สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังกำลังฉาย
ATM เออรัก ..เออเร่อ
รัก
รักสุดท้ายป้ายหน้า
ปัญญา - เรณู 2
 
รักเลี้ยวเฟี้ยว (อ่ะ) ไม่ได้ส่งข้อมูล
โปรแกรมหน้า

วาเลนไทน์ สวีทตี้

เดอะเมโลดี้ รักทำนองนี้
It gets better ไม่ได้ขอให้มารัก
แก๊งค์ตบผี
ตำนานแม่รัก 3 D
รงษ์ วงศ์สวรรค์
เธอ
   
Fireball
  LINK: เรื่องย่อ โปสเตอร์  ที่มาของหนัง
   
 

ปรีติ บารมีอนันต์  (แบงค์ วงแคลช) รับบท  “ไท” และ”แทน”

นักร้องนำวงแคลช วงดนตรีร็อคระดับแนวหน้าของไทย  “ท้า/ชน” เป็นผลงานเรื่องที่ 2 ของแบงค์

ผู้กำกับธนกรให้เหตุผล : “ไท ซึ่งเป็นพระเอกเรื่องนี้ เขาจะเป็นแบบเสือยิ้มยาก ไม่พูด ความเป็นตัวเขาที่ไม่ได้แสดงออกจากภายนอก แต่จะมีความรู้สึกภายในอยู่เยอะ และตัวละครนี้มันก็เป็นตัวคลี่คลายธีมของหนังด้วย แล้วแบงค์ก็ยังช่วยซัพพอร์ตอารมณ์ทุกคน คือมาแล้วทำให้ทุกคนทำงานกับคุณง่ายขึ้น  ตัวแบงค์เขาฉลาดมาก เขาจะมีวีธีที่จะทำให้ทุกคนทำงานกับมันง่ายขึ้น ซึ่งก็ตรงกับตัวละครในบทที่จะคอยซัพพอร์ตคนอื่น”

แบงค์ วงแคลชพูดถึงบท : “ไท” เป็น น้องชายฝาแฝดของ แทน ทั้งสองเป็นพี่น้องที่รักกันมาก และพยายามทำทุกอย่างเพื่อกันและกัน เมื่อไทพบว่าพี่ชายของเขาต้องนอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาล เขาท้าชนทุกเรื่อง เพื่อรู้ให้ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายเขากันแน่ และเมื่อเขารู้ความจริง ไท ก็พร้อมที่จะแลก!  

“มันก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่ระหว่างผมกับบท ผมว่าตัวไทน่ะเหมือนผม ไม่พูดเยอะ รักน้อง แต่ไม่แสดงออก ส่วนตัวน้องน่ะ แทนก็เกเร ตามสูตรน้องชายเกเร อยากเป็นพี่ แต่จริงๆ เป็นน้อง น้องชายแบดบอยน่ะ  ส่วนไทเป็นผู้นำครอบครัว พ่อแม่ไม่มี ต้องดูแลกันเอง”

“ผมกับพี่อั๋น-ผู้กำกับฯ จะปรับบทมาด้วยกัน ผมจะช่วยคิดไดอะล็อกบ้าง ถ้าผมเป็นไท ผมจะพูดแบบไหน แล้วผมก็จะเข้าใจตัวละครนี้มาก เพราะว่าผมอินไปแล้ว”

“ถ่ายหนังมันสนุกนะ แต่ว่ามันไม่มีฉากไหนยิ้มแย้ม มันยิ้มน้อย พวกสลิงทั้งหมดน่ะ ยากหมดเลย บางทีผมได้ คนอื่นไม่ได้ บางทีซ้อมคิวบู๊นานมาก ยังไม่ได้ถ่ายเลยครับ

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ     ปรีติ บารมีอนันต์            ชื่อเล่น    แบงค์
เกิด    20 ต.ค. 2525                                                       
ผลงานที่ผ่านมา
- ผลงานเพลง 10 อัลบั้ม
- แต่งเนื้อร้อง/ทำนอง
- รางวัล นักร้องนำยอดเยี่ยม และร้องชนะเลิศ อันดับ 1 HOTWAVE MUSIC AWARD 3 ปี 2541

 

“แซม เกษม” รับบท “สิงห์” แซม เป็นนักมวยอาชีพที่ได้รับรางวัลมากมาย และมีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศญี่ปุ่น

ผู้กำกับธนกรให้เหตุผล : “บทของ สิงห์ หัวหน้าทีมไฟร์บอล ได้ แซม มารับบทบาท  เขาเป็นนักมวยที่ชกอยู่ในประเทศญี่ปุ่น พี่สง่าพาแซมมา  เขาเป็นนักมวยที่เก่งมาก ดังในญี่ปุ่นด้วย ก็ยิ่งช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับหนังด้วย  เพราะว่าลีลามวยของแซมนี่  ต้องชมเลยว่าท่ามวยไทยของแซมสวยงามมาก”


แซม เกษมพูดถึงบท : “สิงห์” ดูจากภายนอกเขาก็เป็นชายหนุ่มธรรมดา เป็นพนักงานขายสินค้าในห้าง แต่ในอีกโลกหนึ่ง สิงห์ เป็นอดีตนักมวยที่พยายามหาพื้นที่ให้กับตัวเอง โดยมีสนามแข่งขันบาสเถื่อนเป็นที่ปลดปล่อยความต้องการเบื้องลึก และเขารู้สึกว่าในสังเวียนแห่งการต่อสู้ทำให้เขามี “ตัวตน” มากกว่าสังคมภายนอก

“อ่านบทแล้วน่าเล่นมากเลย คาแร็คเตอร์ใกล้เรามาก คิวบู๊ก็ถนัด หนังมีหลายอารมณ์ ทั้งแอ็คชั่น ทั้งดราม่า  แต่คิวบู๊หนังยากมากเลยครับ  ต่างกันมากกับการชกมวยซึ่งต่อยจริงโดนเต็มๆ แต่หนังต้องต่อยให้ไม่โดน แต่ต้องให้ดูแรง  มุมกล้องกับการวาดแขนต้องตรงกัน  ขนาดมีทักษะกีฬามา  เคยเล่นยิมนาสติกด้วย ยังรู้สึกยาก  ให้ต่อยจริงยังง่ายกว่า  สีหน้าแอ็คติ้งอีกยากกว่าแสดงแอ็คชั่น”  

“ก่อนหน้านี้ผมคิดว่า  สลิงจะง่าย  แต่สัมผัสแล้วยาก  ต้องทรงตัว บาลานซ์ให้กลมกลืนกับท่ามวย   หนังเรื่องนี้พี่อั๋นก็ดึงตัวผมออกมาส่วนหนึ่งเอาาตัวเราเข้าไปแทนตัวสิงห์  ตัวผมคือนักมวย  แต่ในสนามจะดุดัน เป็นนักสู้  มีส่วนหนึ่ง รักเพื่อน ปกป้องคนอื่นเอ  เจ็บแทนได้  เข้าใจความรู้สึกสิงห์เลย  เวลาสู้ก็สู้ตาย  เข้าสังเวียนนี่สู้ตายเลย  เราโดนฝึกมา  เราต้องคิดแบบนักสู้” 

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ           เกษม   เจะสนิ       ชื่อเล่น      แซม  
เกิด             3 ม.ค. 2526          น้ำหนัก      60 กก.     ส่วนสูง         169 ซม.
การศึกษา     ปริญญาตรี  คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี    เอกวิทยาการกีฬา  มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
งานอดิเรก      ต่อยมวย  เตะฟุตบอล

 

คณุตรา ชูช่วยสุวรรณ ( เอม ) รับบท  “แป้ง”

นักแสดงสาวหน้าใหม่ ที่เคยมีผลงานปรากฏในภาพยนตร์โฆษณาและมิวสิกวิดีโอ เช่น เอ็มวี เพลง “14 อีกครั้ง” ของ เสก โลโซ สำหรับงานภาพยนตร์ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเธอ

“แป้ง” แฟนสาวของ แทน แม้ว่าแทนจะนอนแน่นิ่งอยู่ในโรงพยาบาล อย่างไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา แต่แป้งก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งแทนไป

เอมพูดถึงบท : “เอม รับบท แป้ง นางเอกสาวคนเดียวของเรื่อง เป็นนักแสดงหน้าใหม่ ยังเรียนเป็นนิสิตที่จุฬา ใสมาก เด็กมาก จนแบบว่า หลายคนไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนได้  เอมน่าจะเป็นนักแสดงที่ขายฝีมืออีกคนของวงการได้ในอนาคต”

“เอมต้องเข้าฉากคู่กับพี่แบงค์ เอมเขินมาก เพราะเป็นครั้งแรกต้องเข้าคู่กับพระเอกให้เหมือนคนใกล้ชิดกันมานาน มีเลิฟซีนนิดๆ

แป้งต้องรักผู้ชายทั้ง 2 คน ค่อนข้างยาก ด้วยความที่ความรู้สึก เรารักทั้ง 2 คน แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนพี่น้องฝาแฝด 2 คนนั้นเป็นคนเดียวกัน ต้องแสดงออกให้ได้ว่า เรารักกันจริง ๆ จะต้องออกทางสีหน้า ท่าทาง ซีนร้องไห้ ต้องร้องตั้งแต่เช้า  ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงเที่ยง  ถ่ายคนเดียว

ส่วนของเอมมีดราม่าทุกฉาก ไม่มีน่ารัก กุ๊กกิ๊ก ถึงจะเป็นฉากโรแมนติคก็ยังเป็นโรแมนติกดิบ ๆ หน่อย  อยากบอกว่า เป็นหนังไทยที่มีไอเดียที่ดี เอาศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาผสมผสานกันอย่างลงตัว  หนังถ่ายออกมา สวยมากๆ  ยังมีเรื่องดราม่าด้วย ไมได้แอ็คชั่นอย่างเดียว ลงตัวมากๆเลยค่ะ”

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ           คณุตรา ชูช่วยสุวรรณ       
ชื่อเล่น                   เอม   
อายุ                         20 ปี
ส่วนสูง                  167 ซม.   น้ำหนัก                      45 กก.
การศึกษา              ปี 2 ครุศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผลงานที่ผ่านมา  รองอันดับ 1 มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2005 / มิวสิควิดีโอ  

 

อรุชา โตสวัสดิ์ ( เอ ) รับบท ตัน

พระเอกจากภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อนกูรักมึงว่ะ” ที่พลิกคาแร็คเตอร์มาเป็นผู้ร้ายเบอร์หนึ่งใน “ท้า/ชน” 
เป็นคนเก่ง มีความสามารถด้านบาสเกตบอล ลีลา การต่อสู้ที่เหนือกว่าใคร  แต่ในแง่จิตใจ ตันเป็นคนไม่รู้สึกผิดเลย ไม่รู้ร้อน รู้หนาว  มั่นใจตัวเอง คนอื่นอาจจะเข้ามาสู้ด้วยความจำเป็น แต่ตัน เข้ามาสู้ ด้วยความอยากจะทำร้ายคนอื่น เหมือนคนโรคจิต ได้ตื๊บ   ได้อัดคนแรง ๆ จะได้มีความสุขมาก ๆ

ผู้กำกับธนกรให้เหตุผล : “ตัวคาแร็กเตอร์ไอ้ตันนี่ แคสต์หาอยู่นานมาก ไม่โดนใจสักที สุดท้ายได้เจอเอ ประกอบกับเอ นี่เขาไม่ได้ซีเรียสเลยว่า ต้องเป็นพระเอก   เขาอยากจะลองรับบทใหม่ๆ อยู่แล้ว   แต่ขอให้บทมันน่าสนใจ  และมีอะไรให้เล่นได้  พอมาแคสติ้ง มาทรายเอ้าท์แล้ว และเขาก็เล่นกีฬาบาสเก็ตบอลได้ดีอีกด้วย  ต้องขอบคุณเอที่แม้จะเคยเล่นเป็นพระเอกในหนังเรื่องอื่นมาก่อน แต่สุดท้ายก็ยอมมาปรับตัวเอง ผมคิดว่า คนที่จะมาเล่นบทผู้ร้ายได้ดีนี่ต้องเป็นคนที่นิสัยดีมาก เพราะเขาต้องใจกว้างพอที่จะมาเล่นอะไรเลวๆ ได้  โดยไม่ห่วงภาพพจน์ของตัวเอง  บวกกับเอที่มีความคิดเปิดกว้างทางการแสดงค่อนข้างสูง  คือเขาอยากแสดงแบบที่เป็นอะไรก็เป็นได้  เปลี่ยนไปเป็นใครก็เปลี่ยนได้  อันนี้ผมถือว่าเป็นวิธีคิดของนักแสดงที่ดี  ไม่ยึดติด  รักที่จะแสดง  ต้องขอบคุณเอมาก  ศักยภาพในการเล่นหนังสุดยอดมาก แถมหนังที่เขาเคยเล่นก็ยังมีเครดิตที่ดีจากต่างประเทศอีกด้วย” 

และเพื่อเพิ่มสีสันให้กับบทตัวร้ายที่ต้องมาประกบตัวเอกอย่าง แบงค์ วงแคลช “จึงมีการประชุมกับพี่อังเคิลว่าไม่อยากให้หนังเครียดเกินไป น่าจะมีกลิ่นของแฟชั่นมากขึ้น เช่น ย้อมผมกันดีมั้ย คือตามโจทย์เรานี่จะมีอยู่แล้วว่า จะมีผมทอง ผมขาว ผมแดง ให้ใครซักคนก็เลยเลือกมาเป็นตัวนี้ ทุกครั้งเห็นแล้วต้องโดนต้องจำง่าย  มีการทำผม  มีการใส่คอนแท็กเลนส์ตาแตก ซึ่งมีที่มาที่ไปจากการตีความคาแร็คเตอร์ที่ผ่านการแข่งมาอย่างดุเดือด จนมีบาดแผลติดตัว”

“เรื่องนี้ผมหันมารับบทเป็นผู้ร้ายบ้าง อยากจะเปลี่ยนลุค เราก็อยากแสดงไปให้ถึงบทเลวๆ อย่างที่ผู้กำกับอยากได้   เริ่มตั้งแต่ ปรับเปลี่ยนลุคของตัวเอง บทแบบเลว ๆ ย้อมผมเป็นสีทอง ใส่คอนเทคเลนซ์ ให้เลือดในตาจะแตกเพราะผ่านการต่อสู้มาก่อน บนหน้าตามีร่องรอยจารึกไว้ แต่งตัวเสร็จ ก็ชอบมาก รู้สึกเท่ห์

หนังทั้งเรื่อง   เป็นงานแปลกใหม่สำหรับผม  และสำหรับภาพยนตร์ไทย  เอากีฬาบาสมาผสมผสานการต่อสู้     เป็นเรื่องราวของลูกผู้ชายที่ต้องสู้สุดใจ  การได้แสดงหนังแอ็คชั่น  เหมือนเป็นความใฝ่ฝันของเราเลย  แต่เรื่องนี้เป็นแอ็คชั่นที่ไม่จัดฉาก  พยายามให้เห็นเป็นแอ็คชั่นเฉพาะหน้า สดๆ อารมณ์ดิบๆ 

ความท้าทายอีกอย่าง คือ บทนี้  เป็นบทคนเลวจริง ๆ เป็นหนังอารมณ์ลูกผู้ชายที่มันส์มาก ๆ เลย”

 

กัมปนาท อั้งสูงเนิน รับบท “หมึก”


จอห์นนี่ เป็นอดีตผู้รักษาประตูของทีมชาติไทย  เขาเคยผ่านงานแสดงมาหลายเรื่อง รวมทั้ง “นเรศวร 1 และ นเรศวร 2”

“หมึก” พยายามหาเลี้ยงครอบครัวทุกวิถีทาง ยิ่งเมียกำลังตั้งท้องยิ่งทำให้หมึกต้องพยายามมากขึ้นไปอีก และหนึ่งในการหาเงินของหมึกคือ การเข้าร่วมทีม “ไฟร์บอล” เขาคิดแต่ว่าหากเขาโชคดี เงินรางวัลจากการแข่งขันจะช่วยให้ครอบครัวเขามั่นคงขึ้น

ผู้กำกับธนกรให้เหตุผล : “ส่วนพี่จอห์นเองก็ไม่ได้แคสต์ใครเป็นพิเศษ  เพราะในบทต้องการหนุ่มลูกครึ่งนิโกร เป็นอีกตัวแทนของคาแรคเตอร์ท่ต้องต่อสู้กับปัญหาชีวิต  มาลงตัวที่เขา แล้วเขาตีบทแตกนะ และตัวจริงเขาเป็นคนใจดีมาก  เพราะชีวิตจริงกับในบทนี่แตกต่างกันสิ้นเชิง  ตัวจริงเป็นทหาร แต่ต้องมารับบทขายหมู”

จอห์นนี่พูดถึงบท : “การรับบทในเรื่องนี้ เพราะรู้สึกว่าตัวละครกับตัวเองมีความคล้ายกัน  คือ ตัวหมึกจะมีเป้าหมายที่เข้าทีมไฟร์บอลเพื่อครอบครัว  ทำให้อยากเล่น  การมีทักษะทางด้านกีฬาของตัวเอง มีประโยชน์กับการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้มาก

“หนังแอ๊คชั่นเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีอุบัติเหตุ ผิดคิวในการถ่ายทำ  ผมโดนเตะปาก โดนเบ้าตา ที่หนักที่สุดคือถูกกระโดดเหยียบหลัง  ทำให้ผมต้องเจ็บถึงต้องพักหยุดถ่ายไปเป็นอาทิตย์เลย  เพราะเส้นเอ็นหลังฉีกและอักเสบ”

“ภาพยนตร์เรื่องนี้พูดถึงการต่อสู้ในเกมส์ที่ไม่มีกฏ ไม่มีกติกา เป็นเกมส์ของลูกผู้ชาย ที่เป็นทั้งเกมส์กีฬาและเกมส์ชีวิต

อณุวัฒ แซ่เจ้า  ( เอิร์ท ) รับบท “เค”

เอิร์ทเป็นอดีตนักบาสอาชีพ และยังเป็นนายแบบหนุ่มสุดฮ็อตบนแค็ตวอล์ก ซึ่งเขาเดินแบบทั้งในไทยและต่างประเทศ 

ผู้กำกับธนกรให้เหตุผล : “อย่างเอิร์ท ที่รับบท เค ยอมรับเลยว่าถึงเขาจะเป็นนายแบบ แต่ว่าเขาพยายามมาก มีความตั้งใจสูง มีการทรายเอ้าท์กันหลายรอบ จนเอิร์ท สามารถผ่านด่านทุกคน  จากคนที่แสดงไม่ได้เลย  จนตอนนี้ทุกคนเห็นการแสดงในหนังของเขาจนต้องยอมรับในฝีมือ   ผมรู้สึกดีใจที่ได้เอิร์ทและทุกคนมาร่วมงานเป็นนักแสดงทีมนี้”

อณุวัติพูดถึงบท : “เค” เป็นหนุ่มมาดกวน นิ่งๆ ดูยาก ดูไม่ออกว่าเป็นคนดีหรือคนร้ายกันแน่  มีข่าวลือว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่เคยล้มบาสจากการแข่งขันเมื่อปีก่อน และส่งผลให้ แทน ได้รับบาดเจ็บสาหัส  ทำให้เขาไม่เป็นที่ไว้วางใจนักของคนในทีมไฟร์บอล  รวมทั้งไทด้วย

“เค”  เป็นคนกวนๆ พูดจากวนเพื่อน เป็นคนมีปมในใจ เพื่อนๆ ไม่ค่อยไว้วางใจ ว่าเป็นคนดีหรือเปล่า  เพราะเราเคยล้มบอล มันเหมือนมีความขัดแย้งในตัวเอง  คือ บางช่วงเราก็พยายามคิด  เราไม่ผิด  มันซวยเอง  บางช่วงเราก็รู้สึกผิด เห็นใจเขา  มาเรียนคิวบู๊ ไม่ใช่ได้แค่ท่า แต่มีทักษะต่อสู้จริงๆ  เน้นให้ต่อยสวย  ต่อย เตะ ให้ดูหนัก  คนปกติต่อยจริง จะเจ็บ แต่ดูไม่เหมือนจริง ก็สอนเทคนิคต่อยให้ดูจริง  แต่ไม่เจ็บ  เรียนแอ็คติ้ง  เรียนการออกเสียง การแสดงออก สีหน้า แววตา

ผมว่า หนังเรื่องนี้มันส์มาก  อ่านบทแล้วชอบบทหนังทั้งเรื่อง มันแอ็คชั่น ลูกผู้ชายดี ในแง่เป็นหนังแอ็คชั่น เรื่องนี้ก็ดูง่าย  แอ็คชั่นมีที่มา มันส์กว่าที่เราอ่าน มันส์มาก ยิ่งถ่าย คิวยิ่งหนัก  แอ็คชั่นอลังการมากขึ้น  แต่ยิ่งถ่ายช่วงหลังๆ หนักขึ้นอีก  มันส์กว่าอีก  ฉากจบมันส์สุดๆ 

คนชอบแอ็คชั่นก็มันส์  ถ้าชอบดราม่ามันก็มีในเรื่อง น่าสนใจ ต่อให้ผมไม่ได้แสดง ผมก็ว่า มันน่าสนใจ  และมันน่าสนุกมาก  ผมเล่นเต็มที่เลยเพราะกลัวไม่สมจริงครับ”

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ       อณุวัฒ   แซ่เจ๊า                 ชื่อเล่น    เอิร์ท
เกิด        5/4/2527                        ลูกครึ่ง      ไทย-จีน
 ส่วนสูง          180 ซม.                  น้ำหนัก                  75 กก.
การศึกษา          ปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยเกริก
ความสามารถพิเศษ           บาสเกตบอล , พูดภาษาจีน
ผลงานที่ผ่านมา             ถ่ายแบบ

 

กานต์ณัฐ เสมอใจ ( บาส ) รับบท “อิก”

บาสเป็นนักบาสดาวรุ่งซึ่งอยู่ในทีมชาติไทย ด้วยหน้าตาและทักษะอันช่ำชองในการเล่นบาส ทำให้ผู้กำกับเลือกเขามารับบทเด็กแว้นนักบาสมือชู้ตของทีม

ผู้กำกับธนกรให้เหตุผล : “บาสนี่ ตอนแคสต์บท ‘อิก เด็กแว้นท์’ พอให้เขาเล่นนี่ไม่ต้องแคสต์คนอื่นอีกเลย เพราะใช่เลย แล้วรู้สึกว่าพรสวรรค์ในการแสดงของบาส ก็ไม่น้อยไปกว่าฝีมือการเล่นบาสเก็ตบอลของเขา”

กานต์ณัฐพูดถึงบท: “อิก” ก็เหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไป ที่มีความคึกคะนอง และพยายามถีบตัวเองให้พ้นจากปัญหารายวันของการเลี้ยงชีพ การเข้าร่วม “ทีมไฟร์บอล” อาจเป็นการแก้ปัญหาปากท้องเบื้องต้นของ อิก โดยที่เขาไม่เฉลียวใจสักนิดว่า สิ่งที่เขาตั้งใจทำเพื่อครอบครัวนั้น มันอันตรายเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มอย่างเขา

“บาส รับบทเป็น อิกคิว เป็นเด็กซน ๆ ที่เก่งในกีฬาบาสเก็ตบอล แต่ไม่เก่งเรื่องต่อสู้ เป็นเด็กแว้น อยากได้เงินมาช่วยครอบครัว บางส่วนของบทก็มีส่วนเหมือนตัวเราบ้าง จริงๆ ผมก็เลี้ยงตัวเองด้วยการเล่นบาสเหมือนกัน ก็รู้สึกใกล้เคียงกับตัวอิกคิวเหมือนกัน  การถ่ายหนัง ฉากแอ็คชั่นไม่ค่อยยาก พวกฉากดราม่าที่ต้องแสดงความรู้สึก ไม่เคยเล่นมาก่อน เลยยากกว่ามาก แค่ฉากมองลูกบาส  ต้องมองให้รู้สึกสื่อความหมายอารมณ์ มองลูกบาสให้รู้ว่า

เรามุ่งมั่นทำเพื่อแม่  ไม่ใช่แค่มองเฉย ๆ แต่ต้องสื่อว่า เราเข้ามาเล่นเกมส์นี้เพราะอะไร เล่นคนเดียวกับลูกบาส  ทำอารมณ์ 

สำหรับท่วงท่าการเล่นบาสเก็ตบอลที่เน้นเล่นท่าสวย  มันเป็นบาสแข่งขัน แต่ไม่เน้นสกอร์ แต่เน้นการแสดงท่าทางออกมา ผมก็เอาท่าต่างๆ มาใช้ในหนังด้วย 

ผมชอบพี่แซม  เขาบู๊ดีครับ เก่งเรื่องต่อยมวย  เวลาฉากต่อสู้ พี่เขาแสดงดูเต็มที่หนักแน่น เห็นแล้วน่ากลัวมาก พี่เขาตัวเล็กแต่เวลาต่อยมวย ทำไมเก่งอย่างนี้ เป็นนักแสดงคุณภาพ   

หนังเรื่องนี้แตกต่าง ตรงเป็นหนังกีฬา บู๊ด้วย ความรักด้วย มันเหมือนหนังชีวิตที่เอาลูกบาสมาร่วมด้วย  ผมคิดว่าในเมืองไทยยังไม่มีใครเอากีฬาบาสเก็ตบอลมาทำเป็นหนังได้อย่างนี้  มีความเป็นแอ็คชั่นมันส์ๆ เท่ห์ ๆ น่าสนใจมากครับ”

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ           กานต์ณัฐ   เสมอใจ            ชื่อเล่น        บาส
เกิด           17/10/2531
ส่วนสูง       181 ซม.                           น้ำหนัก       65 กก
การศึกษา      ปี 2 ปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์
ผลงาน       นักบาสเก็ตบอล  ทีมชาติชุดเยาวชน / ทีมสโมสร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค /
นักกีฬาบาสเก็ตบอล  ทีมชาติชุดซีเกมส์ / นักบาสเก็ตบอล ทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท  เฮียเด่น


เป็นที่จดจำจากบท “พันเรือง” ในภาพยนตร์เรื่อง “บางระจัน” ภูธฤทธิ์  พรหมบันดาล มาพร้อม ด้วยบุคลิกชายไทย  สูงใหญ่  สง่าโดดเด่น ห่างหายจากการแสดงหนังใหญ่มาเป็นเวลานาน ตั้งแต่  “บางระจัน”  ล่าสุด หวนกลับมาสู่จอภาพยนตร์ ด้วยเรื่อง Fireball เพราะความมั่นใจในทีมงานและบทบาทที่ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ไปจากเดิม

เฮียเด่น  นักธุรกิจนอกกฎหมายที่พยายามเข้าสู่แวดวงผู้มีอิทธิพล  เป็นผู้ก่อตั้งทีม Fireball มุ่งหวังจะพาทีม ไปให้ถึงตำแหน่งทีมแชมป์ แต่ยิ่งต่อสู้เข้าสู่รอบลึกๆ เขาได้พบเห็นความสูญเสีย และสิ่งที่ลูกทีมทุ่มเทลงไป แม้จะสะท้อนใจ หากแต่เฮียเด่นก็ถอยกลับไม่ได้เสียแล้ว

ภูธฤทธิ์พูดถึงบท : “การแสดงเรื่องนี้ถึงจะไม่มีซีนแอ๊คชั่นเหมือนในบางระจัน จะเน้นที่ดราม่า ต้องแสดงออกมาทางสายตา ทางสีหน้าเพื่อสื่ออารมณ์ของตัวละคร วิธีการทำงานกับผู้กำกับจะสื่อสารกัน ตีความตัวละครว่า ตัวเฮียเด่นจะดีก็ไม่ใช่ จะเลวก็ไม่เชิง แต่ก็มีเหตุผลที่ทำลงไป  ที่พยายามดึงทุกคนให้มาเล่นในทีมไฟร์บอล  คือจะไม่คาดหวังอะไรกับทีม แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มบอล

ความสนุกของหนังเรื่องนี้ เรียกได้ว่าครบทุกรส ทั้งแอ๊คชั่น ดราม่า โรแมนติค ความรักของเพื่อน ของแฟน  ภาพยนตร์เรื่องนี้พูดถึงสัจธรรมของชีวิต  การเลือกตัดสินใจทำอะไรลงไป  เพราะแต่ละคนมีเหตุผลของตัวเองและต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ต้องทำเพื่ออะไรสักอย่าง

ซีนที่ชอบและประทับใจคือ  ฉากที่ลูกน้องในทีมไฟร์บอลตายเพราะเกมส์การแข่งขัน  รู้สึกสงสารและสะเทือนใจ

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com หรือ 084-1493080
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.