สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
หนังกำลังฉาย
กรรไกร – ไข่ – ผ้าไหม สองบาทห้าสิบ
โปรแกรมหน้า
My House บ้านขังวิญญาณ
ไพรดิบ
เชาวเรศน์ : เพชฌฆาตคนสุดท้าย

   
สุดสาคร
  โมโนฟิลม์
   
 

LINK: สัมภาษณ์ดารา แน็ก - ชาลี ไตรรัตน์     สัมภาษณ์น้องเกตต รับบท “ เจ้าชายหัสไชย”     สัมภาษณ์น้องแพร รับบท “ เจ้าหญิงเสาวคนธ์”  สัมภาษณ์บิว ผู้รับบทชีเปลือย

   
 

 

ผู้กำกับ ไกรสรณ์ บูรณ์สิงห์

ออกแบบการผลิต นภดล สง่าไก

ถ่ายภาพ ไกรสรณ์ บูรณ์สิงห์

ออกแบบเสื้อผ้า ธีรพันธุ์ จุ่นอรัญ

นักแสดง: ชาลี ไตรรัตน์ (สุดสาคร),  เปมณี สังข์กรณ์ น้องเงือก (แม่สุดสาคร),  ภาณุเดช วัฒนสุชาติ (อุศเรน),  พชร แก้วเพชร (ศรีสุวรรณ), สุรชัย แสงอากาศ (พ่อสุดสาคร), ณัฎฐธิดา ดำรงวิเศษพาณิชย์ (เจ้าหญิงเสาวคนธ์), ปฎิมากรณ์ แก้วทองมาก (ชีเปลือย)

เรื่องย่อ:

จากผลงานวรรณกรรมอันเกรียงไกรของกวีเอก สุนทรภู่ สู่การผจญภัยเหนือจินตนาการ

พลิกโฉมเรื่องราวแบบเดิม ... ด้วยความแตกต่างจากงาน CG ระดับอินเตอร์

ร่วมสืบทอดที่สุดความงดงาม จากตำนานสู่แผ่นฟิล์ม เร็วๆนี้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์

          การพบกันระหว่าง สุดสาคร กับ ม้านิลมังกร นั่นหมายถึงการจากลา จาก พระเจ้าตา และ แม่นางเงือก และหมายถึงการเริ่มต้นสู่การผจญภัยที่เหนือจินตนาการ    เพื่อเดินทางตามหา พระอภัยมณี ผู้เป็นบิดา ไปสู่ดินแดนที่สุดสาครไม่เคยรู้จัก ในขณะเดียวกันทางฝ่าย พระอภัยมณีกับ นางสุวรรณมาลี และสินสมุทร  เกิดเรืออับปางลงกลางทะเล นางสุวรรณมาลี กับสินสมุทรลอยคออยู่กลางทะเลและถูกโจรสลัดนามว่า สุหรั่ง จับตัวไว้ หากแต่สินสมุทรผู้มีพลังอำนาจ ได้ปราบโจรสลัดเสียสิ้น สมุนของโจรจึงกลับใจมาช่วยสินสมุทรตามหาผู้เป็นบิดาที่พลัดหลง ส่วนพระอภัยมณี ลอยตามน้ำไปสู่เมืองลังกา และถูกอุศเรนจับไว้เป็นตัวประกันในการทำศึกกับศรีสุวรรณ เจ้าเมืองรมจักรผู้เป็นน้องของพระอภัยมณี

          การผจญภัยของสุดสาครถึงคราวเข้าตาจนอีกครั้ง เมื่อพบกับ ชีเปลือย ที่ลวงสุดสาครว่า จะถ่ายทอดวิชาข้ามทะเลน้ำกรดให้ เมื่อหลงเชื่อ ชีเปลือยจึงชิงเอาไม้เท้ากายสิทธ์กับม้านิลมังกรมุ่งหน้าสู่เมืองการเวก และทำให้สุดสาครต้องตกลงไปในก้นเหว ม้านิลมังกรได้จังหวะระหว่างที่ ชีเปลือย เสวยสุขอยู่ในเมืองการเวกนั้น หลบหนีออกมทาช่วยสุดสาคร และด้วยบุญญาธิการสุดสาครจึงรอดตาย และขี่ม้านิลมังกรกลับมาเมืองการเวก เพื่อทวงถามความจริงให้กับท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองการเวกและชาวเมือง และเมื่อสุดสาครได้ปราบชีเปลือยจนรู้แพ้ชนะแล้ว จึงออกเดินทางไปปราบเหล่าผีเสื้อยักษ์ ที่คอยก่อกวนชาวเมืองที่ต้องเดินทางค้าขายทางสำเภาเรือ

          ณ เกาะแห่งหนึ่ง สุดสาครได้ออกไปปราบผีเสื้อยักษ์ ร่วมกับเหล่าทหารผู้กล้าเมืองการเวก แต่ในสำเภา เจ้าชายหัสชัย กับ เจ้าหญิงเสาวคนธ์ แอบซ่อนไปด้วย และเมื่อเจ้าหญิงเสาวคนธ์ขึ้นมาจากท้องเรือก็ถูกผีเสื้อยักษ์โฉบเอาตัวไป สุดสาครจึงขี่ม้านิลมังกรเร่งติดตามไปช่วยเหลือ และปราบผีเสื้อยักษ์เสียราบคาบ และนำตัวเจ้าหญิงเสาวคนธ์กลับมาได้อย่างปลอดภัย ฝ่ายกองทัพอุศเรน เดินทางมาถึงจุดนัดหมายพร้อมกับทำการรบกองทัพศรีสุวรรณ การต่อสู้เป็นไปด้วยความดุเดือด ท่ามกลางการสุมดูของสินสมุทร สุวรรณมาลีที่รอเวลาจะเข้าช่วยเหลือ ทางฝ่ายสุดสาครเดินเรือมาถึงเห็นการรบมาแต่ไกล จึงทราบว่าเป็นการรบกันระหว่างท้าวอุศเรนและศรีสุวรรณผู้เป็นน้าของตน สุดสาครไม่รอช้าจึงตรงเข้าช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ ณะเดียวกันสินสมุทรได้จังหวะจึงนำเหล่าสมุนโจรตรงเข้าช่วยรบ จนในที่สุดความปราชัยเป็นของท้าวอุศเรนแห่งเมืองลังกา

          สุดสาครแนะนำตนเองกับพระอภัยมณีด้วยการนำปิ่นปักผมจากแม่นางเงือกที่ให้ติดตัวไว้ พระอภัยมณีเห็นดังนั้นจึงทราบเรื่องราวเป็นอย่างดี ทั้งหมดได้พบเจอกันด้วยความปิติสุข

 

สัมภาษณ์ผู้กำกับ ไกรสรณ์ บูรณสิงห์

แรงบันดาลใจที่ทำเรื่องสุดสาคร
จริงๆแล้วเป็นคนชอบงานประเภท CG (Computer graphic ) อยู่แล้ว พอได้มีโอกาสคุยกับคุณจิรัญ หนังแฟนตาซีที่ทำได้แล้วก็น่าภูมิใจก็น่าจะมาจากบทกวีของสุนทรภู่ เพราะถือว่าเป็นบทกวีที่ค่อนข้างมีแฟนตาซีเยอะสุด ก็เลยสรุปกับคุณจิรัญว่าเอาสุดสาครมาทำเป็นหนังกัน ทีแรกก็นั่งคิดเหมือนกันว่างาน CG ( Computer graphic ) เยอะๆแบบนี้มันจะเป็นอย่างไรบ้าง กลัวปัญหาต่างๆ ซึ่งเราถือว่างานมันใหญ่มันทำมากกว่า 70 % ของหนัง แต่พอเอาเข้าจริงมานั่งคุยกันเราก็รู้สึกว่าถ้าไม่ทำก็คงไม่มีใครทำแบบนี้ ปัญหามันมีเยอะตั้งแต่เม็ดเงินในการทำงาน ปัจจัยต่างๆ มันต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูงครับ ผู้ที่ลงทุนให้ก็ต้องเป็นคนใจเย็นพอสมควร เพราะต้องมีการแก้ไขอะไรต่างๆ ขั้นตอนเยอะ แต่ก็ตัดสินใจทำกัน

ทำไมถึงนำวรรณคดีเรื่องสุดสาครมาทำเป็นภาพยนตร์   
จริงๆสุดสาครถือว่าเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในบทกวีของสุนทรภู่ เราคิดว่าเราเลือกแค่ช็อตสั้นๆ ออกมาทำงานให้ได้พอดีกับเวลาที่เราผลิตเป็นหนังได้จริง คือ 90-100 นาที แต่โครงสร้างมันก็ค่อนข้างใหญ่ตั้งแต่ผีเสื้อสมุทร พระอภัยมณี นางเงือก มันจะเป็นส่วนที่ใหญ่ๆหมดเลย เราก็คิดว่าถ้ามีโอกาสดีๆหรือลงทุนเยอะๆเนี่ยก็น่าจะมีโอกาสได้ทำ แต่ในช่วงนี้เราถือว่าลองตั้งใจทำกันดูสักส่วนหนึ่งก่อนก็คือช่วงที่สุดสาครตามหาพ่อ มันก็เป็นผจญภัยสั้นๆครับ ตั้งแต่เริ่มเจอชีเปลือย ผจญกับเมืองผีพราย ผจญกับผีเสื้อยักษ์ ซึ่งมันดูเป็นผจญภัยเด็กๆดี น่าจะสนุก แล้วเราน่าจะมองจุดขายได้ง่ายขึ้น ก็เลยเลือกทำตอนนี้ครับ

คุณบิว ( รับบทชีเปลือย ) มีส่วนช่วยในการเขียนบทอย่างไรบ้าง
จริงๆบทเดิมที่เราได้มาจากผู้เขียนคนแรกนะครับ หลังจากทำงานแล้วเนี่ยด้วยบทมันเยอะ โครงสร้างมันใหญ่ ถ้าทำเป็นหนังจริงๆคงต้อง 2 ชั่วโมงครึ่ง พอจะมาทำให้เหลือ 100 นาที เราก็ต้องเกลาให้มันกระชับขึ้น คุณบิวเข้ามาช่วยในการปรับบทใหม่ เลือกเฟ้นบทหลักๆที่เหลืออยู่ครับ

ม้านิลมังกรที่ต้องใช้ CG( Computer graphic ) ในการสร้างขึ้นมายากง่ายแค่ไหน
เราทำงานกันหลายส่วนมาก ตั้งแต่โปรดักชั่น ดีไซน์ กราฟฟิก งานปั้น ที่สำคัญสุดคือต้องทำให้มันเป็นธรรมชาติ ตามเรื่องแล้วเนี่ยม้านิลมังกรจะต้องอยู่กับสุดสาครตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปไหน ไปรบ ไปตามที่ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการใช้โมเดลค่อนข้างเยอะ ผมอาจจะเดาได้เลยว่าในหนังไทยใช้โมเดลตัวนี้เยอะสุด เห็นอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ตรงนี้ถือว่าค่อนข้างยากพอสมควร เราต้องการสร้างหุ่นจริงเพื่อใช้ในการ close up เฉพาะใบหน้า ส่วนต่างๆ มากมาย การถ่ายทำก็ค่อนข้างวุ่นวายครับ ส่วนตัวผีพรายใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกทำทั้งหมดครับ เพราะว่าเรื่องของการเคลื่อนไหว การ Action ต่างๆ มันค่อนข้างโอเวอร์นะครับ แต่ว่าก่อนหน้านั้นก็มีการ comment การดีไซน์อะไรต่างๆ ครับ ประมาณหนึ่งเพื่อให้สะดวกในการทำงาน

แล้วบทบาทของนางเงือก
ส่วนตัวละครอีกตัวหนึ่งที่ค่อนข้างลำบากลำบนกันไป ก็คือน้องโยเยที่เล่นเป็นนางเงือก ภาระหนักสุดของเงือกก็คือการลากหางที่หนักประมาณ 10 กก. ไปในน้ำตลอดเวลา หน้ากว้างปลายหางประมาณ 1 เมตรกว่า แต่จริงๆทั้งหมดเป็นซิลิโคนดำที่เราใส่เอาไว้เพื่อใช้ในการทำ CG ( Computer graphic ) การเคลื่อนไหวต่างๆนานา เป็นซิลิโคนทั้งตัว ข้างในเป็นตีนกบครับ ค่อนข้างหนักครับตัวนี้เวลาจะไปไหนทีก็ต้องแบกกันไปเอาไปใส่อยู่ในน้ำเพื่อการเคลื่อนไหวที่ดูเป็นธรรมชาติ

ทำไมถึงเลือกคุณบิวในการรับบทชีเปลือย
กับคุณบิวเรารู้จักกันมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แล้วผมก็รู้สึกว่าชีเปลือยที่ผมมองกับทางโปรดักชั่น ดีไซน์มองเนี่ย มันดูจะเป็นคนที่ออกเกินๆหน่อย เวอร์ๆ เจ้าเล่ห์ บุคลิกที่ค่อนข้างเฉพาะตัว บางทีนั่งคุยกับคุณบิวแล้วนั่งมองหน้าเขาแล้วคิดว่าเขาน่าจะเล่นได้ก็มีการแคสติ้งเกิดขึ้น สรุปว่าเขาทำได้อย่างที่ทีมงานคิดไว้

ทำไมถึงเลือกน้องแน็กรับบทสุดสาคร

ส่วนหนึ่งตอนนั้นมันเป็นยุคของเขาพอดีครับ แล้วก็เป็นดาราเด็กในช่วงนั้นค่อนข้างจะขึ้นมา top หน่อย ผมว่าน้องแน็กเขามีวิธีคิด การนิ่ง มันก็จะผิดกับเด็คนอื่นๆในการแสดงออก เขาจะมีการตัดสินใจในตัวเองก่อนพูด ก่อนจะทำอะไร วิธีการทำงานน้องเขาก็แปลกดี เวลาคุยกันจริงๆน้องเข้าใจง่าย จริงจังกับการทำงาน ก็เลยตัดสินใจเป็นน้องแน็กใกล้เคียงสุด

พูดถึงน้องแพรและน้องเกตตบ้าง
น้องแพรผมชอบความน่ารักในตัวน้องเขา น้องเขาจะดูจุ๋มจิ๋มๆ ขี้โวยวาย ส่วนเกตตเจอน้องเขาตั้งแต่งานโฆษณา งานต่างๆ เขาเป็นคนที่อยู่ไม่สุข ซน เล่นนั่นเล่นนี่ ตะโกนเรียกกันตลอดเวลา ผมชอบเด็กแบบนี้อยู่แล้ว ในตัวบุคลิกหนังผมต้องการแบบนี้อยู่แล้ว

แนะนำน้องๆอย่างไรที่ต้องแสดงกับความว่างเปล่า
อันนี้ค่อนข้างลำบากสุด เพราะว่าส่วนหนึ่งที่เราต้องเล่าให้น้องฟังว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ อารมณ์เป็นแบบไหน ซึ่งเราไม่รู้ว่าน้องเขาจินตนาการเหมือนเราหรือเปล่ากับการเคลื่อนไหวของตัวละครที่เราต้องใช้ CG ( Computer graphic ) ทำขึ้นมา เราต้องอธิบายช็อตพวกนี้ให้เขาเข้าใจมากที่สุด ให้น้องสามารถจินตนาการได้มากที่สุด ก็ค่อนข้างวุ่นเหมือนกันครับ

ฉากที่ยากที่สุด
เกือบทุกฉากเพราะมีเอฟเฟ็ค สลิง เกือบทุกฉาก อย่างฉากรบใหญ่ที่เราถ่ายทำกันถึง 5 วัน 5 คืนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคน และก็คิวและก็ยากนิดหนึ่งตรงที่เราถ่ายกันหลายกล้อง และก็มีหลายคู่ที่รบกัน เราต้องบล็อครับกัน เรื่องของ CG (Computer graphic) ทุกอย่างมันต้องบล็อคเฟรมรับกันทั้งหมด ซึ่งเป็นหนังเทคนิคพิเศษแบบนี้ ทำให้หนังถ่ายได้ช้าผิดปกติ จริงแล้วพี่ก็เคยกำกับมาหมดแล้ว ทั้งสัตว์ เด็ก เอฟเฟค สลิง แต่พอมันมาอยู่รวมกันในเรื่องเดียวกัน เจอพร้อมกันทุกวัน หรือบางวันเจอเด็ก แน็ก เกตต แพร นี่ก็วัยกำลังซนกันทั้งนั้น กับม้าก็ลำบากมากเพราะไม่ใช่ม้าตัวเดียวกันตลอด อย่างฉากหนึ่งฉากเราไปในหลายโลเกชั่น เราก็ไม่ได้เอาม้าตัวเก่าที่น้องเขาเคยขี่ไปในทุกๆที่ ซึ่งเราก็ต้องไปหาม้าในโลเกชั่นนั้นๆ ซึ่งม้าแต่ละตัวนิสัยไม่เหมือนกัน บางตัวก็ดื้อมากๆ ไม่ยอมหยุด ไม่ยอมให้ขี่ ไม่ยอมวิ่ง เลยทำให้ถ่ายได้น้อยมาก แล้วไหนจะสลิงอีก มันเป็นเรื่องต้องห้ามทั้งนั้น ก็มีปัญหาบ้าง

ต้องวาดสตอรี่บอร์ดไว้ทุกฉากทุกเฟรมเลยไหม เพราะหนังเรื่องนี้ส่วนใหญ่ภาพจะอาศัยคอมพิวเตอร์กราฟฟิก
ก็ไม่ถึงกับวาดทุกฉากหรอกครับ เพียงแต่เราต้องจดเรื่องของขนาดภาพ ระยะภาพ รายละเอียดพวกนี้เราต้องจดไว้ บางฉากก็มีภาพอยู่ในหัวบ้างแล้ว กล้องตัวนี้เราสามารถปรับมุมต่างๆองศาต่างๆ ของแบล็คกราวน์ ส่วนงานรายละเอียดอื่นๆก็ต้องไปปรับที่ post อีกครั้งหนึ่งซึ่งสมัยนี้ไม่ค่อยยากเหมือนสมัยก่อนแล้ว ส่วนกล้อง HD พวกนี้พี่ก็เคยใช้มาก่อนหน้านี้ประมาณเกือบ 2 ปีแล้ว ทำให้การใช้งานเลยไม่มีปัญหาอะไร

 

 


ภาพคัทเอาท์ สุดสาคร โชว์หราที่เมืองคานส

พูดถึงการแต่งหน้า
ใช้เอฟเฟ็คสดที่ต้องแต่งก่อนการถ่ายทำจริง มีที่ตัวชีเปลือย ตัวผีเสื้อ ค่อนข้างสำคัญประมาณหนึ่ง แล้วก็จะถูกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิกอีกนิดหน่อยเพื่อทำให้รู้สึกว่าน่ากลัวมากขึ้น เจ้าเล่ห์ขึ้น ส่วนหนวดเนี่ยเราก็อยากจะทำให้มันยาวๆนะครับแต่ว่าด้วยเรื่องการทำเทคนิค ขั้นตอนต่างๆของการทำงาน ผมก็ว่าประมาณที่ทำออกมาเนี่ยคล่องตัวสุดแล้วครับ เพราะมันลำบากมากจริงๆครับ ทั้งเรื่องของผม เรื่องหนวด ถ้าจะให้เหมือนจริงมันดูแลลำบากมาก เวลาถ่ายทำคัทที่ 1 ที่ 2 มันก็โอเคครับ แต่พอ 3 , 4 , 5 ไปแล้วก็เริ่มเอฟเฟ็คต่างๆที่มันติดที่ผิวก็เริ่มที่จะหลุดเพราะถ่ายกลางแจ้งตลอด เพราะมีทั้งเหงื่อเข้าไป ลงน้ำมั่ง ค่อนข้างวุ่นครับ ก็เลยคิดว่าเหลือเท่าประมาณหน้าอกดีกว่าแล้วไปเพิ่มคาแร็คเตอร์ตามจุดอื่นๆ ครับ

ใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกโลเกชั่น
จริงๆด้วยตัวโครงสร้างหนังมันบังคับอยู่แล้ว เป็นเรื่องราวที่เกิดในทะเล เด็กก็เป็นเด็กทะเล แม่เป็นเงือก แต่โลเกชั่นมีหลายที่ครับ จริงๆแล้วเรามองกันไว้ว่าจะเป็นทางจันทรบุรี ระยอง เพื่อจะให้สะดวกในการทำงาน แต่พอเราให้ฝ่ายโลเกชั่นไปสำรวจจริงๆแล้วเนี่ย โลเกชั่นทางใต้มันตรงกับเรื่องราวที่เราเขียนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น ทะเลสวย น้ำใส ขุนเขา หน้าผาต่างๆ ตรงหมดเลย

ใช้โลเกชั่นที่ไหนบ้าง
พูดถึงโลเกชั่นหลายๆส่วนเราถ่ายทำก่อนที่จะมีสึนามิ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ เกาะห้อง เขาหลัก ซึ่งถ้าเราไปตามโลเกชั่นในหนังจริงๆแล้วเนี่ยแทบจะไม่เจอแบบนั้นแล้ว เพราะว่ามันโดนสึนามิปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน้าหาด จุดที่ต้นไม้สวย วิวสวย ที่เราถ่ายไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านน้ำเมา ภูเก็ต กระบี่ ผิดตาไปจากที่ผมเคยถ่ายหมดเลย ถือว่าทีมงานโชคดีครับ เพราะจริงๆวันที่ 25 ธันวาคม 2547 เราจะมีถ่ายทำฉากเรือสำเภาที่ภูเก็ตแต่เกิด accident น้องแพรติดธุระกองถ่ายก็เลยเลื่อนออกไป จากนั้นก็มีคนโททรมาวุ่นวายไปหมดเลยครับ เพราะคิดว่ากองถ่ายไปอยู่ที่นั่นแล้ว แต่จริงๆเราเบรคกองไปตั้งแต่วันที่ 25 ก็ถือว่าโชคดีครับ ถือว่าน้องแพรมาช่วยไว้ได้ ( ยิ้ม )

ใช้ระยะเวลาในการถ่ายทำนานแค่ไหน
ประมาณ 6 เดือนครับ เพราะบางส่วนก็เป็นงานกราฟฟิก งานของส่วนต่างๆ เราก็ต้องแยกมาเป็นก้อนๆมาประกอบกัน ซึ่งมันจะไม่ค่อยราบรื่นเหมือนการถ่ายหนังปกติทั่วไป ส่วนหนึ่งปัญหาจะมาจากตัวแสดงต้องเล่นกับจินตนาการของตัวเอง ซึ่งบางทีมันก็ใช่ มันก็ไม่ใช่ ก็ต้องคอยปรับกันไป เพราะบางทีเวลาถ่ายไปแล้วเนี่ยพอไปทำกราฟฟิกแล้วมันก็รู้สึกว่า เอ่อ มันน่าจะเพิ่มอะไรอีกหน่อยนึงนะก็เลยค่อนข้างยากครับ

ทีมงานทำ CG ( Computer graphic ) มาดูการถ่ายทำด้วยใช่มั๊ย
ใช่ครับ การจินตนาการอย่างที่ไม่เห็นน่ะครับ เราต้องคำนึงถึงจุดอื่นเข้ามาเสริม ว่าถ้าถ่ายทำไปแล้วในเรื่องของ CG ( Computer graphic ) จะทำได้มากน้อยแค่ไหน การกระโดดตีลังกา 360 องศา กล้องถ่ายแบบนี้ ทำภาพ CG ( Computer graphic ) ออกมาจะได้แบบไหน ขนาดนี้ได้มั๊ย ก็เลยต้องมาดูการถ่ายทำจริงๆครับ มา comment กันว่าควรจะปรับอะไร ตรงไหนครับ

ถ่ายทำในน้ำลึกจริงๆเลยหรือเปล่า
เรื่องจริงๆครับเรื่องจริง ขั้นตอนการถ่ายทำใต้น้ำลำบากจริงๆครับ มีทั้งการ์ดที่ไปลอยตัวอยู่ในน้ำเพื่อ safety เวลาที่น้องเขาลงไปในน้ำลึกๆจริงๆเนี่ยเพราะไม่สามารถใช้อ๊อกซิเจนอะไรได้ สมมุติเฟรมผมกว้างประมาณ 10 เมตร ก็ต้องมีการ์ดไปรออยู่หัวเฟรมท้ายเฟรม พอแอ็คชั่นน้องเขาก็จะกลั้นหายใจแล้วก็ว่ายๆไปจนหลุดเฟรมไปเพื่อไปรับกับการ์ดอีกข้างหนึ่ง ซึ่งแต่ละที่ความยากลำบากก็แล้วแต่โลเกชั่น บางที่ก็มีคลื่นใต้น้ำมาก หรือบางทีถ้าดูแล้วยังว่ายไม่เหมือนสัตว์น้ำลึกยังดูแข็งๆอยู่ เราก็จะดูว่ามันไม่ได้ ไม่สวย ก็ต้องถ่ายใหม่ บางวันถ่ายได้ 2 คัท 3 คัทเองครับ หรือบางช่วงค่อนข้างลำบากดูไม่คล่อง ก็ต้องมีสลิงใต้น้ำ มีเทคนิคต่างๆนานา เพื่อให้น้องดูว่ายได้คล่องเหมือนปลา สงสารน้องมากตาแดง ( ยิ้ม ) เวลาลงไปก็ 5-10 เมตรขึ้นไปครับ เราก็มีถ่ายทั้งที่โลเกชั่นและที่สระว่ายน้ำครับ

คิดว่าหนังเรื่องสุดสาครมีจุดเด่นตรงไหนสำหรับเด็กๆ
ความคิดที่ทำหนังเรื่องนี้เรามองกลุ่มเด็กเป็นหลัก เพราะว่าหนังแฟนตาซีส่วนใหญ่ก็จะทำให้เด็กซนๆนี่ล่ะครับดู และอย่างน้อยที่เราคิดเอาสุดสาครมาทำเพราะว่า ตัวหนังอยู่ในบทกวีอยู่แล้ว ซึ่งค่อนข้างจะถูกบบรจุอยู่ในตำราเรียนนะครับ ก็การที่เห็นในหนังสือมันไม่สามารถมองเห็นเป็นภาพจริง การที่เอา CG ( Computer graphic ) เข้ามาสร้างในตัวละครของตัวบทกวี อย่างน้อยน้องก็ได้เรียนรู้ ได้เห็นจริง ได้เรียนรู้เรื่องราวง่ายขึ้น

 

“ม้านิลมังกร จากจินตนาการสุดอลังการ โลดแล่นสู่แผ่นฟิล์ม”

“ม้าตัวนี้ดีจ้านเจียวหลานเอ๋ย เป็นกระเทยเขี้ยวเพชรไม่เข็ดขาม

จับไว้ขี่มีสง่ากล้าสงคราม จะได้ตามบิตุเรศไปเขตคัน”

โมโน ฟิล์ม เตรียมหนังฟอร์มใหญ่เข้าฉายสิ้นปีนี้ กับภาพยนตร์เรื่อง สุดสาคร
หนังแนวแฟนตาซี ผจญภัยที่หวังเอาใจเด็กๆ ด้วยความอลังการของ CG ( Computer graphic )

สุดสาคร หนังแนวแฟนตาซี ผจญภัย เหมาะสำหรับครอบครัวต้อนรับสิ้นปีนี้ เป็นหนังที่นำเอาวรรณคดีชิ้นเอกของท่านสุนทรภู่กวีเอกของโลก (ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก) มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ พร้อมกับตัวละครต่างๆ ที่ทุกคนรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ม้านิลมังกร นางเงือก สุดสาคร ฯลฯ ต่างก็เป็นตัวละครที่ถูกถ่ายทอดจากจินตนาการให้มีความสมจริงที่สุด และ ม้านิลมังกร ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ทุกคนต่างก็รู้จักกับเอกลักษณ์จากบทกลอนที่ว่า
“ เขี้ยวเป็นเพชร เกล็ดเป็นนิล ลิ้นเป็นปาน ” โดยงานนี้ทางโมโน ฟิล์ม ได้สร้างตัวม้านิลมังกรขึ้นมาด้วยทุนสร้างไม่น้อยเลยทีเดียวเพื่อความสมจริงและหวังจะครองใจหนู ๆ เด็ก ๆ โดยขนาดของตัวม้านิลมังกรนั้นสร้างให้มีขนาดเท่ากับของจริง ซึ่งความพิเศษอยู่ที่การใช้อุปกรณ์ Machinist ( อุปกรณ์พิเศษในการควบคุมม็อค-อัพม้านิลมังกร )
ในการบังคับให้ส่วนต่าง ๆ ของม้านิลมังกรขยับตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหนวด ดวงตา
รวมถึงส่วนหัวด้วย
งานนี้ถ้าไม่บอกว่าอลังการก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว เพราะมีตัวเดียวในประเทศไทยนะจ๊ะ และคุณจิรัญบอสใหญ่แห่งโมโน ฟิล์ม กล่าวด้วยความภูมิใจถึงเจ้าม้าตัวนี้ว่า “ ม้านิลมังกรตัวนี้เป็นตัวที่เราทำม็อค-อัพขึ้นมาครับ ขนาดเท่าของจริงทุกอย่า งทั้งรูปร่าง สัดส่วน
เพราะเราใช้ในการถ่าย Close up ตัวม้าแล้วนำไปทำ CG ( Computer graphic )
ครับ เราลงทุนไปค่อนข้างเยอะเหมือนกันกับม้าตัวนี้ เพื่อความสมจริงในการถ่ายทำครับ
หวังว่าเด็ก ๆ น่าจะชอบ เพราะเราพยายามถ่ายทอดออกมาจากจินตนาการของท่านสุนทรภู่อย่างใกล้เคียงที่สุดครับ ก็หวังว่าเยาวชนหรือคนที่มาดูเรื่องสุดสาครน่าจะชอบและเข้าใจเนื้อเรื่องง่ายขึ้นครับ ”

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com หรือ 084-1493080
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.