
สุทิน (ลีโอ พุฒ) ชายหนุ่มวัย 25 ปี มีอาชีพขายเสื้อผ้ามือสอง หลงใหลในดนตรีฮาร์ดคอร์ สุทินเป็นชายหนุ่มเปิ่น ๆ ลีลาทะเล่อทะล่า จริงใจ ใสซื่อ เขาฝันอยากมีชื่อเสียง และอยากได้ แลมมี่ นางแบบสาวสุดฮ็อตมาเป็นคู่ใจ จนกระทั่ง น้ำเชื้อ ของเขา ก็ทำให้เขาได้ประจันหน้ากับเธออย่างจัง แต่มันทะแม่ง ๆ ยังไงอยู่นา
ในเรื่องผมจะเป็นคนที่ชอบเล่นดนตรี แต่เป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ย้ำคิดย้ำทำด้วย จะชอบนางเอกที่เป็นซูเปอร์สตาร์มาก และทำทุกวิถีทางที่จะได้ใกล้ชิดกับนางในฝัน บทนี้ก็ยากนะครับ เพราะเราจะต้องพูดสำเนียงใต้ติดทองแดง ต้องตีความอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองก็จริง แต่พอผ่านงานมาเยอะ ๆ ก็ค่อยเริ่มมั่นใจในตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ หมายความว่าเวลาเราเล่นแล้วเกิดความลังเล เราก็จะรู้ว่าเราควรจะเล่นอย่างไรกับบทที่มี

แลมมี่ (พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์) นางแบบสาวสุดฮ็อตของวงการ เบื้องหน้าดูหรูหรา โฉบเฉี่ยว เปรี้ยวจนน่าหมั่นไส้ แต่ตัวจริงผิดกับภาพที่แสดงออกมาอย่างมาก และแม้เธอจะมีกิ๊กมากมาย แต่ก็ไม่เคยเจอคนที่ใช่ซักที และแล้ววันหนึ่ง เธอก็ต้องเข้ามาชุลมุนชุลเกกับเหตุการณ์พิลึกพิลั่นสนั่นเมืองเข้าให้ แต่นี่มันก็อาจทำให้เธอได้เจอรักแท้ก็ได้ ใครจะไปรู้
จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้หนักใจอะไรกับบทนี้นะคะ แต่ก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะเราไม่ใช่ผู้หญิงเปรี้ยวอย่างเรื่องนี้ ก็ต้องปรับตัวเอง ต้องมั่นใจเสมอ ต้องเดินหลังตรง ต้องวีน ๆ เสียงแหลม ๆ ตลอดเวลา แถมยังต้องเล่นกับซีจีอีกด้วย มันก็ท้าทายไปอีกแบบค่ะ

ด็อกเตอร์ (สมเล็ก ศักดิกุล) นักวิทยาศาสตร์ที่อาศัยอยู่ในตำบลเดียวกับสุทิน มีความมุ่งมั่นและรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ ชอบทดลองและประดิษฐ์ข้าวของแปลกประหลาดไว้เซอร์ไพรส์ลูกสาว โดยกว่าจะรู้ว่า บางสิ่งประดิษฐ์ห่าม ๆ ของเขานั้นนำมาซึ่งความโกลาหล (แบบฮาก๊าก ๆ) ก็เกือบจะสายเสียแล้ว
ผมเคยร่วมงานกับพี่สมเล็กมาแล้ว เขาก็ฉายแววแพรวพราวเกินยั้ง แต่เรื่องนี้ผมอยากจะปรับลุคแก ไม่ให้แกปล่อยมุขเยอะ ให้แกกั๊ก ๆ ไว้บ้าง ให้แกนิ่งขึ้น แต่แกก็ยังมีมุขเกิน ๆ มาบ้างตามสไตล์พี่แกน่ะครับ แต่พี่สมเล็กก็เหมาะมากกับบทด็อกเตอร์สติเฟื่องนี้ครับ แบบว่าเล่นได้ผ่านฉลุยเนียน ๆ เลยครับ ผู้กำกับว่าไว้

ลูกสาวด็อกเตอร์ (ดลรส เดชะประทุมวัน) สวย ใส ไร้เดียงสา ชอบทำท่าเซ็กซี่โดยไม่ตั้งใจ มีความเก่งกาจ และเฉลียวฉลาด เป็นผู้ช่วยของพ่อในห้องปฏิบัติการ และเป็นกุญแจสำคัญตัวหนึ่งในการช่วยเหลือพระเอกของเรื่อง
เคยถ่ายแบบมาก่อนหน้านี้ค่ะ ทีนี้ทีมงานเรียกไปแคสต์ ก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะ กับหนังเรื่องแรก ก็ต้องทำการบ้านเยอะค่ะ เรื่องนี้ปุ้มรับบทเป็นลูกสาวของด็อกเตอร์ที่แก่นแก้ว แสนซน เซ็กซี่เล็ก ๆ ก็สนุกดีค่ะ ที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นพี่ ๆ ที่เก่ง ๆ หลายคน ยังไงก็อยากให้ติดตามชมกันค่ะ รับรองฮาแน่ ๆ ค่ะ
ประเสริฐ (ฟักกลิ้งฮีโร่-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก) เพื่อนสนิทข้างห้องของสุทิน ที่อยู่ร่วมวงเดียวกับสุทินด้วย ประเสริฐจำเป็นต้องฮาร์ดคอร์ตามเพื่อน แม้ว่าลึก ๆ ในใจจะชอบฮิพฮ็อพก็ตาม นอกจากนี้ยังคลั่งไคล้เรื่องมนุษย์ต่างดาวอย่างหาตัวจับยาก
เล่นเป็นเพื่อนของพระเอกครับ เป็นตัวที่เพื่อนชอบร็อค มันก็จะเฮไปตามร็อค แต่ว่าใจจริง ๆ มันอยากเป็นฮิพฮ็อพมากกว่า ในบทก็จะพูดด้นสดเป็นฮิพฮ็อพ ค่อนข้างจะเป็นคาแร็คเตอร์ซื่อ ๆ และมักจะโดนเพื่อนแกล้งเสมอ เป็นคนน่ารักเหมือนลูกหมีน้อยกลอยใจน่ะครับ เลยโดนคนอื่นแกล้งอยู่เสมอ (หัวเราะจังหวะฮิพฮ็อพ)
สุรชัย (สอง พาราด็อกซ์) เพื่อนในวงดนตรีของสุทิน ชอบเก๊กหล่อ เป็นคนเดียวในวงที่มีมาดเยี่ยงพระเอก ปากร้ายใจร้าย ชอบพูดเกทับเพื่อนฝูงอยู่ตลอด แต่ใจจริงก็เป็นคนที่รักเพื่อน
เป็นเพื่อนที่นิสัยไม่ค่อยดี ขี้อิจฉา อยากเด่นกว่าพระเอก ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเด่นที่สุดในวงให้ได้ ส่วนคาแรกเตอร์ก็จะประมาณว่าเข้ม ๆ หน่อย โกงได้ก็จะโกง ก็จะมีการแกล้งต่าง ๆ นา ๆ ก็อยากเล่นมาก โดยปรกติแล้วเป็นคนขี้อาย แต่ในเรื่องจะต้องเข้ม ๆ จะต้องแกล้งพระเอก คอยด่า โวยวาย ก็จะมีการเตรียมตัวซ้อมบทมากหน่อย
อนันต์ ( ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์) เพื่อนร่วมวงอีกคนหนึ่งของสุทิน ที่ดูดิบ ๆ เถื่อน ๆ เขามีความเชื่อว่า ตัวเองเป็นผู้ชายเหนือผู้ชาย เป็นแมนที่สุด แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขาชอบ และกระทำออกไปทางผู้หญิงค่อนข้างมาก
คาแร็คเตอร์เป็นมือกลองที่สับสนทางเพศ เป็นผู้ชายที่แบบร็อคฮาร์ดคอร์แต่แอบแต่งตัวแบบบอย จอร์จ (Boy George ) เล็ก ๆ ข้างใน แต่พอวันหนึ่งมีคอนเสิร์ตก็ต้องขอเต็มที่กับชีวิตสักวันหนึ่ง ในชีวิตก็ไม่เคยเล่นดนตรีมาก่อน ก็ต้องหัดตีกลอง เพราะว่าต้องร้องเพลงตีกลองเป็นผู้ชาย แค่นั้นยังไม่พอ ต้องแอบมาเป็นแต๋วซ้อนอีกบุคลิกหนึ่ง มันกลับไปกลับมาก็สับสนอยู่พอตัวค่ะ เอ้ย...ครับ
ประวัติผู้กำกับ

พ.ศ. 2545 - เริ่มออกลายกำกับหนังสั้น ขุนกระบี่ภาค 1 และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และรางวัลภาพยนตร์โดดเด้ง จากการประกวดภาพยนตร์สั้นของ Fat Film
พ.ศ. 2546 -ชักเริ่มมันเลยกำกับหนังสั้น ขุนกระบี่ภาค 4 ต่อ จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศ จากการประกวดภาพยนตร์สั้นของ Fat Film และได้โกอินเตอร์ไปฉายโชว์ที่เทศกาลหนังประเทศไอร์แลนด์
- ไว้ลายกำกับหนังสั้น ผู้ชนะ จนชนะใจกรรมการได้รับรางวัลชนะเลิศ และรางวัลป๊อบปูล่าโหวต จากการประกวดภาพยนตร์สั้นของ Fat Film
พ.ศ. 2547 - เริ่มฉายแววนักแสดงรับเชิญเพียงเสี้ยววินาที แบบตาดีได้ตาร้ายเสีย (ฮา) ในเรื่อง เอ็กซ์แมน แฟนพันธุ์เอ็กซ์
- เปิดซิงขึ้นแท่นผู้กำกับหนังใหญ่ครั้งแรกกับ ขุนกระบี่ ผีระบาด (ฟิล์มบางกอก) และเรียกเสียงฮือฮาทันทีที่ออกฉาย จนต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ขุนกระบี่ ฮีโร่ OTOP อย่างที่ไม่มีหนังไทยเรื่องไหนเคยทำมาก่อน (ฮาอีกแล้ว)
พ.ศ. 2548 - ปล่อยหมดแม็กกับบทบาทรับชวนในหนังสั้นเรื่อง มาลัยเสี่ยงรัก นี่ถ้าได้บทนำเต็ม ๆ ในหนังยาวซักเรื่องล่ะก็ ออสการ์ก็ออสการ์เถอะ ไม่ต้องพูดถึง :P
พ.ศ. 2550 - นั่งลุ้นรายได้หนังใหญ่เรื่องที่สอง อสุจ๊าก (สหมงคลฟิล์ม) จนตัวโก่ง พร้อม ๆ กับบังเกิดไอเดียหนังแนว ๆ อีกหลายเรื่องตามสไตล์เค้าล่ะ
|