สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
ไทย / English
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
อีติ๋มตายแน่
9 ตุลาคม
หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย
บ้านผีปอบ 2008
เทวดาตกมันส์
บุญชู ไอ - เลิฟ - สระ - อ
โปรแกรมหน้า
ปืนใหญ่จอมสลัด
23 ตุลาคม
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
30 ตุลาคม
POPULAR
   

ความสุขของกะท

  9 มกราคม 2551 / สหมงคลฟิลม์
  LINK : สัมภาษณ์ผู้กำกับและทีมงาน
   
 
 
หนังสือ "ความสุขของกะทิ" ในภาษาต่าง ๆ

“ความสุขของกะทิ เป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์องค์ประกอบอย่างหมดจดงดงาม สื่อแนวคิดซึ่งเป็นที่เข้าใจได้สำหรับคนอ่านหลากหลายไม่ว่าอยู่ในวัยและวัฒนธรรมใด เสน่ห์ของนวนิยายเรื่องนี้อยู่ที่กลวิธีการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ เผยปมปัญหาทีละน้อย ๆ ผ่านมุมมองของตัวละครเอก ด้วยภาษารื่นรมย์แฝงอารมณ์ขัน สอดแทรกความเข้าใจชีวิตที่ตัวละครได้เรียนรู้ไปตามประสบการณ์ ความสะเทือนอารมณ์จะค่อยๆ พัฒนาและดิ่งลึกในห้วงนึกคิดของผู้อ่าน นำพาให้ผู้อ่านอิ่มเอมกับรสแห่งความโศกอันเกษมที่ได้สัมผัสประสบการณ์ของชีวิตเล็ก ๆ ของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง”
คำประกาศของคณะกรรมการตัดสินรางวัลซีไรต์ พ.ศ. ๒๕๔๙

เรื่องย่อ “ความสุขของกะทิ” โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ

เด็กหญิงกะทิอายุ ๙ ปีอาศัยอยู่บ้านทรงไทยริมคลองที่อยุธยากับตาและยาย
ทุกวันเธอตื่นแต่เช้า คดข้าวใส่ขันและไปใส่บาตรกับตาที่ท่าน้ำหน้าบ้าน  หลวงลุงนั่งเรือมารับบาตรและมีเด็กวัดที่เป็นหลานชื่อ ทอง พายเรือมาให้  กะทิซ้อนท้ายจักรยานตาไปขึ้นรถสองแถวที่หน้าปากซอยเพื่อไปโรงเรียน  เธอมีปิ่นโตใส่อาหารกลางวันที่ยายเตรียมให้ไปโรงเรียนด้วย
กะทิมีความสุขดีในบ้านหลังน้อยที่ล้อมรอบด้วยไม้ไทย  ในวันว่างตาชวนกะทิพายเรือไปเที่ยวเล่นในทุ่งและไปจนถึงศาลาริมน้ำใต้ต้นก้ามปู  ตาเคยเป็นทนายมีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ  เมื่อเกษียณแล้วจึงย้ายกลับมาบ้านเกิด  บูรณะบ้านไทยและใช้ชีวิตบั้นปลายช่วยเหลือผู้คนในท้องถิ่น  ยายเคยทำงานเป็นเลขานุการนายใหญ่โรงแรมห้าดาวและเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นกัน  กะทิมีพี่ทองเป็นเพื่อนเล่น  ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแม้ว่าไม่สมบูรณ์ครบถ้วนอย่างที่ควรจะเป็น
กะทิจำแม่ได้เพียงลาง ๆ  ตายายไม่พูดถึงแม่  ในบ้านไม่มีรูปถ่ายแม่  กะทิคิดถึงแม่ทุกวัน อยากพบหน้า อยากให้แม่มารับที่โรงเรียน  กะทิอธิษฐานทุกวันให้ฝันเป็นจริง  แล้ววันหนึ่งยายก็ถามกะทิว่า
“กะทิ อยากไปหาแม่ไหมลูก”
เพียงเท่านี้การเดินทางของกะทิก็เริ่มขึ้น  ตายายบอกกะทิว่าแม่ป่วยและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านชายทะเล  ชฏาหรือน้าฏา เลขาฯ ของแม่ ขับรถมารับ  อาการของแม่หนักแล้วและตั้งใจให้กะทิมาใช้เวลาช่วงสุดท้ายด้วยกัน  โรคของแม่คือเอแอลเอส  กล้ามเนื้อจะอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ จนช่วยตัวเองไม่ได้และถึงขั้นหายใจเองไม่ได้  แม่ไม่ยอมใช้เครื่องช่วยหายใจเพราะจะทำให้พูดไม่ได้  แม่เลือกที่จะทอนเวลาชีวิตลงแต่อยู่อย่างมีคุณภาพ
กะทิได้รู้ว่าแม่ตัดสินใจฝากกะทิไว้กับตายายเมื่อรู้ว่าไม่สามารถดูแลกะทิได้เอง  เหตุการณ์ที่ทำให้แม่ตัดสินใจคือเมื่อกะทิอายุ ๒ ขวบ แม่พากะทิไปพายเรือเล่นจนถึงศาลาริมน้ำ  แต่เกิดพายุและกลับบ้านไม่ทัน  กะทินั่งอยู่ในเรือและเรือหลุดจากเสาที่ผูกไว้โดยที่แม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย  วันนั้นโชคดีที่ทองเด็กวัดตามมาหาเพื่อนเล่นจึงช่วยกะทิกับแม่ไว้ได้  กะทิอยู่กับตายายนับจากวันนั้นและเมื่อรู้เหตุผลจากปากของแม่ก็เข้าใจ
แม่จากไปอย่างสงบและฝากให้เพื่อนของแม่ชื่อ กันต์ และลูกพี่ลูกน้องชื่อ ตอง เป็นคนพากะทิกลับไปที่คอนโดกลางกรุงเพื่อพบกับส่วนหนึ่งของชีวิตแม่
กะทิจึงเดินทางอีกครั้งและมาถึงคอนโดที่กะทิเคยอยู่กับแม่ก่อนจะพลัดพรากกัน  ที่นี่มีห้องหนึ่งที่แม่จัดเก็บเอกสารเรื่องราวชีวิตของตัวเองไว้  ลุงตองเป็นคนพากะทิไปเปิดตู้เอกสารและทำให้กะทิพบว่าพ่อของกะทิชื่อ แอนโทนี ซัมเมอร์ ชาวพม่าที่ไปเติบโตที่อังกฤษ
แม่พบพ่อเมื่อไปเรียนต่อและทำงานที่นั่น  ทั้งสองรักและแต่งงานกัน แต่แม่ได้งานใหญ่ที่ฮ่องกงทำให้ต้องแยกกันอยู่  ไม่นานแม่ก็รู้ว่าคนรักเก่าของพ่อตามมาพบกันและแม่ตัดสินใจให้คนทั้งสองสมหวัง  แม่เลือกเดินทางกลับมาอยู่กรุงเทพฯ และพบว่าตัวเองตั้งท้อง
แม่เตรียมจดหมายไว้ให้กะทิส่งถึงพ่อและสั่งไว้ว่าให้กะทิตัดสินใจเองว่าจะส่งหรือไม่  บทสุดท้ายของหนังสือทำให้รู้ว่ากะทิเลือกและพอใจที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายกับตายายที่บ้านริมคลองสืบไป

ภาพยนตร์ชูใจ

ภาพยนตร์ชูใจ คือกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม คลุกคลี และคร่ำหวอดในแขนงงานต่าง ๆ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่ต่างผ่านโมงยามในการเรียนรู้ หลงใหล ในเสน่ห์ของภาพยนตร์ในฐานะคนรักหนังมาแรมปี โดยหวังไว้สักวันหนึ่งว่าจะได้มีโอกาสถ่ายทอดความคิด ผลักดันไอเดียที่แล่นผ่านเข้ามาในชีวิต ออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ที่มุ่งสื่อสารกับผู้คนกลุ่มใหญ่
และในวันนี้ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในนามของกลุ่มภาพยนตร์ชูใจกำลังจะถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ได้รับเกียรติจากนวนิยายเรื่อง “ความสุขของกะทิ” วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือรางวัลซีไรต์ ปี ๒๕๔๙ มาสร้างเป็นผลงานภาพยนตร์เปิดตัวเรื่องแรก เนื่องจากเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาดีตรงตามแนวทางของกลุ่มที่เน้นการสร้างภาพยนตร์ที่ช่วยเชิดชูยกระดับจิตใจและสร้างสรรค์สังคม โดย “ความสุขของกะทิ” เป็นหนังสือที่มีการขมวดปมทางอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างความประทับใจ อบอุ่นอบอวลให้กับแฟนหนังสือได้อย่างลงตัวที่สุด
และนอกจากนี้ทางภาพยนตร์ชูใจยังได้รับเกียรติอย่างสูงจาก คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ในการถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหญิงกะทิผ่านบทภาพยนตร์ร่วมกับผู้กำกับ คุณเจนไวย์ ทองดีนอก เป็นครั้งแรกอีกด้วย และยังมี ๒ สาวเก่งผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ไทยอย่าง คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ และ คุณสุฐิตา เรืองรองหิรัญญา  รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ 

นักแสดง

กะทิ : รับบทโดย น้องพลอย-ภัสสร คงมีสุข

เด็กหญิงวัย ๙ ปี ผูกพันกับแม่แม้จะแยกกันอยู่ตั้งแต่ ๕ ขวบ  เป็นเด็กช่างคิดกว่าวัยเพราะโตมากับตายาย  นิสัยร่าเริงตามประสาเด็ก แต่มีโลกทัศน์ในเชิงบวก และกล้าหาญเมื่อถึงวันต้องตัดสินใจ

พี่ทอง : รับบทโดย นิธิศ โค้วสกุล

เด็กวัด วัย ๑๔ ปี  ทองกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกะทิโดยไม่รู้ตัว เมื่อเขาได้ช่วยชีวิตกะทิไว้ในวันฝนตก  ทองมีนิสัยชอบช่วยผู้อื่นโดยธรรมชาติและโดยการอบรมของหลวงลุง  เขารับกะทิเป็นน้องเล็กตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นเมื่อมารับบิณฑบาตกับหลวงตา และความรู้สึกนี้ไม่เคยแปรเปลี่ยนตามกาลเวลาเลย

 แม่ (ณภัทร) : รับบทโดย รัชนก แสงชูโต

ทนายสาว วัย ๓๗ ปี ล้มป่วยเมื่ออายุ ๓๓ หลังจากหย่าขาดจากสามี เธอจึงเลี้ยงลูกตามลำพังท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนที่คอยเป็นกำลังใจ  เมื่อรู้ว่าไม่อาจดูแลลูก จึงฝากลูกไว้กับพ่อแม่ และใช้เวลาที่เหลือเตรียมทุกสิ่งไว้ให้ลูกก่อนก่อนตัวเองต้องจากไป ความรักเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในชีวิตของณภัทร และลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อชีวิตใกล้มอดดับ

ตา : รับบทโดย สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์

พิทักษ์ อดีตทนายนักเรียนนอก วัย ๖๗ ปี ที่หันหลังให้กับชีวิตเมืองกรุง และย้ายกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในอยุธยา กับภรรยา และ “กะทิ” หลานสาว ที่ “ณภัทร” ลูกสาวคนเดียวฝากไว้ในความดูแล ชีวิตบั้นปลายของพิทักษ์จึงมีสีเข้มขึ้นกว่าที่เจ้าตัวคิดไว้ และทุกนาทีมีค่าเมื่อต้องประคับประคองชีวิตหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นให้ออกก้าวเดิน

ยาย : รับบทโดย จารุวรรณ ปัญโญภาส

ลัดดา อดีตเลขานายใหญ่โรงแรมห้าดาว วัย ๖๔ ปี  ยายของ “กะทิ” ที่พอใจกับชีวิตเรียบง่าย  รอยยิ้มของลัดดาหายไปเมื่อรับรู้ว่าลูกสาวคนเดียวมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน และภาระความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูหลานชวนให้ต้องใช้สติในการตัดสินใจ

ลุงตอง : รับบทโดย ไมเคิล เชาวนาศัย

ลุงตอง ลุงของกะทิ วัย ๓๙ ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องของ “ณภัทร” แม่ของกะทิ โดยนิสัยเป็นคนใจดี  รักพี่น้องและพวกพ้องมาก  ผูกพันกับณภัทรมาตั้งแต่เล็ก เป็นคนมีอารมณ์ขันหยิกแกมหยอก แต่ลุงตองมีสายตาแหลมคมและมองโลกในมุมปรัชญาเสมอ

น้าฎา (ชฎา) : รับบทโดย เข็มอัปสร สิริสุขะ

หญิงสาววัย ๒๗ ปี เป็นเลขาฯ ให้ณภัทรและกลายเป็นมือขวาในทุกเรื่องให้เธอจนถึงวาระสุดท้าย  หัวใจเธอสลายเมื่อรู้ว่าณภัทรป่วยหนัก แต่ก็เป็นเวลาที่ทำให้เธอได้รู้จักความเข้มแข็ง ความเสียสละ และรักแท้ที่แม่มีให้ลูก เธอไม่อาจห้ามใจผูกพันกับเพื่อนรุ่นน้องของณภัทรได้ และรู้ว่ามีโอกาสน้อยเหลือเกินที่เขาจะมองมา  แต่นั่นก็เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอที่ได้ใกล้ชิดเขาในช่วงเวลาหนึ่ง

 

ได้อีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพอย่าง “น้อย วงพรู” หรือ “กฤษฎา สุโกศล แคลปป์” เข้ามาร่วมสร้างสีสันอันอบอุ่นให้กับภาพยนตร์เรื่อง “ความสุขของกะทิ” ในบท “น้ากันต์” อีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในการดูแลและเฝ้ามองการเจริญเติบโตในชีวิตของ “หนูน้อยกะทิ” ไปพร้อม ๆ กัน
“น้อย กฤษฎา” เผยถึงความรู้สึกที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาร่วมงานในภาพยนตร์ของผู้กำกับหน้าใหม่ “เจนไวยย์ ทองดีนอก” เรื่องนี้ว่า

 

“ครับ ก็รู้สึกดีใจมากนะครับที่ได้เข้ามาร่วมงานในหนังเรื่องนี้ และที่รู้สึกดีมาก  ๆ เลยก็คือ ผมได้รับการเชื้อเชิญโดยตรงจากผู้เขียนเรื่องคือ พี่เจน งามพรรณ ให้มาแสดงในบทนี้เองเลย ก็รู้สึกตื่นเต้น และไม่สามารถตอบปฏิเสธได้ เพราะถึงขนาดที่เจ้าของเรื่องเป็นผู้เลือกเราเข้ามา แถมส่งหนังสือมาให้อ่านเองด้วย ก็แสดงว่าพี่เค้าต้องไว้ใจว่าเราสามารถรับบทตรงนี้ได้นะครับ ก็รู้สึกยินดีมากครับ
ในเรื่องนี้ผมก็มารับบทเป็น ‘น้ากันต์’ นะครับ เป็นเพื่อนรุ่นน้องของแม่กะทิ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เราปลาบปลื้มมานาน พอเธอล้มป่วยลง ตัวน้ากันต์เองก็พร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยดูแล ‘กะทิ’ เพื่อให้แม่กะทิเบาใจลงได้บ้างนะครับ
ก็เป็นบทบาทที่แตกต่างไปจากเรื่องอื่น ๆ นะครับ แต่จริง ๆ จะว่าไปแล้วตัวละครตัวนี้ก็มีคาแร็คเตอร์ที่ตรงกับผมอยู่ด้วยนะครับ ก็เลยรู้สึกเขิน ๆ อยู่บ้างในการที่จะเล่นเป็นตัวเองมากกว่าที่จะรับบทอื่นที่แตกต่างจากตัวเองไปเลย แต่ก็สนุกครับ สนุกที่ได้มาร่วมงานกับนักแสดงเก่ง ๆ ทั้งนั้นเลย และตัวน้องพลอยที่เล่นเป็นกะทิเองก็น่ารักครับ แล้วก็เล่นได้อย่างน่าประทับใจด้วยครับ”

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.