สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังกำลังฉาย
Bitter Sweet หนังสั้นเพลงรัก บอย ป๊อด
ห้าแถว
หัวหลุดแฟมิลี่
The Convert
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
ปืนใหญ่จอมสลัด
โปรแกรมหน้า
องค์บาก 2
Happy Birthday
ฝัน หวาน อาย จูบ
Super แหบ-แสบ-สะบัด
ท้า / ชน
ปาฎิหาริย์รักต่างพันธุ์
POPULAR
   
พ.ต. วันชนะ สวัสดี : ภายใต้ความแข็งแกร่ง เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
  16 กุมภาพันธ์ 2550
  NARESUAN HOME   มีอะไรมากมาย ไปดูหน้าแรกเลยดีกว่า  มีการอัพเดทเป็นประจำค่ะ
   LINK:   บทวิจารณ์หนัง ภาค 1 และ ภาค 2                    new
   LINK: "นเรศวรก็เป็นคนตัวเล็กเหมือนกัน": สัมภาษณ์ท่านมุ้ย
  LINK:  รายชื่อทีมงานเบื้องหลังทั้งหมด  เรื่องย่อ  ฉากสำคัญ
  LINK:  ภาพการออกแบบฉากต่าง ๆ ก่อนสร้างและถ่ายทำ
  LINK:  นักแสดงหลัก                  โปสเตอร
  LINK:  ข่าวหนังแบ่งเป็น 3 ภาค ภาคสุดท้ายฉายสิ้นปี    
  LINK:  นิราศ "ตำนานสมเด็จพระนเศวรมหาราช" (เปิดกล้อง  ถ่ายฉากสำคัญ  ไปออกบูธที่คานส์  และปิดกล้อง)
    
   
 

พ.ต. วันชนะ สวัสดี

 

 

บนจอภาพยนตร์ เขาคือชายหนุ่มที่เก่งกล้า แข็งกร้าว ฉลาดเฉลียว ในบทจอมราชันย์ผู้กอบกู้สยามประเทศ เป็นชายหนุ่มที่ยึดมั่นในความรัก เป็นเชื้อพระวงศ์ที่ยอมใช้ชีวิตติดดิน เพียงเพื่อให้เข้าถึงราษฎร

แต่ใครจะไปรู้ว่า ตัวจริงของชายหนุ่มผู้นี้ พ.ต. วันชนะ สวัสดี เป็นนายทหารที่อ่อนน้อมถ่อมตน เจ้าของเสียงอันนุ่มนวลอ่อนโยน ใจดี จนแทบไม่น่าเชื่อว่า นี่คือ บุคคลเดียวกับที่รับบทสำคัญอย่าง ‘ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช’

และด้วยความอ่อนโยนอย่างที่สาว ๆ ทุกคนใฝ่ฝัน ในบุคลิกที่มั่นคงแข็งกร้าวอย่างชายชาติทหาร เราเชื่อว่า เบิร์ด พ. ต. วันชนะ สวัสดี จะทำให้สาวไทยกรี๊ดกร๊าดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่พระเอกบันเทิงไทย มักจะมีบุคลิกอ้อนแอ้น หรือไม่ก็ขาว ๆ แบบเทรนด์เกาหลี เบิร์ด คือ การกลับคืนของภาพชายไทยในฝันของหญิงไทย

นี่คือคำสัมภาษณ์กับคุณเบิร์ด พ . ต . วันชนะ สวัสดี … ชายชาติทหาร ผู้อ่อนโยนและอบอุ๊น อบอุ่น … (กรี๊ด …. บ้าง อิ อิ)

สัมภาษณ์โดย อัญชลี ชัยวรพร และ สกุลไทย

ไม่ทราบว่าคุณเบิร์ดมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ไหนคะ
เกิดที่ลำปางครับ แต่ไปโตที่กาญจนบุรีนี้ล่ะครับ อนุบาลมัธยมก็เรียนที่นี่ พอสอบ ร.ร . เตรียมทหารได้ ก็ไปเรียนต่อ ร.ร. นายร้อยตั้งแต่ปี 41 จบแล้วก็เลือกกลับมาอยู่บ้านเพราะพ่ออยู่ที่นี่

แล้วมาเล่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ได้อย่างไรครับ
เพราะท่านมุ้ยกับทีมงานมาสร้างฉากที่นี่ อย่างที่พวกเราเห็นล่ะครับ ท่านมีพระประสงค์อยากให้ทหารมาร่วมแสดง แต่ก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นบทตัวละครอะไรในเรื่อง ก็เลยบอกกับทางกองพลผม ผู้บังคับบัญชาก็เลยส่งผมและพี่อีก 2 คน ที่เป็นทหารไปถ่ายรูปไว้ที่บริษัทท่าน

ท่านก็ทรงกรุณาทั้ง 3 คนมาถ่ายรูปเอาไว้แล้ว จับให้เล่นหมดเลย แต่ว่าจะเป็นบทอะไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่สุดท้ายก็มาเล่นบทเป็นตัวหลักของเรื่องทั้ง 3 คน ตอนที่ได้รับเลือกรู้สึกดีใจครับ รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ แต่ก็หนักใจ ตอนที่สมัครไม่คิดว่าจะได้บท นี้ ทางทหารเขาบอกว่าอยากได้คนร่วมแสดงเท่านั้น เหมือนกับเป็น EXTRA คนหนึ่งที่ค่อนข้างจะพิเศษหน่อยหนึ่ง พอหลังจากนั้นทีมงานก็มาบอกเหมือนกับเป็นทหารที่ติดตามขบวนของสมเด็จพระนเรศวร ให้เข้าไปเรียนการแสดงขี่ม้า ฟันดาบปกติ แต่มาวันหนึ่งก็มาบอกว่าเป็นบทสมเด็จพระนเรศวร คือมาทราบทีหลัง

แล้วต้องเตรียมตัวมากไหมคะ
เป็นทหารม้าที่พอขี่ม้าได้เท่านั้นครับ แต่ไม่ถึงขนาดเก่งมาก แล้วก็ต้องเรียนแอคติ้งนานครับ แต่ไม่ได้ต่อเนื่อง ช่วงแรก ๆ จะต่อเนื่องสัปดาห์หนึ่ง 2 วัน ได้สักประมาณ 2-3 เดือนก็ขาดหาย เพราะกองเริ่มย้ายมาอยู่ที่นี่ พอจะเข้ามาเรียนการแสดง ต้องเข้ามาที่กรุงเทพ มันไกลกันกับการที่ต้องมาซ้อมที่นี่ พอกองเริ่มที่จะถ่ายทำแล้ว นักแสดงก็เริ่มเลิกเรียนไป เมื่อถึงการแสดงฉากสำคัญ ๆ ท่านก็จะเอาครูที่สอนการแสดงมาสอนที่นี่ด้วย ติวเข้มครับ

ได้เรียนการแสดงกับใครคะ
ตอนเรียนที่กรุงเทพฯ ก็จะมีครูอ้อ มัลลิกามาสอน แต่ว่าหลังจากนั้น พี่ยุทธนา มุกดาสนิท มาสอนที่นี่ อย่างคนอื่น ๆ ก็มีพี่ เอก สรพงษ์ ท่านก็จะมาสอนเทคนิค ในการถ่ายทำ ในมุมกล้อง และที่ได้อีกส่วนหนึ่งคือ พี่ ๆ รุ่นอาวุโส แล้วรุ่นใหญ่ก็จะคอยบอกในระหว่างถ่ายทำที่พักกองบ้าง แต่จริง ๆ แล้ว ก็จะไม่มีใครกล้าบอก เพราะนักแสดงแต่ละคนที่เป็นนักแสดงหลัก จะต้องให้ท่าน (มุ้ย) คนเดียวที่เป็นคนบอกว่าเป็นอย่างไง

ฉากไหนที่ว่าเป็นฉากยากที่สุด แล้วต้องเทคบ่อยไหม
ผมว่ายากทุกฉากแหละครับ ฉากประกาศอิสรภาพก็ยาก แล้วจะยากที่ภาษา มันยาวด้วย คือผมเองนี่ยังมือใหม่ครับ บทพูดก็เริ่มตื่นเต้นทุกครั้ง ต้องเทคบ่อย ๆ บทพูดก็เปลี่ยนทุกวัน ตื่นเต้นทุกครั้ง ก็หลายเทคครับ เทคมากที่สุดก็นับไม่ได้ 20 ขึ้นครับ แต่ท่านก็ต้องให้มันออกมาดีที่สุด ตอนเข้าฉากรบพลาดคิวบ่อยครับ เพราะบางทีมันไม่พอดีกับที่วางแผนไว้ กล้องตามไม่ทัน เช่น ตอนระเบิด เรากับระเบิดอยู่คนละที่ เราก็วิ่ง พอตอน ซ้อมไม่ระเบิดไม่จริง แต่พอเอาจริงกับระเบิดจริง

พอตอนซ้อมม้าเปลี่ยนจุดมาร์กไป คนวิ่งตัดกันบ้าง ก็ต้องเทก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในกองก็มีบ่อย เพราะว่าเราถ่ายกับม้า , ช้าง การคอนโทรลเรื่องของแอฟเฟ็ก ม้าเหยียบบ้าง ตกม้า ม้าเตะบ้าง

ขี่ม้าเก่งไหมคะ
ตอนแรกไม่เก่งครับ แต่ตอนนี้ขี่เก่งขึ้นครับ

พอทราบว่าจะได้รับบทสำคัญ เตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ก็อ่านเองก่อน คือผมเตรียมการ 2 อย่าง คือจุดแรกอะไรที่สามารถเตรียมได้เอง ก็คืออ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ส่วนที่ 2 คือไปเรียนเพิ่มเติม กองได้จัดให้เรียนให้ พอใกล้ ๆ แล้วท่านมุ้ยก็จะให้เข้าไปอ่านประวัติศาสตร์ ในตู้ที่ท่านกำกับ เกี่ยวกับพงศาวดาร อยู่ที่ท่านกำกับ ท่านจะมีพงศาวดารอยู่ 4 เล่ม แล้วก็ฉากไหนที่ต้องเน้นอีก  จะถ่าย สัปดาห์หน้าหรือ 3 วันข้างหน้าก็อ่านเฉพาะตรงส่วนนั้น เพื่อให้เข้าใจว่ามีตัวละครอะไรบ้าง ก่อนหน้าเป็นอย่างไร

 

 

อินกับบทไหม
จริง ๆ แล้วผมไม่ทราบว่าตัวท่านเป็นอย่างไง แต่ที่ท่านเห็นในภาพยนตร์ ก็จะเป็นตัวผมเอง ธรรมชาติของผมด้วยจริง ๆ ประกอบกับบทภาพยนตร์ที่ท่านมุ้ยเขียนขึ้นมา 2 อย่างผสมกัน แล้วก็ออกมาเป็นตัวภาพยนตร์

จากชีวิตจริงที่เป็นนายทหารแล้วมารับบทนายทหารรู้สึกอย่างไร ชีวิตประจำวันไม่ค่อยเปลี่ยนครับ เพราะว่าในชีวิตประจำวันทหารผมก็จะอยู่กับการแสดงซะส่วนใหญ่ เช่นบางครั้งเรากลัวหรือไม่ค่อยกล้า แต่เราก็ไม่สามารถให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นได้ หรือบางทีอาจถูกดุ จากพี่ ๆ เราก็ต้องยิ้มรับ ทั้งที่เราไม่พอใจ เป็นการแสดงในชีวิตจริง แต่ว่าเรามาเรียนการแสดงแล้วรู้สึกว่าเป็นประโยชน์กับเราในเรื่องของสมาธิ สามารถนำไปใช้ในเรื่องของการรวบรวมสมาธิ

ชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากครับ ที่อย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ มีคนรู้จักมากขึ้น ในสังคมข้างนอก

เดินข้างนอกมีคนจำได้บ้างไหม
ยังครับ แต่ก็จะจำได้ยากครับ พอหนังจบ ผมต้องกลับเข้ากองทัพ เหมือนเดิม โกนหนวดไว้ผมตามปกติ

แล้วหลังจากนี้จะเข้าวงการไหม
ไม่ครับ เป็นทหารต่อ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ผมมีแนวทางในการดำเนินชีวิต ทางทหารอยู่แล้ว ในปีหน้าผมจะเข้าไปเรียนร . ร . เสนาธิการทหารบก ซึ่งต้องเข้าไปเรียนตามปกติอยู่แล้ว หลังจากเรียนจบก็จะต้องเข้ารับตำแหน่ง ที่สูงขึ้นไป

ถ้ามีงานเข้ามาจะรับไหม
ไม่คิดถึงขั้นนั้นครับ ด้วยเวลาแล้วการทำงานมันจะจำกัด จะยึดอาชีพทหารเป็นหลัก จริง ๆ แล้วผมเหมาะสำหรับชีวิตทหารมากกว่า ชอบ เพราะมีการดำรงชีวิต ที่เหมาะกับผมแล้ว

ตอนเล่นหนังประทับใจดารารุ่นพี่คนไหน
ทึ่งหลายคนครับ แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เช่น พี่ ตั้ว ศรันยู ผมว่าเขามีความละเอียดในบทที่เขาจะพูดออกมา พี่นก ฉัตรชัย มองผิวเผินจะเป็นคนสบาย ๆ แต่ถึงเวลาแสดง จะมีสมาธิสูง ส่วนพี่เอก สรพงษ์ เป็นมืออาชีพอยู่แล้ว อาหมูสมภพ เรื่องความจำ จำได้ดีมาก ดีกว่าคนหนุ่มอย่างผมอีก

ใครเป็นแบบอย่างในการทำงาน
แบบอย่างทำงานในเรื่องของวินัยทุก ๆ คน เป็นแบบอย่างให้ผมอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของการแสดงผมไม่ได้ก๊อบปี้ใครจะเป็นตัวของผมเองมากที่สุด

บทดราม่าเยอะทำอย่างไร
ในส่วนของดรามาท่านก็จะพัฒนาให้ผมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่แรกๆ จะไม่ค่อยมี แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มจะมีขึ้น แต่ก็ไม่เยอะเท่าไร เพราะท่านคงเห็นศักยภาพยังไม่ถึงขนาดนั้น ดราม่าที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ จะเป็นดารารุ่นใหญ่ ๆ ของผมที่จะทำได้มากที่สุดก็คือตรงแอคชั่น ในฉากที่ใช้กำลัง ความดุดัน

ก่อนหน้านี้เคยดูหนังไทย
เคยดูแต่ดูผ่าน ๆ ดูเพื่อความบันเทิง แต่พอได้มารับบท ก็กลับมาดูใหม่ครับ ดูถึงกล้อง รายละเอียดอื่น ๆ ครับ

แล้วมาทำกับท่านมุ้ยรู้สึกอย่างไร
ผู้กำกับชั้น 1 รู้สึกตอนแรกตื่นเต้นครับแล้วผมก็คิดว่าท่านเป็นคนดุ เข้ามาสัมผัสแล้วท่านไม่ดุ แล้วท่านยังทำงานหนักกว่าที่ผมคิดเยอะ ท่านทำงานทุกวันตลอดทุก 24 ชั่วโมง หลับท่านก็ฝัน แล้วก็เอามาเล่า แล้วก็นำมาซึ่งการถ่ายทำฉากนั้นด้วยแสดงว่าท่านอยู่ในหัวตลอดเวลาครับ ประทับใจในตัวท่าน ผมก็เลยไม่ท้อครับ

ในภาพยนตร์รับบทเป็นคนขึงขัง ชีวิตจริงเป็นอย่างไร
ก็สบาย ๆ ครับ แต่ชีวิตจริงค่อนข้างจะดุนิดนึง แต่ชีวิตปกติทั่วไป ก็ค่อนข้างที่จะสนุกสนานครับ

 

 

โรแมนติกไหม
พอสมควรครับ ผมว่าน่าจะได้จากแม่มากกว่า แต่ปัจจุบันแม่ผมเสียไปแล้วครับ ความโรแมนติกของแม่ อย่างเช่น ตอนผมอายุ 20 ปี แม่จะให้การ์ดประจำวันเกิด ทุก ๆ ปีอยู่แล้ว จะเป็นการ์ดที่ทำเอง โดยติดจากการ์ดเก่า ๆ ของคนอื่น ที่ให้มา การ์ดแต่งงาน แล้วก็เอามาแปะ มีกระดาษสา แล้วก็เขียนข้อความฝากถึงน้องต้องรักกัน คือมีพี่น้อง 2 คนครับ

ปัจจุบันมีคนพิเศษไหม
มีครับคบกันมาได้ 4 ปี แล้ว

ตอนนี้รู้สึกว่าต้องทำงานประจำด้วย ถ่ายหนังด้วยใช่ไหม
ในส่วนของงานประจำในปีผ่านมา ผมถ่ายหนักมาก ผู้บังคับกองพันก็จะให้ผมมาถ่ายหนังอย่างเดียว เพราะเนื่องจากที่ผมมาถ่ายทำแล้ว ลูกน้องมารอเซ็นต์หนังสือ หรือไม่ได้เข้ามาเซ็นต์ หรือบางทีรออนุมัติไม่ทัน เขาก็ต้องโทรมาบ้าง ผู้พันก็เลยตัด ก็เลยให้ลูกน้องผมที่เป็นนายร้อยรุ่นน้องขึ้นมาทำหน้าที่แทน เพราะผมก็ถือว่าต้องทำตรงนี้เพราะทางกองทัพเป็นคนส่งมา แล้วอีกส่วนหนึ่งก็เป็น ภาพยนตร์ ที่เป็นพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้า เพื่อจะเป็นที่รวบรวมจิตใจคนไทย ผมก็ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของทหารครับ

ตัวคุณเบิร์ด อยากให้คนดูได้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
ผมเองไม่ได้หวังว่าคนดูจะได้อะไรกับเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่าคนที่ไปดู จะต้องได้แน่ ๆ ส่วนเรื่องของความชื่นชอบภาพยนตร์ หรืออะไรต่าง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่จะดู แต่ข้อคิดที่ได้ สำหรับผมที่จะฝาก ก็คือว่าในการอยู่ร่วมกัน ของคนต่าง เชื้อชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ เพราะว่าในภาพยนตร์ จะเห็นทั้งชนชาติ ต่าง ๆ ในภาพยนตร์ เช่น จีน ญี่ปุ่น โปรตุเกส แขก ที่อยู่ในกองทัพของพระนเรศวร ซึ่งเขาไม่ได้เกิดในแผ่นดินของเรา แต่เขาใช้แผ่นดินของเราในการอยู่อาศัย แล้วก็เลือกที่จะจงรักภักดี ต่อกษัตริย์ ของอยุธยา แล้วก็เลือกที่จะจบชีวิตลง ในแผ่นดินแห่งนี้

เพราะฉะนั้นในขณะที่เราเกิดที่นี่ ใช้แผ่นดินแห่งนี้ แล้วก็ตายในที่นี่ เราก็น่าที่จะเป็นคนหนึ่งที่ห่วงแหน แล้วก็รักแผ่นดินนี้มากกว่าคนเหล่านั้น หลายร้อยเท่า หลายพันเท่า เราจะต้องมีความรักและสามัคคีกัน อันนี้คือสิ่งที่ได้ในภาพยนตร์ ที่เห็นได้ชัด

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.