“ เปนชู้กับผี ” !!
  สารบัญหน้านี้: โปสเตอร์ไทยและนอก  รายละเีอียดของบทและแนวทาง  การคัดเลือกนักแสดง
  LINK: แกลอรี่ภาพ                                      
  ข่าว: ประกาศตัวที่เมืองคานส์                     งานเปิดตัวและหนังขายต่างประเทศได้แล้ว
  บทวิจารณ์: ไทย               English Review
   
 

 

 

.....ภาพยนตร์รัก สยองขวัญเรื่องล่าสุดของ บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด

เตรียมฉายพร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ ๒ พฤศจิกายนนี้.....

เรื่องราวรักชวนสยองที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวสองคน...

คนหนึ่งนวลจันสาวน้อยจากต่างจังหวัด ผู้เข้ามาตามหาคนรักที่หายสาบสูญไป...

อีกคนคือรัญจวนเศรษฐีนีม่าย ผู้ลึกลับซึ่งมีเสียงล่ำลือกันว่าเธอซ่อนชายชู้ไว้คนหนึ่ง

และที่สำคัญ...ชายคนนั้นไม่ใช่คน !!

          เปนชู้กับผี... ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ บริษัท ไฟว์สตาร์ โปร ดักชั่น จำกัด ผลงานการกำกับลำดับที่ ๓ ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ต่อจากเรื่องฟ้าทะลายโจร และ หมานคร... ภาพยนตร์เรื่อง “ เปนชู้กับผี ” หนังรักสยองขวัญ นำแสดงโดย ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ สุพรทิพย์ ช่วงรังษี ที่ได้แรงบันดาลใจจากชิ้นงานของ ครูเหม เวชกร “ จิตรกรห้าแผ่นดิน ” ผลงานของท่านได้แสดงให้เห็นถึง ความเป็นไทย วิถีชีวิต และ แนวคิดของสังคมไทยโดยถ่ายทอดผ่านภาพเขียน และงานเขียน โดยเฉพาะงานเขียนของท่านได้ถูกนำมาตีพิมพ์เป็นหนังสือชุดปีศาจไทย ในสมัยก่อนจนเป็นที่โด่งดัง เปนชู้กับผี... เป็นภาพยนตร์ที่ย้อนไปในอดีตราวปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ เรื่องราวรักชวนสยองที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวสองคน เป็นหนังผีที่น่ากลัวด้วยบรรยากาศ ที่สำคัญเป็นหนังผีแบบฉบับไทยแท้ๆ ที่น่ากลัวไม่แพ้ของชาติอื่น

ประวัติ และ ผลงาน...วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (WISIT SASANATIENG)

          สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มทำงานโฆษณากับ บริษัท ลินตาส ( ประเทศไทย ) จำกัด ในตำแหน่งครีเอทีฟ และ บริษัทโฆษณาระดับแถวหน้าอีกหลายบริษัท และปัจจุบันเป็นผู้กำกับโฆษณาให้กับบริษัท เดอะฟิล์ม แฟคตอรี่ จำกัด มีผลงานด้านโฆษณาเป็นที่รู้จักจำนวนมาก...

          วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์ไทยด้วยการเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง ๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง เมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๐ และนางนาก ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ มีผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของตนเองเรื่อง ฟ้าทะลายโจร อำนวยการสร้างระหว่าง บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด และ ฟิล์มบางกอก เป็นภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่นทางด้านการใช้สีอันฉูดฉาด ซึ่งได้รับการพูดถึงมากด้วยการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งได้รับรางวัล Dragons & Tigers award for young cinema จาก Vancouver Film Festival, Canada ในปี ๒๐๐๐ และ ยังเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับการคัดเลือกเข้าชิงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองคานส์ปี ๒๐๐๑ อย่างเป็นทางการในสายอันเซอร์เทิล รี การ์ต : Un Certain Regards หรือ ภาพยนตร์ที่น่าจับตามอง

          จากนั้นเขาได้สร้างผลงานการกำกับอันดับสองเรื่อง หมานคร อำนวยการสร้างโดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น เป็นการนำเสนอเรื่องราวของสังคมเมืองซึ่งอยู่ในรูปแบบของภาพยนตร์แฟนตาซีเหนือจริง จนได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ปี ๒๐๐๕ สาขาการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังได้ถูกคัดเลือกเข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศในปี ๒๐๐๕ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่โลคาโน ( 58 th Locarno International Film Festival ) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ , เทศกาลโตรอลโต อินเตอร์เนชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล (Toronto International Film Festival) และ งานดรากอล แอนด์ ไทเกอร์ ซีรีย์ (Dragons & Tigers Series) ในเทศกาลแวนคูเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม เฟสติวัล (Vancouver International Film Festival) อีกทั้งยังได้รับรางวัลจาก เทศกาลภาพยนตร์แฟนตาเซีย (FANTASIA : NORTH AMERICA’S PREMIER GENRE FILM FESTIVAL) ที่ Montreal ประเทศแคนาดา ครั้งที่ ๑๐ โดยสามารถคว้ารางวัล ๒ รางวัลมหาชน Best Asian Film ( Bronze Prize ) และ Most Groundbreaking Film ( Silver Prize ) มาครอง และยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ หมานคร..ยังได้รับการยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๑๐ ของหนังที่ดีที่สุดในโลกปี ๒๐๐๕ จากนิตยสาร TIME Magazine และด้วยผลงาน กำกับภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวทั้ง ๒ เรื่อง ทำให้เขาได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาภาพยนตร์ ครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๔๙ จัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เป็นรางวัลจัดขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุน ส่งเสริม ยกย่อง เชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัยให้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ...

          และสำหรับผลงานลำดับที่ ๓ ด้านกำกับภาพยนตร์ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เรื่อง เปนชู้กับผี... เป็นหนังรักสยองขวัญ ที่มีเรื่องราวของความรัก ความลึกลับ และ การค้นหา

 

 

กว่าจะเป็น .... เปนชู้กับผี

          เปนชู้กับผี เกิดขึ้นจากความตั้งใจ ของผู้กำกับโดยเขาได้เล่าถึงโปรเจ็คนี้ว่า “ เป็นความตั้งใจที่อยากทำหนังเรื่องนี้ มีความคิดเกิดขึ้นอยู่นานแล้วว่าอยากทำหนังผีที่เป็นสไตล์แบบไทย ที่มีรูปแบบ และ เอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งเราก็จะนึกถึงครูเหม เวชกร ภาพของครูเหม เป็นภาพที่มีความเป็นศิลปะมาก มีเอกลักษณ์ เป็นการรวมเอาความเป็นไทย วิถีชีวิต และสังคมไทยเข้าไว้ด้วยกัน ในการจัดวางภาพ การจัดแสงก็จะเป็นสไตล์ของเขา ซึ่งโดดเด่นมาก เป็นผีแบบฉบับไทยๆ ซึ่งไม่ค่อยมีใครมองเห็น แต่เรามองว่าในเมื่อเรามีของดีอยู่ ทำไมไม่หยิบมาใช้ และ ปรับให้ทันสมัย เราจึงได้เกิดโปรเจ็คเปนชู้กับผี...ขึ้น ”

ทำไม... เปนชู้กับผี ต้อง ไม่มีไม้ไต่คู้ !!

          มักมีคำถามเสมอว่าชื่อของภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนผิดหรือไม่และทำไมถึงใช้ชื่อแบบนี้ ? “ คำว่า เปน ( ไม่ใส่ไม้ไต่คู้ ) เป็นคำไทยโบราณที่มีใช้กันมานานแล้ว ซึ่งถ้าศึกษาจากหนังสือในสมัยก่อน เช่น หนังสือราชกิจจานุเบกษา จะเขียนแบบนี้ การใช้ชื่อเรื่องหนังในสมัยก่อนมักจะเป็นวลี เป็นคำๆ เป็นประโยคบอกเล่า ที่จริงใจ และ ชัดเจน หนังเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ด้วยกลิ่นของความเป็นอดีต และ ด้วยความรู้สึกของหนังผี จึงออกมาเป็นชื่อนี้ เปนชู้กับผี... ” ผู้กำกับกล่าว

ที่มาของบท...

          เปนชู้กับผี ... หนังรักสยองขวัญ ที่มีกลิ่นอายของพีเรียด และ ไม่ซ้ำใคร ด้วยชื่อของผู้กำกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง และ คนเขียนบท ก้องเกียรติ โขมศิริ จากทีมกำกับและเขียนบทภาพยนตร์เรื่องลองของ ซึ่งเขียนบทหนังประเภทนี้มาแล้วและเป็นที่โด่งดังในปี ๒๐๐๕ ( พ.ศ.๒๕๔๘ ) ที่ผ่านมา และด้วยความโดดเด่นของบุคคลทั้ง ๒ จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่น่าจับตามองของปี เปนชู้กับผี...เป็นการทำงานร่วมกันครั้งแรกของทั้ง ๒ เพราะโดยปกติผู้กำกับคนนี้จะไม่เคยให้ใครเขียนบทให้ แต่ครั้งนี้เขาไว้ใจและมั่นใจในตัว ก้องเกียรติ โขมศิริ ในการเข้ามาพัฒนาบทให้มีเรื่องราวของความรักที่เข้มข้น มีที่มาที่ไปของตัวละครมากขึ้น หนังเรื่องนี้มีตัวละครน้อยแต่มีมิติในตัวเองอย่างชัดเจน ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่หนังผีแบบที่มีอยู่ทั่วไป

          ความน่ากลัวชวนขนหัวลุกของหนังเรื่องนี้ อยู่ตรงบรรยากาศแบบไทย...ที่เงียบๆ วังเวง และ ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ย้อนไปในอดีต แต่ประเด็นเรื่องของความรักยังคงใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย และ ยังคงเป็นคำถามคลาสิคที่ว่า เมื่อเรารักใคร...เราควรจะรักเขาไปจนตายรึเปล่า ?

คนเขีบนบท...

          ก้องเกียรติ โขมศิริ สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำงานเบื้องหลังวงการภาพยนตร์ โดยเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องต่างๆ มาแล้วไม่ว่าจะเป็น บางระจัน , ขุนแผน , ๗ ประจัญบาน ภาค ๑ และ ๒ , ขุนศึก , คนเล่นของ อีกทั้งยังร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่ององค์บาก และ เป็นหนึ่งในทีมกำกับและเขียนบทภาพยนตร์เรื่องลองของ ซึ่งสร้างชื่อเสียงเป็นที่โด่งดังในปี ๒๐๐๕ ( พ.ศ.๒๕๔๘ ) ที่ผ่านมา จนทำให้เขาเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา โดย..โขม หรือ ก้องเกียรติ ได้เล่าถึงการร่วมงานครั้งสำคัญกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงว่า “ ทางไฟว์สตาร์ได้แนะนำถึงตัวเราว่าเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องลองของ ทางพี่เขาก็เกิดความสนใจขึ้นมาเลยได้มานั่งคุยกัน มันอาจจะเป็นผลมาจากหนังเรื่องลองของนะ ที่เขาเห็นว่าเราเขียนบทหนังแนวนี้แล้วมันมีผลตอบรับสูง คือเดิมตั้งใจว่าเสร็จเรื่องลองของ ก็จะไม่เขียนบทหนังประเภทนี้แล้ว อยากเปลี่ยนเป็นบทหนังแนวอื่นๆ บ้าง เพราะตอนนั้นเรายังไม่เห็นมุมใหม่ๆ ของการเขียนบทหนังผี แต่พอได้มานั่งคุยกับพี่วิศิษฎ์ ได้ฟังไอเดีย เราว่ามันโอเค.มากเรียกว่าสุดยอดเลยนะ เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นมาจากภาพวาดของครูเหม เวชกร คือเรื่องผีของครูเหม ส่วนมากเป็นเรื่องความผูกพันธ์ระหว่างคนกับผี การพบการจาก เราว่ามันเป็นเสน่ห์ของหนังผีนะ และมุมที่เราตีความหลังจากที่ได้คุยกับพี่วิศิษฎ์ คือ บทของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นหนังผี ที่มีเรื่องของความรัก น่ากลัวด้วยบรรยากาศ คืออยู่เฉยๆ ก็ขนลุกขึ้นมา รู้สึกวาบขึ้นมาได้ทั้งๆที่เราไม่ต้องเห็นผีเป็นตัวเป็นตน แต่ว่ามันทำให้ชวนขนลุกอยู่ตลอดเวลา จากนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้ามาร่วมพัฒนาบทภาพยนตร์เรื่องนี้....เปนชู้กับผี ”

แนวทางในการนำเสนอ..

          เปนชู้กับผี ... เป็นภาพยนตร์ที่ย้อนไปในอดีตประมาณ ๗๐ ปี รูปแบบที่ใช้ในหนังเรื่องนี้จะอยู่ในระหว่างปี พ.ศ.๒๔๗๐ - ๒๔๘๐ ซึ่งยุคนั้นเมืองไทยจะแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือกลุ่มคนสังคมชั้นสูง พวกนี้จะได้รับอิทธิพลทางยุโรปเป็นอย่างมาก ลักษณะของบ้าน เครื่องใช้ในบ้าน การแต่งกายจะได้รับอิทธิพลทางยุโรปเป็นศิลปะในยุคที่เรียกว่า อาร์ทนูโว ( Art Nouveau ) มาจากทางฝรั่งเศส และอีกด้านหนึ่งเมืองไทยก็ยังเป็นอะไรที่ไทยมากๆ คนต่างจังหวัดก็จะพายเรือ อยู่บ้านใต้ถุนสูง จุดตะเกียง นอนมุ้ง ทำนา ฉะนั้นแนวทางด้านศิลปะในการนำเสนอของเรื่องนี้จะมี ๒ รูปแบบที่มาเจอกัน เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการปะทะกันระหว่างชนบท กับ เมือง...

ด้านโลเคชั่น...

          ผู้กำกับได้อธิบายถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ ในการทำงานกับหนังเรื่องนี้ เราเขียนบทด้วยโจทย์ที่ว่าต้องมีนักแสดงไม่กี่คน แต่มีความลึกและโดดเด่น ไม่มีเทคนิคมาก ภาพทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้เกิดขึ้นจากการตกแต่ง หรือไปทำทีหลัง เราจะหนีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเราพยายามจะทำทุกอย่างด้วยมือ ย้อนกลับไปใช้วิธีเดิมๆ วิธีที่จริงใจที่สุดของหนังไทยสมัยก่อน วิธีทำกันสดๆ เห็นกันจะๆ ทั้งหมดมันก็เป็นสาเหตุที่เราไม่ต้องการใช้สถานที่เยอะ เราจะได้ควบคุมมันได้ เราถ่ายทำกันในบ้านหลังเดียวที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ถ้าจะนับเวลาร่วมแล้ว เริ่มตั้งแต่เขียนบทตอนต้นปี ๒๕๔๙ มาถึงตอนนี้จนเข้าฉายก็ประมาณ ๑๐ เดือน ”

ด้านคาแรกเตอร์ตัวละคร ...

การเริ่มต้นของ... นวลจัน และ รัญจวน

          เปนชู้กับผี ... เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาและเรื่องราวของความรักที่เกี่ยวพันกับผู้หญิงสองคน ซึ่งคนหนึ่งมาจากที่สูง อีกคนมาจากที่ต่ำ และ มาบรรจบกัน มีความแตกต่างกัน มีเรื่องของชนชั้นระหว่างหญิงสูงศักดิ์กับหญิงชาวบ้าน คนหนึ่งเป็นสาวน้อยจากต่างจังหวัดเข้ามาตามหาคนรักที่หายสาบสูญไป... ส่วนหญิงอีกคนเป็นเศรษฐีนีม่ายลึกลับและมีเสียงล่ำลือกันว่าเธอซ่อนชายชู้ไว้ ที่สำคัญ...ชายคนนั้นไม่ใช่คน ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดว่ามีความโดดเด่นในด้านการแสดงของนักแสดงบทบาทที่เชือดเฉือน คำพูดที่เฉียบคม และเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมของนักแสดง

 

          โดยผู้กำกับได้พูดถึงการเลือกสรรนักแสดงที่มารับบท นวลจัน และ รัญจวน ซึ่งเป็นตัวละครนำในเรื่องนี้ว่า “ นวลจันในเรื่องนี้ภาษาภาพยนตร์คือตัวเดินเรื่อง ตัวละครตัวนี้เชื่อมกับตัวละครทั้งหมด และพาคนดูไปพบกับปริศนาทีละอย่าง จนกระทั่งพบกับบทสรุปของเรื่อง จึงเป็นตัวละครที่ค่อนข้างสำคัญ นวลจันไม่ได้เป็นต้นเหตุของเรื่อง แต่เขาเป็นตัวที่เราต้องติดตามอยู่ตลอดเวลา พูดง่ายๆ ว่ามีเขาอยู่ในทุกฉาก เราได้ นุ่น : ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เข้ามารับบทเป็นนวลจัน เราเลือกจากการแคสติ้ง มีคนมาแคสหลายคน พอดูแล้วเราโอเค.เลย เดิมเราจะติดภาพของเขาที่เป็นเด็กใสๆ จะต่อต้านเล็กน้อยไม่คิดว่าจะเล่นได้ แต่พอเห็นเทปแคสติ้งของเขา เราเชื่อว่าเขาทำได้ เขามีความตั้งใจที่อยากจะทำ อยากเปลี่ยนตัวเองจากบทที่เคยได้รับบ่อยๆ เขาต้องการที่จะพัฒนาการแสดงของเขาไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งหาได้ยากสำหรับนักแสดงรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่แล้วนักแสดงพอมีชื่อเสียงก็อยากจะรับแต่บทเดิมๆพราะมันง่ายดีเขาไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องพยายามมาก...

          ส่วนคุณรัญจวน เป็นบทที่ต้องการความกล้าของนักแสดง คือ เป็นความกล้าในการแสดง ไม่ใช่เรื่องอิโรติค มันเป็นความกล้าที่เขามาเล่น และ มีบทที่ไม่เยอะ แต่เป็นบทที่เด่นมาก เป็นบทที่เรียกได้ว่าเป็นตัวหลักของเรื่องเป็นตัวปริศนาของเรื่องที่นางเอกจะต้องไปค้นหา สำหรับเรื่องนี้เราได้ คุณสุพรทิพย์ ช่วงรังษีกล้าเข้ามารับบทนี้... ซึ่งในตอนแรกเราไม่กล้าที่จะชวนเขามาแคส เขาเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง เราเห็นภาพเขาตามหน้านิตยสารชั้นนำต่างๆ รู้สึกชอบในบุคลิก ซึ่งไม่แน่ใจว่าเขาอยากจะร่วมงานด้วยหรือไม่ แต่แล้วเขาก็มาแคส และปรากฎว่าใช่เลย แบบไม่ต้องพยายาม ในขณะที่เขาไม่มีประสบการณ์ในการแสดงเขากลับตีความบทเราได้ชัดเจนมาก เรื่องของความเป็นผู้ดี ความเป็นชนชั้นสูงของเขามันอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว ไม่ต้องพยายาม คือเขาเป็นของเขาเอง เป็นธรรมชาติของเขา ไม่ว่าจะเป็นวิธีพูด วิธีเดิน มีอยู่ในตัว เขาเป็นคนมีรัศมีบางอย่างอยู่ในตัว ถ้าตามภาษาชาวบ้านเรียกว่ากันว่ามีราศีผู้ดีอยู่ในตัว เราไม่ต้องทำอะไรมาก ” ผู้กำกับกล่าว

 

ด้านนักแสดง...

          นุ่น : ศิรพันธ์ วัฒนจินดา สาวมั่นแห่งปี เรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหนังแสดงหน้าใหม่ที่มากด้วยความสามารถ และน่าสนใจ มีดีกรีสาวดัชชี่ปี ๒๐๐๔ พ่วงท้าย เธอโด่งดังจากภาพยนตร์เรื่องแรกเพื่อนสนิท ผลงานด้านละครเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย.. เรียกได้ว่าต้องจับตามองเธอให้ดีในด้านงานแสดงที่โดดเด่นและไม่เป็นรองใคร และ ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญ ในการพลิกบทบาทกันแบบไม่เหลือเค้าเดิม ในภาพยนตร์รักสยองขวัญเรื่องแรกในชีวิต เปนชู้กับผี... โดย นุ่น : ศิรพันธ์ พูดถึงโปรเจ็คใหม่ล่าสุดของตัวเองครั้งนี้ “ เปนชู้กับผี...เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ ๒ แล้วเป็นงานที่น่าสนใจมาก เป็นบทที่เรายังไม่เคยเล่นมาก่อนรับรองเลยว่าไม่ใช่ นุ่น : ศิรพันธ์ อย่างที่เห็นๆ กันแน่ นุ่นคิดว่าการที่เราได้โอกาสทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเป็นสิ่งที่ท้าทาย ตอนที่ทีมงานติดต่อมาเล่าให้ฟังถึงพร็อทเรื่องก็โอเค.เลย ไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าเล่นกับใครบ้าง ตื่นเต้นมาก..จริงๆเป็นคนกลัวผีมาก...ถึงมากที่สุด แต่ไม่เป็นไรอยากทำ ...อยากเล่น บทมันน่าสนใจ มันไม่ใช่หนังผีธรรมดา มันมีมากกว่าความน่ากลัว นุ่นคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดี และก็ไม่อยากให้มันผ่านไป ควรจะหยิบฉวยไว้ และ ทำให้ดีที่สุด เต็มที่กับมัน มีหลายคนทักว่า.. จะไหวเหรอชื่อหนังฟังไม่ดีเลย !! แต่นุ่นว่าเก๋....เวลาที่ได้เห็นตัวหนังสือก็รู้สึกว่าแปลก เชื่อว่าทุกคนเห็นก็ต้องว่าแปลก เพราะสะกดไม่เหมือนภาษาที่ใช้กันในปัจจุบัน หนังเรื่องนี้นุ่นต้องปรับและเปลี่ยนตัวเองค่อนข้างเยอะมาก ต่างกับเรื่องแรกที่เป็นตัวเอง เป็นการทำงานที่ยากแต่ท้าทาย ในเรื่องรับบทเป็น นวลจัน หญิงบ้านนอกเดินทางมาตามหาคนรักที่หายสาบสูญไป เดินทางเข้ามาในเมืองคนเดียวและมีความมุ่งมั่นที่จะตามหาคนรักให้ได้ การตีความบทในเรื่องนี้ค่อนข้างยากเพราะห่างจากชีวิตจริงนุ่นมากๆ เพราะชีวิตจริงยังไม่เคยตามหาใคร นุ่นเลยต้องทำการบ้านอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำเสียงที่ต้องปรับ วิธีพูด กิริยาท่าทาง การเดิน เพราะคนสมัยก่อน เวลาพูดฉะฉาน

          ชัดถ้อยชัดคำ สำหรับหนังเรื่องนี้นอกจากความสนุก ลุ้นระทึกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีแง่คิดดีๆ แอบซ่อนอยู่ ถ้าดูหนังเรื่องนี้แล้วจะรู้ว่าทำไม คนเรามีความฝันได้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราต้องยอมรับมันให้ได้ ” นุ่นกล่าว

          และอีกหนึ่งสาวเก่งคนนี้ ทิบปี้ : สุพรทิพย์ ช่วงรังษี เธอคร่ำหวอดอยู่ในวงการพี.อาร์. มานานกว่า ๑๐ ปี เชี่ยวชาญด้านงานประชาสัมพันธ์และการตลาด สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ อย่างมากมาย ปัจจุบัน...เป็นผู้บริหารของ บริษัท แบรนด์เด็ด ดิ เอเจนซี่ จำกัด เป็นผู้บริหารของ บริษัท เวิร์คกิ้ง ไดมอนด์ จำกัด และ ยังเป็นผู้บริหารของแบรนด์เครื่องประดับสุดเก๋ Tippy & Matthew นอกจากนี้ทิบปี้ยังได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในตัวแทนผู้หญิงนักพัฒนา ๖๐ คน จากทั่วโลกโดย องค์การแคร์ นานาชาติ ซึ่งเป็นองค์การสาธารณกุศลที่ดำเนินงานพัฒนาด้านต่างๆ ในประเทศไทย เรียกได้ว่าเธอเป็นสาวนักบริหารอยู่เบื้องหลังงานชิ้นสำคัญๆ มาโดยตลอด และไม่ว่าเธอจะขยับจับงานใด...เป็นต้องดังชนิดพลุแตก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเธอในการก้าวเท้าเข้าสู่วงการบันเทิงกับภาพยนตร์เรื่อง เปนชู้กับผี ...

          โอกาสนี้ คุณทิพย์ หรือ ทิบปี้ ได้เล่าถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ทีมงานจากเปนชู้กับผีติดต่อชักชวนเธอร่วมงานกับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ เป็นคนทำงานด้านธุรกิจมาตลอด ไม่เคยคิดเหมือนกันว่ามีคนต้องการให้เรามาเล่นหนังใหญ่แบบนี้ ซึ่งไม่ได้ตอบรับตั้งแต่แรก เพราะกังวลจะทำไม่ได้ และ อีกอย่างก็ไม่ใช่สายอาชีพเรา แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งมันก็เป็นความท้าทาย เรียกได้ว่าน่าจะมากที่สุด ณ เวลานี้ ใช้เวลาคิดอยู่ระยะหนึ่ง พร้อมกับพูดคุยทำความเข้าใจในตัวบท.. เกิดความมั่นใจว่าทำได้ .... ..สำหรับบทบาทที่ตนเองได้รับในภาพยนตร์เรื่องนี้ในเรื่องรับบทเป็น คุณรัญจวน สาวสวย รวย สง่า เกิดในตระกูลที่ดี เป็นผู้หญิงที่มีความซับซ้อนในตัวเอง มีโลกแห่งความสมบูรณ์แบบในมโนภาพของตัวเอง มีความรักอันยิ่งใหญ่ เก็บซ่อนความน่ากลัว และ ความลับบางอย่างไว้ เป็นบทที่น่าสนใจทีเดียว อ่านจบน้ำตาซึมเลย เพราะความหมดศรัทธาในความรักโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนตัวแล้วชอบมากๆ เรียกว่า ...โดนใจ มันมีเรื่องของปรัชญาชีวิตแฝงอยู่ คือ ตัวคุณรัญจวนเองจากที่รักมาก ก็กลายเป็นเกลียดได้อย่างแรง และ สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้คนรักอยู่กับตัวเอง จะมีอยู่ประโยคหนึ่งที่คุณรัญจวนพูดว่า “ อะไรจะเป็นสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการที่เราสูญเสียคนที่เรารัก ก็คือการสูญสิ้นศรัทธาในความรัก ” คือการที่เราสูญเสียคนรัก ไม่เลวร้ายเท่ากับเราสูญเสียศรัทธากับความรัก เพราะถ้าเราไม่เสียศรัทธากับความรัก เราก็สามารถรักต่อได้ เกิดชีวิตใหม่ได้ แต่ถ้าเราไม่มีศรัทธาในรักแล้ว เราก็ไม่สามารถรักใครได้ เพราะเราจะมองทุกอย่างเป็นสิ่งเลวร้ายหมด ไม่มีความรัก และ ไม่มีความสุข อยากให้คนดูได้รู้จักถึงการปล่อยวาง เพราะทุกคนในโลกนี้มองแค่มุมของตัวเอง ถึงได้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น คุณรัญจวนเป็นตัวอย่างที่ดีมาก.. เพราะตั้งแต่เด็กจะไม่เคยถูกขัดใจ ชนะทุกเรื่อง แพ้ไม่เป็น มันถึงได้สร้างความเสียหายเกิดขึ้นได้มากมาย ต้องลองมาดูหนังเรื่องนี้... ได้แง่คิดหลายอย่าง ถ้ามันไม่ดีก็คงไม่ชวน ไม่ใช่เพราะเล่นเองเลยชวนเพียงแต่มันน่าดูจริงๆ ” คุณทิพย์ทิ้งท้าย

   
 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn   อัญชลี ชัยวรพร
© COPYRIGHT 2004 http://www.Thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.