สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
รักแห่งสยาม     มะเดี่ยว ชูเกียรติ
  สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล
  LINK : เรื่องย่อ  ผู้กำกับเปิดเผยเบื้องหลังการถ่ายทำ และเพลงของหนังเรื่องนี้
  บทวิจารณ์ รักแห่งสยาม บางสิ่งบางอย่างที่แอบแฝงไว้  
  ภาพชุดสุดสวิงริงโก้ในงานเปิดรอบสื่อ  
  สารบัญหน้านี้ : แคแรกเตอร์นักแสดง
   
 

มาริโอ้ เมาเร่อ

ปีที่แล้ว มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล เคยทำให้ น้อย วงพรู(13 เกมสยอง) โด่งดังและคว้ารางวัลนักแสดงนำชายฝ่ายชายยอดเยี่ยมมาแล้วจากหลายสถาบัน มาปีนี้ด้วยสายตาที่แหลมคมของเขาก็กำลังจะปั้นดาวดวงใหม่ให้แจ้งเกิดอีกหลายดวง ด้วยการรวบรวมเหล่าวัยรุ่นหน้าใสแต่มีดี มาถ่ายทอดสไตล์ความรักที่แตกต่างในแบบฉบับของแต่ละคน เริ่มจากตัวเอกของเรื่อง มาริโอ้ เมาเร่อ นายแบบวัยรุ่นที่กำลังฮอตที่สุดขณะนี้ ฉายแววความหล่อต้องตาผู้กำกับจนได้เข้ามาแคสบท “ โต้ง” พระเอกหนุ่มวัยรุ่นแห่งสยาม

“ ไปเจอเขาในปกหนังสือหลายเล่ม แล้วเรารู้สึกว่าเด็กคนนี้มันมีอะไรอยู่ แววตามันมีเรื่องราวมันน่าจะสามารถถ่ายทอดความเป็นโต้งได้ มันมีทั้งความแอบซนอยู่ในตัว แล้วก็มีความดราม่าอยู่ในนั้นด้วย ยอมรับว่าหายากมาก เพราะเด็กคนนี้ต้องเล่นเป็นลูกพี่นกสินจัยแล้วก็เหมือนกับแบกเรื่องนี้ไว้เกือบทั้งเรื่องเหมือนกัน มาเจอมาริโอ้ก็เลยเรียกมาแคสดู เราก็พยายามดึงความเป็นธรรมชาติออกมาจากตัวน้องให้มากที่สุด ซึ่งโอ้ก็ทำออกมาได้ดีเลย ใกล้เคียงกับคาแรกเตอร์ที่ควรจะเป็น”

“ ตอนแรกก็ต้องสอนต้องฝึกค่อนข้างนานทีเดียว เพราะเป็นนักแสดงใหม่ ต้องมีการมาเวิร์คชอป แล้วก็สอนการแสดง แต่ว่าเราไม่ได้สอนการแสดงแบบวิธีการ สอนความเข้าใจมากกว่า ว่า ณ เวลานี้ เราจะใช้วิธีโต้ตอบกับสถานการณ์เหล่านั้นยังไง เราจะใช้วิธีให้น้องเข้าใจเรื่องราวและให้เค้านึกถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ใกล้เคียงแล้วแสดงออกมา ซึ่งมาริโอ้ถือว่าเป็นนักแสดงที่มีความเป็นธรรมชาติสูง โชคดีที่น้องไม่เคยผ่านการแสดงมาก่อนฉะนั้นเค้าก็จะเป็นตัวของตัวเองแบบสุดๆ แล้วก็ลื่นไหลไปกับตัวละครหลายๆ คน ก็ถือว่าโอเคครับ เยี่ยม อนาคตไกล เป็นนักแสดงที่น่าจับตามอง” ผู้กำกับกล่าว


โต้ง เด็กชายวัยรุ่น ม. 6 อายุ 17 ปี หน้าตาดี มีแฟนสวย แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังโต้งแอบซ่อนความเจ็บปวดจากสภาพครอบครัวที่สูญเสีย “ แตง” พี่สาวที่หายตัวไปตั้งแต่สมัยเขายังเด็ก แต่โต้งก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปเหมือนเด็กผู้ชายวัยรุ่นทั่วไปที่ใช้เวลาไปกับการเรียนและเที่ยวกับเพื่อน เพียงแต่ลึก ๆ แล้วเขายังไม่รู้ว่าจะเลือกทางเดินไหนให้กับชีวิตดี

“ โต้งเป็นตัวแทนความรักประเภทของวัยรุ่นครับ ความรักของโต้งก็นำพาไปถึงตัวละครตัวอื่นๆ ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน พี่สาว และก็แฟนด้วย ก็เหมือนเป็นความรักที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นครับ และก็เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับคนดู ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ เพราะเราจะได้เห็นความรักในหลายๆ รูปแบบ ทั้งมิตรภาพของเพื่อน ความรักของแม่ ความผูกพันของครอบครัว และของคนอีกหลายๆ กลุ่มเลยครับ จะได้ความอิ่มเอมใจกลับบ้านแน่นอน”

มาริโอ้ เมาเร่อ หรือ โอ้ หนุ่มลูกครึ่ง จีน - เยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2531 อาศัยอยู่เมืองไทยตั้งแต่เล็กจนโต เริ่มเข้าวงการจากการถ่ายโฆษณา และถ่ายแบบในนิตยสาร จนกลายเป็นนายแบบวัยรุ่นที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ รวมถึงยังเป็นพระเอกมิวสิควิดีโออีกมากมาย ล่าสุดคงจะคุ้นกันดีในมิวสิค “ ปากดีขี้เหงา” ของมีล่า ปัจจุบันเขากำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัวด้วยผลงานการแสดงในภาพยนตร์ “ รักแห่งสยาม” ผลงาน โฆษณา “Exit Rollon” , “Pizza Company“ , “มันฝรั่ง Jax“ , “กูลิโกะ โคลอน“ , “ทรอสโฟม“ , “ซูกัส“ , “นมโฟโมสต์ , “ MV “ กุญแจที่หายไป” ( ปาล์มมี่), “ ปากดีขี้เหงาเอาแต่ใจ” ( มิล่า) ฯลฯ  


น้องพิช - วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล

มาถึงหนุ่มน้อยหน้าใสอีกคนหนึ่ง เรียกว่าใหม่แกะกล่องถอดด้ามมาเลย เพราะยังไม่เคยผ่านงานแสดงที่ไหนมาก่อน น้องพิช - วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล หนุ่มผู้มีเสน่ห์ที่เสียงร้องและรอยยิ้ม รับรองว่าใครที่ได้ฟังเพลงที่เขาร้องจะต้องหลงรักเขาอย่างแน่นอน ซึ่งผู้กำกับเลือกพิชมารับบท “ มิว” จากความสามารถทางด้านดนตรี เสียงร้อง และการแสดงที่โดดเด่น จนไม่อาจหาใครที่จะมารับบทนี้ได้ดีเท่ากับพิช

“สำหรับ พิช รู้จักกันมาค่อนข้างนานแล้ว พิชเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เป็นนักร้องนักดนตรีเหมือนกัน เคยทำงานด้วยกัน แล้วพอเราจะทำหนังเรื่องนี้ ก็รู้สึกนึกถึงพิชขึ้นมา ซึ่งตัวละครมิว ก็ยากที่จะแคสใครมาเล่น เพราะคุณสมบัติของการที่เล่นเป็นมิวจะต้องร้องเพลงได้ เล่นเปียโนเป็น แสดงหนังได้ และหน้าตาดี ทั้งหมดนี้ รวมกันอยู่ในคนๆ เดียวนี่หายาก แต่ทุกอย่างก็มารวมอยู่ในตัวพิช ซึ่งคงจะเกิดมาเพื่อรับบทนี้ มีทุกอย่าง

การแสดงของพิชก็เหมือนกับโอ้คือเริ่มใหม่เลย ไม่เคยผ่านงานแสดง แต่พิชจะต่างกับโอ้ตรงที่ตัวละครของพิชมันอาจจะบุคลิกไม่เหมือนตัวของพิชทีเดียว มันจะมีทั้งความอ่อนไหว ละเอียดอ่อนลึกซึ้งของความรู้สึกค่อนข้างมาก มิวคือคนที่เอาด้านที่เด่นของตัวเองออกมาสู่คนข้างนอก แต่พยายามเก็บด้านที่อ่อนไหวของตัวเองอยู่ข้างใน ดังนั้นการแสดงออกจึงค่อนข้างยาก ดังนั้นพิชก็ต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะ ซึ่งพิชก็ทำอออกมาได้ดีเลย ฟังเพลงที่พิชร้อง ดูหนังที่พิชเล่นแล้วก็จะรื่นรมย์ และก็เป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง ”


มิว
เด็กชายรุ่นราวคราวเดียวกันกับโต้ง ชีวิตมิวอาศัยอยู่กับอาม่าเพียงลำพังจนกระทั่งอาม่าเสีย มิวก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว อาม่าคือคนที่สอนให้มิวเล่นดนตรี มิวจึงกลายเป็นเด็กที่โตมากับความเหงาและเสียงเพลง ด้วยพรสวรรค์ทางด้านดนตรี เขาและเพื่อนจึงรวมวงกันทำเพลงจนฮิตติดชาร์ต แต่แล้วมิวก็ได้รับโจทย์ให้เขียนเพลงรักซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับมิวผู้ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน

“ ความรักของมิวจะเป็นตัวแทนของคนที่ใช้ชิวิตไปวันๆ โดยไม่ได้ใส่ใจว่าความรักจะมาหาเราเมื่อไหร่ มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร อยู่อย่างเหงาๆ ต่อไป แล้ววันๆ นึงก็มีคำถามว่า เอ๊ะ นี่เราจะอยู่ใช้ชีวิตอย่างงี้ไปตลอดชีวิตเลยเหรอ ช่วงที่มิวเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา ก็เป็นเวลาเดียวกับที่โปรดิวเซอร์ของค่ายเพลงเสนอให้มิวลองแต่งเพลงรักดู เค้าก็เลยต้องมานั่งคิดดูว่า ความรักมันเป็นยังไง ในเรื่องนี้เราจะเห็นตัวละครในเรื่องตามหาความรัก
เผชิญหน้ากับความรักในรูปแบบต่างๆ ตรงนี้คนดูก็จะได้มุมมองอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง และความรัก”

วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล หรือ พิช เกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2532 รักเสียงเพลงและการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เป็นนักร้องนำประจำวงดนตรีที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยหน้าตา บุคลิก และความสามารถที่ฉายแววเข้าตารุ่นพี่อย่างมะเดี่ยว ทำให้พิชได้ลองเข้ามาลองแคสบทของมิวในภาพยนตร์ “ รักแห่งสยาม” ซึ่งถูกใจผู้กำกับจนถึงขั้นออกมาสารภาพว่าพิชเกิดมาเพื่อรับบทนี้จริงๆ

ผลงาน ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ “ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง”


น้องเบสท์ - อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ 

จากหนุ่มหล่อก็มาถึงสาวสวยน่ารักกันบ้าง สาวคนนี้ก็ถือว่าใหม่กับการแสดงเช่นกัน น้องเบสท์ - อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์  ในเรื่องนี้เธอจะต้องมารับบทเป็น “โดนัท” ผู้หญิงสวยเลือกได้ที่เพรียบพร้อมไปซะทุกอย่าง

“ สำหรับบทของโดนัท ก็หากันหลายทีเหมือนกันเพราะว่าเด็กผู้หญิงเดี๋ยวนี้ก็หน้าตาเหมือนๆ กันหมด ดังนั้นก็จะหาที่แตกต่างค่อนข้างยาก แล้วตัวละครตัวนี้ต้องสวย เข้าคู่กับมาริโอ้แล้วก็ดูเหมาะสมกันดี ใครเห็นก็จะต้องรู้สึกว่าเหมาะสมกันจัง แต่จริงๆ แล้วลึกๆ ทั้งคู่ก็มีความขัดแย้งกันอยู่ ฝ่ายชายเฉยๆ ฝ่ายหนึ่งก็อยากจะให้เอาอกเอาใจ เป็นผู้หญิงที่สวยเลือกได้ ซึ่งการทำงานเบสท์ เราก็พยายามให้น้องคุ้นเคยกัน ให้คุยกับมาริโอ้เยอะๆ ประหนึ่งว่าเป็นแฟนกันมาแล้วประมาณครึ่งปี ให้ทำความรู้จักสนิทสนมกันไป ก็จะปล่อยน้องเค้าไปนั่งคุยกัน เราก็จะใช้วิธีนี้”

โดนัท แฟนสาวของโต้งที่สวย เริด และเลือกได้ เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ จากหลายโรงเรียน แต่แล้วโดนัทก็เริ่มไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของโต้งที่มีต่อเธอ เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงความเฉยชาและไม่ใส่ใจของโต้งแต่ก็ยังไม่อาจหาเหตุผลให้กับตัวเองได้ หรือว่าความต้องการที่มากเกินไปของเธอกำลังจะกลายเป็นการเรียกร้องที่ไม่อาจได้ความรักกลับคืนมา

“ โดนัทเป็นเหมือนตัวแทนของเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการความรัก ต้องการให้เอาใจใส่มากๆ อยากให้แฟนรักเรา ใส่ใจเรา แคร์เรา แต่เหมือนในเรื่องโต้งแฟนของโดนัทมันไม่ได้อย่างใจ ไม่ทำตามใจเรา มันก็เลยค่อนข้างมีปัญหากัน โดนัทก็แค่อยากได้คนที่รักจริงๆ เท่านั้นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะมีความรักอีกหลายแบบที่เกี่ยวโยง ผูกพันกันต่อไปอีก เรื่องนี้เบสท์คิดว่าเป็นหนังที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน และก็เชื่อว่ารักแห่งสยามเป็นหนังรักแห่งปีนี้จริงๆ “



อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์
หรือ เบสท์ สาวสวยน่ารัก คุยเก่ง เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2531 เริ่มเข้าวงการจากการ ประกวดชนะตำแหน่ง " สาวผิวน้ำนม" ของ Babi mild ตั้งแต่อายุ 16 หลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีงานถ่ายแบบในนิตยสารวัยรุ่น และถ่ายโฆษณา รวมถึงเป็นนางเอกมิวสิควิดีโออีกนับไม่ถ้วน

ผลงาน ชนะประกวดตำแหน่ง " สาวผิวน้ำนม" ของ Babi mild , ชนะประกวดตำแหน่ง " สาววีต้า" ของ Vita , นางเอก MV Karaoke series (แดน-บีม) , “ขอเจ็บแทน” (Clash) ,“ใจไม่รักดี” (Freeplay), “ความดีที่ไม่อยากทำ” (ลาบานูน) , “กลัว” (โมโนโทน) , นานแล้วนะ (Andy) , ไม่มีวันอยู่แล้ว ( โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์), โฆษณา “Magic Talker’s”, “TT & T” , “M BIKE” ฯลฯ

น้องตาล-กัญญา รัตนเพชร์

นักแสดงเด็กวัยรุ่นอีกคนหนึ่งที่เราจะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยเพราะเธอถือว่าเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญมาก เป็นตัวละครที่เราจะได้เห็นพัฒนาการมากที่สุด นั่นก็คือตัวละครของ “ หญิง ” ที่รับบทโดย น้องตาล-กัญญา รัตนเพชร์ นักแสดงเด็กวัยรุ่นที่อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว

“บทของหญิงหายากมาก จริงๆ แล้วเป็นบทที่ยากที่สุดของหนังเรื่องนี้ คือหาได้เป็นคนสุดท้ายเลย เพราะเป็นตัวละครที่พลิกคาแรกเตอร์จากหน้ามือเป็นหลังมือเลย คือตอนแรกจะเป็นเหมือนเป็นตัวตลก ทำให้คนยิ้มๆ น่ารักๆ แอบชอบผู้ชาย เอาผมมาใส่ตุ๊กตาหมี อ่านหนังสือกลอนใยไหม แต่พอหลังๆ ตัวละครตัวนี้ก็จะเริ่มพลิกแล้วเมื่อมันได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มา ซึ่งหญิงก็จะเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายคนที่ต้องคิดแล้วว่า ถ้าคนที่เรารักมันไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวัง เราจะรักเค้าอยู่รึเปล่า นี่เป็นคำถามที่เกิดกับหญิงและทำให้เค้าคิดและเติบโตขึ้น

ซึ่งเราก็เฟ้นหากันมาหลายคนแล้วกับบทนี้ ก็ยังไม่ได้ จนกระทั้งวันหนึ่งคุณหนึ่ง อัครพล เตชะรัตนประเสริฐ ก็แนะนำน้องตาลมาให้ เราก็เลยเรียกมาแคส ปรากฏว่าโอเค ผ่านเลย เพราะน้องตาลจะมีความเป็นเด็กธรรมดาๆ ที่มีทั้งความใส และความดราม่าอยู่ในตัวเองและเขาก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีเกินคาด สมมุติว่าถ้าเราเลือกน้องผู้หญิงน่ารักๆ แบ๊วๆ ใสๆ มาเล่น พอช่วงหลังที่จะเข้าไปสู่การเป็นคนที่เข้าใจอะไรแล้ว เขาก็อาจจะไปไม่ถึงตรงนั้น หรือถ้าเอาคนที่เข้าใจอะไรเยอะๆ แล้วมาเล่นเป็นเด็กแบ๊ว มันก็ไม่เป็นธรรมชาติอีก”

หญิง เด็กสาววัยใส จอมแบ๊ว เพื่อนบ้านของมิวที่แอบชอบมิวมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยกล้าบอก ได้แต่เพ้อฝันไปวันๆ และวิธีที่เดียวที่เธอคิดได้ก็คือ การเปิดตำราพิชิตใจชายเพื่อทำให้มิวหลงรัก และไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไง หญิงก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยใจที่มีหวัง

“ หญิงก็เป็นตัวแทนความรักของผู้หญิงที่แอบรับผู้ชายคนๆ หนึ่ง ก็ได้แต่แอบมอง ไปยืนรอหน้าบ้าน ส่องหน้าต่างดูตลอดเวลา ทำอะไรตลกๆ เพี้ยนๆ ทำตามหนังสือ เช่น ในตำราเขาบอกให้ริดดอกกุหลาบ 99 ดอกเอาไปวางไว้หน้าบ้าน แล้วจะสมหวังในรัก ก็ทำตาม เอาเส้นผมมาใส่ไว้ในตุ๊กตาหมีทำเป็นตุ๊กตาวูดู แต่ก็น่ารักดีนะ เหมือนตัวตลกในเรื่องเหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วตัวละครตัวนี้ก็จะมีการเรียนรู้ เติบโตขึ้น ตาลก็คิดว่า ตัวละครหญิงก็ตอบโจทย์ได้ถูกต้องแล้ว ก็คือทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข”

กัญญา รัตนเพชร์ หรือ ตาล เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2532 เธอฉายแววความเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุประมาณ 13-14 เธอมีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรก “ เอ๋อเหรอ” ผลงานกำกับของ พจน์ อานนท์ รวมถึงงานถ่ายโฆษณาและถ่ายแบบในนิตยสารวัยรุ่น ด้วยความสามารถทางการแสดงเธอจึงถูกเลือกให้เล่นภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง และล่าสุดกับบทหญิงในภาพยนตร์ “ รักแห่งสยาม” ซึ่งเธอยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจ เพราะมีซีนอารมณ์เยอะมากและเป็นครั้งแรกที่เธอจะต้องร้องไห้

ผลงาน ภาพยนตร์เรื่อง “ เอ๋อเหรอ ” , ” รับน้องสยองขวัญ ” , “ สวยลากไส้”

นอกจากนี้ผู้กำกับยังกล่าวเสริมอีกว่า นักแสดงวัยรุ่นทั้ง 4 คนกว่าเขาจะหามาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะด้วยคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างยากและไม่ธรรมดาของทั้ง 4 ที่จะต้องมารวมอยู่ในภาพยนตร์รักที่ไม่ใช่หนังวัยรุ่นไร้เดียงสา แต่เป็นหนังที่ต้องเล่นกับความรู้สึกนึกคิดของคนที่กำลังจะผ่านช่วงเวลาวัยรุ่นไป ฉะนั้นแล้วเชื่อเถอะว่า 4 คนที่มารับบทตรงนี้ก็ได้ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ซึ่งทั้งหมดก็สามารถถ่ายทอดเรื่องได้สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน


สินจัย เปล่งพานิช

นักแสดงหลักอีกกลุ่มหนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือ พาร์ตของครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นพี่นก สินจัย เปล่งพานิช, พี่กบ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรีและ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ที่ไม่ต้องการันตีฝีมือทางด้านกันแสดงอีกแล้ว เพราะทั้ง 3 เป็นนักแสดงแถวหน้าที่ฝากฝีไม้ลายมือด้านการแสดงมาให้คนดูได้ประทับใจมาแล้วนับไม่ถ้วน ยิ่งเวลาที่พวกเขามารวมตัวเข้าฉากส่งอารมณ์กันแล้วนั้น แทบจะหยุดความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งรอบข้างลงทันที ด้วยพลังที่ส่งออกมานั้นชวนพาให้หนังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่น ซาบซึ้ง และตราตรึง

ซึ่งการคัดเลือกตัวแสดงหลักทั้ง 3 คนนี้ ก็มีทั้งที่วางตัวเอาไว้แล้ว อย่างนก สินจัย ที่ผู้กำกับตั้งใจตั้งแต่ตอนที่เขียนบทแล้วว่า คนที่จะมารับบท “สุนีย์” แม่ผู้แบกรับทุกสิ่งทุกอย่าง จะต้องเป็น สินจัย เปล่งพานิช เท่านั้น

“สำหรับบทนี้เลือกไม่ยากเลย เพราะตั้งแต่เขียนมาก็นึกถึงพี่นกอยู่แล้ว วางไว้แล้วว่าต้องเป็นสินจัย เปล่งพานิชเท่านั้น ซึ่งก็จะเป็นบทของแม่ ด้วยวัยก็เหมาะสม แล้วด้วยฝีมือการแสดงที่ตั้งแต่เกิดมาเราก็เห็นพี่นกแล้ว รู้สึกว่าเป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งที่จะได้ร่วมงานกับพี่นก ซึ่งเรื่องนี้บทค่อนข้างหนัก ต้องแบกรับอะไรไว้เยอะ แต่ว่าก็ต้องเก็บความรู้สึก แสดงออกทางแววตาเท่านั้น รู้สึกว่าพี่นกมีบุคลิกของคนที่สามารถแบกรับอะไรหนักๆ ไว้ได้โดยที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่พอถึงเวลาที่จะอ่อนแออ่อนไหว ก็เต็มที่เหมือนกัน ตอนที่เราติดต่อพี่นกไปครั้งแรก พี่นกอ่านบทแล้วโอเคเลย บอกว่าชอบบท และรู้สึกว่าบทแม่บทนี้ท้าทายดี

สำหรับการทำงานกับพี่นกก็สนุกมาก พี่นกน่ารักมาก ก่อนจะถ่ายเราก็ต้องมามาเวิร์คช็อปกันก่อน ต้องมาเจอกับครอบครัว ทั้งพี่กบ พลอย และมาริโอ้ ทำให้เค้ารู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็มีการไปถ่ายรูปด้วยกัน ให้ทำความสนิทกัน ระหว่างนั้นเราก็จะพูดคุยกับแกแลกเปลี่ยนแชร์ความเห็นกัน พี่นกก็ให้ร่วมมือทุกอย่าง เอาบทมานั่งคุยกัน เราก็ปรึกษาพี่นกเพราะเราก็ไม่เคยเป็นแม่ ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วคนเป็นแม่เค้าคิดอย่างงี้รึเปล่า ก็คุยกัน แก้บทกัน ซึ่งพี่นกก็มีแนะนำมา เราก็ได้เรียนรู้จากคนรุ่นที่เก่งๆ ด้วย รู้สึกสนุกครับ” มะเดี่ยวกล่าว


สุนีย์ แม่ของโต้ง หญิงแกร่งผู้แบกรับครอบครัวอันเปราะบางจากการสูญเสียลูกสาวไป เธอพยายามเข้มแข็งและใช้ชีวิตเหมือนปกติที่สุดเพื่อให้ครอบครัวเดินต่อไป แต่ใครจะรู้ว่าลึกๆ ในใจนั้นมันได้ทิ้งบาดแผลที่เธอไม่อาจลืมได้ เหลือเพียงโต้งคนเดียวที่เป็นดังแก้วตาดวงใจ เธอจึงรักและค่อนข้างเคี่ยวเข็ญโต้งเป็นพิเศษ จนบางครั้งก็ลืมคิดถึงความรู้สึกของลูกชายผู้กำลังเติบโต

“ ก็ค่อนข้างตื่นเต้นอยู่เหมือนกันสำหรับเรื่องนี้ เพราะว่าหยุดเล่นหนังมานานแล้ว พอได้อ่านบทเรื่องนี้ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ แล้วก็มะเดี่ยวเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ เขาทำหนังออกมาดีและน่าสนใจมาก ก็เลยอยากทำงานด้วย รู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรดีๆ ถ้าได้ทำงานร่วมกัน ก็ดีใจที่เขานึกถึงเรา เห็นบทหนักๆ แล้วก็นึกถึงนก สินจัย”

นก สินจัย เปล่งพานิช เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2508 นักแสดงหญิงผู้อยู่ในวงการมากว่า 26 ปี เล่นหนังมาแล้วกว่า 30 เรื่อง และละครอีกนับไม่ถ้วน เริ่มเข้าวงการจากการเป็นนางแบบให้ห้างไทยไดมารุ จากนั้นก็ได้มีโอกาสเข้าสู่วงการภาพยนตร์ไทยจากเรื่อง “ สายสวาทยังไม่สิ้น” (2525) ของหม่อมน้อย ม. ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล หลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นนางเอกของเมืองไทยตลอดกาล ไม่น่าเชื่อว่าธอห่างหายจากวงการหนังไทยแบบเต็มตัวมากว่า 18 ปี แต่กลับทุ่มเทบทแม่ให้กับเรื่อง “ รักแห่งสยาม” เพราะถูกใจบทมากจนไม่อาจปฏิเสธได้

ผลงาน ภาพยนตร์ “ สายสวาทยังไม่สิ้น” (2525), “ ช่างมันฉันไม่แคร์” (2529), “ สะแกกรัง” (2529) , “ สะใภ้” (2529), “ แสงสูรย์” (2529), “ ฉันผู้ชายนะยะ” (2530), “ ฉันรักผัวเขา” (2530), “ ไฟซ่อนเชื้อ” (2530), “ ครั้งเดียวก็เกินพอ” (2531), “ ภุมรีสีทอง” (2531), “ รักด้วยชีวิต” (2531), “ วิวาห์จำแลง” (2531), “ รักข้างแรม” (2532) ฯลฯ


พลอย เฌอมาลย์

จากนักแสดงหญิงรุ่นแม่ก็มาถึงนักแสดงสาวรุ่นลูกอีกคนบ้าง พลอย เฌอมาลย์ เรื่องนี้เธอรับบทบาทเป็น 2 ตัวละคร คือทั้ง “ แตง” ลูกสาวของครอบครัวสุนีย์ และ “ จูน” ผู้จัดการวงดนตรีของมิว ที่หน้าเหมือนกับแตงที่หายตัวไปตั้งแต่เด็กๆ

“ ตัวละครนี้มีบทบาทสำคัญมาก เราก็มองหานักแสดงหลายๆ คนที่จะมาเล่น ซึ่งนักแสดงผู้หญิงรุ่นนี้ที่น่าจับตามองมีค่อนข้างเยอะ ทีแรกเราก็ไม่ได้มองพลอยไว้ เพราะเรารู้สึกว่าพลอยเป็นรุ่นใหญ่ไปแล้ว หมายถึงอยู่แถวหน้าไปแล้ว คราวนี้คุณหนึ่งอีกแล้วก็เป็นคนแนะนำพลอยมา เราก็ลองเสี่ยงติดต่อไป พอได้มาคุยกันแล้วรู้สึกว่าจูนกันติดเร็วมาก อาจเพราะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยเลยคุยกันง่าย แล้วพลอยก็เป็นคนตรงๆ พูดกันแบบเคลียร์ๆ ไม่มีอะไร

ทางด้านการแสดงพลอยก็สามารถถ่ายทอดความเป็นทั้งจูนกับแตงได้ดีทีเดียว เสน่ห์ของตัวละครจูนก็คือมันสัมผัสกับคนหลายๆ คน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วย น้อยครั้งที่เราจะเห็นคาแรกเตอร์อย่างนี้ในหนังนะ ผู้หญิงที่ทำงานตัวคนเดียว มันเด็ดเดี่ยวดี และในฐานะที่พลอยตัวจริงเป็นน้องสาว แต่ต้องมาเล่นเป็นพี่สาว เป็นคนที่ต้องมาดูแลคนอื่นและต้องเข้าอกเข้าใจคนอื่น เลยรู้สึกว่าพลอยทำในจุดนี้ได้ค่อนข้างดี ยิ่งเวลาไปเข้าบทกับพี่นกพี่กบ นักแสดงเซ็ตนี้จะแข็งแรงมาก ”

แตง พี่สาวของโต้ง ลูกสาวคนโตของครอบครัวกรและสุนีย์ แตงเป็นเด็กสดใสร่าเริง พอจบม. ปลายเธอได้ขอพ่อแม่ไปเที่ยวกับเพื่อนที่เชียงใหม่ และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเธอหายตัวไปขณะออกไปเดินป่า การจากไปของแตงในครั้งนั้นได้เปลี่ยนชะตากรรมของครอบครัวนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

จูน ผู้ดูแลวงดนตรีของมิวที่บังเอิญหน้าเหมือนกับแตงพี่สาวผู้จากไปของโต้งอย่างแยกไม่ออก จูนถูกจ้างให้ปลอมตัว แนะนำให้เข้ามาเป็นผู้ดูแลกรที่กำลังป่วยอยู่ การเข้ามาของจูนทำให้ครอบครัวของสุนีย์ดีขึ้น และหลายอย่างทำให้สุนีย์เริ่มคิดว่า จูนนั้นอาจจะเป็นแตงจริง ๆ ก็ได้

“ พลอยหายหน้าหายตาจากวงการหนังมาพักนึงแล้ว กลับมาครั้งนี้ก็เป็นหนังแนวรัก เป็นความรักที่อบอุ่นของหลายชีวิต เรื่องนี้พลอยเล่นเป็น 2 บทบาท เป็นหนังที่ตัวพลอยเองชอบมากๆ ตั้งแต่อ่านบทแล้ว รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้จะให้อะไรกับเราหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องความรัก ที่ทำให้พลอยรู้ว่า โลกนี้ถ้ามันไม่มีความรักคนเราก็คงอยู่ไม่ได้ เพราะรักจริง ๆ เพราะรักอย่างเดียวที่ทำให้คนเราเป็นได้มากขนาดนี้”

พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2525 นักแสดง- นางแบบ แถวหน้าของเมืองไทย น้องสาวคนเดียวของนักแสดงสาว นุ่น- สินิทรา พลอยเริ่มเข้าวงการจากการถ่ายโฆษณานีเวียตอนอายุ 11 ขวบ จากนั้นก็ถ่ายมิวสิควิดีโอ ถ่ายโฆษณา เรื่อยมาจนเป็นนางเอก ด้วยความสามารถที่หลากหลาย เธอรับทั้งงานละคร ภาพยนตร์ ถ่ายแบบ พิธีกร รวมถึงนัดจัดรายการวิทยุอีกด้วย ภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอในวงการก็คือ “Goodbye Summer เอ้อเหอเทอมเดียว” ในปี 2539

ผลงาน ภาพยนตร์ “Goodbye Summer เอ้อเหอเทอมเดียว” (2539) “ เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล” (2546), “ สตางค์” (2543) “ บุปผาราตรี 1” (2546), “ แมนเกินร้อย แอ้มเกินพิกัด” (2546), “The Park สวนสนุกผี” (2546), บุปผาราตรี 2 (2548)


ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี

มาถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ฝ่ายชายกันบ้าง กบ ทรงสิทธิ์ ที่เรื่องนี้พลิกคาแรกเตอร์จากผู้ชายมาดอบอุ่นดูดีไปเป็น พ่อผู้สิ้นหวังและท้อแท้ในชีวิต กลายเป็นคนติดเหล้า ปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรม ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่ายังไม่เคยเล่นหนังที่ต้องไว้หนวด ปล่อยเนื้อปล่อยตัวขนาดนี้ และยังต้องร้องไห้เยอะอีกด้วย

ผู้กำกับเล่าให้ฟังว่า “ คนจะรู้จักพี่กบที่เป็น ทรงสิทธิ์ ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ดูเป็นผู้ชายอบอุ่น ดูเป็นพี่ชาย ซึ่งถูกต้องแล้ว ตอนต้นเรื่องเค้าก็เป็นพ่อที่น่ารักนะ เป็นพ่อที่อบอุ่น ดูแลลูก เข้าใจลูก แต่แล้ววันหนึ่งความรู้สึกผิดแค่ครั้งเดียวที่มันเปลี่ยนชีวิตเค้าไปเลย เพราะเค้าไม่ใช่คนที่เข้มแข็งขนาดที่จะลืมทุกอย่างได้ เขาก็เลยหาทางออกด้วยการกินเหล้า เพื่อที่จะลืม แต่ยิ่งกินก็ยิ่งทำให้มันจำ มันตกอยู่ในความรู้สึกตรงนั้น ซึ่งก็ถูกต้องแล้วที่บทนี้เป็นพี่กบ

ส่วนในด้านการทำงาน พี่กบก็เป็นคนที่ทำการบ้านมาละเอียดมาก อ่านบทและก็ทำความเข้าใจ เราก็จะปรึกษากันในหลายๆ เรื่อง อีกอย่างพี่กบเป็นคนร้องไห้เก่งมาก คือเราเข้าใจว่าผู้ชายจะร้องไห้ยาก แต่ว่าพอเป็นพี่กบแล้ว แป๊บๆ น้ำตาก็ออกแล้วแล้ว บางทีรู้สึกว่าเค้าเข้าใจบทเยอะกว่าเราอีก ด้วยความที่เค้าเป็นผู้ใหญ่ด้วยมั้ง ”

กร พ่อของโต้งผู้พ่ายแพ้ต่ออดีตอันเจ็บปวดจนไม่อาจหาทางออกให้กับตัวเองได้ กรเคยเป็นพ่อที่ดีและรักลูกเมียมาก แต่การสูญเสียลูกสาวในครั้งนั้นทำให้เขาโทษตัวเองและจมทุกข์อยู่กับความผิดพลาดของตัวเอง กินแต่เหล้าจนกระทั่งรางกายทรุดโทรมลงไป ไม่นานเขาก็กลายเป็นคนติดเหล้าและความจำเลอะเลือน

“ เรื่องนี้เป็นหนังไทยที่พูดถึงมุมมองเล็กๆ มุมหนึ่งในครอบครัวที่มันไม่เคยเห็นในหนังไทย ชอบตรงแนวความคิด ตั้งแต่เริ่มอ่านบทแล้ว อีกอย่างส่วนตัวเล่นเรื่องนี้ไม่เหมือนทุกเรื่อง คือหลายๆ เรื่องส่วนใหญ่จะรวย ดูดีมีชาติตระกูล แต่เรื่องนี้เป็นคนปกติธรรมดา ต้องเล่นเป็นคนติดเหล้าด้วย ซึ่งก็จะต้องปล่อยเนื้อปล่อยตัว ลดน้ำหนัก ไว้หนวด ซึ่งยังไม่เคยเล่นอะแบบนี้ และก็เป็นหนังเรื่องแรกที่ต้องร้องไห้เยอะที่สุดเลยด้วย”

กบ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2510 เริ่มเข้าวงการด้วยการถ่ายแบบ จากนั้นก็เข้าสู่อาชีพนักแสดงด้วยการชักชวนของ มล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้แสดงละครเรื่องแรกชื่อ " เดอะ ผับ" ตั้งแต่อายุ 21 หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเล่นละครเวที และแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก “ เผื่อใจไว้ให้กันสักหน่อย” (2532) เป็นเวลาเดียวกับที่ทำอัลบั้มชุดแรก “ เผื่อใจไว้” จากนั้นภาพของนักร้องเสียงนุ่มคนนี้ก็เป็นที่รู้จักในวงการเพลง และเขาก็ได้สร้างผลงานเพลงที่ประทับใจและน่าจดจำอีกมากมาย เช่น เพลงปาฏิหาริย์, ขีดเส้นใต้, รักของเราไม่เก่าเลย ฯลฯ

ผลงาน ภาพยนตร์ “ เผื่อใจไว้ให้กันสักหน่อย” (2532), ขังแปด (2545), มหัศจรรย์พันธุ์รัก (2547)

 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.