สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
ก่อนบ่ายเดอะมูฟวี่...รักนะพ่อต๊ะติ๊งโหน่ง
  สหมงคลฟิลม์
  LINK : แคแรกเตอร์นักแสดง          บทวิจารณ์หนัง : ในอารมณ์ที่ไม่แตกต่างจากปวดฟัน
  สารบัญหน้านี้ : เรื่องย่อ   เครดิต   ผู้กำกับเปิดเผยที่มา
   
 


กำหนดฉาย
        27 ธันวาคม 2550                                                             
ประเภทภาพยนตร์
          โรแมนติก-คอเมดี้  
สร้างและจัดจำหน่ายโดย      สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล        
กำกับภาพยนตร์       เป็ด เชิญยิ้ม                                                                  
อำนวยการสร้าง
     สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ                                       
ควบคุมการสร้าง
      เป็ด เชิญยิ้ม                                                     
บทภาพยนตร์      วศิน ปกป้อง                                                                      
กำกับภาพ
               สุทัศน์ อินทรานุปกรณ์                                                     
ออกแบบงานสร้าง
        เป็ด เชิญยิ้ม                                                                             
กำกับศิลป์
               สุรเชษฐ น้อยอินทร์                                                   
ลำดับภาพ
             มานะ ยังกลาง          
ออกแบบเครี่องแต่งกาย        เอกรินทร์ นาคะผิว                                                              
แต่งหน้า-ทำผม
  กัณณภัค นันทประดากร, ศิริรัตน์  แจ่มฟ้า, อติพร ปัญญานุกูลเลิศ, บุษยารัตน์ รัตนคช
เพลง/ดนตรีประกอบ         ปิง ฟรุตตี้, ธีระศักดิ์ วดีศิริศักดิ์, ปีเตอร์ โฟดิฟาย

 


เรื่องย่อ


เรื่องราวสุดฮาหวานเจี๊ยบเริ่มต้นขึ้น เมื่อสามหนุ่มสุดซื่อแต่ไม่บื้อจากขุนเขาเหนือสุดของแดนสยามนามว่า ทีป้อ (อ๊อฟ-ศุภณัฐ) โดนกามเทพแผลงศรตรงกลางใจเมื่อได้พบกับสามสาวจากเมืองหลวง แอนนี่ (อเล็กซานดร้า สติเบิร์ท) ทีป้อถึงกับอุทานเรียกแอนนี่ว่า....คุณดอกไม้ ดอกไม้ที่ทำให้หัวใจผู้ชายซื่อๆคนหนึ่งท่ามกลางไอหมอกขุนเขาเขียวชอุ่มได้ชุ่มชื่นอีกครั้งแม้ว่าจะเป็นรักข้างเดียวก็ตาม               

แต่แล้วอุบัติเหตุรักวุ่นๆก็เริ่มต้นขึ้น...เมื่อแอนนี่ต้องกลับไปกรุงเทพอย่างกระทันหัน ท่ามกลางเรื่องราวเข้าใจผิดบางอย่าง ทีป้อและผองเพื่อนจึงต้องบากบั่นจากยอดดอยมาสู่เมืองกรุงเพื่อทำภารกิจ “ตามหา...ดอกไม้ใจดอย” ท่ามกลางการผจญภัยแบบฮากระจายในเมืองหลวง โดยหารู้ไม่ว่าคุณดอกไม้ของเขามี ภคิณ (ต้น-ตระการ) เป็นคู่หมั้นและกำลังจะแต่งงานกัน ซึ่งแอนนี่กำลังตกอยู่ในอันตรายจากภคิณที่กำลังคิดแผนการร้ายกับเธอ งานนี้ทีป้อและผองเพื่อนจะสามารถช่วยคุณดอกไม้หญิงผู้ครอบครองหัวใจของเขาได้หรือไม่และความรักของหนุ่มชาวดอยกับสาวชาวกรุงจะลงเอยอย่างไร..????                                                

ผู้กำกับเป็ดเปิดใจ



ผู้ชายที่ชื่อ “ธัญญา โพธิ์วิจิตร” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “เป็ด เชิญยิ้ม”  เป็นทั้งดาราตลกแถวหน้าที่อยู่ในยุคบุกเบิกของตระกูล “เชิญยิ้ม” หรือในฐานะเจ้าของและมันสมองของรายการตลกยอดฮิตที่ไม่มีใครในประเทศนี้ไม่รู้จัก นั่นก็คือ “ก่อนบ่ายคลายเครียด” ที่สร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานให้กับคนดูมากว่า12ปีจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสุขทุกครั้งที่คิดถึงรายการนี้                                                                          
คนที่อยู่ในวงการหนังไทยมานาน คงทราบดีว่าเขาเคยกำกับหนังมาแล้วนั่นคือเรื่อง “คุณมืดกับคุณระมัด” ในปีพ.ศ. 2534 และเคยร่วมงานกับ “เปี๊ยก โปสเตอร์” มาแล้วในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับ  ในเรื่อง “สะพานรักสารสิน”

“ตอนนั้นก็เขียนบทเอง ทำเรื่องเอง สมัยนั้นเป็นหนังฟอร์มเล็กๆ เราก็สร้างพล็อตเรื่องขึ้นมาว่า มีเด็กต่างจังหวัดสองคนเข้ามาเรียนในกรุงเทพ ก็เลยเกิดเรื่องราวตลกๆ ทั้งความเปิ่น ความเซ่อ ความซื่อ ต้องขายในลักษณะแบบนี้ในสมัยนั้น ที่สำคัญอาชีพเราคือตลก เพราะฉะนั้นแก๊กที่เราจะใส่ก็ไม่ต้องหาที่ไหน พอเขาบอกให้ทำเราก็ทำเลย แล้วยิ่งเราเล่นหนัง มาตั้งกี่สิบเรื่อง เราคิดว่าเราทำได้ แล้วอีกอย่างตอนนั้นเราเคยผ่านงานการเป็นผู้ช่วยของอาเปี๊ยกมาแล้ว ทำให้เรามีประสบการณ์มาสมควรก็เลยตัดสินใจทำหนังในตอนนั้น ซึ่งเราก็พอใจกับผลงานที่ออกมา หลังจากนั้นก็หันไปทำรายการก่อนบ่ายคลายเครียดโดยหวังไว้ว่าสักวันจะต้องทำหนังอีกครั้ง”                                                                                                                                   
กับโปรเจ็กต์หนังเรื่องนี้ตัวเขาเองตั้งใจที่จะทำมานานมากแล้ว แต่ด้วยความพร้อมและจังหวะที่ไม่ลงตัวทำให้ความฝันครั้งนี้ของเขาต้องชะลอไปก่อน แต่แล้วการสนทนาสั้นๆ ระหว่างเขากับ “เสี่ยเจียง” สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ว่า “เป็ด... ถ้าคุณจะทำหนัง...คุณต้องทำกับผมนะ” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจสานต่อความฝันให้สำเร็จถือเป็นก้าวแรกของหนังเรื่องนี้เลยที่เดียว

"ในขณะที่ก่อนบ่ายเรตติ้งสูงสุดในช่วงปีพ.ศ 39-40 ก็มีเพื่อนคนหนึ่งพูดว่า ทำไมไม่เอาก่อนบ่ายฯ มาทำเป็นหนังล่ะ ถ้าทำเป็นหนังรับรองดังระเบิด ตอนนั้นยังไม่มีตลกมากำกับหนังเลย แต่เราคิดว่าตอนนั้นหนังตลกยังไม่แรงมาก ก็เลย  ยังไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำหนังตอนนั้น ได้แค่สะดุดใจแล้วคิดว่าไว้เดี๋ยวค่อยทำละกัน ก็เลยไม่ได้ทำสักที หลังจากนั้นก็มีตลก             มาทำหนังมากมาย ทำให้เรากลัวว่าถ้าเราทำจะต้องเจอคำถามที่ว่าทำตามกระแสหรือเปล่า ก็เลยไม่ค่อยกล้าที่จะทำ แต่พอมาเจอเสี่ยเจียง กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำในงานแห่งหนึ่ง เสี่ยก็มาเดินจับมือเลย แล้วพูดว่าถ้าคุณจะทำหนังต้องนึกถึงผมก่อนนะ เราก็บอกได้ครับ หลังจากนั้นหลายปีก็ยังไม่คิดที่จะทำ จนวันหนึ่งเราไปเล่นกอล์ฟกับน้องๆ เราก็คิดว่าเอ๊ะ...ตอนนี้ตลกที่มาทำหนังส่วนใหญ่ ก็มาทำหนังผี ทำไมไม่มีใครคิดจะทำหนังโรแมนติกภาพสวยๆ มีความเป็นคอเมดี้  ดราม่าเล็กๆ แนวแบบนี้ยังไม่มีใครทำ ก็เลยคิดพล็อตเรื่องขึ้นมา พอมาเจอเสี่ยก็เลยบอกเสี่ยผมมีพล็อตเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่ง พอเล่าให้เสี่ยฟังปั้บเสี่ยบอกเป็ดมาเอาตังค์ไปทำเลยก็เลยได้เริ่มทำขึ้นมา"                                                                      
โดยพล็อตเรื่องของ “ก่อนบ่ายเดอะมูฟวี่...รักนะพ่อต๊ะติ๊งโหน่ง” เป็ด เชิญยิ้ม ได้ไอเดียบางส่วนมาจากหนังที่ทำเงินถล่มทลายในสมัยก่อนคือ “เทพบุตรต๊ะติ๊งโหน่ง” ที่มีเด่น..เด๋อ..เทพ เป็นตัวเดินเรื่อง ก่อนจะต่อยอดเป็นเรื่องราวมากมายที่มีความสนุกสนานและง่ายต่อการติดตาม   



“เราวางตัวละครพระเอกสามคนให้เป็นตัวเดินเรื่อง สามคนนี้เป็นชาวดอยที่เซ่อๆซ่าๆ แล้ววันหนึ่งได้เจอกับกลุ่มของนางเอกที่มาจากเมืองกรุง จนเกิดอุบัติเหตุรักจนหลุมรักเข้าอย่างจัง ก่อนจะเกิดเรื่องราวอลวนจนนางเอกต้องกลับกรุงเทพฯ ทั้งสามเด๋อเลยต้องเข้ากรุงเพื่อตามหาหัวใจ ด้วยความเด๋อด๋าไม่รู้ประสาของพวกเขา เลยทำให้ไปเจอผู้คนแปลกๆ         และต้องไปอยู่ผิดที่ผิดทาง เลยทำให้เกิดเรื่องราวอลวนมากมาย นี่คือเส้นเรื่องที่เราวางไว้ ก่อนที่จะสอดแทรกมุกและคาแรกเตอร์ฮาๆ ของตัวละครทั้งหมดเข้าไปใสในพล็อตเรื่องที่วางไว้”
                                                                               
ทิศทางและอารมณ์ของหนัง เป็ด เชิญยิ้ม ตั้งใจทำออกมาให้เป็นคอเมดี้ แนวทางที่เขารู้จักดีที่สุด เพราะจากประสบการณ์บนเส้นทางสายนี้กว่า 30 ปีของเขา ความเฮฮาแบบขำกระจายคงกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปแล้ว     โดยเขาได้ใส่กลิ่นของความโรแมนติกและดราม่าเข้าไปเล็กน้อยเพื่อความกลมกล่อมของงานชิ้นนี้   

“
การที่เลือกทำแนวคอมเมดี้ เพราะเราอยู่ในวงการตลกมานาน การทำให้คนอื่นหัวเราะกลายเป็นชีวิตเราไปแล้ว   ถ้าจะให้ไปทำหนังแนวอื่นก็คงไม่ได้  ซึ่งผมมั่นใจว่าพาร์ทของความสนุกเฮฮาจะเอาคนดูอยู่หมัดแน่นอน แล้วยังมีกลิ่นของความโรแมนติกที่มาจากภาพสวยๆ ไดอาล็อกเพราะๆ เราตั้งใจนำทั้งสองพาร์ทเข้ามาผสมผสานกันให้กลมกลืน เพื่อให้ความครบรสบันเทิง เหมือนเวลาเรากินก๋วยเตี๋ยวสักชาม ถ้ากินเค็มอย่างเดียวคงไม่อร่อย ต้องใส่น้ำตาลเข้าไปนิด เติมเปรี้ยว    ไปอีกหน่อยก๋วยเตี๋ยวชามนั้นถึงจะอร่อยถูกปากเรา”          
                                                                                                            

ที่มาของชื่อหนัง


เมื่อชื่อหนังเรื่องนี้คือ “ก่อนบ่ายเดอะมูฟวี่” คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามว่า หนังเรื่องนี้จะมีความเหมือน    หรือแตกต่างกับ“ก่อนบ่ายคลายเครียด”ในทีวีอย่างไรเขาในฐานะผู้กำกับคงตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด                                             

“
เมื่อก่อนบ่ายฯโดดลงมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีความกว้างและใหญ่ขึ้น ทั้งเรื่องโปรดักส์ชั่นต่างๆ ต้องใหญ่ขึ้นไปด้วย เพื่อที่จะสามารถเล่าเรื่องได้ในหลายๆ มุม ตัวละครต้องเยอะขึ้นและมีสีสันที่หลากหลาย รวมไปถึงแก๊กฮาที่ปรับขึ้นใหม่เพื่อใส่เข้าไปในหนัง มุกจะไม่ลอยไปลอยมาแบบไร้สาเหตุ มุกฮาต่างๆ จะเกิดขึ้นไปตามเนื้อเรื่องที่  วางไว้ คนที่ชอบดูก่อนบ่ายฯในทีวี ก็ชอบหนังเรื่องนี้ หรือใครที่ไม่ค่อยได้ดูก่อนบ่ายฯ ก็สามารถสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ได้”              

      


  

เมื่อ “เป็ด เชิญยิ้ม” จะทำหนังทั้งที งานนี้พลพรรคเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการตลก ต่างพากันแท็กทีมมาช่วยสร้าง สีสันให้กับหนังเรื่องนี้ ทำให้ทุกอณูของแผ่นฟิล์มเต็มไปด้วยสีสันแห่งความสุข ถือเป็นปรากฏการณ์ที่การันตีความฮาได้เป็นอย่างดี เพราะแต่ละคนธรรมดาที่ไหนกัน... โอ๊ย...โอ๊ย...แล้วนี่จะฮากันแค่ไหนเนี่ย                
“หนังเรื่องนี้บรรดาพี่ๆ น้องๆ ในวงการตลกมาช่วยสีสันมากมาย มากจนเรานับไม่ถูก ทั้งจากรายการก่อนบ่ายฯของเรา และจากตลกทั่วฟ้าเมืองไทย รุ่นเล็กรุ่นใหญ่เราขนมาแทบหมดประเทศ  นอกจากนั้นยังมีแขกรับเชิญที่จะทำให้คุณเซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึง พอเขารู้ว่าเราจะทำหนังแค่เราเอ่ยปากชวน แต่ละคนก็เฮ้ยพี่ผมขอๆ กันยกใหญ่ ถือว่าเป็นโชคดีของเราที่มีพี่พี่พ้องน้องเพื่อนน่ารักหลายคน โอเคเป็ดมาทำหนังทุกคนเลยช่วยเต็มที่ แล้วแต่ละคนไม่ได้เอามาใส่ในหนังแบบสะเปะสะปะ ทุกคนต่างมีความหมายให้กับเรื่องราวของหนัง เพราะในหนังสามหนุ่มชาวดอยที่เป็นตัวเดินเรื่อง จะต้องเจอกับผู้คนแปลกๆ เพี้ยน ซึ่งก็คือบรรดาตลกและแขกรับเชิญที่เข้ามาแจมในหนังเรื่องนี้นี่เอง”                                             

เพราะความที่รวมเอาตลกมารวมไว้ในหนังเรื่องนี้อย่างคับคั่ง แล้วแต่ละคนก็ขนมุกฮามาแบบเต็มกระเป๋าอยู่แล้ว     เป็ด เชิญยิ้มจึงมีวิธีการประชุมในเรื่องของมุกด้วยครั้ง และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ดีไซน์ความฮาในแบบฉบับของตัวเองอย่างเต็มที่                                              
                                             
“
ก่อนออกกองถ่ายทุกครั้งเราต้องประชุมกันและหารือเรื่องมุกกันก่อน ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับการทำก่อนบ่ายฯในทีวี คือใครมีมุกมีแก๊กอะไรมาเสนอก็เอาออกมาวางที่โต๊ะ แล้วเราจะค่อยๆ เกลี่ยมุกหรือแก๊กที่ไม่โดนออกไป เพื่อให้มุกหรือแก๊กที่ใส่เข้าไปในหนังมีอารมณ์กับจังหวะที่พอดีและสอดคล้องกับสถานการณ์ของหนัง พอได้มุกมาแล้วเราก็ลองให้                นักแสดงมาต่อบทกัน เพื่อดูว่าโอเคมั้ย ถ้าเล่นแล้วดูติดๆ เราก็จะช่วยกันอิมโพรไวซ์กันใหม่ จนกว่าจะได้ตามที่เราคิดว่านี่แหละคนดูฮากันแน่ๆ”

คงเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับหนังตลกบางเรื่องในบ้านเรา ที่มักมีเนื้อหาหรือคำหยาบคายอยู่เกลื่อนกลาดใน  หนังเต็มไปหมด จนทำให้หนังตลกที่ควรจะเป็นหนังครอบครัวหรือเป็นหนังที่มอบความสุขให้กับผู้ชม กลายเป็นหนังที่ “เด็กดูไม่ได้...ผู้ใหญ่ดูไม่ดี” ไปเสียหมด ซึ่งในหนังเรื่องนี้ เป็ด เชิญยิ้ม รับรองว่าเป็นมุกสะอาด เนื้อหาดีๆ ดูได้ทั้งครอบครัว       

“หนังเรื่องนี้ดูได้ทั้งครอบครัว ไม่ใช่ว่าดูได้แค่เด็กโตนะ เด็กสามเดือนก็ดูได้ แม่สามารถอุ้มลูกเข้าไปดูได้ เพราะหนังของเรา ขายความสุขความน่ารัก แก๊กใสๆ จะไม่พยายามเน้นเรื่องที่หยาบคาย ไม่อยากให้มีการที่ว่า แม่ๆ หนูอยากไปดูก่อนบ่ายเดอะมูฟวี่ แต่แม่จับแขนลูกไว้แล้วบอกเดี๋ยวก่อนลูก แม่ต้องเช็คก่อนว่าหยาบหรือเปล่า ต้องบอกเลยว่า หนังเราไปดูได้ไม่หยาบคาย แต่คำพูดทะเล้นทะลึ่งนิดหน่อยมันต้องมีแน่ ไม่ใช่ว่าจะมาด่ากันทั้งเรื่อง ทุกอย่างมีเหตุผลในการด่า แต่ไม่ใช่ด่าสะเปะสะปะ ทุกอย่างมีต่อเมื่อถึงจุดที่มันต้องมี” 

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ผู้กำกับอยาก  พูดถึงคือเรื่องของโลเคชั่นในการถ่ายทำ ซึ่งเขาคิดว่าคนดูจะได้กำไรจากการดูโลเคชั่นสวยๆ ในหนังเรื่องนี้อีกด้วย            

“
โลเคชั่นที่ใช้ในหนังเรื่องนี้มีความหลากหลายมาก คนที่ไปดูหนังเรื่องนี้ผมเชื่อว่านอกจากจะฮาแล้วยังได้ดูโลเคชั่นสวยๆ อีกด้วย เราพยายามให้หนังมีความสบูรณ์แบบมากที่สุดไม่อยากให้การดำเนินเรื่องน่าเบื่อหรือดูจำเจ อย่างที่ยกกองไปถ่ายที่ดอยแม่สลองจังหวัดเชียงราย บอกได้เลยว่าสวยมากๆ ให้บรรยากาศของซีนโรแมนติกในเรื่องนี้ได้อย่างดี   เพราะฉะนั้นภาพของหนังเรื่องนี้รับรองว่าสวยมาก ผมคิดว่าคนดูจะได้กำไรจากส่วนนี้ด้วย”                     

ด้วยความที่ก่อนบ่ายฯ ได้โดดจากจอทีวีสู่แผ่นฟิล์มทั้งที ทุกอย่างจึงต้องดูพิเศษและแตกต่างจากในทีวีอย่างแน่นอน เป็ด เชิญยิ้ม จึงพิถีพิถันให้ทุกอย่างดูอลังการ อย่างฉากฮาๆ ฉากหนึ่งที่ใส่ความเป็นแอ๊คชั่นเข้าไปด้วย นั่นคือฉากที่กลุ่มสามเด๋อต้องขโมยรถไฟฟ้า ตามหานางเอก ขณะเดียวกันก็ต้องหนีการตามล่าของตำรวจด้วย งานนี้ว่ายากจริงๆ

“ฉากนี้เป็นฉากที่ยากมาก ถือเป็นมุกตลกที่ลงทุนเรื่องงานสร้างมากที่สุด แล้วก็เป็นฉากที่ยากและเหนื่อยสุดๆ     ตอนที่คิดมุกนี้เราก็แค่คิดว่า อยากได้อารมณ์ประมาณบ้านนอกเข้ากรุง แล้วเจอกับนางเอกที่ตามหา ก็เลยต้องขับรถไฟฟ้าไล่ตาม แต่ขณะเดียวกันก็โดนตำรวจไล่ตามด้วย ซึ่งเป็นฉากที่สเกลงานใหญ่มาก ต้องใช้รถตำรวจเป็นสิบคัน รถก็ต้องใช้ของ               การไฟฟ้าจริงๆ แถมยังต้องปิดถนนถ่ายทำกันด้วย ซึ่งฉากนี้รับรองว่านอกจากจะได้ฮากันแล้ว ยังได้อารมณ์ของแอ๊กชั่นเล็กๆ ด้วย”

   

 

 

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.