สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
หนังกำลังฉาย
แผลเก่า
 
 
ฝากไว้ ....ในกายเธอ
 
โปรแกรมหน้า

   
รัก | สาม | เศร้า
 
   
  โปสเตอร์ทั้งไทยและนอก, เครดิตหนัง,
เรื่องย่อ, สัมภาษณ์ยุทธเลิศ
สัมภาษณ์เป้ สัมภาษณ์พีค สัมภาษณ์ก้อย
 
   
 


 


 

 

ยุทธเลิศ เปิดกล้องหนังใหม่ “รัก/สาม/เศร้า” โรแมนติกดราม่า ที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ
 

 


16 ตุลาคม 2550 / ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล รายงาน

หลังว่างเว้นจากการทำงานร่วมกับ GTH มานานตั้งแต่ “สายล่อฟ้า” เมื่อปี 2547 ซึ่งถือเป็นผลงานเปิดตัวของค่าย ยุทธเลิศ สิปปภาคก็กลับมาร่วมงานกับค่ายนี้อีกครั้งในผลงานที่มีชื่อว่า “รัก/สาม/เศร้า” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “The Last Moment” หนังแนวโรแมนติก ดราม่า  ซึ่งเขาไม่ได้ทำมานานนับตั้งแต่ “กุมภาพันธ์” ในปี 2546  ปีนี้ ยุทธเลิศ หอบความมุ่งมั่นและความตั้งใจเตรียมลุยงานเต็มที่กับหนังเรื่องที่ 8 แต่เป็นหนังเรื่องแรกที่เขาอยากทำมาตลอดชีวิต โดย “รัก/สาม/เศร้า” บวงสรวงเปิดกล้องกันในเช้าตรู่ของวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีทีมงานทุกฝ่ายและนักข่าวหลากสำนักมาร่วมงานกันอย่างคับคั่งเช่นเคย

“รัก/สาม/เศร้า” เป็นหนังที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของเพื่อนสามคน ที่ความเป็นเพื่อนค่อยๆ เปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาเรียนจบ และเริ่มกลายเป็นความรักที่ยากจะลงตัวได้  เพื่อนสามคนรับบทโดย เป้ อารักษ์  อมรศุภศิริ (มือกีต้าร์วง slur,พระเอก “บอดี้ศพ19”),  ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ(ดีเจคลื่น fat radio,หญิงหนึ่งเดียวของ “เขาชนไก่”) และพีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ (นางเอก “สายลับจับบ้านเล็ก”)

ยุทธเลิศเล่าถึงที่มาของเรื่อง “รัก/สาม/เศร้า” ว่ามาจากชีวิตช่วงที่เขาเรียนที่คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร ตัวยุทธเลิศนั้น “รู้สึกว่าชีวิตช่วงนั้นความรักความเป็นเพื่อนอยู่ในความทรงจำของเราค่อนข้างเยอะ เราแค่อยากเอามาถ่ายทอดเอาออกมาใช้ หลังจากเราทำหนังมาหกเจ็ดเรื่อง ทำแต่หนังผี  ก็มานั่งคิดว่าจริงๆ แล้วเราอยากทำอะไร จริงๆ แล้วที่เข้ามาวงการครั้งแรก นี่คือหนังที่เราอยากทำแต่ไม่ได้ทำ คือเคยนำเสนอโครงการในทำนองเดียวกันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน สมัยกับทางคุณวิสูตร ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่คุณวิสูตรยังไม่กล้าทำ แต่มาในครั้งนี้ เมื่อลองเขียนนำเสนอไปอีกครั้ง คุณวิสูตรก็กล้าที่จะเสี่ยง”

ตอนแรกโปรเจ็คท์นี้ได้สร้างความฮือฮา เพราะวางตัวคู่รักในชีวิตจริง พลอย เฌอมาลย์-โดม ปกรณ์ ลัม  แต่ยุทธเลิศก็ค่อยๆ เห็นว่าสองคนนี้ดูไม่ค่อยมีความเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันสักเท่าไหร่ เลยตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักแสดง และเลือกที่จะไปมองหาเอาหน้าใหม่ที่ยังมีผลงานไม่มากเพราะต้องการความสด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีความสามารถทางการแสดงด้วย  อย่างเริ่มแรกพระเอกของเรื่อง ยุทธเลิศไปเห็นเป้ อารักษ์จากการถ่ายแบบในนิตยสาร  แต่ไม่แน่ใจเรื่องการแสดงของเป้นัก   

จนเมื่อได้ดูหนัง “บอดี้ศพ19” ก็ทำให้เขามั่นใจ  ส่วนพีค ภัทรศยานั้น ยุทธเลิศก็กังวลในตอนแรกว่าจะดูเด็กไปเมื่อต้องมาเล่นเป็นเพื่อนกับเป้  แต่เมื่อเห็นเธอสามารถดูเป็นรุ่นเดียวกันกับซันนี่ใน “สายลับจับบ้านเล็ก” ได้  แถมพีคยังสามารถตัดผมเพื่อเปลี่ยนลุคส์ได้  ยุทธเลิศจึงตัดสินใจเลือกเธอ  ส่วนก้อย รัชวิน  ยุทธเลิศเล่าว่าตากล้องเป็นคนไปเจอ และแนะนำให้แก่เขา โดยที่เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอมีข่าวว่าเป็นแฟนกับเป้อยู่ก่อนแล้วเป็นความบังเอิญขนาดแท้  “สองคนนี้ (เป้กับก้อย) ดูเป็นเพื่อนกันได้ แล้วตัวก้อยนี่ลุคส์เขาดูอาร์ตๆ หน่อยอยู่แล้วน่ะครับ” 


เรื่องที่อาจจะมีคนมองว่าหนังเรื่องนี้มีกลิ่นของหนังรักเกาหลี ยุทธเลิศคิดว่าทำออกมาแล้วคงไม่เลียนเหมือนเกาหลี “คิดว่า ณ ตอนนี้ จังหวะของหนังเกาหลีน่าจะเลียนพอสมควร เรื่องนี้มันกูมึงน่ะ ไม่รู้ว่าจะโปรโมตได้แค่ไหน เพราะความถ่อยของเรามันคงจะยังมีอยู่ เพราะมันเป็นหนังของเพื่อน เวลาเพื่อนรักกันมันจะมีความลำบากใจมากกว่าด้วย  ทำอะไรต้องคิดหนักต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ   ดังนั้น ในความหวานมันยังมีขมๆ อยู่” และยุทธเลิศยังตั้งเป้าไว้ว่าหนังรักสามเส้าเรื่องนี้จะจบต่างจากเรื่องแนวเดียวกัน “ส่วนใหญ่จะจบไม่ค่อยดี จะจบแบบเศร้า   แต่เรื่องนี้เป็นหนังเศร้าแล้วยัง feel good แบบหนัง GTH น่ะ  เป็นหนังเศร้าที่จบซึ้ง”

การเบนเข็มมาทำหนังเรื่องนี้ เพราะยุทธเลิศต้องพักจากโปรเจ็คท์ที่เตรียมไว้ในมืออีกหลายเรื่องไว้กลางคันอย่าง “โคตรมหาพิการ” ที่เตรียมสร้างไว้กับสหมงคลฟิล์ม  ยุทธเลิศได้กล่างถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “พี่ไม่รู้จะทำยังไงกับโปรเจ็คท์พี่ดี นึกออกไหม? พี่ไม่สามารถควบคุมได้ คือโปรเจ็คท์นี้บอกว่าจะทำ   เปิดตัวไปแล้ว มันก็ติด  พอติดพี่ก็ต้องไปทำอย่างอื่น  มันแล้วแต่ความพร้อมน่ะ บางทีบริษัทเขาพร้อมที่จะทำเราก็ไปสานต่อ คืออยากทำมากเลยโคตรมหาพิการ แต่มันติด  เรื่องเงิน  อยู่ดีๆ ธุรกิจหนังไทยมันไม่ทำเงินขึ้นมาอย่างนี้  เขาก็เบรกโปรเจ็คท์ที่แพงๆ”

ถึงหลายเรื่องจะยังไม่ได้ถ่ายทำ  ยุทธเลิศก็เตรียมการจะสร้างเรื่องอื่นๆ ทั้ง บุปผาราตรีภาคสาม  รวมไปถึงหนังไซไฟด้วย กะไม่ให้เสียสถิติที่เป็นผู้กำกับที่มีงานออกฉาย(แทบ)ทุกปีของเขาลง และตัวยุทธเลิศก็พร้อมจะทำหนังกับทุกค่าย “แล้วแต่ใครซื้อบท ใครซื้อไอเดีย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่บริษัท อยู่ที่โปรเจ็คท์นั้นๆ มากกว่า บางที่ชอบไซไฟบางที่ไม่ชอบ ก็ต้องเลือกดูว่าจะทำเรื่องไหนกับค่ายไหน”


เป้ เผยว่า “ดีใจที่ได้มาร่วมงานกับพี่ต้อม และได้เล่นหนังเรื่องนี้ ซึ่งบทที่ได้รับคือบทพายุ ต้องใช้อารมณ์ โชคดีที่เล่นกับก้อย ซึ่งสนิทกันอยู่แล้ว ส่วนพีค ก็เคยเจอกันที่ จีทีเอช น่าจะเล่นเป็นเพื่อนกันได้”

พีค เผยว่า “เรื่องนี้พีค ตัดผมม้า ปรับลุคตัวเองให้ต่างไปจากน้ำปั่น ได้อ่านบทแล้วชอบมาก พีคจะพยายามให้เต็มที่”
ปิดท้ายที่ ก้อย เผย “อ่านบทครั้งแรกก็รู้สึกอินกับบท “น้ำ” แล้ว บทดีมากเป็นเรื่องราวของเพื่อนรัก 3 คน เป็นเรื่องของความรักที่ซึ้งสุดๆค่ะ”

ยุทธเลิศกล่าวทิ้งท้ายว่า “รัก/สาม/เศร้า”มีแผนจะถ่ายทำสามเดือน และคาดว่าเสร็จออกฉายต้นปี  ไม่ก็กลางปี 2551 ครับ

 

   
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.