สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
ไทย / English
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
ว้อ...หมาบ้ามหาสนุก
เฟรนด์ชิพ .. เธอกับฉัน
บทวิจารณ์
หนังเตรียมฉาย
หนึ่งใจ ..เดียวกัน
7 สิงหาคม
หนุมานคลุกฝุ่น
12 สิงหาคม
โลงต่อตาย
21 สิงหาคม
อาข่าผู้น่ารัก
21 สิงหาคม
บุญชู ไอ - เลิฟ - สระ - อ
28 สิงหาคม
เทวดาตกมันส์
4 กันยายน
POPULAR
โปรแกรมหน้า ..วิญญาณอาฆาต
   

เปิดกล้อง “แฮปปี้เบิร์ดเดย์” บวงสรวงแบบเล็กๆ
ผู้กำกับพงษ์พัฒน์ทำพิธีแทนพราหมณ์ – ส่วนนางเอกต้องเตรียมโกนผม

  24 มกราคม 2551 / ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล รายงาน
   
 


เรื่องย่อ

“ของขวัญที่สำคัญที่สุดของคุณคืออะไร? สำหรับเขา คือ...เธอ”
เรื่องราวความรักของชายหนุ่ม “เต็น” และหญิงสาว “เภา” ที่บุพเพฯ นำพาให้ทั้งสองได้พบรักกัน โดยมีหนังสือท่องเที่ยวเป็นสื่อกลาง  หนังสือเล่มที่เต็มไปด้วยข้อความที่ถูกเขียนส่งต่อให้กันและกัน  โดยที่ทั้งสองยังไม่เคยพบหน้ากัน...จนเมื่อได้พบกันโดยบังเอิญแล้ว ความคุ้นเคยและความสนิทสนมที่เคยผ่านตัวหนังสือมาแล้ว ก่อเกิดขึ้นกลายเป็นความรัก พร้อมถ้อยคำมั่นสัญญาว่าพวกเขาจะไม่ทอดทิ้งกัน
ตราบนิรันดร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

โปสเตอร์มาตั้งแต่แรกแล้ว  แต่เอาขึ้นเว็บคืนวันศุกร์ดีกว่า ปริศนา ปริศนา

พิธีเปิดกล้อง


หลังจากมีข่าวเตรียมงานออกมาไม่นาน  ผลงานกำกับเรื่องที่ 2 ของพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ก็เปิดกล้องอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำพิธีกันช่วงบ่ายที่ตึกจัสมิน ทาวเวอร์  ที่ตั้งฐานทัพของโมโนฟิล์ม  โดยพงษ์พัฒน์เป็นผู้ทำพิธีแทนพราหมณ์เองในรูปแบบเล็กๆ ที่คนธรรมดาสามารถทำได้  เขาเลือกเช่นนี้เพราะเห็นว่าเป็นหนังฟอร์มเล็กๆ และเป็นการประหยัดเวลา โดยทีมงานและนักแสดงมาร่วมกันครบ

ถ้าใครได้ดูหนังเรื่องแรกของพงษ์พัฒน์  จะรู้ดีว่าเขาสามารถทำหนังรักได้โรแมนติกมากขนาดไหน แถมละครเรื่องก่อนหน้าของเขา “เมื่อดอกรักบาน” ก็ยังเป็นเรื่องรักซาบซึ้งด้วยอีก และด้วยความชอบที่เขามีต่อหนังรักนี่เอง ทำให้ผลงานเรื่องใหม่เรื่องนี้ของเขาก็เป็นโรแมนติก ดราม่าเช่นเดิม โดยในเรื่องนี้เขาตั้งใจจะถ่ายทอดความรักในแง่มุมของการเอาใจใส่กันและกันของคนสองคน

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์” เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างผู้กำกับและคู่พระนางจาก “Me,myself ขอให้รักเราจงเจริญ” อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับแอม- ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ  แต่ในตอนแรกพงษ์พัฒน์ไม่ได้วางบทไว้ให้กับทั้งคู่  เขาอธิบายเหตุผลว่า “ช่วยไม่ได้เพราะหาใครไม่ได้ สำหรับพระเอก จริงๆ นักแสดงเลือกไว้หลายคน ไม่ว่าจะฮิวโก้(จุลจักร จักรพงษ์)แต่เขาก็ติดงานต่างประเทศ ส่วนชาคริต แย้มนามก็คิวไม่ว่างเลย เพราะเราต้องเปิดกล้องแล้ว  อันที่จริงอนันดาเป็นคนแรกที่อ่านบทเรื่องนี้นะ ตั้งแต่ตอนทำ “Me,myself” เขาบอกว่าถ้าหาใครไม่ได้ ให้เลือกเขา สุดท้ายก็หาใครไม่ได้จริงๆ”


ส่วนอนันดา ดาราหนุ่มที่มีงานชุกมากสุดๆ คนหนึ่ง เรื่องนี้เขาจะมารับบทเป็นช่างภาพที่ชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ  หลายคนอาจจะคิดว่าตัวอนันดาเป็นพระเอกขาประจำของพงษ์พัฒน์  แต่สำหรับอนันดามันก็ไม่ได้ถึงขั้นนั้น “เราเคยบอกพี่อ็อฟ(พงษ์พัฒน์) ว่าผมชอบเรื่องนี้   ขอให้พี่เขียนเสร็จก่อนแล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเป็นผมหรือเปล่า  แล้วก็เป็นเรื่องบังเอิญที่เป็นผมกับแอมนะ ตอนแรกไม่ใช่เลย  แต่ได้ยินว่าเป็นแอมกับคนอื่น แล้วได้ยินว่าจะต้องมีการโกนผมและแอมอาจจะยอม ผมก็เลยโทรไปหาแอม แอมก็บอกว่าไม่รู้เรื่องเลย ผมเลยโทรไปหาทางกองถ่าย พอดีโปรดิวเซอร์เขากำลังจะคุยกับพี่อ็อฟเรื่องนักแสดง ยังหาคนไม่ได้ เราโทรไปพอดีตอนนั้น คือตอนนั้นเราแค่อยากรู้ว่าใครเล่น และใครจะต้องโกนผม เพราะเรางงเรื่องนี้  เขาก็บอกว่ายังหาคนไม่ได้ แล้วก็ถามเราว่าเราว่างไหม? ก็กลายเป็นว่างพอดี  ก็เลยมาเป็นผม”

ความหนักใจในเรื่องเตรียมตัวเพื่อแสดง สำหรับเรื่องนี้ อนันดาบอกว่าไม่ต่างจากเรื่องอื่น เพียงแต่ว่าเวลาเตรียมตัวมีน้อย แล้วบทค่อนข้างจะหนัก เขามีเวลาไม่ถึงอาทิตย์เพื่อจะเตรียมงาน “ก็หวาดเสียวอยู่เหมือนกัน พยายามจะเจอและคุยกับพี่อ็อฟอยู่บ่อยๆ จะได้คุยถึงตัวละครเพื่อทำความเข้าใจ”

สำหรับคำถามที่ว่า การที่อนันดาแสดงหนังหลายเรื่องจะเป็นผลให้คนดูเบื่อหน้าเขาหรือเปล่า พงษ์พัฒน์ไม่กังวลต่อเรื่องนี้ “สมัยก่อนก็มี อาแอ๊ด สมบัติ เมทะนีนะ ที่เล่นเป็นร้อยเรื่อง..ถ้าถามผมว่า ผมคิดอะไรกับตรงนี้ไหม ผมว่าก็ดีครับ ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทาย  หน้าที่ของเราคือทำไงก็ได้ให้เขาดูแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เขาเล่น  แล้วก็ทำให้เขารู้สึกว่า เขาเป็นอีกคนในภาพวาดภาพเขียนของเราน่ะครับ”

สำหรับนางเอก โดยข้อบังคับจากบทที่ต้องโกนหัว จึงต้องเป็นคนที่พร้อมเล่น และได้มีการเปิดรับสมัครนักแสดง แต่ก็ไม่สามารถหาผู้ที่จะมารับบทได้  จนต้องกลายเป็นแอม พงษ์พัฒน์ได้อธิบายเรื่องนี้เพิ่มว่า “ปัญหาคือเราติดต่อนักแสดงทั่วไป มีฉากที่จะต้องตัดผม มันจะเป็นปัญหาใหญ่ของเขา” ตอนแรกแอมก็ติดละครทีวี แต่เธอก็ถอนตัวจากเรื่องนั้นเพื่อมาร่วมงานกับเรื่องนี้แทน แอมกล่าวว่าเสียดายที่ไม่ได้ลองเล่นละครทีวี “แต่ว่าอยากเล่นหนัง โชคดีที่เรื่องนั้นยังไม่ได้ถ่าย” 

แอมบอกว่าเธอได้ยินพงษ์พัฒน์จะทำหนังเรื่องนี้มานาน ระหว่างที่เขาเตรียมงานพัฒนาบทไป เธอก็ได้ยินข่าวอยู่เรื่อยๆ ได้ยินว่าเขาหานางเอก สุดท้ายก็มาเป็นเรา ก็ดีใจค่ะ...คือเรื่องนี้ได้ยินว่าอิงมาจากเรื่องจริง ไม่ใช่ทั้งหมดนะค่ะ เป็นเรื่องที่เศร้ามาก 

ผู้หญิงป่วย และผู้ชายคอยดูแล  ถ้าถามว่าเรื่องนี้ยากไหม ก็ไม่ยาก มีฉากต้องนอนนิ่งๆ บนเตียงครึ่งเรื่อง  แต่จะมีบางทีพระเอกจินตนาการว่านางเอกลุกขึ้นมาคุยด้วย...ตอนนี้ก็เรียนการแสดงกับหม่อมน้อย (ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) ได้เรียนเยอะเลย ก็ดีค่ะได้เตรียมตัวก่อน”

แอมกล่าวถึงตัวละครในเรื่องนี้ของเธอว่า “เป็นไกด์ค่ะ ชอบธรรมชาติ เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ลุยๆ หน่อย ไม่แฟชั่น ก็ต้องปรับจากเรื่องก่อน ยิ่งพระเอกเป็นคนเดิม เราจะต้องให้ความสำคัญเรื่องการเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งเลย เรื่องนี้จะไม่มีภาพของอุ้ม (ตัวละครของเธอใน Me,myself) เลย มันคนล่ะคนกัน”

พงษ์พัฒน์กล่าวว่า  สำหรับเรื่องนี้เขาต้องทำการบ้านพอสมควร เพื่อหาวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมมาใส่ในหนัง หนังเรื่องนี้ก็แตกต่างจากหนังเรื่องก่อน  “ภาพยนตร์คนล่ะเรื่องกัน วิธีเล่าเรื่องก็ต้องปรับตามตัวภาพยนตร์ที่เราอยากจะนำเสนอ มันก็น่าจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนพอสมควร”

พงษ์พัฒน์ไม่อยากให้คนดูให้ความคาดหวังว่าหนังเรื่องนี้จะดีกว่าหรือเทียบเท่ากับเรื่องก่อน “ไม่อยากให้คาดหวังอะไรเพราะว่า คำว่าประสบความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยมันก็วัดกันยาก เอาเป็นว่า หนังเรื่องนี้ผมและทีมงานรวมทั้งนักแสดงด้วย ตั้งใจทำขึ้นมา เพื่อให้ชมกันสนุกๆ อยากให้คิดเสียว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกของผม จริงๆ แล้วศิลปะภาพยนตร์ก็ทำเรื่องแรกตลอด เหมือนที่ธนิตย์ จิตนุกูลก็ไม่เคยทำ “รักสยามเท่าฟ้า” มาก่อน  ก็ทำ“รักสยามเท่าฟ้า” เรื่องแรก ผมก็ทำ “แฮปปี้เบิร์ดเดย์”เรื่องแรกนะ”

นอกจากอนันดาแล้ว นักแสดงสมบทหลายคนก็เป็นหน้าใหม่สำหรับหนัง แต่เคยผ่านโฆษณาและมิวสิควีดีโอมาก่อน  ยกเว้น อิซเบล เลเต้ ที่เคยแสดงให้ “เก้าพระคุ้มครอง” และห่างหายจากภาพยนตร์ไทยไปนานถึง 8 ปี  ในส่วนของตากล้องก็คือสยุมภู มุกดีพร้อม ที่เคยถ่าย “สยิว” และ “สุดเสน่หา” มาแล้ว

....ภาพยนตร์เรื่อง “แฮปปี้เบิร์ดเดย์” มีกำหนดฉาย 3 กรกฎาคม 2551 ครับ ตอนนี้อ่านเรื่องย่อไปก่อนครับ

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn google.co.th อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  ติดต่อเว็บได้ที่  084-1493080
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. google.co.thAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.