบางส่วนไปและต้องเข้ารับการบำบัดพร้อมกับ “โจ” (โหน่ง ชะชะช่า- ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข) เพื่อนสุดประหลาดที่บังเอิญโคจรมาเจอกันเพราะอาการจิตตก (กังวลเรื่องขี้ไม่ออก) รุมเล่นงาน

ทั้งคู่ได้รับคำแนะนำจากหมอ (ที่ประหลาดเหมือนกันเด๊ะ) โดย“โน้ต”ต้องบำบัดด้วยวิธี ไปยังสถานที่เก่าๆ ถ้าไม่หายขาดก็ควรใช้หัวกระแทกกับเสาแรงๆ (?!?) ส่วน“โจ”ง่ายๆ คือหางานอดิเรกเบาๆ ทำในวันอากาศสบายๆ จะได้ช่วยถ่ายคล่องยิ่งขึ้น ถ้าไม่เห็นผลละก็ เห็นทีต้องลงมือดีท็อกซ์หรือไม่ก็อาจต้องผ่าท้อง เพื่อเอาขี้ออก (โอ้!!! คิดได้ไงเนี้ย)

ระหว่างที่คู่เกลออยู่ในขั้นตอนการบำบัด เรื่องราวความรักของ “โน้ต” กับ 1 ใน 3 หญิงสาวที่เขาเคยเข้าไปพัวพันก็แวบขึ้นมาในสมอง แต่แค่เขาไม่ค่อยมั่นใจว่า “คนที่เขารักคือใคร” กันแน่

อั้ม” (ปาย-ศิตางศุ์ ปุณภพ ) “นุ่น” (ยิปโซ- รมิตา มหาพฤกษพงศ์) “เมย์”(สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข) หรืออาจเป็น “บอย” (แจ๊ส ชวนชื่น-ผดุง ทรงแสง) ช่างทำผมซี้ปึ๊กของเขาเอง (!?!)

ในขณะที่ “โน้ต” กำลังเข้าสู่วังวนของการรำลึกความทรงจำ ฟาก “โจ” กลับสนุกกับการไล่จดคำคมจากคนที่เขาไปทำความรู้จัก ซึ่งล้วนแต่ฟังแล้วจี๊ดใดนใจทั้งสิ้น “ที่ๆ ดีก็มีคนเลวอยู่ได้ ในที่เลวๆ ก็อาจมีคนดีปนอยู่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นจงอย่าตามหาคนที่ดีพอ แต่ควรตามหาคนที่พอดี” (จี๊ดไหมละ!!!)

การฟื้นความทรงจำของ“โน้ต”ยังดำเนินต่อไป โดยมี“โจ”คอยทำหน้าที่เพื่อนคู่คิดติดสอยห้อยตามตลอดเวลาเอ...รึว่าคนนั้นของ “โน้ต” ที่แท้ก็คือ “โจ” (???)

ใครกัน ??? คือคนที่ “โน้ต” ตามหาอยู่ และใครกันที่จะทำให้ความทรงจำของเขาคืนสู่ปกติดั่งเดิม ใครกันๆๆๆ...? คนที่ “โน๊ต” รัก หรือคนที่รัก “โน้ต” !?!

 

 

ที่มาของหนัง

คำว่า เลิฟ เลิฟ ผมมองว่ามันน่ารักดีนะ แล้ว มันก็มาผสมพันธุ์กับคำว่า คอเมดี้ ซึ่งแกนหลักของมันคือตลก ถ้าเป็นโรแมนติก คอเมดี้ รสชาติมันก็ยังเผ็ดไม่พอ แต่พอเอาคอเมดี้มารวมกับเลิฟ เลิฟ มันเลยดูลงตัว ไม่หวานเหมือนโรแมนติกซะทีเดียว ถ้าเปรียบเป็นอาหารสักจานรสชาติของมันน่าจะออกมาประมาณสปาเกตตี้ปลาเค็ม เป็นฝรั่งปนไทย ไม่เลี่ยนแบบอิตาเลียน แต่ก็ไม่ไทยจ๋าเกินไป” ยอร์ช-ฤกษ์ชัย บอก

หนังตระกูลส่ายหน้าที่เคยฮิตระเบิดระเบ้อ ตั้งแต่ “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า” “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” จนถึง “โปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้า” ลืมไปได้เลย (หรือใครจะยกขึ้นหิ้งบูชาในฐานะหนังโปรดก็ไม่ว่า) เพราะผลงานสดซิง “32 ธันวา” ค่อนข้างจะฉีกไปจากเรื่องก่อนๆ จนคุณจำไม่ได้เชียวละ

มุกฮากระจายตีหัวเข้าบ้านไม่มี...ยืนยันว่าไม่มี จะเห็นก็แต่อารมณ์ขันขื่น เพียบไปด้วยลีลาเด็ดพราย พราววาวเพราะคำคม ไม่ถึงขนาดต้องฮาก๊ากน้ำตาเล็ด แค่หัวเราะหึๆ ในลำคอ ดูไปอมยิ้มไปในความน่ารักน่าหยิก ออกจากโรงแค่รู้สึกว่า “เออ! ใช่ว่ะ” เท่านี้ก็พอแล้ว

 

 

“32 ธันวา” ได้พระเอกสุดฮอต “แดน-วรเวช ดานุวงศ์” มาปะทะฝีมือกับตลกเงินล้าน “โหน่ง ชะชะช่า- ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข” (ทั้งคู่เคยออกปากอยากร่วมงานกันนานแล้ว แต่เพราะงานเข้าจนคิวรัดตัวก็เลยยังไม่มีจ๊ะเอ๋จังๆ ซักที) แถมด้วยสาวน้อยตาแป๋วมากความสามารถ “ สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข” ที่ขอมาเอนจอยในบทบาทชิลๆ

 

 

ไม่หมดแค่นั้น ยังมีดาราหน้าใสกิ๊กร่วมประชันบท “ปาย - ศิตางศุ์ ปุณภพ” “ยิปโซ-รมิตา มหาพฤกษพงศ์” “รัฐ-ศิรัฐ วิทยถาวรวงศ์” ที่ขาดไม่ได้คือเหล่าตลกหน้าตาย เจ้าของฉายา “จอมขโมยซีนตัวเอ้” แต่ละคนธรรมดาซะที่ไหน “แจ๊ส ชวนชื่น-ผดุง ทรงแสง” “เจ๊แดง-ฉันทนา กิติยพันธุ์” “โก๊ะตี๋ อารามบอย” จาตุรงค์ มกจ๊ก” “ค่อม ชวนชื่น” ที่แม้จะมากับบทรับเชิญเล็กๆ แต่รับประกันได้ถึงความหรรษาแบบเลิฟ เลิฟ


 

การันตีโดยโปรดิวเซอร์หญิงคนเก่ง “เอมี่-จันทิมา เลียวศิริกุล” “พี่มอง คอเมดี้ เลิฟ เลิฟ เป็นเรื่องความรู้สึกของคน 2 คน ถ้ามองในเหลี่ยมของความรักมันคือการเริ่มต้นจีบกัน มันเหมือนเป็นช่วงโปรโมชัน ทำอะไรก็ดูดีไปไหมด หัวเราะได้ตลอดเวลา แต่พอพ้นตรงนี้ไปถึงจะเป็นการเรียนรู้กันจริงๆ คอเมดี้ เลิฟ เลิฟ ก็เลยเป็นความสวยงาม เป็นความรักที่สวยงาม เป็นการตามหาความรักที่สวยงาม หรือจะเรียกว่าเป็นช่วงสวยงามของความรักก็ได้ โดยที่มันจะอยู่ช่วงต้นของการคบหากัน” เอมี่-จันทิมา ให้ความเห็น

“แดน” เล่าถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า... “32 ธันวา เป็นหนังที่ผมรู้สึกว่ามีครบทั้งความตลก สนุกสนาน และ ก็ความซาบซึ้งครับ ที่ตลก สนุกสนาน ก็คงเป็นในเรื่องของเหตุการณ์ต่างๆที่พี่ยอร์ช หยิบมาใส่ มันมีมุขที่บางอันเราเล่นเองเราก็ยังขำ เช่นฉากที่เจอกับ พี่โหน่ง ครั้งแรกที่คลินิก จริงๆพี่โหน่ง จะเป็นโรคอื่นก็ได้ แต่ พี่ยอร์ช ดันให้ พี่โหน่ง เป็นโรคชอบอั้นขี้ ผมก็เออ ขำสิ คนอะไรเป็นโรคนี้ (หัวเราะ) ส่วนที่ซึ้งๆ ก็คงเป็นมุมที่ถ่ายทอดเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก คือมันมีทั้งเรื่องของความรักระหว่างเพื่อน ความรักระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ก็จะมีฉากซึ้งๆ ระหว่างผมกับพี่โหน่งด้วย ซึ่งคาแรคเตอร์ของผมในเรื่องนี้จะแตกต่างจาก แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า มากๆ อยากให้ไปดูกันในหนังครับว่าจะแตกต่างขนาดไหน ที่ยากมากๆ ก็คงจะเป็นซีนอารมณ์ เช่นต้องทะเลาะกับพี่โหน่งอะไรประมาณนี้ ก็ยากครับ เพราะจะหลุดขำทุกครั้งที่เห็นหน้า พี่โหน่ง ส่วนเพลงประกอบภาพยนตร์... เพลงที่ร้องชื่อเพลง “เรารักกัน” ครับ เพลงนี้ผมนำมาคัฟเวอร์ใหม่ ทำดนตรีเอง ร้องเอง แล้วก็นำมาเปลี่ยนเวอร์ชั่น จากนั้นก็เรียบเรียงดนตรีใหม่หมด งานนี้คงต้องฝากถึงผู้ชมว่า... ใครที่เป็นแฟนพี่ยอร์ช ไม่ควรพลาดครับ ต้องไปดูหนังเรื่องนี้เลย ผมมั่นใจว่าจะต้องถูกใจกันแน่ๆ” พระเอกหนุ่มกล่าวอย่างอารมณ์ดี


 

นอกจากนี้ แดนยังได้รับหน้าที่ให้ดูแลในเรื่องของเพลงประกอบภาพยนตร์ และเขาเผยว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้โชว์ฝีมือการคัฟเวอร์เพลงเก่า “เรารักกัน” (ป้าง-นครินทร์ กิ่งศักดิ์) ให้ออกมาในจังหวะดนตรีที่สนุกสนานรื่นเริง และยังเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับทีมคอรัสที่เป็นผู้หญิงอีกด้วย

“ดีใจครับ ที่พี่ยอร์ช ให้ความไว้วางใจ ให้เล่นหนังแล้วก็ยังให้ดูแลในเรื่องเพลงประกอบภาพยนตร์อีกด้วย เพลงแรกที่ทุกคนจะได้ฟังกัน จะเป็นเพลงเก่าชื่อเพลง เรารักกัน ของ พี่ป้าง ซึ่งพี่ยอร์ช เลือกมาเพราะเนื้อหาเข้ากับเรื่องราวของหนัง ซึ่งในหนังจะมีคำถามว่า การที่ไม่รู้ว่าเรารักใคร กับการไม่รู้ว่าใครรักเรา ปัญหาไหนใหญ่กว่ากัน คำตอบก็คือปัญหาไหนใหญ่ไม่รู้ รู้แต่ว่า “เรารักกัน” ก็มาลงที่ท่อนฮุคของเพลงพอดี แต่เวอร์ชั่นเก่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดนตรีอบอุ่นมากๆ แดน ก็เลยได้รับโจทย์มาว่า ให้ทำดนตรีให้มีความสนุกสนานมากขึ้น เพิ่มจังหวะจะโคนเข้าไป แดน ก็เลยใส่ดนตรีบางท่อนเป็นเร็กเก้ เพราะฟังแล้วจะรู้สึกสนุก ก็ใช้เวลาทำเพลงนี้อยู่หนึ่งอาทิตย์ พอเอาภาพจากในหนังใส่เข้าไปทุกคนก็บอกว่ามันลงตัวมากๆ แดน ก็รู้สึกดีใจครับ เพราะถือเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่แดน ได้มีโอกาสมาทำเพลงประกอบภาพยนตร์ มันก็จะแตกต่างจากทำเพลงของตัวเองนิดหน่อยครับ นอกจากนั้นก็ยังมีเพลงแต่งใหม่อีกเพลงหนึ่งชื่อเพลงสายตายาว เป็นเพลงช้า เพลงนี้มีโจทย์ได้คำว่าสายตายาว มาก็แปลกดี คือ คนที่รักเราอยู่ใกล้ๆแต่เราไม่เคยมองเห็น พอเขาเดินจากไปถึงได้รู้ตัวว่า อ๋อ คนนี้นี่เองที่เรารักเขา แล้วเขาก็รักเรา เพลงนี้ได้ แดน ได้ร่วมงานคอรัสหญิงเป็นครั้งแรกด้วย เพราะที่ผ่านมา แดน จะมีคอรัสที่เป็นผู้ชาย พอได้คอรัสผู้หญิงมา ในโทนของเพลงมันก็จะดูนุ่มนวลมากขึ้น แดน ก็ขอฝากงานเพลงประกอบภาพยนตร์ 32 ธันวากับในส่วนภาพยนตร์ด้วยนะครับ ตอนนี้ทำมิวสิกวิดีโอเสร็จแล้ว ก็สามารถติดตามกันได้ทางรายการโทรทัศน์ต่างๆ ส่วนภาพยนตร์ ก็จะเข้าฉายวันที่ 3 ธันวา แน่นอนครับ “

 

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.