สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
ไทย / English
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
ว้อ...หมาบ้ามหาสนุก
เฟรนด์ชิพ .. เธอกับฉัน
บทวิจารณ์
หนังเตรียมฉาย
หนึ่งใจ ..เดียวกัน
7 สิงหาคม
หนุมานคลุกฝุ่น
12 สิงหาคม
โลงต่อตาย
21 สิงหาคม
อาข่าผู้น่ารัก
21 สิงหาคม
บุญชู ไอ - เลิฟ - สระ - อ
28 สิงหาคม
เทวดาตกมันส์
4 กันยายน
POPULAR
โปรแกรมหน้า ..วิญญาณอาฆาต
   
“ความสุขของกะทิ” พร้อมเปิดกล้อง ผู้กำกับหวังมอบความสุขให้แก่คนดู
  ©thaicinema.org(การนำข่าวไปตีพิมพ์ต่อ) 7 มกราคม 2551
  ณัฐธรณ์ กังวานไกล
  LINK : รายละเอียดนักแสดงและตำนานหนังสือของกะท
   
 
ผู้กำกับใหม่เจนไวย์ ทองดีนอก และเจ้าของ
บทประพันธ์ งามพรรณ เวชชาชีวะ
เด็กหญิงภัสสร (พลอย) รับบทกะท

หลังจากตามหากะทิมาพักใหญ่ วรรณกรรมเยาวชนรางวัลซีไรต์ พ.ศ.2549 และหนังสือขายดีติดอันดับที่เขียนโดยงามพรรณ เวชชาชีวะ ก็ได้ฤกษ์เปิดกล้องเสียทีในวันนี้ โดยเลือกเอาพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดเป็นสถานที่บวงสรวงเปิดกล้อง เพื่อให้เข้ากับความเป็นไทยที่ปรากฏและเป็นหัวใจหลักอยู่ในตัวเรื่องต้นฉบับ โดยทีมงานหลักมากันครบครัน  โดยเฉพาะนักแสดงหลักของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าและรุ่นกลางที่หายหน้าจากหนังไทยไปนานอย่างสะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์,จารุวรรณ ปัญโญภาส และรัชนก แสงชูโต ร่วมด้วยเข็มอัปสร สิริสุขะ และศิลปินอิสระอย่างไมเคิล เชาวนาศัย ที่ขาดไม่ได้คือนักแสดงหน้าใหม่เจ้าของบทกะทิ คือน้องพลอย เด็กหญิงภัสสร คงมีสุข ผู้ผ่านด่านตัวเลือกคนอื่นๆ นับร้อย และเด็กชาย.ณัฐพนธ์ โค้วสกุล ซึ่งรับบทสำคัญอีกหนึ่งบทของเรื่องคือทอง ตัวละครที่มีความผูกผันอย่างสูงกับกะทิ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ “ภาพยนตร์ ชูใจ” ที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มศิษย์เก่าด้านภาพยนตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  นำทีมโดยจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ หนึ่งในทีมบริหารสำคัญของสหมงคลฟิล์ม และสุฐิตา เรืองรองหิรัญญา หรือนิหน่า โปรดิวเซอร์สาวที่ผ่านงานหนังอย่าง “กั๊กกับกาวน์” และ “เขาชนไก่” มาแล้ว แม้ว่าชื่อของสองคนนี้อาจจะยังไม่คุ้นหูหนักสำหรับคนดูหนังไทยหลายๆ คน แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาของพวกเขาก็ทำให้เชื่อได้ว่า น่าจะไม่ทำงานอย่างลวกๆ เป็นแน่  

สุฐิตาเล่าถึงที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ว่า เกิดจากความสนใจของผู้กำกับ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนจะมีการรวมกลุ่มภาพยนตร์ชูใจ ส่วนตัวของเธอก็มีความเชื่อมั่นว่าผู้กำกับน่าจะถ่ายทอดงานออกมาได้อย่างดี เพราะเขาถึงแม้จะเป็นมือใหม่ แต่ก็มีประสบการณ์ด้านต่างๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์ ทีมงานอื่นๆ ก็ระดับมืออาชีพ ถึงอย่างนั้น สุฐิตาก็ยอมรับว่าการทำงานก็ต้องปรับจากเรื่องก่อน อย่าง “เขาชนไก่” ก็เป็นบู๊ๆ ผู้ชายๆ ลุยๆ หน่อย แต่เรื่องนี้การหาโลเคชั่นลำบากกว่ามาก เพราะบ้านเรือนไทยแบบที่ตรงตามอย่างที่ระบุไว้ในหนังสือ ซึ่งเป็นบ้านเรือนไทยแท้ๆ นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่ก็ประยุกต์ติดกระจกสมัยใหม่กันหมด ต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะหาได้ตามอย่างที่ต้องการ

เช่นเดียวกับเรื่องของนักแสดง ที่หลังจากประกาศตามหากะทิ ร่วมกับสำนักพิมพ์อรุณอมรินทร์กันอยู่พักหนึ่ง ส่งกันมาทั้งจดหมายและอีเมล์จนในที่สุดก็ได้น้องพลอย สุฐิตาอธิบายถึงเหตุผลที่เลือกน้องพลอยว่าเธอมีรอยยิ้มและแววตาที่เข้ากับบท ที่สำคัญคุณงามพรรณไม่ได้อธิบายถึงลักษณะของกะทิโดยละเอียด เธอเคยโพสต์ถามคนในเน็ตเล่นๆ ว่าหน้าตาคนมาแสดงเป็นกะทิควรเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครบอกได้  ความไร้กรอบในส่วนนี้จึงทำให้การเลือกนักแสดงไม่ยากนัก

ถึงอย่างนั้นสุฐิตาก็ยอมรับว่ายังมีความหนักใจในเรื่องที่ว่า “ความสุขของกะทิ” เป็นวรรณกรรมที่มีคนรักมาก บางส่วนระหว่างหนังกับหนังสืออาจจะไม่ตรงกันซะทีเดียว แต่เธอก็พยายามจะรักษาบทประพันธ์และดูแลให้ผลงานออกมาดีที่สุด สุฐิตาเห็นว่าเรื่องแบบนี้แตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาดและเธอก็อยากทำเรื่องแบบนี้  ประเด็นที่สนับสนุนเรื่องความพอเพียง ซึ่งแทรกอยู่ในตัวเรื่องก็เป็นหัวข้อที่ใครๆ ก็สนใจ

สำหรับผู้กำกับหน้าใหม่ เจนไวย์ ทองดีนอก เล่าถึงสาเหตุที่เขาหยิบเอา “ความสุขของกะทิ” มาทำเป็นหนังว่า เขาชอบหนังสือเล่มนี้ก่อนที่จะได้รางวัลซีไรต์เสียอีก  แต่สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจอยากทำเรื่องนี้เป็นหนังคือฉากๆ หนึ่งในหนังสือ ซึ่งกะทิระเบิดอารมณ์วิ่งร้องไห้ริมทะเล เพราะตัวเขาเองก็เคยวิ่งสุดแรงด้วยอารมณ์ใกล้เคียงกัน พออ่านแล้วก็นึกภาพตามเลยอยากทำฉากนี้ และคิดว่าคนที่ได้ดูก็คงจะชอบฉากนี้แน่ๆ หนังหลายๆ เรื่องอย่างของอากิระ คุโรซาว่า ก็เริ่มต้นขึ้นจากความอยากเห็นภาพของฉากๆ เดียว เขาเองก็พัฒนาหนังมาจากฉากๆ นั้น 

ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับเจนไวย์ เมื่อเขาได้เคยทำงานร่วมกับผู้ประพันธ์มาก่อน เพราะปรกติเขาทำงานประจำ  นั่นคือดูแลด้านบทให้สหมงคลฟิล์ม  และคุณงามพรรณก็เข้ามาช่วยด้านงานแปลต่างๆ ของบริษัท เลยได้พูดคุยทาบทามก่อนหนังสือจะดัง แล้วมันก็ดังจริงๆ  ตอนแรกเขาไม่มีกำลังทรัพย์พอจะซื้อลิขสิทธิ์ได้ แต่หลังจากนั้นกลุ่มภาพยนตร์ชูใจก็เกิดขึ้นพอดี  และกลุ่มก็ช่วยกันนำเสนอเรื่องนี้ต่อนายทุนซึ่งก็คือเสี่ยเจียง ด้วยความที่เสี่ยเจียงมองเห็นความน่าสนใจในตัวบทประพันธ์ซึ่งมีการแปลในภาษาต่างประเทศหลายๆ ภาษา รวมถึงสหมงคลฟิล์มก็มีความคิดที่จะให้โอกาสผู้กำกับหน้าใหม่ได้ลองทำหนังอยู่ตลอด เมื่อได้ไฟเขียวคุณงามพรรณก็ปฎิเสธผู้สนใจอื่นๆ ที่มาขอซื้อลิขสิทธิ์ทั้งหนังและละคร และมอบผลงานแสนรักของเธอให้ไปสู่มือของเจนไวย์  เพราะเห็นว่าเขาให้ความสนใจมาก่อนงานเขียนจะได้รับรางวัล แถมเจ้าของหนังสือยังมาร่วมเขียนบทด้วย เจนไวย์เชื่อว่าการร่วมงานกันระหว่างเขาและงามพรรณ จะสามารถนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปสู่ทิศทางใหม่ๆ และการที่เธอมาช่วยเขียนบทก็ไม่ทำให้เขาหนักใจเลย   

สำหรับนักแสดงผู้รับบทกะทิ ผู้กำกับให้เหตุผลในการเลือกว่า เขาไม่อยากได้คนที่เด็กเกินไปจนอ่านหนังสือไม่ออก และไม่อยากได้คนที่โตจนเป็นสาวเกิน น้องพลอยเป็นคนที่โตด้านความคิดแต่ยังดูมีความเป็นธรรมชาติแบบเด็กๆ อยู่  เธอจึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบทนี้

ส่วนเมื่อมีคำถามว่าในฐานะที่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ทำให้มีความวิตกกังวลหรือกลัวบ้างไหม? เจนไวย์ตอนแรกก็เหมือนจะกลัว แต่เมื่อได้ทำไปแล้วก็มีความสุข ทีมงานทุกคนมีความเชื่อในบทประพันธ์ ในตัวนักแสดง และเชื่อในสิ่งที่เราคิด เขาจึงตั้งใจจะทำอย่างเต็มที่ และคาดหวังว่าคนดูหนังไทยรวมถึงแฟนหนังสือจะใจกว้างพอที่จะมาร่วมแบ่งปันความสุขจากหนังเรื่องนี้ คนที่ได้ดูหนังจะเข้าใจชีวิตผ่านตัวละครเล็กๆ ที่ชื่อว่า “กะทิ”  

“ความสุขของกะทิ” เป็นเรื่องของเด็กหญิงตัวเล็กๆ นามว่ากะทิ ที่อาศัยอยู่กับตาและยาย และไม่เคยมีโอกาสได้พบหน้าแม่เลย มีเพียงภาพลางๆ ของแม่อยู่ในความทรงจำ จนวันหนึ่งเมื่อยายถามว่า “กะทิ อยากไปหาแม่ไหมลูก?” การเดินทางที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของกะทิจึงได้เริ่มขึ้น  หลังได้รับรางวัลซีไรต์ หนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลเป็นหลายภาษา เช่น ญี่ปุ่น,เกาหลี,อังกฤษ,เยอรมัน,สเปน ฯลฯ

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn google.co.th อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  ติดต่อเว็บได้ที่  084-1493080
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. google.co.thAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.