สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
พลอย  เกี่ยวกับงานสร้างและการคัดเลือกนักแสดง
  LINK: ข้อมูลหนัง            LINK: พลอย หนังเป็นเอก ได้รับการคัดเลือกเข้าสายผู้กำักับที่เมืองคานส
  นักแสดงเปิดใจ             งานเปิดตัว
   
 

 

พลอย เป็นผลงานภาพยนตร์รัก ที่จะมาปลดล็อกชีวิตคู่ ที่กำลังเกิดอารมณ์ที่ไม่เข้าใจ ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันทำให้มีปัญหา ของการใช้ชีวิตคู่ หรืออาจจะเรียกได้ว่ากำลังทำเรื่องรักให้เป็นเรื่องยาก ผลงานกำกับและเขียนบท โดย เป็นเอก รัตนเรือง

พลอย นำเสนอเรื่องราวความรัก ที่ใช้เวลาเดินทางมาสู่ปีที่ 7 ของ วิทย์ ( พรวุฒิ สารสิน ) และ แดง ( ลลิตา ปัญโญภาส ) โดยมีเด็กสาวผมฟู ตาโต หน้าใส ที่ดูแตกต่างจากเด็กวัยรุ่นทั่วไป ชื่อ พลอย (อภิญญา สกุลเจริญสุข) เข้ามาเป็นปลดล็อกความรู้สึกของทั้งคู่ให้ คลี่คลายออกมา ว่าในที่สุดแล้ว ทั้งคู่ยังต้องการกันอยู่ หรือหน่ายแหนงจนจนอยากเลิกราต่อกัน

เหตุการณ์ต่างๆที่เกิด ในพลอย เป็นเหตุการณ์ที่คนที่ผ่านชีวิตคู่ มาแล้วอาจจะเคยประสบกับตัวเองหรือรู้สึกคุ้นเคย กับบทพูดที่แทงใจดำ จนผู้ชมรู้สึกได้

เจริญ เอี่ยมพึ่งพร กรรมการบริหารบริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ในฐานะผู้อำนวยการสร้างกล่าวถึง ที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ ระยะหลังมานี้ เป็นเอก เขาจะมีงานภาพยนตร์ ที่มีสเกลที่ใหญ่ขึ้น เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ร่วมทุนกับต่างชาติ มีคนเขียนบทให้ มีดาราจากต่างประเทศมาร่วมแสดงอย่างเรื่อง รักน้อยนิดมหาศาล หรือ คำพิพากษาของมหาสมุทร มีทีมโปรดักชั่นที่ใหญ่ขึ้น พอมาวันนี้ ทางไฟว์สตาร์ อยากจะเห็น เป็นเอก เขากลับมากับภาพยนตร์ ที่เขาเขียน บทเองอย่าง ฝันบ้า คาราโอเกะ เรื่องตลก 69 หรือ หนังตลาด อย่างมนต์รักทรานซิสเตอร์ และเขาก็มีบทพลอยมาให้เรา หนังอย่างพลอยจะเป็นหนังที่มีความเป็นตัวของเป็นเอกเอง ที่เราอยากได้ และก็มีคนชื่นชอบ ”

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเอก รัตนเรือง เขียนบทขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลจากญาติใกล้ตัว “ แรงบันดาลใจของผมคือมีญาติเป็นผู้หญิงเขาเป็นลูกลุงอยู่ต่างประเทศ เขาทำร้านอาหารวันหนึ่งญาติผู้ใหญ่ของผมเสีย ก็กลับมา ก็ไปอยู่โรงแรม เขาไม่อยู่เมืองไทยมานานไม่มีบ้านอยู่มา 25 ปีแล้ว ผมไปเจอที่งานศพและมันเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับผม แรงบันดาลใจมาจากแค่นั้น คนไทยที่ต้องไปอาศัยโรงแรมอยู่และจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา ”

 

 

เป็นเอก รัตนเรือง กล่าวถึง ผลงานภาพยนตร์ เรื่องล่าสุดของเขาว่า ภาพยนตร์ทุกเรื่องของเขาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น มนต์รักทรานซิสเตอร์ เรื่องตลก 69 ล้วนแล้วแต่เป็นหนังรัก และ พลอย ก็เป็น ภาพยนตร์ รัก อีกเรื่องของเขา เขาอยากจะเสนอเรื่องราวของชีวิตคู่ที่อยู่กันมานาน “ ชีวิตคู่ส่วนใหญ่ มันจะต้องมีทั้งเรื่องสุข เรื่องทุกข์ ทะเลาะกันดีต่อกัน เรื่องราวในพลอย เกิดขึ้นด้วยการที่มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตของคู่สามีภรรยาคู่นี้ ในเวลา ตีห้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ฟิวส์กำลังจะขาด มันเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายนะแต่ในณะเดียวกันมันก็ดีเพราะ 7 ปี กับความในใจที่สะสมมามันได้ถูกพูดออกมาหมด มันเหมือนได้เปิดใจ มันก็เหมือนร่างกายเราได้ถูกล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไปจนสะอาดซึ่งเหตุการณ์นี้มันอาจจะทำให้เขาเห็นคุณค่ากันมากขึ้น หรือ อาจจะทำให้รูปแบบของความรักเปลี่ยนไปก็ได้ มันเหมือนปลดล็อกให้คนได้คิด ”

พลอยเปิดกล้องถ่ายทำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยใช้เวลาถ่ายทำประมาณเดือนเศษ โดยใช้โลเกชั่น ในกรุงเทพฯและส่วนใหญ่จะอยู่ในย่าน สุขุมวิท ไม่ว่าจะเป็นฉากร้านอาหารและ ย่านพุทธมณฑล และในสตูดิโอบางส่วน พลอยเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ไปถ่ายทำที่สนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ ทีมงานสร้าง ของภาพยนตร์เรื่องนี้ล้วนแล้วแต่เคยร่วมงานกับเป็นเอกมาแล้ว ทั้งในงานทางด้านโฆษณา และภาพยนตร์ ในส่วนของการกำกับภาพ เป็นหน้าที่ ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์ ผู้กำกับภาพที่ร่วมงาน กับ เป็นเอกมานาน จนรู้ใจ ศักดิ์ศิริ จันทรังษี หรือ ตั้ม รับหน้าที่ โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ ซึ่งร่วมงานมากับเขา ตั้งแต่เรื่องตลก 69 มนต์รักทรานซิสเตอร์ รักน้อยนิดมหาศาล คำพิพากษาของ มหาสมุทร “ ทำงานเรื่องนี้ ไม่ยุ่งยาก “ เขากล่าว “ วิธีการเตรียมงาน โครงสร้าง มีโมเดล คล้ายๆกับตอนที่ทำเรื่อง ตลก 69 มันเหมือนโจทย์เดิม แต่มีอะไรที่แตกต่าง พี่ต้อมเขาเก๋าขึ้น ฉากที่ใช้เยอะก็เป็นฉากโรงแรม เหมือนกบตอนที่เราทำ ห้อง 609 เรื่องนี้ห้องของโรงแรม เราเซ็ทฉากขึ้นใช้ดาดฟ้าของโรงแรม ย่านสุขมวิท มาเซ็ทฉากห้องพัก เราก็ทำได้สมจริง ทุกอย่างพยายามทำให้ดูเหมือน แบบตรงไปตรงมา “

วิสาข์ คงคา คอสตูม ดีไซเนอร์ ร่วมงานกับเป็นเอก รัตนเรือง มาตั้งแต่เรื่องตลก 69 มนต์รักทรานซิสเตอร์ รักน้อยนิดมหาศาล คำพิพากษาของ มหาสมุทร และรวมทั้งหนังสั้น และ ภาพยนตร์ โฆษณาที่เป็นเอก กำกับ “ เสื้อผ้าของนักแสดงในเรื่องนี้ ไม่ค่อยมีอะไรยุ่งยาก เพราะทำงานกับพี่ต้อมมานาน เลยค่อนข้างจะรู้ ก็เลยง่ายในการคิด ดูเหมือนจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ก็จะมีจุดนิดหนึ่งที่ดูแตกต่าง โจทย์ ของเสื้อผ้าในเรื่องนี้ มีทั้งเรื่องของวัย และบุคลิกของตัวแสดง ลุคผม เสื้อผ้า ให้ไปในทางเดีวกัน อย่างหมิว ในบทเป็นดาราเก่า ก็ต้องให้เขาดูดีในอีกแบบหนึ่ง แต่ต้องไม่ใช่อย่างที่เห็นในละครหรือในโฆษณา อย่างคุณพรวุฒิ ตอนแรกที่ได้โจทย์ ไม่ใช่เขา พอมาเป็นเขา ก็ต้องมีการปรับเขาให้เข้ากับหนัง เขาเป็นคนที่มีบุคลิกดีอยู่แล้ว เราเพียงแต่สวมความสบายให้เขา เปลี่ยนจากสิ่งที่เราคิดตอนแรกไม่มากนัก”

“ ในส่วนของบทพลอย ที่เป็นวัยรุ่น เขาเป็นเด็กที่เป็นตัวของตัวเอง และโตกว่าอายุและโดยส่วนตัวแล้วสายป่านก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เราก็ใช้วิธีหยิบโน่น หยิบนี่ มาใส่ให้ เขาชอบฟังเพลง ก็มีหูฟังเพลงให้ ทำให้เขาดูแตกต่างจากเด็กวัยรุ่นทั่วไป และเขาเป็นเด็กหน้าใสๆ และทรงผมที่ไม่เหมือนใครเลยทำให้ น้องเขาเหมือนตุ๊กตา แต่งตัวให้เขาแล้ว ก็รู้สึกว่าเข้ากับบุคลิคในเรื่องดี ”

ในส่วนของ การแต่งหน้า และผม ในเรื่อง เป็นหน้าที่ ของ เบส พัทธ์ธีรา พุฒิสุรเศรษฐ์ ที่ทำงานอยู่ในแวดวง ภาพยนตร์ มามากมาย อาทิ เรื่องเด็กระเบิด เรื่องเจนนี่ 18/80 โคลนนิ่ง ปาฏิหาริย์โอมสมหวัง จากนั้น มีโอกาสมาร่วมงานกับ บริษัท เดอะฟิล์ม แฟคตอรี่ และร่วมงานกับ เป็นเอก รัตนเรือง มาในภาพยนตร์เรื่องตลก 69 และฝันบ้าคาราโอเกะ และงานโฆษณาอื่นๆ

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เธอ คือเรื่อง เปนชู้กับผี ที่เธอสามารถคว้ารางวัลแต่งหน้ายอดเยี่ยมมาครอง จากงานสตาร์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ อวอร์ด

เธอเล่าถึงการทำงานเรื่องพลอยให้ฟังว่า “ พี่ต้อมให้โจทย์มาว่า ให้แต่งหน้านักแสดง แล้วดูเหมือนไม่แต่ง คือแบบไม่ให้เห็นแป้ง ซึ่งเมื่อ 8 ปีมาแล้ว จาก ตลก69 เบสเคยได้โจทย์แบบนี้มาแล้ว จากพี่ต้อม พอเราได้มาทำเรื่อง “ พลอย” กับพี่ต้อมอีก ก็เหมือนเรารู้อะไรเยอะๆแล้วทำให้เครียดกับโจทย์เพราะมันรู้สึกยาก แต่พอได้มีการเทสต์ฟิล์มสักครั้งสองครั้ง และได้มาคุยกับหมิวปรึกษากัน หมิวก็ให้ข้อคิดและแนะนำซึ่งกันและกันจน พี่ต้อม โอเค”

“ สิ่งสำคัญในการแต่งหน้าให้นักแสดงในเรื่อง คือ ต้องดูการจัดแสง และมุมกล้องที่เขาใช้ พี่ต้อมเป็นคนทำงานด้วยแล้วสบายใจแล้ว หนังเรื่องนี้บอกเลยว่าเข้มข้น ถ้าคิดว่าเรื่อง” พลอย” เป็นอาหารสักจานก็คงเป็นสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา เพราะรู้สึกว่าเรื่องมันยุ่งวุ่นวาย มีทั้งเผ็ด ทั้งร้อน ทั้งหวาน อยากบอกคนดูว่า ถ้าคุณได้มาดูเรื่องนี้คุณจะรู้ว่าวิวัฒนาการหนังไทยเปลี่ยนไปแล้ว ”

การคัดเลือกนักแสดง

เป็นเอก กล่าวถึงการคัดเลือกนักแสดง ในภาพยนตร์ เรื่องพลอย ว่า

 

 

“ หมิว ลลิตา ปัญโญภาส เราเคยร่วมงานกันมาใน ภาพยนตร์ เรื่อง ตลก 69 หมิวตอนนี้ ไม่ใช่หมิวที่เล่น 69 แล้ว เขาก็ผ่านชีวิตแบบในสคริปต์นี้แล้วเหมือนกัน มีลูก 2 คน มีสามีหน้าตาดี เจ็ดแปดปีที่ผมไม่ได้ร่วมงานกัน ผมก็สนใจที่จะเห็นส่วนนั้นที่มีอยู่ ตอนถ่าย 69 กับหมิว บอกว่าเสียเพื่อนไป สามสี่คน เพราะหลุดจากตัวละครไม่ได้เป็นพวกเพื่อนเกลียดตอนนี้เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถ้าเป็นสมัย 69 ถ้าเขาจะต้องเหนื่อยเขาต้องวิ่งให้เหนื่อยก่อนจริงๆ เพื่อจะมายืนหน้ากล้องแต่ตอนนี้เขาจะเป็นอีกแบบแล้ว เขาก็ผ่านชีวิตแบบในสคริปนี้แล้วเหมือนกัน และหมิวก็แสดงความสามารถ ท้าทายผมตลอดเวลา ทำให้เราทำงานกันสนุกมาก ”

ส่วนนักแสดงนำฝ่ายชาย เขาได้ พรวุฒิ สารสิน นักธุรกิจ หนุ่มใหญ่ ผู้บริหารของบริษัท ไทยน้ำทิพย์ วัยใกล้เคียงกับบท วิทย์ ในเรื่อง “ คุณพรวุฒิ เจอกันโดยอุบัติเหตุ ที่เมืองนอก เกือบ 20 ปี เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนผม โชคดีที่ เขาเป็นคนดูหนังฟังเพลงพอสมควร ดูเหมือนเขาจะเป็นแฟนหนังของผมหน่อยๆ เขาดูหนังเราหลายๆ เรื่อง เขาชอบมนต์รักทรานซิสเตอร์มาก เขาชอบเรื่องตลก 69 เป็นคนที่มีอายุมากแล้ว แต่ไม่ยอมแก่ เรื่องชีวิตรักไม่ต้องพูดถึงทำคนบาดเจ็บและตัวเองก็บาดเจ็บสาหัสเต็มไปหมด ติดต่อเขาผ่านโมเดลลิ่ง ตอนแรก คิดว่าติดต่อไปเขาคงไม่เล่น เขาเป็นนักธุรกิจระดับนั้นก็ติดต่อไปไม่รู้ว่าเป็นหนังผมด้วยหรือเปล่าเขาจึงอยากลอง ก็มหัศจรรย์ที่เขาเล่นได้ แต่ผมก็ไม่แปลกใจเพราะมั่นใจว่าบทนี้เล่นได้ทุกคน ตอนทำงานอย่างคุณใหญ่ชอบเขาชอบซ้อมเยอะๆ จนกว่าเราจะพอใจ บางครั้งผมบอกว่าซ้อมแต่ถ่ายเลยโดยไม่บอกเขา ”

ในส่วนของนักแสดงอีกคู่ที่มีส่วนสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และพรทิพย์ ปานะนัย (การ์ตูน) ที่มารับบท นัท บาร์เทนเดอร์หนุ่ม และ ตุ้มแม่บ้านประจำโรงแรม ที่มีฉากเลิฟซีนที่ เขาตั้งใจ ให้เห็นถึง อารมณ์ ที่แตกต่าง ระหว่าง คู่ที่แต่งงานมาแล้ว กว่า 7 ปี กับคู่ที่กำลังเริ่มรักกัน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พึงพอใจว่า “ กับอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม เคยร่วมงานกัน มาแล้วจากตอนที่ผมทำหนังสั้น เรื่อง Twelve Twenty . ให้กับเทศกาลหนังสั้น จอนจู อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม เฟสติวัล ที่เกาหลี ”

“ เรา สื่อสารกันได้ด้วยดีเขาเหมาะกับหนังประเภทโป๊ เปลือย เขาเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ และเขาก็ทำได้ดีในเรื่องนี้”

พรทิพย์ ปานะนัย (การ์ตูน) นักแสดงสาวที่เคยร่วมงานกับเขามาแล้ว ในภาพยนตร์ เรื่องตลก 69 “ การ์ตูนเขาเล่นเก่ง เขาไม่ได้เล่นเป็นแบบหนังไทย ผมชอบหน้าตา ชอบผิวของเขา ชอบมากเลย เขาสวยรูปร่างดี พอติดต่อไปเขาก็รับเล่นเลย ผมถามว่ารู้ไหมว่าต้องโดนอะไรบ้าง ผมก็บอกว่าส่งบทให้อ่านเลยครับ ถ้าอ่านบทแล้วจะเล่นโอเคไม่ใช่แบบว่า หนังพี่ต้อมยังไงก็เล่นไม่เอา ต้องไม่หลอกเขามาตอนเข้าฉากเลิฟซีน” กับการถ่ายทำ ฉากความรัก ของ อนันดา และ พรทิพย์นั้น เป็นงานแปลกใหม่ ที่เขายอมรับว่า รู้สึกเบื่อเหมือนกันในขณะที่ถ่ายทำ“ การถ่ายทำในฉากการเมคเลิฟ ของ ตุ้มกับนัท ผมยอมรับว่า อึดอัด และเป็นงานที่น่าเบื่อ กับการที่ต้องคอยกำกับ คนที่ร่วมรักกันเป็นวันๆ พอเริ่มถ่ายก็มีความรู้สึก อยากจะถ่ายให้มันเสร็จ ให้มันจบเร็วๆ ”

 

 

ทักษกร ประดับพงษา ( ปั๊ม ) ผู้ที่รับบท คุณหมู “ ปั๊มเขาเป็นโปรดิวเซอร์อยู่บริษัทโปรดักชั่น เฮ้าส์ ของเพื่อนผม ผมไม่เคยเจอเขามาก่อน ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นคนแบบนั้น ถ้ารู้ก็จะเขียนบทให้อีกสองวันเลย เขาเอ็นจอยมาก และทำได้ดีมาก”

ในส่วนของนักแสดงที่มีบทสำคัญไม่แพ้นักแสดงคนอื่นๆ และเป็นตัวต้นเหตุ ที่ก่อให้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมายในภาพยนตร์ เรื่องนี้ ได้แก่ สาวน้อย อภิญญา สกุลเจริญสุข หรือ สายป่าน ผู้ที่มารับบท พลอย

“ ผมชอบตัวที่เล่นเป็นพลอยที่สุด เหมือนฟ้าประทานมาจริงๆ ที่ให้เขาได้เล่นเป็นพลอย ตอนเขียนบทเรื่องพลอย เหมือนมันมี สายป่านเขาอยู่ในอากาศ ความเป็นพลอย มันอยู่ในตัวของเขาอยู่แล้วก็เลยเขียนออกมาแล้วก็เจอน้องเขา ผมทำหนังมา10 ปี ตอนเห็นเทคแรกที่เขาแสดง สายป่านซึ่งเป็นเด็กอายุ 16 แต่เขามีสมาธิเหมือนคนที่เล่นหนังมาแล้ว 30 เรื่อง ประหลาดมากทั้งที่ไม่เคยเล่นเลย หนังของผมก็รู้กันอยู่บทพูดยาวเหยียดเลยไม่ได้เล่นเป็นคัทๆ เล่นเป็นซีน แต่เขาไม่มีปัญหาในการจำเลย จำได้หมด พอเล่นไปดูไม่ดีก็ไม่เอาเปลี่ยน บทพูดแรกไม่เอา เอาอันใหม่ พอสั่งแอ็คชั่นปุ๊บทำได้หมด คือไม่มีผลอะไรกับเขาเลย เป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้คล้ายๆ สิ่งที่ มาริลิน มอนโร เป็น คล้ายๆว่า กล้องชอบเขา เขาก็ชอบกล้อง เป็นเคมีพิเศษ ที่เขามีกับกล้อง ดูก็เป็นเด็กธรรมดาดูไม่สวยมากแต่พออยู่ในเลนล์ก็สวยขึ้นมาทันที เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ ”

ในภาพยนตร์ เรื่องนี้ นอกจากการถ่ายภาพ ที่สวยงาม แล้ว ยังมีเพลงประกอบเพราะๆ ของ จ๊อบ บรรจบ สินธุ และเพลงเสน่หา ที่มาเพิ่มอารมณ์ ให้ภาพยนตร์ เรื่องนี้น่าดูมากขึ้นอีกด้วย

   
 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.