
สัมภาษณ์เกียรติกมล ล่าทา หรือ ตุ้ย AF3
บทบาทที่ได้รับในเรื่องกอดเป็นอย่างไร
ในเรื่องนี้รับบทเป็น ขวาน คาแร็คเตอร์เป็นคนที่ไม่พอใจในตัวเอง เป็นคนที่ขัดแย้งและมีความคิดซับซ้อนใน
ตัวเองตลอดเวลา อาจเป็นเพราะรู้สึกว่ามีส่วนเกินอะไรบางอย่าง แล้วคนรอบข้างก็เหมือนจะคอยตอกย้ำตลอดว่าเราเป็นตัวประหลาด
บท ขวาน แตกต่างจากตัวจริงของเรามากน้อยแค่ไหน
สำหรับนิสัยและความคิดก็มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกับผม ตอนแรกก่อนที่จะเปิดกล้อง ก็ถามพี่คงเดชไปว่าทำไมถึงเลือกผม เค้าก็บอกว่าได้ดูผมตอนอยู่ในบ้าน AF ตลอดเวลา และเห็นความไม่พอใจในตัวเองของผมบางอย่างที่ค่อนข้างชัดเจน เช่นเวลาผมซ้อมร้องเพลง ก็มักไม่ค่อยพอใจในตัวเองอยู่บ่อยๆ ซึ่งมันก็ตรงกับตัวขวานมาก และบวกกับนิสัยอย่างอื่นหลายๆ อย่างเช่นรักแม่ เป็นห่วงแม่ตลอดเวลา อารมณ์ร้อน อารมณ์เสียในบางเวลา ซึ่งมีอะไรที่รู้สึกว่ามันคล้ายกับตัวละครตัวนี้มากเหมือนกัน
เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรก พอได้มาเล่นแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ใหม่ๆ ก็เกร็งพอสมควร เพราะเราไม่มีความรู้เลยว่าหนังถ่ายทำกันยังไง ก็ถามจากคนที่มีประสบการณ์มาก่อนอย่างบอยที่เคยเล่นหนังเรื่องตั๊ดสู้ฟุดมาแล้ว หรือถามนางเอกของเราเองคือกระแต ซึ่งทั้งสองคนก็ได้ให้คำปรึกษาอย่างดีมาก ทำให้เราลดความประหม่าลง พอเปิดกล้องเลยทำให้ยิ่งลดความเกร็งลงไปเลย เพราะทีมงานน่ารักมาก ตากล้อง ช่างไฟ ผู้กำกับ หรือแม้กระทั่งคนหาน้ำให้กิน มันเหมือนครอบครัวไปแล้ว
รู้สึกว่ามันยากกว่าละครที่เคยเล่นมาหรือไม่ อย่างไร
ยากครับ ยากตรงถ้าพูดถึงในแง่ของการถ่ายทำ ซึ่งตรงนี้มันยากกว่าอยู่แล้ว เพราะถ่ายหนังจะมีแค่กล้องเดียว ก็ต้องคอยเปลี่ยนถ่ายมุมนั้น มุมนี้กว่าจะได้ฉากนึง ถ้าในแง่ของบทบาทก็ยากพอสมควรกว่าจะปรับได้ว่าขวานต้องเป็นยังไงในรูปแบบของเรา ซึ่งในเมื่อผู้ใหญ่วางใจมอบหมายให้เราแล้วเราก็ต้องเต็มที่ คือก่อนเล่นก็ต้องทำความคุ้นเคยกับบท ต้องนั่งนึกภาพออกมาว่าขวานควรจะเป็นยังไง ต้องพยายามเข้าใจคือเหมือนเราแทบจะกลืนกินกับเนื้อเรื่องและบทไปก่อนที่จะถ่ายทำซะอีก ซึ่งจะทำให้ช่วยได้มากเมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริงๆ
ถ้ามีโอกาสได้เล่นหนังอีก ติดใจการเล่นหนังแล้วหรือยัง
ตอนนี้ก็รู้สึกชอบนะ อย่างที่เคยลั่นไว้ตอนออกจากบ้าน AFแล้วว่าอยากจะลองทุกๆ งาน สำหรับภาพยนตร์ก็ถือว่าสนุกและได้ความรู้มากเลยตลอดระยะเวลาที่ถ่าย 2 -3เดือน ก็ได้ความรู้จากพี่ๆตากล้องและผู้กำกับซึ่งเค้าจะสอนและแนะนำเราตลอดเวลา ทำให้เรามีพื้นฐานในการแสดงเพิ่มมากขึ้นจากเดิมมาก
มีการเตรียมตัวอย่างไรที่จะมาเล่นเรื่องนี้
ก็จะมีเวิร์คช็อบกันก่อน คือมีการทำความคุ้นเคยกับบทโดยมีครูแอ๋วมาสอนก่อน มีการต่อบทกัน ต้องอ่านบททั้งเรื่องและทำความเข้าใจกับบทพร้อมกับผู้กำกับ ซึ่งทำให้เราเข้าใจในเนื้อเรื่องมากขึ้น แต่ต้องไม่มีการคิดไว้ก่อนว่าจะเล่นยังไง เพราะผู้กำกับต้องการความสด มันจะได้เป็นอะไรที่ใหม่ เพราะมันจะได้ออกมาจากขวานในรูปแบบของเราจริงๆ
ได้ร่วมงานกับกระแตเป็นอย่างไรบ้าง
กระแตเป็นคนน่ารัก เข้ากันง่าย สนิทกันเร็ว เวลามีใครถามผมว่าผมเล่นกับใคร พอบอกไปว่าเล่นกับกระแต ทุกคนก็โอ้โหกันหมด แต่พอผมได้รู้จักได้สนิทใกล้ชิดกันจริง ๆ เค้าไม่ได้เป็นคนที่เซ็กซี่เลย เค้ายังดูใส ๆ น่ารัก ๆ แบ๊ว ๆ ด้วยซ้ำ ติงต๊องไปวัน ๆ และด้วยความสนิทที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็ทำให้การทำงานง่ายขึ้นมากด้วย
รู้สึกอย่างไร เขินบ้างหรือไม่ที่ต้องเล่นคู่กับกระแต
มีหลายฉากพอสมควรนะที่เขิน โดยเฉพาะฉากที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน มันเป็นธรรมดาของผมอยู่แล้ว เห็นผม ฮาๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีน้ำยา ก็จะเขินๆกันไปหลายๆตอนที่ทำให้เราต้องได้ใกล้ชิดกัน แม้กระทั่งจนแสดงจบแล้วนึกว่าจะไม่ต้องมีแล้ว พอมาถ่ายโปสเตอร์ก็ต้องมาใกล้กันอีก ซึ่งกว่าจะชินก็ต้องเกร็งและสั่นอยู่นาน คนรอบข้างก็จะรู้ว่าเราเกร็งมาก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ
หลังจากถ่ายทำกันมาทั้งหมดแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง
ชอบเลย เพราะพี่คงเดชมีการกำกับที่เข้าใจได้ง่าย และไม่มีอะไรซับซ้อน เค้ามีการกำกับที่ง่ายทำให้เราไม่เกร็ง ซึ่งบางทีเราไปเล่นโดนใจเค้าเองเพราะมันเป็นตัวเราอยู่แล้ว เราพยายามนำเสนอและพรีเซนต์ออกมาว่าขวานในรูปแบบของเราเป็นอย่างนี้ ซึ่งเค้าก็จะบอกว่าจริงๆ พี่ไม่ได้เป็นคนกำกับตุ้ยหรอก ตุ้ยแหละเป็นคนกำกับตุ้ยเองว่าขวานเป็นยังไง เพราะมันคือตัวเราจริงๆ แล้วเค้าแค่เขียนไว้เป็นตัวหนังสือเยอะแยะมากมาย แต่มันเป็นแค่นามธรรมเท่านั้นเอง
ถ่ายทำมาทั้งหมดฉากไหนยากสุด
จริงๆแล้วมันยากทุกฉากเลย ทั้งฉากที่ต้องใช้แฮนด์ทาเลนท์ หรือฉากซีนอารมณ์เศร้า พอมานั่งนึกย้อนกลับไป ถ้าให้กลับไปถ่ายอีกก็ไม่ไหวนะแต่ไม่รู้ตอนนั้นมันผ่านไปได้ยังไง ซึ่งทำให้เราฮึกเหิมในการทำงานต่อไปในอนาคต
ได้มาร่วมงานกับพี่คงเดชแล้วเป็นยังไงบ้าง
โดยส่วนตัวถือว่าได้ซึมซับความคิดความอ่านของผู้กำกับคนนี้ได้อย่างมาก ทำให้ผมค่อย ๆ เรียนรู้ว่าโลกของภาพยนตร์ในมุมมองของเค้ามันเป็นยังไง ซึ่งแรกๆอะไรๆมันก็แปลก ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งในความขัดแย้งต่างๆในหัวผมมันก็กลับเริ่มคล้อยตามละ เค้ามีวิธีการถ่ายทำและการทำงานที่เจ๋ง ใครไม่ได้สัมผัสจะไม่รู้ และผมโชคดีอย่างนึงที่ผมเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แล้วเจอแต่ทีมงานที่น่ารักๆ ทุกคนเป็นทีมเวิร์คจริงๆ
คาดหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้
ผมแค่คิดว่าจะได้ไปนั่งดูหนังของตัวเองในโรงหนัง ไม่ได้คิดถึงผลตอบรับอะไรมากมาย เพราะในส่วนตัวผม
ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยเข้าไปอยู่ในโรงหนังที่มีพระเอกคนหนึ่งเข้าไปนั่งดูอยู่ด้วย ซึ่งเป็นวันรอบสื่อมวลชน ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กในโรงหนังอยู่เลย ซึ่งพอหนังจบเรื่องพระเอกคนนั้นก็ลุกขึ้นมา แล้วยกมือไหว้คนในโรงหนัง คนก็ปรบมือให้ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก มันทำให้เราจดจำภาพตรงนั้น แต่มาวันนี้เราได้มาเล่นหนังของตัวเอง แค่คิดก็ขนลุกแล้ว และเรื่องนี้ผมคิดว่าผมทำดีที่สุดแล้ว ทำดีกับมันที่สุดแล้วจริงๆ ซึ่งเราก็เต็มที่กับมันอยู่แล้ว เราก็มั่นใจว่ามันต้องออกมาดีและส่วนที่เหลือก็คงต้องให้ทุกคนตัดสินแล้วครับ

สัมภาษณ์กระแต - ศุภักษร ไชยมงคล รับบท นา
บทบาทที่ได้รับในเรื่องกอดเป็นอย่างไร
รับบท นา เป็นสาวเหนือ เป็นผู้หญิงลุยๆ เป็นคนง่ายๆ คิดอะไรแล้วพูดออกมาเลย และเป็นหญิงที่มีสามีแล้ว แต่เหมือนไม่รู้ตัวว่าโดนสามีทิ้ง เลยเดินทางมาตามหาสามีที่กรุงเทพ
ทำไมถึงตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้
มันเหมือนเป็นบทที่เรายังไม่เคยเล่นเลย และจริงๆก็อยากเล่นหนังรักมานานแล้ว เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยเล่นหนังรักเลย รู้สึกท้าทาย และรู้สึกอยากลองอะไรใหม่ๆด้วย
ได้ร่วมงานกับตุ้ยแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ตุ้ยเป็นคนเก่ง มีความสามารถทั้งด้านร้องเพลง เล่นทั้งละคร ซิทคอม ซึ่งอารมณ์ที่เล่นแต่ละงานก็คนละแบบ คนละอารมณ์กัน ซึ่งมันก็จะแตกต่างกับหนัง แต่ตุ้ยเค้าก็สามารถทำมันได้ สามารถแยกแยะและเลือกด้านของตัวเองเอามาใช้กับหนังได้อย่างดี เลยรู้สึกว่าเค้าเป็นคนเก่ง
ตุ้ยมีมาปรึกษากับกระแตเรื่องการเล่นหนังบ้างหรือไม่
ก็มีมาคุยกันบ้าง ถามเรื่องของการถ่ายทำว่ายากมั๊ย เป็นยังไง เรื่องของมุมกล้องต่างๆ เราก็จะอธิบายเค้าไปตามประสาที่เราเคยผ่านงานหนังมาก่อน ซึ่งตุ้ยเค้าก็มีพรสวรรค์ มีฝีมืออยู่แล้วด้วย
ได้ร่วมงานกับพี่คงเดชเป็นอย่างไรบ้าง
รู้สึกดีจริงๆที่ได้ร่วมงานกับพี่คงเดช คือกระแตรู้สึกว่าพี่เค้าเป็นห่วงเรา คืออย่างมีบางครั้งที่เราไม่เข้าใจอะไรขึ้นมา พี่เค้าจะดูแววตาเราแล้วเค้าจะรู้ แล้วพี่เค้าก็จะเข้ามาช่วยเรา มีอยู่ซีนนึงเค้าให้กระแตเดินไปกับเค้าเลย แล้วเค้าก็พยายามพูดอธิบายให้เราฟังว่าตอนนี้ นา กำลังคิดแบบนี้ กำลังจะทำอะไร แล้วพี่คงเดชให้เวลาบิ้วเยอะ พี่เค้าจะบอกเลยว่าไม่รีบ ทำให้เรามีเวลา ทำให้เราไม่กดดัน คือเค้าจะคอยเป็นห่วงเรื่องแอคติ้งของกระแตมาก ถึงแม้เราจะเล่นหนังมาเยอะมากแต่หนังแบบนี้กระแตยังไม่เคยเล่น และพี่เค้าก็พยา ยามเอาหนังเรื่องอื่นๆมาให้ดู ไม่ได้เพื่อให้เลียนแบบ แต่ให้ดูเป็นไกด์ เหมือนให้ความรู้สึกกับเราต่าง ๆ นานา แม้กระทั่งนอกงานก็คุยกับเราเป็นห่วงเราคือไม่ใช่เป็นห่วงแค่ในตัวงานอย่างเดียว เลยทำให้รู้สึกดีจริงๆ
ตอนแรกที่รู้ว่าต้องเล่นบทนี้หนักใจหรือไม่
ตอนแรกไม่ลำบากใจ มาลำบากใจตอนเวิร์คช็อป เพราะวันนั้นเรามาได้รู้ว่าต้องปรับอะไร บ้าง คือตอนเวิร์คช็อปครูแอ๋วบอกว่ากระแตยังเป็นสาวกรุงเทพอยู่ อยากให้เป็นสาวบ้าน ๆมากกว่านี้ ซึ่งเรายังไม่บ้านเลย พอครั้งหลังที่ไปเวิร์คช๊อปนี่ก็ใส่ผ้าถุงเลยนะ แต่งผ้าถุงเป็นสาวบ้านนอกเลยจะได้รู้สึกได้ ครูแอ๋วก็จะปลูกฝังแบล็คกราวน์ของตัวละครนี้ให้เราเรื่อยๆ ก็ต้องปรับค่อนข้างเยอะเลย
เบื้องหลังการถ่ายทำมีอะไรเม้าท์ๆบ้าง
ก็จะมีพี่คงเดช คือพี่เค้าคงมีอะไรคิดในหัวเยอะมาก เลยมีอาการหลุด เช่นยังไม่ทันเริ่มถ่ายเลย ก็พูดคำว่า คัท แทนคำว่า แอ็คชั่น จนทีมงานทุกคนงง หลังจากนั้นเค้าก็ล้อเลียนกันมาตลอด ส่วนตุ้ยก็จะมีมุขเยอะ คอยเล่นมุขตลอด จะอารมณ์ดี ร้องเพลงตลอดเวลา เวลาอยู่กองก็จะร้องเพลงไม่ต่ำกว่า 5 เพลงต่อวัน เค้าก็จะฝึกร้องเพลงของเค้าไป ก็จะแซว ๆ กันไปมา เป็นกองที่คลาสสิคและสนุกตลอดเวลา
กระแตคาดหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้หรือไม่
กระแตเชื่อว่าคนชอบน่าจะชอบ อยากให้มาดูกระแตกับคาแร็คเตอร์ในมุมนี้บ้าง ในลุคที่ไม่เคยเห็น และอยากให้ดูมาดูตุ้ยด้วย ตุ้ยเล่นได้น่าสนใจมาก แถมเป็นหนังเรื่องแรกของเค้าและเค้าก็เล่นได้เก่งจริงๆ กระแตยอมรับเลย เป็นคนทำการบ้านเยอะมาก ตั้งใจมาก
ปกติเป็นคนแสดงออกทางความรักโดยการ กอด มากน้อยแค่ไหน
คือกระแตจะใช้แววตาและการกระทำมากกว่า คือแววตาเราบอกอยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไง ถ้าเราเป็นห่วงเราเศร้าเสียใจแววตาเราก็จะออก คือมักจะใช้วิธีการพูดให้กำลังใจและใช้สายตา เป็นคนไม่ค่อยสัมผัสตัวใคร เพื่อนก็ไม่ค่อยได้กอด ที่ผ่านมาในชีวิตกอดตุ้ยมากที่สุด จริงๆกระแตเป็นคนขี้อาย ขี้เขิน ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็จะไม่ค่อยได้ทำ
ในชีวิตอยากกอดใครมากที่สุด
อยากกอดแม่ค่ะ กระแตกับแม่ไม่ค่อยได้กอดกัน เขิน บางทีการเลี้ยงดูเราไม่เหมือนกัน เราจะใช้เป็นการกระทำให้เค้ารู้สึกมากกว่า น้อยครั้งมากที่จะบอกรักแม่และกอดแม่ ด้วยความที่เราเขิน แต่จริงๆเราอยากกอดเค้านะ คือรู้สึกเลยว่าเล่นเรื่องนี้แล้วทำให้รู้สึกอยากกอดมากขึ้นเลย

|