สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

บุปผาราตรี 3.2

   
 

แคแรกเตอร์ตัวละคร


ผีบุปผา (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) – ต้นฉบับความเฮี้ยนดีกรีผีสาวตัวแม่ที่ยากจะมีผีใดกล้าเลียนแบบ ความรักที่สุดแสนอาภัพ ความเจ็บช้ำจากรักลวงหลอก หลอนให้เธอ-บุปผาราตรีต้องกลับมาเอาคืนเพศผู้...อย่างสาสม



เมื่อ “พลอย เฌอมาลย์” คืนบัลลังก์สยองแบบยกกำลังสาม ...แร๊งงงงงงงง!!! จนผีปลอมตัวไหน ๆ ก็ต้องถอยไปไกล ๆ

“บุปผาเป็นคาแร็คเตอร์ที่เหมือนกับเป็นอมตะไปแล้ว ก็ตั้งแต่ภาคแรกมาภาคนี้ก็ 6 ปีไปแล้ว แล้วก็ประสบความสำเร็จทุกภาค แล้วผีบุปผานี่มีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนมากๆ ด้วย สำหรับพลอยเองนะคะ ย้อนไปตั้งแต่ภาคแรก ครั้งแรกที่ได้อ่านก็ปฏิเสธไปด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากเล่นหนังผีเพราะว่ายุคนั้นหนังผีเริ่มเกร่อแล้วเอะอะอะไรก็หนังผีๆ แต่เราก็ได้ให้โอกาสตัวเองที่จะเข้าไปหาพี่ต้อม ได้อ่านบท ได้พูดคุยกัน ก็รู้สึกหลงรักในตัวของบุปผาทันทีเลย ชอบแนวคิด แนวการทำงานของพี่เค้า แล้วก็ชอบคาแร็คเตอร์ของบุปผามาก เป็นผีที่มีเสน่ห์ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็อาละวาด แต่มีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนมาก ก็ดีใจและภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ เลือกไม่ผิดจริงๆ เพราะเป็นบทที่ดีมากๆ ค่ะ

ในตอน 3.2 นี้ นอกจากจะมีทั้งความสนุกสนานและก็น่ากลัวแล้วเนี่ย ก็ยังมีอีกพาร์ทหนึ่งที่ชัดเจนมากขึ้นด้วยก็คือ ความรักความโรแมนติกของตัวหรั่งที่แอบรักบุปผา และความรู้สึกของบุปผาที่มีให้กับหรั่ง มันจะมีให้เห็นมากขึ้น ก็ซึ้งเลยทีเดียว เพราะในเรื่องบุปผาจะต้องฆ่าโอ้ แต่ว่าก็ไม่ได้อยากจะทำอะไรอย่างนี้ เราก็จะได้เห็นบทสรุปในเรื่องราวความรักของบุปผากับหรั่งว่าจะสิ้นสุดหรือลงเอยกันยังไง เพราะทุกอย่างมันจะมาขมวดปมในตอนนี้แหละค่ะ”

ประวัติย่อ: พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2525 น้องสาวคนเดียวของนักแสดงสาว นุ่น-สินิทธา พลอยเริ่มเข้าวงการจากการถ่ายโฆษณาตอนอายุ 11 ขวบ จากนั้นก็มีงานถ่ายมิวสิควิดีโอและถ่ายโฆษณา เรื่อยมาจนขึ้นแท่นเป็นนางเอกภาพยนตร์และละครมากมายหลายเรื่อง

ด้วยความสามารถที่หลากหลาย เธอผ่านงานในวงการบันเทิงมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นละคร, ภาพยนตร์, ถ่ายแบบ, พิธีกร และดีเจ จนปัจจุบันชื่อของเธอสามารถขึ้นแท่น “นักแสดงหญิงแถวหน้าของเมืองไทย” ได้อย่างสมศักดิ์ศร

ผลงานภาพยนตร์: Goodbye Summer เอ้อเหอเทอมเดียว (2539), สตางค์ (2543), แมนเกินร้อย แอ้มเกินพิกัด (2546), เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล (2546), บุปผาราตรี (2546), The Park สวนสนุกผี (2546), บุปผาราตรี เฟส 2 (2548), รักแห่งสยาม (2550), สี่แพร่ง ตอน Last Fright (2551), บุปผาราตรี 3.1 (2552), บุปผาราตรี 3.2 (2552)

 

หรั่ง (มาริโอ้ เมาเร่อ) - หนุ่มนักวาดการ์ตูนผีที่ดันมองเห็นผีได้ด้วยตาเปล่า ทำให้เขาต้องย้ายหนีผีมาตลอด จนกระทั่งเมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เขาต้องเข้ามาอยู่ที่ออสการ์อพาร์ตเม้นต์ สถานที่เลื่องชื่อถึงความเฮี้ยนของผีสาวตนหนึ่ง



นั่นทำให้เขาได้มาพบกับ “พี่บุปผา” อุบัติรักเมื่อครั้งยังเด็ก โดยหารู้ไม่ว่าเธอคนนั้นได้กลายร่างเป็น “ผีบุปผา” ไปแล้ว และกำลังจะอุบัติหลอนให้แก่เขา แบบเฮี้ยนแรงลึกอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน “มาริโอ้ เมาเร่อ” ที่ยังคงฮ็อตและเรียกเสียงกรี๊ดได้อยู่เสมอ ครั้งนี้เสียงกรี๊ดจะดังขึ้นเป็นหลายเท่า เมื่อต้องเอาใจช่วยให้หรั่งตาสว่าง และหนีพ้นจากผีสาวสวยสยองตั้งแต่ต้นจนจบถ้าเป็นด้านคาแร็คเตอร์ก็ยังคงเป็นหนุ่มนุ่มลึกนิ่งๆ หน่อย แต่ถ้าเป็นพัฒนาการด้านเรื่องราวของหรั่งเลยเนี่ย ก็จะแบบว่าบอกในสิ่งที่ทุกคนคงไม่คาดคิดเลยน่ะครับ อย่างภาคที่แล้วเนี่ย หรั่งยังไม่รู้ว่าจริงๆ บุปผาน่ะตายไปแล้ว แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่สามารถมองเห็นวิญญาณหรือมองเห็นผีอะไรอย่างงี้ได้ อาจจะเป็นเพราะความรักบังตาก็ได้ครับ เพราะเขาแอบหลงรักพี่บุปผามาตั้งแต่เด็กไงครับ ก็เลยทำให้เขามองบุปผาว่าเป็นคนๆ หนึ่ง จนกระทั่งมาในตอน 3.2 นี่แหละครับที่หรั่งเขาเริ่มเห็นเริ่มรู้แล้วว่า พี่บุปผาของเขาเป็นผีบุปผาไปแล้วครับ แล้วหรั่งก็ยังต้องมาเจอกับบางสิ่งที่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน น่ากลัวและสยองมากขึ้นด้วยครับ ต้องเข้าไปดูกันนะครับ”

ประวัติย่อ: หนุ่มลูกครึ่งไทย-จีน-เยอรมนี มาริโอ้ เมาเร่อ เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2531 อาศัยอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่เล็กจนโต เริ่มเข้าวงการด้วยการถ่ายโฆษณา และถ่ายแบบในนิตยสารต่างๆ จนกลายเป็นนายแบบวัยรุ่นที่มาแรงที่สุดแห่งยุค
ด้วยรูปร่างหน้าตาที่เข้ากับคาแร็คเตอร์ทำให้ผู้กำกับ “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” เลือกเขาให้มารับบท “โต้ง” เด็กหนุ่มวัยค้นหาตัวเองผู้กำลังประสบปัญหาครอบครัวและความรักที่เขาต้องตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งให้กับชีวิตของเขาในภาพยนตร์ดราม่าเรื่องเยี่ยมแห่งปี “รักแห่งสยาม” ที่ทำให้เขาได้รับชื่อเสียงและคำชื่นชมอย่างมากมาย

หลังจากภาพยนตร์เรื่องแรกออกฉาย มาริโอ้ก็โด่งดังเป็นพลุแตก แจ้งเกิดขึ้นแท่น “นักแสดงวัยรุ่นสุดฮ็อตอันดับ ของประเทศอย่างทันทีทันใดจนถึง ณ ขณะนี้

ผลงานภาพยนตร์: รักแห่งสยาม (2550), เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน (2551), ฝัน-หวาน-อาย-จูบ (2551), บุปผาราตรี 3.1 (2552), บุปผาราตรี 3.2 (2552)

 

ผีปลา (ด.ญ. นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ) – เด็กหญิงผู้น่าสงสาร มีชีวิตอยู่ในวังวนแห่งความโชคร้ายซ้ำซ้อน อุบัติเหตุจากการถูกกลั่นแกล้งทำให้เกิดเรื่องอันน่าสะพรึงเกินคาดคิดขึ้น เมื่อเธอระลึกชาติได้ว่า เธอคือ “บุปผาราตรี ผีสาวเฮี้ยนรักตัวแม่” กลับชาติมาเกิด และแล้วเวลาแห่งการทวงแค้นก็มาถึง



น้องพูกันโผล่มาขโมยซีนจนได้รับคำชื่นชมมาแล้วจาก “บุปผาราตรี 3.1” เธอลับคมมีดพร้อมแล้วในการกลับมากรีดความเฮี้ยน...แร๊งงงงง เอาใจแฟนๆ อีกครั้งกับ “บุปผาราตรี 3.2”

“ปลาเค้ามีพ่อที่ไม่ใช่พ่อจริงๆ ของเขา เป็นพ่อเลี้ยงชอบตบตีไม่เคยดูแล แล้วที่โรงเรียนพวกเพื่อนๆ ก็จะชอบแกล้ง แล้วทีนี้เพื่อนมาแกล้งผลักตกบันไดในภาค 3.1 ก็เลยระลึกได้ว่าชาติที่แล้วเราเคยเป็นบุปผา ก็เลยไปที่ออสการ์อพาร์ตเม้นต์ค่ะ แต่ก็ไปถูกฆ่าที่ห้อง 609 อย่างเดิมค่ะ ก็เลยมีทั้งวิญญาณของบุปผาวิญญาณเก่าแล้วก็วิญญาณผีปลาที่เป็นวิญญาณใหม่ผสมกันอยู่ค่ะ คือภาคก่อนบุปผาไม่ฆ่าคน แต่ภาคนี้มาฆ่าคนค่ะ คือโหดตรงที่ชอบฟันคนนี่แหละค่ะ ผีตัวนี้นี่มันจะรักมีดโกนของมันมาก ไม่เคยขาดไปไหนเลย มีติดอยู่กับมือตลอดเวลา

มุขก็มีหลายมุขค่ะ คือหนูจะดูจากหนังสืออะไรเอ่ยยังงี้ค่ะ แล้วตอนแรกในหนังไม่มีมุขถามตอบอย่างงี้หรอกค่ะ แต่พอดีว่าหนูชอบเอาคำถามไปทายที่กองถ่าย ลุงต้อมเขาก็เห็น เขาก็เลยเอาคำถามเนี่ยไปอยู่ในเรื่องซะเลย ถ้าใครตอบคำถามไอ้ผีเด็กตัวนี้ไม่ได้ก็จะถูกกรีดหน้ากรีดตัว กรีดไปทั้งตัวเลยค่ะ ในตอน 3.2 ก็ยังมีมุขอย่างงี้อยู่ค่ะ”

หมวดอังเคิล-จ่าบุญถิ่น (อดิเรก วัฏลีลา-บุญถิ่น ทวยแก้ว) – คู่หูตำรวจจอมป่วนฮา ที่น่าจะไปตั้งคณะตลกมากกว่ามาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างนี้ ด้วยบุญทำกรรมแต่งมาอย่างดี ทำให้ทั้งคู่ต้องเข้ามาสืบคดีในออสการ์อพาร์ตเม้นต์ แต่จนแล้วจนรอด เรื่องคดีก็ไม่เคยไปไม่ถึงไหน เพราะต้องใส่เกียร์ถอยนำขบวนวิ่งหนีผีเสียก่อนทุกครั้ง...ซะงั้น



ถูกถามถึงกันอย่างอื้ออึงว่า หายตัวไปไหนใน “บุปผาราตรี 3.1” ขาดทั้งคู่ไปก็เหมือนรสชาติความฮาอันเป็นเอกลักษณ์ถูกตัดตอนไป แต่ช้าก่อน พวกเขาทั้งคู่กลับมาแล้ว และกลับมาสาดสีสันกันอย่างเต็มที่ หนีผีถี่กว่าที่เคย กับ “บุปผาราตรี 3.2” เวอร์ชั่น “หนีจริง เหนื่อยจริง วิ่งเร็วกว่าเดิม” จนแฟนหนังจะต้องฮากระตุกมากขึ้น...แน่นอน

(บุญถิ่น) “เออ บุปผา 3.1 ไม่ได้เล่นนะ อย่าไปดู เฮ้ย...ไม่ใช่ ยังไงต้องดูครับ จะได้ติดตามต่อ 3.2 ได้ ซึ่งพวกผม 2 คนได้เล่นแล้วครับ ไม่ว่าจะไปรับเชิญในหนังเรื่องไหน ก็ยังไม่เด่นเท่าในเรื่องนี้ อันนี้ถือเป็นจุดเด่นของหนังบุปผาราตรีได้เลย นอกจากคู่หมวดจ่าแล้ว ก็จะมีนักแสดงรับเชิญเด่นๆ คาแร็คเตอร์แปลกๆ มานำเสนอ ผมคิดว่าตรงนี้คือสีสันที่คนดูเขาชอบ แล้วเขาก็ติดตาม นอกเหนือไปจากตัวเนื้อเรื่องแล้วนะครับ”

(อังเคิล) “นั่นเป็นลูกเล่นของผู้กำกับเขาครับ ยังไงตัวหนังบุปผาราตรีเนี่ยไม่ว่าภาคไหนก็ตาม มันจะมีทีเด็ดเฉพาะตัวในแต่ละภาค แต่ถ้าเป็นหมวดจ่า 2 คนนี้โผล่มาก็ถือว่าของแท้ได้เลย ใช่มั้ย ก็รู้สึกสนุกดีครับ เหมือนกับเราเกิดมาจากบทนี้เลยนะ ต่อไปนี้เราจะไม่เล่นอย่างอื่นเลย รู้สึกว่าถ้าภาคไหนไม่มีเรา เราก็รู้สึกจะเหงาๆ นะ ไม่ใช่หนังเหงาๆ นะ แต่เรารู้สึกว่า เออ...อยากมีส่วนร่วมในทุกๆ ภาคเลย แต่จริงๆ 3.1 กับ 3.2 มันก็ภาคเดียวกัน ก็ถือว่ามีเราทั้งคู่ทุกภาคนั่นแหละครับ บุปผา 3.2 เจอเราแน่ครับ จริงๆ แล้วมันเป็นอะไรที่เราก็วิ่งหนีผีบุปผากันมาตั้งแต่ภาค 1 แล้วก็คงเป็นอะไรที่ต่อเนื่องกับการวิ่งหนีผีอย่างเชี่ยวชาญ เป็นภารกิจเพื่อชาติที่เราปฏิเสธไม่ได้ด้วยสิ ก็เป็นสีสันที่ผมคิดว่า หนังบุปผาราตรีทุกภาคขาดหมวดจ่าคู่นี้ไปไม่ได้เลยครับ (หัวเราะ


เซียนต้อม (ค่อม ชวนชื่น) – เซียนพนันตัวพ่อสัญชาติไทยกับคอสตูมสุดจี๊ด สิงสถิตย์ประจำการอยู่ในบ่อนออสการ์ของเจ๊สาม คอยหลอกกินเงินนักพนันไฮโลหน้าโง่ โดยมีลูกกรอกประจำตัวคอยช่วยโกง



หนึ่งในสีสันใหม่ๆ ของ “บุปผาราตรีฉบับไตรภาค” ที่ยากจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ได้ เมื่อคาแร็คเตอร์นักพนันจอมเก๋าเกมของ “ค่อม ชวนชื่น” ปรากฏกายบนจอและปล่อยมุขฮากระจายไม่ยั้ง

“มันจะมีตามอีกนะ ที่คอสตูมเป็นอย่างนั้นมันคงเป็นวัฒนธรรมของเซียนมั้ง ซึ่งพี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเซียนไพ่ถึงได้แต่งตัวอย่างนี้ มันเป็นสไตล์ของคาแร็คเตอร์ คือความไม่ปกตินั่นแหละ (หัวเราะ) ถ้าอะไรที่มันปกติ เราก็ไม่รู้จะทำไปทำไม มันไม่น่าสนใจ เออ...ถ้ามันแต่งตัวแบบนี้ มันคงน่าสนใจ ซึ่งมันก็ได้ผล คนก็สงสัยว่าทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้ คือเป็นเซียนไพ่เซียนไฮโล ต้องแต่งตัวยังไงล่ะ แต่ในเรื่องนี่มันคือภาพที่ไม่เคยเห็นใช่มั้ย คือเราก็อยากนำเสนออะไรที่มันประหลาดๆ น่ะ” ผู้กำกับยุทธเลิศพูดขำๆ ถึงประเด็นคอสตูม...ตู้มได้อีกชุดนั้น


เจ๊สาม (ฉันทนา กิติยพันธ์) – เจ๊ใหญ่คนใหม่ประจำออสการ์อพาร์ตเม้นต์ มือไว ปากไว ใจเค็มไม่แพ้ “เจ๊สี่” น้องสาวที่จากไป เจ๊สามจัดการเรโนเวทออสการ์ฯ ใหม่หมดจด พร้อมเปิดบ่อนพนันลับๆ ให้เป็นสันทนาการเถื่อนของผู้พักอาศัยและผู้คนในละแวกนั้น แถมเจ๊สามยังคึกดังโคถึกอินเทรนด์ไม่แพ้สาวรุ่นๆ เมื่อเธอแอบเป็นกิ๊กกับ “ด๊อกเตอร์คง” อดีตหมอผีชื่อดังที่แปรสถานะของตนเป็นผู้ว่าเมืองกรุงคนใหม่ซะด้วย




ได้ศิลปินมืออาชีพรุ่นใหญ่อย่าง “แม่แดง ฉันทนา กิติยพันธ์” มารับบท “เจ๊สาม” อย่างน่าเชื่อถือ จนเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สร้างสีสันและน่าติดตามให้กับเรื่องได้เป็นอย่างดี ใน “บุปผาราตรี 3.2” เธอยังมีเรื่องที่ต้องกลับมาจัดการและถูกสะสางไปด้วยในตัว

“บทเจ๊สามจะเป็นผู้หญิงที่ห้าวๆ เพราะต้องควบคุมดูแลลูกน้องผู้ชายที่อยู่ในบ่อน คือเป็นเจ้าของบ่อนพร้อมกับเป็นเจ้าของอพาร์ตเม้นต์ด้วย ได้เงินทั้งขึ้นทั้งล่อง เจ๊สี่น้องสาวเสียไปในภาคที่แล้วเจ๊สามก็เลยต้องมาคุมแทน จะต้องเป็นผู้หญิงที่ห้าวไม่งั้นคุมพวกนี้ไม่ได้ค่ะ ปากก็ร้ายมาก มันต้องเป็นอย่างนั้นเพราะอยู่กับคนพวกนี้ และก็จะเจอปัญหากับคนที่เข้ามาเล่นเป็นประจำ จนกระทั่งมาเจอปัญหาผีอาละวาด แล้วคนก็จะร่ำลือไปเรื่อยๆ อพาร์ตเม้นต์ก็จะเสีย ทางบ่อนเราก็จะเสียชื่อเหมือนกัน เจ๊สามก็เลยจัดการหาหมอผีมาปราบ ก็ได้หมอคงหมอผีที่สนิทกับอพาร์ตเม้นต์นี้มากๆ มาจัดการปราบผี จนเราเป็นกิ๊กกับเค้าซะงั้นค่ะ ก็เป็นเรื่องสนุกๆ ฮาด้วย สยองด้วย

โดยเฉพาะตอน 3.2 มันก็จะเข้มข้นยิ่งขึ้นนะคะ ไม่ลดหย่อนไปกว่า 3.1 เลย ยิ่งเข้มข้นขึ้นทั้งเนื้อเรื่องและการแสดง แล้วก็สนุกๆ เป็นหนังผีไม่เครียด และดูสนุกมากค่ะ

คุณต้อมผู้กำกับก็ทำงานไปเรื่อยๆ สบายๆ สนุกสนานค่ะ แล้วเขาก็จะชอบเพิ่มบทสดๆ หน้ากอง เป็นคนที่มีรายละเอียดเยอะพอสมควร ดูเหมือนจะไม่เยอะแต่พอเล่นแล้วก็มีเหมือนกันนะ ตรงนี้เสียงแม่แดงหนักไปนะเบาไปนะ อะไรอย่างเนี้ยเขาก็จะมีบอก การบอกอย่างนี้ก็ดี เป็นสิ่งที่เขาต้องการเราก็ต้องเล่นให้ได้แบบนี้ เขาก็จะคิดจะวาดไปตลอดค่ะ ไม่อยู่นิ่ง ไม่เหมือนรูปร่างตัวเองเลย ตัวนิดเดียว แต่ความคิดอะไรจะขนาดนั้น ความคิดใหญ่โตมาก”


ด๊อกเตอร์คง / หมอคง (สมเล็ก ศักดิกุล) - หมอผีคนสนิทประจำออสการ์อพาร์ตเม้นต์ เขาสร้างผลงานจนเป็นที่เลื่องชื่อจากการปราบผีบุปผาได้เป็นผลสำเร็จ แต่ลูกบ้าสุดพิเรนทร์ของหมอผีคนนี้ก็ยังไม่หมด เขาจัดการเปลี่ยนลุค-แปลงโฉมตัวเองครั้งใหญ่ “สร้างภาพใหม่” ไม่แพ้ออสการ์อพาร์ตเม้นต์

มาละเหวย มาละวา จาก “หมอผีคง” กลายเป็น “ด๊อกเตอร์คง เบอร์ ลงสมัครเป็น “ผู้ว่าฯ” มันซะเลย และด้วยสโลแกน “หน้าเหลี่ยมหน้าหล่อพอกันที คราวนี้ด๊อกเตอร์คงหน้าหนวดขออาสาปราบคนโกง” ก็ทำให้เขาได้รับเลือกเป็น “ผู้ว่าเมืองกรุงคนใหม่” ซะงั้น เอากะเขาสิ

“หมอคง หมอผีที่เคยเป็นคนปราบบุปผาในภาค 2 เนี่ย พอมาในภาค 3 คาแร็คเตอร์ก็จะเปลี่ยนไปเลย ไม่มีใครคิดว่าจะเปลี่ยนไปทางไหน แต่ ณ วันหนึ่ง กรุงเทพมหานครสิ้นไร้คนดีแล้วหรือไงไม่ทราบ หมอคงลงสมัครผู้ว่า แล้วก็ดันได้เป็นผู้ว่าฯ ซะอีก (หัวเราะ) แค่นี้ก็ฮาละ แต่มันก็ยังต้องมาปราบผีอยู่ดีนี่สิคือปัญหา หมอคงเลยจำเป็นต้องเลือกว่า ชีวิตที่รุ่งเรืองในการเป็นหมอผี กับชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ทางการเมืองเค้าต้องเลือกเอาว่าจะเอาทางไหน แต่ไม่ว่าทางไหน มันก็ฮาได้ทั้งนั้นสำหรับคาแร็คเตอร์นี้ของพี่สมเล็กนะครับ ต้องมาฮากันทุกภาคครับ” ผู้กำกับยุทธเลิศสร้างสรรค์คาแร็คเตอร์ดีมีฮาอีกแล้วครับท่าน

   
 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.