
เผยความคืบหน้าการถ่ายทำ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 5 ตอนยุทธหัตถี โดยท่านมุ้ยได้เดินทางไปนิวซีแลนด์ เพื่อให้บริษัทของปีเตอร์ แจ็คสัน ผู้กำกับภาพยนตร์ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ร่วมคิดหาแนวทางที่ดีที่สุดในการนำเสนอ เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ชมอย่างเต็มที่
การถ่ายทำฉากยุทธหัตถีมีรายละเอียดมากมาย ตั้งแต่การจินตนาการให้ตัวหนังสือจากพงศาวดารต่างๆ ออกมาเป็นภาพนิ่ง (Production Paint) และขยายต่อเป็นภาพเคลื่อนไหวของการชนช้าง ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาก่อน หลังจากนั้นต้องคัดเลือกช้าง ฝึกช้าง ฝึกซ้อมนักแสดงให้เคลื่อนไหวบนหลังช้าง นำเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกต่างๆ เข้ามาประกอบ การถ่ายทำโดยการใช้ Motion Capture ฯลฯ ทุกอย่างต้องพิถีพิถันให้ดูสมจริง ทั้งยังต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับฉากนี้ โดยตลอดระยะเวลาที่เตรียมการและถ่ายทำนั้น เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัยก็ได้ปรึกษากับริชาร์ด เทย์เลอร์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Weta และเป็นผู้ช่วยของ ปีเตอร์ แจ็คสัน มาช่วยประสานงานและจัดการเรื่องการขอคำปรึกษาในครั้งนี้ด้วย
แจ็คสันเป็นเพื่อนที่ช่วยคิด ให้คำแนะนำ ตลอดจนส่งทีมงานมาถ่ายทอดโนว์ฮาวเกี่ยวกับการสร้างฉากต่างๆ มาตั้งแต่ก่อนเริ่มลงมือถ่ายทำภาคแรก ทำให้เราใช้เวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายน้อยลงอย่างมาก ถึงตอนนี้ก็อยากปรึกษาเรื่องเทคนิคให้ฉากยากๆ อีกหลายฉากของภาคจบนี้ออกมา ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเท่าที่ถ่ายทำไว้แล้วก็ยังรู้สึกว่าน่าจะมีวิธีการหรืออะไรที่ดีกว่านี้ โดยเชื่อมั่นว่าจะมีแนวทางที่น่าสนใจจากประสบการณ์ของเขา ถ้าต้องใช้งบประมาณมากเราก็จะนำแนวคิดนั้นมาปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับข้อจำกัดในการทำงานของเราได้ ท่านมุ้ยกล่าว

นอกจากนี้ในภาคใหม่นี้ ได้ดึงนักแสดงมืออาชีพอีกหลายท่านร่วมงานด้วย อาหนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบทเด่นเป็น เมงเยสีหตู เจ้าเมืองตองอู ร่วมประชันบทบาทกับ แพร์ รัชนี ศิระเลิศ ผู้รับบทเป็น เมงเกงสอ ภรรยาที่งดงามแต่ที่ร้ายลึก และ โน้ต น.ท. จงเจตน์ วัชรานันท์ - ราชบุตรตองอู นัดจินหน่อง ในฉากใหม่สุดอลังการของมยุระปางซองหรือท้องพระโรงยูงทองแห่งเมืองตองอู ในการวางแผนร้ายที่ส่งผลให้พลิกผันชะตาบ้านเมืองของพม่าหลังเสร็จศึกยุทธหัตถี

อาหนิงนิรุตติ์ ศิริจรรยา กล่าวว่า ทำงานร่วมกับท่านมุ้ยครั้งแรกเกือบ 40 ปีมาแล้ว ในภาพยนตร์ของเสด็จพระองค์ชายเล็ก เรื่องสาวเครือฟ้า ถ่ายทำกันที่เชียงใหม่ โดยท่านมุ้ยเป็นทั้งช่างภาพและช่วยเสด็จฯ กำกับด้วย การได้มาร่วมงานในเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชครั้งนี้มีบรรยากาศการทำงานที่สนุกสนานและได้รับความสะดวกมาก รู้สึกว่าทุกคนมีความสุข นักแสดงเตรียมตัวกันมาดี ท่านมุ้ยก็เป็นกันเองไม่กดดัน ถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดงที่ยากพอสมควร ต้องระวังเรื่องบท เพราะภาษาที่ใช้ไม่ใช่แบบที่เราพูดกันในปัจจุบันและต้องพูดกับคนหลายระดับด้วย แม้แต่ศัพท์ธรรมดาสามัญยังพูดยากเลย ชื่นชมกับการเตรียมงานที่ดีของผู้เกี่ยวข้องและผู้ร่วมงานทุกฝ่าย ท่านมุ้ยก็พิถีพิถันกับทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่เป็นประวัติศาสตร์ของ 2 ประเทศเพื่อนบ้านยิ่งมีความละเอียดอ่อนมาก ซึ่งท่านมุ้ยก็ศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดีทุกด้าน ในส่วนของชุดเครื่องแต่งกายที่ช่วยให้นักแสดงเกิดความมั่นใจได้มากนั้น สำหรับเรื่องนี้ไม่มีที่ติเลย
ด้าน แพร์ รัชนี ศิระเลิศ เผยความรู้สึกว่า ดีใจมากที่ได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่นี้ เพราะในชีวิตการเป็นนักแสดงก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับท่านมุ้ยบ้าง ภูมิใจกับบทที่ได้รับค่ะ และประทับใจกับการทำงานในเรื่องนี้ที่ตอนแรกคิดว่าคงยาก แต่ปรากฏว่าทุกอย่างราบรื่นลงตัวอย่างง่ายๆ เพราะการเตรียมงานที่ดีมาก ทุกขั้นตอนผ่านการคิดและวางแผนมาเรียบร้อยแล้ว โดยท่านมุ้ยทำงานชัดเจน บอกโจทย์ชี้แจงความต้องการว่าอยากให้นักแสดงสื่อสารผ่านตัวละครอย่างไร และให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เรามีความเข้าใจในตัวละครและบทบาทได้ดี และท่านมีวิธีการทำให้เราไม่กังวลกับการพูดตามบทหรือชื่อยากๆ ด้วย เป็นการทำงานที่เราวางใจ อุ่นใจ และมั่นใจว่าทุกอย่างจะออกมาดี แพร์ได้เรียนรู้จากท่านเกี่ยวกับความแตกต่างในการแสดงหนังกับละครซึ่งเป็นประโยชน์มาก ประทับใจทุกอย่างที่ประกอบกันเป็นหนังที่ยิ่งใหญ่เรื่องนี้ค่ะ ทั้งทีมงาน ช้างม้า และผู้คนมากมายที่ทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ ฉากและเสื้อผ้า-หน้า-ผม สวยงามอลังการไปหมด
แล้วก็ดีใจที่ได้เข้าฉากกับอาหนิง-นิรุตติ์ด้วยค่ะ หลังจากที่เล่นละครเรื่องเดียวกันมาแล้วหลายเรื่อง แต่ไม่เคยได้เข้าฉากร่วมกันเลย สำหรับพี่ต้น-จักรกฤษณ์ร่วมงานกันบ่อย ส่วนโน้ต-จงเจตน์นี่แพร์ชื่นชมในความตั้งใจและเตรียมตัวดีมากค่ะ

โน้ต น.ท. จงเจตน์ วัชรานันท์ กล่าวว่า วันแรกที่ถ่ายฉากมยุระปางซองซึ่งเป็นบ้านของเราในเรื่องนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นมากเลยครับ เป็นฉากที่สวยงามเกินกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้นกยูงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ตองอูนั้น ท่านมุ้ยจำลองมาจากรายละเอียดในประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าประทับใจจริงๆ ตอนที่รู้ว่าจะแสดงกับอาหนิงก็รู้สึกเกร็งๆ เกรงๆ แต่เมื่อเข้าฉากด้วยกันแล้วก็สนุก สบายๆ ครับ เป็นผู้ใหญ่ใจดี มีมุขเด็ดๆ มาช่วยสร้างบรรยากาศตลอดครับ และความเป็นนักแสดงมืออาชีพรุ่นใหญ่ที่มีความสามารถสูงมากก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเรา เรื่องการแสดงและการจำบทยากๆ ยาวๆ นี่สุดยอดเลย ส่วนพี่แพร์ที่นอกฉากออกแนวสวยน่ารัก แต่พอเข้าฉากแล้วก็สามารถรับบทร้ายลึก ทั้งเชิด หยิ่ง นิ่ง เข้ม ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่พี่ต้นก็แสดงถึงความคุ้มคลั่งวิกลจริตได้เก่งมากครับ ทำให้การถ่ายทำผ่านฉลุย |