สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
มากับพระ   (English title: The Golden Riders)      in English
  พระนครฟิลม์
  สารบัญหน้านี้: เรื่องย่อ   โปสเตอร์   แคแรคเตอร์นักแสดง  สัมภาษณ์ิผู้กำกับอุดม อุดมโรจน์
   
 

กำกับภาพยนตร์โดย อุดม อุดมโรจน์
บทภาพยนตร์โดย ทองขาว มะขามป้อม
ที่ปรึกษาบทภาพยนตร์ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล, วิจิตร ขจรประภาสันต์, อรัญ สุวัฒน์วงษ์ชัย, สุขุม เมธาวนิช, ธีระวัฒน์ รุจินธรรม, บุญส่ง นาคภู่, วัชรพงศ์ สุวรรณมณี
ที่ปรึกษาด้านการผลิต พูนศักดิ์ อุทัยพันธุ์

เรื่องย่อ

บนขบวนรถไฟที่กำลังมุ่งสู่ตอนเหนือของประเทศไทย เณรเล็ก ( อ๊อฟ แฟนฉัน) เณรบวชใหม่ลูกเศรษฐีที่พ่อขอร้องให้บวชเณร เนื่องจากความเชื่อเรื่องดวงชะตา จึงส่งไปอยู่ ณ วัดบนดอยสูง ในการเดินทางครั้งนี้ เณรเล็กได้พบกับ พล( วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ชายหนุ่มตกอับที่หนีปัญหา เดินทางโดยไร้จุดหมาย และ แตงโม ( ปู ไปรยา ) สาวสวยที่ไม่เข้าใจในรัก เลิกกับแฟนเดินทางกลับบ้านเกิด เรื่องวุ่น ๆ ก็เริ่มต้น เมื่อทั้ง 3 คนได้รู้จักกันแบบไม่ตั้งใจ

เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เชียงราย เณรเล็กมุ่งตรงสู่วัดทองพันชั่ง อันมี หลวงพี่สิทธิ์ ( อัมรินทร์ นิติพน) เจ้าอาวาสอารมณ์ร้อน ส่ง เณรโก๊ะ ( โก๊ะตี๋ อารามบอย) ขี่ม้าไปรับขึ้นดอย และที่วัดแห่งนี้ เณรเล็กได้รู้จัก พระหลับ ( กล้วย เชิญยิ้ม) และ หลวงปู่ ( นพดล ดวงพร) เรื่องวุ่น ๆ แบบธรรมหรรษาก็เกิดขึ้น นับตั้งแต่ก้าวแรกของเณรเล็ก

ส่วนพลกับแตงโมได้พบกันอีกครั้งด้วยกรรมบันดาล แตงโม จอมหาเรื่องได้ถูกพลช่วยเหลือ ให้หนีรอดปลอดภัยจากแก๊งค์ป่วนคาราโอเกะ และเริ่มสัมพันธ์เรื่อยมา โดยมี กำนันยศ ( พิศาล อัครเศรณี) เป็นตัวสร้างเรื่อง ไม่ว่าทั้งทางโลก และทางธรรม แล้วปัญหาต่างๆก็ใหญ่ขึ้น เมื่อ โทนี่( สมชาย ศักดิกุล) ชายแปลกหน้าเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวหมู่บ้านและวัดทองพันชั่ง เหล่าพระเณร รวมทั้งพลและแตงโม ต่างงงในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จนวัดทองพันชั่งเกือบถูกทำลาย.........

นักแสดง

อัมรินทร์ นิติพน รับบท หลวงพี่สิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดทองพันชั่ง เป็นพระหนุ่มนักพัฒนา  มุ่งหวังจะให้ชาวบ้านเลิกงมงายกับความเชื่อเรื่องผี จนไม่มีใครยอมใส่บาตร เลยต้องขี่ม้ารับบิณฑบาตรในอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกล

วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท พล ชายหนุ่มที่เจอกับปัญหาชีวิตในเมือง จนต้องหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวงเพื่อหาที่สงบจิตใจ จนได้มาพบกับหลวงพี่สิทธิ์ผู้ชี้ทางสว่างและร่วมกันพัฒนาวัดทองพันชั่ง

ปู ไปรยา รับบท แตงโม ลูกสาวของกำนันยศ อกหักสิ้นหวังกับชีวิตเลยกลับบ้านเกิดเพื่อรักษาแผลใจ แต่เมื่อได้มาเห็นความยากลำบากของชาวเขา จึงร่วมมือกับหลวงพี่สิทธิ์และพล ช่วยพัฒนาวัดทองพันชั่ง จนมีเรื่องขัดใจกับพ่อ

เสาวลักษณ์ ศรีอรัญญ์ รับบท ลิ้นจี่ พี่สาวคนสวยของแตงโม เป็นหญิงชาวบ้าน สนิทกับน้องสาวมาก ปรึกษาได้ทุกเรื่อง

โก๊ะตี๋ อารามบอย รับบท เณรโก๊ะ เณรรุ่นพี่เณรเล็ก ซุกซน เป็นหัวโจกที่ทำให้พระหลับ และเณรเล็ก อาบัติอยู่เสมอ

อ๊อฟ แฟนฉัน รับบท เณรเล็ก เณรน้อยที่ถูกแม่ตามใจ รักสนุกตามประสาเด็ก แต่ถูกพ่อดัดนิสัยด้วยการส่งมาอยู่ที่วัดทองพันชั่ง

กล้วย เชิญยิ้ม รับบท พระหลับ รักการสอนหนังสือเด็ก มีนิสัยชอบหลับมักจะหลงคารม 2 เณรน้อยจนเกิดเหตุอาบัติบ่อยครั้ง

นพดล ดวงพร รับบท หลวงปู่ พระลูกวัด ฯ อายุมากกว่าหลวงพี่สิทธิ์แต่เป็นพระรุ่นน้อง เคร่งพระธรรม ชอบนั่งสมาธิตอนกลางคืน ผู้ให้แง่คิดและปรัชญาทางธรรมอยู่เสมอ

พิศาล อัครเศรณี รับบท กำนันยศ กำนันผู้เป็นนายทุนใหญ่ในพื้นที่ เป็นพ่อของแตงโม ครอบคลุมกิจการ ส่วนใหญ่ในพื้นที่ทั้งหมด โลภมากอยากได้ทองที่โทนี่มา นำเสนอ ถึงกับจะทำลายโบสถ์

สมชาย ศักดิกุล รับบท โทนี่ โจรขโมยทองคำที่นำมาฝังไว้ในวัดทองพันชั่งและหลอกใช้กำนันยศให้เป็นพวกเพื่อยึดวัด

นฤมล นิลวรรณ รับบท แม่แตงโม หญิงพื้นเมือง เป็นเมียของกำนันยศที่เชื่อฟังสามี ไม่ว่าจะผิดขนาดไหน เรื่องของลูกสาวทั้งสอง ก็ปล่อยให้สามี ตัดสินใจทุกอย่าง

รุ่ง สุริยา รับบท ศักดิ์ชาย อบต.หนุ่มที่หลงรักแตงโม ตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า ขี้โม้โอ้อวด ปากหวาน

ปลาคราฟ เชิญยิ้ม รับบท เล่าซื้อ พ่อค้าเร่ใจง่าย เจ้าชู้ ทำให้บ่อยครั้งต้องเสียของเพราะหลงคารมผู้หญิง

ดลกมล ศรัทธาทิพย์ รับบท ลิเกบ้า อดีตพระเอกลิเกเก่าสติไม่ดี หนีมาอาศัยอยู่วัด สุดท้ายพวกลิเก ตามมาเจอ พาไปรักษาจนหาย

เอ็ดดี้ ผีน่ารัก รับบท ลำไย ลูกน้องคนสนิทของโทนี่ที่คอยติดตามช่วยเหลือ เพื่อต้องการได้ทองมาเป็นของตนเอง

ประวัติผู้กำกับอุดม อุดมโรจน์

การศึกษา: จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ และ ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

ผลงาน:
- อาร์ตไดเรกเตอร์ ให้กับภาพยนตร์เรื่อง เทพธิดาโรงงาน , นิจ , เงินเงินเงิน , ป.ล.ผมรักคุณ , เมียแต่ง

- กำกับภาพยนตร์เรื่อง โปรดทราบคิดถึงมาก , ปุกปุย , บุญตั้งไข่ , คู่แท้ 2 โลก , คนป่วนสายฟ้า สารคดีเรื่อง การจราจรเทิดพระเกียรติในหลวง,

- กำกับละครเรื่อง คู่รัก 2 ชาติ

- โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง 9 พระคุ้มครอง , ละครเรื่อง หักเหลี่ยมกุหลาบและกำแพงรัก

รางวัล - ได้รับรางวัลจากภาพยนตร์เรื่อง คู่แท้ 2 โลก

สัมภาษณ์ผู้กำกับอุดม อุดมโรจน์

1.ไม่ได้กำกับหนังมานานเท่าไหร่แล้ว
ไม่ได้กำกับมา 6 ปี หลังจากคนป่วนสายฟ้า 1999 หยุดไปกำกับละคร คู่รักสองชาติ กำกับโฆษณา เป็นโปรดิวเซอร์เรื่องเก้าพระคุ้มครอง กับละคร กำแพงรัก กับหักเหลื่ยมกุหลาบ

2.ทำไมถึงกลับมากำกับหนังอีกหน
การไปเป็นโปรดิวเซอร์ทำให้เรารู้ว่ามันเหนื่อย เหนื่อยกว่าการกำกับหนัง การกำกับหนังเวลาเหนื่อยมันยังมีความรัก แต่การเป็นโปรดิวเซอร์นี่พอเหนื่อยแล้วมันไม่รัก วันหนึ่งเจอเป็นเอก รัตนเรืองเขาก็พูดกับผมว่า “พี่ดมเข้าใจคำพูดผมหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่ผมจะบอกว่าพี่ดม เราน่ะเป็นกะหรี่ที่ดี  เราไม่ใช่แม่เล้าหรอก”

คือถ้าคุณเป็นกะหรี่คุณเป็นกะหรี่ที่ดี  แต่ประพฤติตัวเป็นแม่เล้าไม่ได้ เราไม่ได้เกิดมามีความคิดเป็นโปรดิวเซอร์

3.จากครั้งล่าสุดที่ได้กำกับ กับปัจจุบัน การทำงานมีความแตกต่างไหม ข้อดีข้อเสียต่างกันไหม แล้วข้อคิดที่เปลี่ยนไป
ถ้าถามว่าเปลี่ยนมันเปลี่ยนตลอดเวลา ตั้งแต่ทำหนังเรื่องแรกจนมาถึงคนป่วนสายฟ้านี่มันก็เปลี่ยนตลอดเวลา มันเรื่องปกติ แต่ว่าการที่สังคมเปลี่ยน กระแสเปลี่ยนคุณอยู่กับมันหรือเปล่า เอ้าท์ออฟแฟชั่นหรือเปล่า ถ้าคุณไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่ต้องกลัว

ข้อดีข้อเสียไม่ต่างกัน เพราะพูดถึงสภาพหนังไทยจริงๆ นี่ สภาพการลงทุนก็เหมือนดีมานกับซัพพลาย ถ้าจะเติบโตกว่านี้คุณต้องมีสายหนัง มีการตลาดที่มันกว้างกว่าปัจจุบัน เพราะการตลาดที่กว้างกว่าก็จะทุนมีเม็ดเงินที่จะเข้ามาลงทุนมากกว่าปัจจุบัน ถ้าถามว่าหนังไทยจะไปไม่ไป ต้องตอบว่าไปไม่เป็นอุตสาหกรรมจริงๆ มันไปเหมือนยังเหมือนธุรกิจครัวเรือนมากกว่า ถ้าทุกอย่างรวมเป็นแพคจริงๆ ขึ้นมาได้ว่านี่คือภาพยนตร์ไทย มันก็จะพัฒนาขึ้น

4. เรื่อง นี้ต่างจากเรื่องอื่นที่เคยทำมาก่อนหน้านี้อย่างไร
มันต่างทุกเรื่อง พอเราเริ่มทำโปรเจคใหม่ทุกครั้ง เราคิดว่าภาพยนตร์เหมือนลูกคนใหม่ที่เราให้กำเนิดเราต้องดูแลให้ดีที่สุด ลูกทุกคนมีปัญหาตลอด แต่ปัญหาไม่เหมือนกันเราต้องมีการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาไม่เหมือนกัน เราก็ต้องเลี้ยงดูให้ดีและแข็งแรง

5.แล้วทำไมเลือกทำเรื่องมากับพระนี้ และเลือกทำหนังกับพระนครฟิลม์
จริงๆ แล้วเอาโปรเจคอีกโปรเจคหนึ่งมาเสนอกับเขา ซึ่งในมุมพระนคร เรื่องสนุกแต่มองเรื่องการตลาดก็มีส่วน พี่ฑิต (คุณบัณฑิต ฤทธกล) เล่าให้เฮียจุ้ย(คุณธนพล ธนารุ่งโรจน์) ฟังว่าพี่อุดมเป็นคนนิสัยอย่างนี้ๆๆ อุดมถนัดประมาณอย่างนี้ วันหนึ่งเฮียจุ้ยนั่งบนเครื่องบินการบินไทย แล้วเขาก็ดูสารคดีพระขี่ม้าที่เชียงราย เป็นสารคดีเกี่ยวกับพระบนดอยที่ต้องขี่ม้าไปบิณฑบาตเพราะระยะทางจากวัดไปบ้านคนไกลมาก พอได้ไอเดียแล้วเอามาคุยว่าคุณแฮปปี้ไหม ผมมีจุดขายคือพระบนหลังม้า ส่วนจินตนาการก็คงต้องว่ากัน ในจังหวะที่คิดแหลม (คุณธวัชชัย พันธุ์ภักดี/โปรดิวเซอร์) ช่วยคิดดีเทล หมายถึงดีเทลตัวละครเพื่อการตลาด แต่เขาไม่ได้บังคับเราต้องมีอย่างนี้ แต่เรามองว่าถ้ามีอย่างนี้แล้วมันจะสนุกยังไง ถ้าตัวนี้ไม่สนุกเราไม่เอา ได้คุยกับหลายๆ คน ส่วนคนที่เป็นเมนคือ ทองขาว มะขามป้อม คือคนที่ร่วมเขียนบท ปุกปุยด้วยกัน เพราะว่าอะไรที่เกี่ยวกับโฟรคอาร์ทนี่ทองขาวเขาจะเก่งมาก หรือความเป็นศิลปะพื้น มีความเป็นออริจินัลของไทยในไทย ทองขาวเขาจะเข้าใจศิลปวัฒนธรรมเยอะมาก

6.หนังเรื่องนี้มีการเล่าเรื่องแบบไหน
วิธีเล่าเรื่องไม่ได้คิดอะไรยากๆ เลย เอาคำพูดของพระพุทธเจ้ามาก็คือ มนุษย์เหมือนบัวสี่เหล่า คือมีตั้งแต่บัวพ้นน้ำ บัวปริมน้ำ บัวใต้น้ำ บัวใต้ตม ภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะเสนอในลักษณะ บัวซึ่งเริ่มขึ้นจากน้ำ โดยวิธีการของพระพุทธเจ้าคือการเล่านิทาน ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เหมือนกันกับการเล่านิทาน เป็นนิทานที่เราสร้างมันขึ้นมาคิดขึ้นมาแล้วเอาคำสอนเข้าไป ผ่านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีสิ่งเหล่านี้ออกมา เน้นเรื่องคนหลายๆหมู่เหล่าที่มารวมกัน เหตุการณ์ที่เกิดบริเวณวัดทองพันช่าง มันมีเหตุการณ์ประเภทใดบ้างมีคนประเภทใดบ้าง

เราไม่ได้มองว่าเป็นมุมมองสากล แต่เราเสนอความเป็นไทยที่ฝรั่ง เมืองนอกไม่ได้รู้สึกขัดขืน มันดูได้ อ้อ คนไทยเป็นอย่างนี้ หนังเรื่องไม่ได้มีโครงแบบฝรั่ง มีตัวละครแบบฝรั่ง เป็นตัวละครที่คนไทยเห็นๆนี่แหละ ยอมรับว่าบางมุขฝรั่งอาจจะไม่เก็ท อย่างมุขหลวงพ่อคูณ จริงๆ เราทำหนังให้คนในประเทศดูเข้าใจก่อน คือเราจะไปสู้รบกับใคร บ้านเราต้องดีก่อน ถ้าบ้านเรายังไม่ดีอย่าไปหวังว่าเราจะไปรบกับคนอื่นเลย

5. เรื่องบทที่เกี่ยวกับทางสงฆ์มีการเตรียมตัวอย่างไร
ทุกอย่างต้องเตรียมหมด เรื่องนี้จะไม่พยายามทำโดยไม่รู้จริง ยกตัวอย่างเช่นติดต่อกับคุณบุญสืบ ซึ่งเขาบวชมาเป็นเวลาสิบปี เพื่อมาดูแลเกี่ยวกับดีเทลทางพระ แม้แต่บทสวดในหนัง เราตั้งใจทำไม่เผาซี้ซั้วขึ้นมา ทุกอย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ไม่มีอะไรหมิ่นศาสนา คือ เรื่องที่เล่าไม่ได้พูดว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนามหัศจรรย์มีอิทธฤทธิ์ แต่เป็นศาสนาที่พูดถึงความงามของโลกความสงบ การหลุดพ้นจากทุกข์

6.ห่วงเรื่องกระทบศาสนาไหม
หนังเรื่องนี้ ถ้าดูต้นๆ จะดูรู้สึกอยากรู้ว่าคุณจะเล่าเรื่องแบบไหน พอดูจนจบคุณจะเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เล่าเรื่องขนาดยกยอปอปั้น ว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนามหัศจรรย์พันลึก แต่เราเล่าเรื่องโดยยึดเอาพระธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระก็ไม่ใช่พระที่มีอิทธิฤทธิ์หรือดูดีจนจับต้องไม่ได้ พระคือคนที่บวชในศาสนาซึ่งแบบเป็นลำดับขั้น ลำดับขั้นนี่ไม่ได้หมายถึงยศนะ หมายถึง ระดับสภาพจิต มีการพัฒนา แม้แต่พระที่เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งเปิดเรื่องเป็นคนเจ้าอารมณ์ ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาจิตไปจนฉากสุดท้าย สุดท้ายคนเราก็มีการพัฒนาจิต ถ้าเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เขาก็จะได้รับสิ่งที่ถูกต้อง

7.ได้ข่าวว่ามีปัญหาเรื่องโลเคชั่นการถ่ายทำบ้าง
ด้วยเพราะเนื้อเรื่องที่มันสมจริง พอเราต้องการให้มันสมจริงนี่โลเคชั่นที่เราใช้นี่ ก็เลยถ่ายบนเขาจริงๆ ที่เสมิง จ.เชียงใหม่ หนังเรื่องนี้เป็นการท้าทายของทุกคนที่ร่วมทำงาน ตั้งแต่นักแสดงทีมงานทุกฝ่ายเพราะว่ามันเป็นโลเกชั่นไม่ธรรมดา บางโลเกชั่นรถเข้าไม่ถึงเราต้องเดินห้าโลสิบโลเพื่อจะไปเอาโลเกชั่น ที่สวยงามตรงนั้นเอาให้ได้ ต้องมีการเซ็ทฉากวัด เรื่องจริงคือเราไม่สามารถหาวัดให้ตรงกับบทได้ เราต้องสร้างวัดขึ้นมา และวัดที่เราสร้างคุณจะไม่มีอะไรเลย ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีอาหาร คุณจะตัดไม้ทำลายป่า คุณจะหาอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างอยู่ในสภาพฝ่ายศิลป์ต้องอดทนอย่างสูง เจอสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวพายุ พายุนี่คือพายุจริงๆ แบบว่าน่าใจหายคุณอยู่บนภูเขาอยู่ๆ มีพายุพัดเหมือนตัวคุณจะปลิวตกภูเขาไปเลย ซึ่งก็มีคนตกเขาจริงๆ คนขาหักจริงๆ ที่พูดนี่คือต้องไปเจอสภาพจริงๆ ถึงจะเข้าใจว่า เวลามันหนาวนี่มันหนาวแบบจริงๆ พายุเข้าเหมือนอยู่กลางมหาสมุทรของลมเลย เท่ากับหนังเรื่องนี้เจอทุกสภาพ

8. หนังเรื่องถ่ายทำไปนานเท่าไหร่
6 เดือน เพราะว่าพอดีนักแสดงเยอะ และนักแสดงแต่ละคนมีงานอื่นเยอะมาก การที่จะเอาคิวมาชนกันยาก คือทุกคนให้คิวหมดแต่หาคิวที่ตรงกันยาก แล้วถามว่าทำไมไม่ถ่ายเจาะ ถ้าถ่ายเจาะ เราก็เผางานอีก ไม่อยากทำงานที่ได้เรียกว่าเผา หนังง่ายๆ ถ้าไม่มีคิวคุณก็ถ่ายเจาะเอา เอาตัวละครซึ่งไม่ต้องร่วมกันก็ได้แต่ถ่ายเหมือนร่วมเหตุการณ์กัน ถามจริงๆ ในพ.ศ.นี้ และคนดูหนังไทยก็ไม่ได้เป็นคนโง่ เขาเป็นคนฉลาด คุณทำอะไรแย่ๆ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ตำหนินะ เขาจะด่าคุณยังทำกันอย่างนี้อยู่เหรอ อย่าว่าแต่คนมีการศึกษา แม่ค้าเขายังด่าเลย คือเราไม่มีนโยบายถ่ายเจาะ

9. จากที่ดูไปพอใจกับหนังแค่ไหน มันตอบไม่ได้เพราะว่าในมุมของผู้กำกับแต่ละคนจะมองคำว่าพอใจไม่เหมือนกัน ตัวพี่ๆ มองว่า ชีวิตงานเราๆไม่ควรพอใจอะไร เมื่อไหร่พอใจเราก็ควรจะหยุดทำงาน ออกมาได้แค่นี้ เราคิดว่ามันไม่ขี้เหร่ มันไม่เลวร้าย แต่มันจะวิเศษมหัศจรรย์แค่ไหนเราตอบไม่ได้

 

 

ENGLISH TITLE: The Golden Riders

ORIGINAL TITLE : MA KAB PHRA

PRODUCER : THAWATCHAI PHANPAKDEE

CO- PRODUCER : SUKHUM MATHAVANIT

DIRECTOR : UDOM UDOMROJ (NOTE: Director Udom Udomroj had been reknown during the decline of Thai cinema in the 1990's for his meticulous works in Puk Pui, Khoo Tae Song Loke and etc. He came back to directing after eight-year absence, spending most of his time in producing.)

SCREENPLAY : THONGKAUL TAVEPRUNGSENUKUL

SCREENPLAY CONSULTANT : BHANDIT RITTAKOL, VIKIT KAJORNPRASANT, ARAN SUWATWONGCHAI, SUKHUM MATHAVANIT, TEERAWAT RUJEENATHAM, BOONSONG NAKPHOO, VACHARAPONG SUWANMANEE

PRODUCTION CONSULTANT : POONSAK UTHAIPANTH

GENRE : DRAMA – COMEDY

CASTS : AMARIN NITIPHON...ELDER SITHI

WATCHARABUL LEESUWAN..POL

PU-PRAYA LUNBERG....TANGMO

APICHAN CHALERMCHAINUWONG...NOVICE LEK

NOPPADOL DVONGPORN... VENERABLE GRANDFATHER

PISAL AKKARASENEE...CHIEF YOT

RELEASE : 12/28/06

SYNOPSIS :

Astrologer foretold that Novice Lek’s fate would be grimly influenced by his father’s birth sign so young boy novice Lek must embark on a journey that will take him far away from his home. He is to be ordained as a Buddhist monk for three months at a remote temple deep in Thai mountains. On a train he met a young man Pon, who was running from his problems and an attractive girl Tengmo, trying to get over her broken heart. They all traveled to the same destination but for different reasons but their destiny joined them in an adventure from the moment they’ve met.

Elder Sit sent Novice Ko on a horseback to pick up Novice Lek at the station.

Old Abbot of this remote temple was keeping secret that will bring ex con Tony to stir a lot of trouble. Getting a greedy corrupt Village chief to his side wasn’t hard and soon the peaceful temple was in chaos. Abbot, Elder Sit , Phra Lap and two novices were about to loose their temple.

Tengmo’s heart ache will get her in a trouble that will bring Pon in to her life and they both will end up falling in love while defending each other and the temple.

 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.