
เด็กซิ่งอิงธรรมะ / Hi-So ติดดิน ฉายาประจำกองถ่ายของดาวดวงใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย ไหม วิสา สารสาส ประเดิมหนังเรืองแรกก็ได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอก ประกบคู่กับ Super Star อารมณ์ดี ที่ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้ม กับใบหน้าที่มีจมูกโตๆ โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ อย่างโน้ส อุดม แต้พานิช สุดยอดเดี่ยวไมโครโฟน มือหนึ่งของเมืองไทย
ถึงแม้วันนี้ ไหม วิสา สารสาส ในวงกว้างมากนัก แต่ก็ใช่ว่าเธอจะมาเป็นนางเอกคนใหม่อย่างไร้ฝีมือ เพราะจริงๆแล้ว ไหม เธอมีดีกรี เป็นถึง ทูตความงามของเครื่องสำอาง ชิเชโด้ งานโฆษณา เช่น TOYOTA AVANZA, มือถือ I-Mobile, Music VDO ของ อาร์มแชร์ และเดินแบบ ถ่ายแบบอีกมากมาย
แต่ในอีกมุมนึง อาจมีอีกหลายคนที่รู้จัก ไหม วิสา ในนามของสาว Hi-So เพราะ สกุล สารสาส มาการันตีอยู่เสมอ แต่ไหมก็จะบอกกับทุกคนเสมอว่า หนูไม่ใช่ Hi-So หนูเชื่อว่าหลายๆคนคงไม่ค่อยเห็นหนูในงานสังคม เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่หนูชอบทำ หนูไม่อยากให้ใครมองว่าหนูคือคุณหนู ไฮโซ ยกตัวอย่าง เหมือนกระรอก มันคงไม่อยากให้ใคร มองว่ามันคือกระแต หนูก็เหมือนกัน จริงๆแล้วหนูก็คือ เด็กวัยรุ่นธรรมดาคนนึง ที่วันนี้ได้มีโอกาสมาทำงานตรงนี้ มาทำงานแสดงที่หนูรัก และหนูก็อยากทำให้เต็มที่ที่สุด ถ้าวันไหนหนูไม่ได้มาทำงาน หนูก็อยู่กับพ่อ-แม่ เล่นกับหมา เที่ยวเฮฮากับเพื่อนๆ
นอกจากนี้ ไหม วิสา สารสาส ยังถือว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่น่าเอาอย่าง คนรอบข้างเธอมักเอ่ยปากชมเสมอว่านอกจากความน่ารัก สดใส จริงใจ และติดดินของไหมแล้ว ไหมยังเป็นคนที่มีธรรมะในจิตใจเสมอถึงขนาดที่ว่า คืนนี้ยังปาร์ตี้เฮฮากับเพื่อนๆ แต่พรุ่งนี้เธอไปนั่งวิปัสนากรรมฐานอยู่ในวัดซะแล้ว ไหมมักจะนำหลักธรรมะ มาปรับใช้กับตัวเองอยู่เสมอ เมื่อไหร่ที่รู้สึกตื่นเต้น เสียใจ หรือกังวลเรื่องใดๆ ไหมจะนั่งสมาธิ และจะรู้สึกสงบขึ้น พอสงบก็จะเกิดสติ และ ปัญญา
ในวันนี้เราได้มาทำความรู้จักกับ ไหม วิสา สารสาส และยังได้พูดคุยถึงเรื่องผลงานชิ้นสำคัญนั่นคือ หนังเรื่องแรกของไหม เรื่อง โคตรรักเอ็งเลย อีกด้วย
แนะนำ ความเป็นตัวของตัวเองในแบบไหม
A: ตั้งแต่ชื่อจริงเลยป่าว ชื่อจริง วิสา สารสาส อายุ 22 ปี ก็ไม่ได้เป็นใครเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในวงการ ได้มาเล่นหนังกับบา แรมยู และสหมงคลฟิล์ม จบไฮสคูลจากประเทศ อังกฤษ และมาต่อปริญญาตรีที่ ม.ธรรมศาสตร์ ไหมจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตง่ายๆ กินง่าย อยู่ง่าย ใช้ชีวิตแบบสนุกสนาน ตามวัย แต่จะไม่ชอบกีฬา เป็นคนที่ไม่ชอบเล่นกีฬา(เสียงหนัก) เพราะว่าไหมรู้สึกว่ามันเป็นการบังคับอย่างฟิตเนสไปอย่างเงี๊ยะ ไหมจะไม่ชอบ คือไหมรู้สึกว่ามันวิ่งอยู่ที่เดิมอะ มันไม่ไปไหนเลย ถึงไหมไม่ชอบอะไรที่มันโดนบังคับให้เล่นนะถ้าถามถึงกีฬาที่ไหมจะชอบกีฬาแบบว่าเราเสียเหงื่อโดยไม่รู้ตัว เช่นวิ่งเล่นกับเพื่อน วิ่งเล่นตามชายหาด แชร์บอล เล่นน้ำ สกี อะไรอย่างเงี๊ยะ คือแบบว่าอะไรที่มันท้าทายความสามารถของเราเองด้วย แล้วเราก็ได้เหงื่อโดยที่เราไม่รู้ตัวแล้วแบบไปเที่ยวกลางคืนเต้นโอ้โฮมันกันสุดๆ ไหมจะ ชอบดูหนัง ฟังเพลง ฟังได้ทุกอย่างเลยตั้งแต่เพลงไทย ลาว เกาหลี พม่าได้หมด แต่ถ้าถามจริง ๆชอบเพลงแบบ R&B และชอบเหมือนเจนิเฟอร์ โลเปส อะไรประมาณนี้ เพลงแบบสนุก ๆ เพลงไทยก็ชอบความหมายดี ๆ แต่ถ้าเรื่องหนังจะเป็นคนชอบหนังแบบ หนังรักก็ชอบ แต่บางที ก็คิดว่ามันเลี่ยน หนังรักมันก็จะรู้ว่าจบยังงัย จะชอบมากๆก็คือหนังแบบที่เป็น drama เยอะๆ จะชอบแบบ true romance ที่เป็นแบบของผู้กำกับ kill bill อ่ะ แล้วเค้าเป็นคนเขียนบทเองด้วย คือ มันจะมีความโหดเข้าไปด้วยอ่ะ คือมีแบบเอาไปสู้ๆๆ เค้าเคยพูดว่า แฟนเค้าเนี่ยถ้าได้ดูจะต้องบอกว่าหนังเค้าเนี้ยเป็นหนัง ทรูโรแมนซ์จริงๆ พอหนูดูหนูก็แบบ เออว่ะ เนี่ย คือความรักอันแท้จริง จริงๆอ่ะ แล้วก็ชอบหนังเกาหลี เออ ถ้าแบบหนังกุ๊กกิ๊กๆ เนี่ย จะชอบของเกาหลี แบบ My Sassy Girl เพราะรู้สึกว่ามันน่ารักดี อยากเล่นบ้างอ่ะส่งมาบ้างสิ
บุคลิกไหมบางทีก็จะมีซนๆแบบชอบอะไรลุยๆ ผาดโผนนิดๆ เป็นคนค่อนข้างไฮเปอร์ ไหมจะชอบทำโน่นทำนี่ ไม่อยู่เฉยๆ ไหมจะชอบงานศิลปะ โดยเฉพาะด้านการแสดงนี่จะชอบมาก และเมื่อโอกาสมาถึงไหมก็จะทำเต็มที่ อย่างผลงานที่ผ่านมาก็จะมี เล่นมิวสิควีดีโอของอาร์มแชร์ ถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ เดินแบบบ้าง ประปราย ส่วนผลงานด้านการแสดงที่จริงจังก็กำลังจะมีให้ได้ดูกันนั่นก็คือ หนังเรื่อง โคตรรักเอ็งเลย นี่แหละค่ะ
เรื่องนี้รับบทเป็นใคร คาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นไงบ้างค่ะ
รับบทเป็นนางเอก ชื่อแดงเป็นภรรยาของพี่โน้ส อุดมค่ะแล้วก็เป็นผู้หญิงวัย25ปีคนหนึ่งที่มีลูกแล้วมีครอบครัวกับพี่โน้สแล้วคาร์แรคเตอร์ ของแดงเป็นผู้หญิงค่อนข้างเสียจุดยืนในชีวิตนี้จากที่ไหมทำการบ้านตัวแดงมาก็คือเค้าเสียจุดยืนในชีวิต สามีก็เปลี่ยนไปไม่ค่อยมีความมั่นคงในชีวิตแล้วก็ตัวแดงเองก็เป็นผู้หญิงแบบหญิงไทยใจงามรักครอบครัวชอบทำงานทำอาหารเป็นคนเรียบร้อยอะ จริงๆแล้วอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตเค้าปุ๊บปั๊บๆเค้าก็จะดูเหมือนเพี้ยนๆเอ๋อๆ
ให้เล่าเรื่องโคตรรักแบบย่อๆในมุมของไหม
หนังโคตรรัก เป็นหนังที่เกี่ยวกับความรักที่คนเรามองข้ามไป สำหรับไหม ไหมคิดว่าหนังเรื่องนี้ต้องการส่งข้อความให้คนดู สื่อว่าบางทีเรามีคนรัก แล้วเราลืม แบบว่ามองข้ามหรือ มองเค้าเป็นของตาย ไม่เอาใจใส่ และบางครั้งก็เป็นเรื่องโอกาสครั้งที่ 2 ที่คุณจะแก้ตัว หรือ ทำอะไรก็ได้ แล้วมันจะทำให้คนคิดว่าบางทีเรามีโอกาส เราก็ทำไปเลย แต่บางทีโอกาสมันไม่มีแล้ว คือ มันไม่ได้สมหวังเหมือนหนัง ในชีวิตจริงเนี่ยมันจะมีอีกครั้งนึงให้กลับมาพูดอะไรที่เราอยากพูดในตอนที่เรายังมีโอกาส หนังจะเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างคู่รัก
เรื่องนี้เราก็มีส่วนร่วมในเรื่องของตัวละครด้วย
ใช่ค่ะ ก็จะแบบว่า คือบอกเค้าเสนอว่าอย่างนี้ หนูก็เอามาคิดว่ามันควรเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ถ้าไม่ควรเป็นก็จะคุยกับพี่พิงผู้กำกับตลอดคือพอรับบทแล้ว มาศึกษาตัวผู้กำกับ ศึกษาคนรอบข้าง คนที่ทำงานอยู่ในหนังเรื่องนี้ว่า ถ้าแดงเค้าเป็นแบบนี้เค้าควรแต่งตัวเป็นแบบนั้นรึเปล่า หรือ แดงเค้าไม่ควรแต่งตัวแบบนี้หรอก ด้วยความคิดที่หนูเป็นเด็กควรที่จะแต่งตัวเรียบร้อย แดงคงไม่แต่งตัวเปรี้ยวขนาดนี้หรอก ตอนแรกพี่พิงจะให้เปลี่ยนไปเยอะมากเลย คือ เค้าคงอยากให้แดงสวยขึ้นมา (หัวเราะ)
นอกจากนี้ไหมยังได้หยิบเอาความสามารถเฉพาะตัวมาใช้เติมเต็มบทบาทในหนังให้สมบูรณ์ขึ้นด้วย
ค่ะ ก็มีได้เล่นเปียโน ขี่ม้า แล้วก็มี แอบแจมๆเต้น Hip hop นิดหน่อย อ่ะค่ะ คือบังเอิญว่า โลเกชั่นที่บ้านพี่พิงเนี่ยเค้ามีเปียโนตั้งไว้อยู่แล้ว วันนั้นไหมเห็นด้วยความซนของหนูไง เลยไปเล่นดู พอพี่พิงเค้าเห็นว่าเห้ย! นี่ไหมเล่นเปียโนได้ด้วยนี่หว่า เค้าเลยจัดแจงเพิ่มบทเข้าไปใหม่แบบสดๆ ตรงนั้นเลยแต่ไหมก็บอกเค้าว่าไหมเล่นได้แต่งูๆปลาๆเอง แล้วก็ไม่ค่อยได้เล่นมานานแล้ว พี่พิงก็เลยโทรเรียกครูสอนเปียโนจากกรุงเทพไปพัทยาเลย สอนไหมตรงนั้นเลย ไหมก็ฝึกเพิ่ม แล้วก็ได้จับเอามาเล่นในหนังอย่างที่ได้เห็นกันนั่นแหละค่ะ ส่วนขี่ม้านี่หนูเรียนมา 9 ปีแล้ว แล้วก็เลิกไปประมาณ 3 ปีไม่ได้ขี่มา 3 ปีแล้ว แต่ก็คือสมัยก่อนขี่ม้าแข่งมาตลอดมันก็พอได้อยู่ บังเอิญอีกแหละค่ะ พี่พิงเพิ่งทราบทีหลังว่าไหมขี่ม้าได้ เค้าก็เลยเพิ่มบทเข้าไปอีก เค้าบอกว่าหนังมันจะได้มีเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้น
Q: ส่วนตัวของไหมเองไหมรู้สึกยังไงกับตัวละครตัวนี้บ้าง อยากให้วิจารณ์ตัวละครตัวนี้
A: รู้สึกผู้หญิงคนนี้แบบ.......เค้าคงเครียดอ่ะ (ทำสีหน้าครุ่นคิด เหมือนเครียดไปกับแดงด้วย) เค้าคงมีอะไรในใจเยอะ จริงแล้วเค้าก็เป็นคนดีนะ คือจุดนั้นจะไปว่าเค้าไม่ได้หรอก เพราะว่าถ้าเราไปยืนในจุดที่เค้ายืนอยู่อ่ะ แล้วทำอย่างนั้น ไม่ผิดหรอก เพราะด้วยการที่ว่า ไหมไปสวมบทเค้าอ่ะ ไหมต้องคิดรอบคิดหลังแล้วว่าที่แดงทำอ่ะมันถูกหรือผิด อะไรอย่างเนี๊ย แต่ทุกอย่างที่เค้าทำอ่ะ มันมีเหตุผลหมดเลย ต้องไปดูในหนัง อย่างที่ไปจูบกับพี่กอล์ฟฉากนั้นปวดร้าว(เน้นเสียง) ดูแล้วปวดร้าว เพราะว่าเค้าก็ไปจับได้ว่าแฟนเค้าไปนอกใจเค้าก่อน คือถ้าแฟนไม่นอกใจเค้าก็ไม่ทำหรอก แล้วผู้ชายไปหาเค้าเนี่ย เค้าก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงแรดเลย เค้าเป็นผู้หญิงเรียบร้อย เพราะรักษาโทรมาก่อน พอโทรมาเวลาคุยก็ยังแบบรู้สึกว่าจะคุยดีรึป่าว ถ้าเห็นนะคือ ไหมค่อนข้างจะใส่ฟิลลิ่งเข้าไปในตัวละครนะ
Q: คิดว่าบทที่ตัวเองได้รับมาเนี่ย ยากมั๊ย แล้วมันมีความต่างกับเหมือน ระหว่างไหมกับแดงยังไงบ้าง
A: ยากมากกกก.................กกกก.........กกกก สำหรับบทแรก ที่เหมือนกันอย่างแรกคือ เป็นผู้หญิงเหมือนกัน มีความอ่อนไหว ต่อความรักเหมือนกัน ถ้าคนรักมาทำอะไรกระจุ๊ก กระจิ๊กหน่อย ผู้หญิงก็มีอารมณ์อ่อนไหวเหมือนกัน แดงกับไหมคงคิดเหมือนกันน่ะค่ะ เพราะว่าแบบคบกันมานาน แล้วเค้าแบบมองว่าเราเป็นของตาย ไม่ได้เอาเราจริงแล้ว เหมือนอยู่กันไปนาน เลยมองเราเป็นของตาย ความแตกต่างก็คือ แดงเค้าไปอีก step นึงอ่ะ ความรักที่แดงมี คือมันเป็น step ที่แบบว่ามีลูกด้วยกันแล้ว อยู่บ้าน เห็นชีวิตประจำวันที่เป็นแบบว่า คือแดงเค้าจะมีความรับผิดชอบมากกว่า มีร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง มีลูกที่ต้องดูแล มีสามีที่กลับบ้านมาก็ต้องมาทำความสะอาดบ้าน มีความรับผิดชอบเยอะกว่าไหม ที่ไหมนี่จะเป็นแบบ เป็นวัยรุ่นคนนึงที่ มีความทุกข์กับความรัก มีความสุขกับความรัก แล้วแต่เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา
Q: ไหมเข้ามาเล่นเรื่องนี้ได้ยังไง
A: ก็มีอยู่วันนึงมีพี่คนนึงโทรมาหานะคะ ชื่อ พี่ พิง ลำพระเพลิงค่ะ โทรมาบอกว่าอยากเจอ มีหนังเรื่องนึงอยากให้มาเล่นเราก็ขออ่านบทก่อน แล้วก็เข้าไปคุยกับพี่เค้า เค้าก็อยากให้เล่น เราก็เอาบทมาศึกษา หลังจากนั้นก็เข้าไป workshop c]h; ก็เข้าไปบาแรมยู เข้าไปเจอพี่โน้ส เจอผู้กำกับ ผู้ช่วยผู้กำกับ และก็ทางทีมงาน ก็รู้สึกว่าบทนี้น่าสนใจดี ก็คุยกับพี่โน้สว่าเล่นดีมั๊ย ไหมเองก็คิดว่าไหมน่าจะเล่นได้เลยตัดสินใจรับ แล้วก็เข้ามาเล่นเนี่ยค่ะ
Q: ทำไมถึงตัดสินใจมาเล่นหนังเรื่องนี้ มีอะไรที่พิเศษรึเปล่า มีอะไรที่น่าสนใจที่ทำให้ไหมรู้สึกว่าน่าเล่น
A: คือ ไหมคิดว่า จริงๆไหมก็อายุ 21 ใช่มั๊ยคะมารับเล่นบทที่ว่าเป็นคนอายุ 25 แล้ว แต่งงานแล้ว มีลูก ซึ่งเป็นอะไรที่หนูยังไม่เคยเจอกับชีวิตตัวเอง แต่พออ่านบทแล้วรู้สึกว่าบทดีมาก เห้ย!! อยากเล่น แต่ก็กลัวว่าคนจะคิดว่าเราแรงไปรึเปล่า ทำไมเราแรงจังเรื่องแรกอะไรอย่างเนี๊ย แต่พอคิดอีกทีก็ถือว่าท้าทาย แล้วก็ได้เล่นกับนักแสดงที่มีความสามารถหลายๆคน ซึ่งพี่ๆเค้าช่วยสอน ช่วยบอกเทคนิคในการเล่นอะไรอย่างเนี๊ยค่ะ คือชอบที่บทดี แล้วมันก็มีบางอย่างที่สะท้อนสังคมในตอนนี้ด้วย
Q: ทราบว่าเรื่องนี้พี่โน้ส เป็นคนเลือกไหมให้มาเล่น นาทีแรกที่พี่โน้สชวนว่า ไหม มาเล่นหนังกันเถอะ ไหมรู้สึกยีงไงบ้างA: คือตอนแรกหนูไม่รู้ว่าเค้าเลือกหนู หนูเพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้เอง พอรู้ก็แบบ คิดว่าเค้าคงเห็นความที่เป็นเราอ่ะ เพราะบางทีไหมก็มีแบบลูกติงต๊อง อย่างที่เค้าให้สัมภาษณ์คือ นางเอกคนนี้มันจะสวย ไม่ได้สวยจัด คือ แบบสวยแปลกๆ อย่างที่กองเนี่ยเค้าจะเรียกว่าหนูสวยแปลก แล้วสรุป ฉันสวยมั๊ยเนี่ย คิดในใจนะ พี่พิงก็จะบอกว่าเนี่ย เราน่ะเป็นคนสวยแปลกมาก พี่โน้สก็จะบอกว่าเดี่ยวก็สวยเดี๋ยวก็ไม่สวย แต่ก็รู้สึกดีใจที่เค้าเลือก เพราะถ้าเค้าไม่เลือกเราก็คงไม่มีโอกาสที่จะเล่นเรื่องนี้

Q: วันที่ได้เข้ามาคุยกับพี่พิง วันแรกเลย เห็นพี่พิงครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง
A: อ๋อ.คือหนูอ่ะรู้ว่า พี่พิง ลำพระเพลิง เนี่ยเค้าเป็นดารา แต่หนูก็เรียนเมืองนอกมา หนูก็ไม่รู้หรอกว่าคือใคร ทำอะไรมาบ้าง แต่ว่าชื่อนี้มันคุ้นๆน่ะ ก็ไปนัดเจอกันทีร้ายแถวๆพัฒนาการ ก็เห็นพี่เค้าอยู่ข้างในละ ก็อืม พี่คนนี้แหละ พอหนูเข้าไปเค้าก็มอง เค้าคุยแล้วเค้าก็จ้อง มองหนูแบบมองขึ้นมองลง มองขึ้นมองลง จ้องหนูอยู่ได้อ่ะ แล้วก็มาถามแบบ ถามโน่น ถามนี้ ถามโน่น ถามนี่ แต่หนูก็แบบเป็นตัวของเรา เป็นตัวของตัวเอง เราก็ไม่ได้ไปfake อะไร เราก็คิดว่านี่เหรอ พี่พิง ลำพระเพลิง เค้าตลกเหรอ ไม่เห็นจะตลกเลย วันแรกเค้ายังไม่ปล่อยมุข คือก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าเค้าเป็นคนตลกไง เล่นปล่อยมุขตลอดที่ตีสิบ ใช่ปะ พอหนูเจอหนูยังไม่รู้สึกว่าเค้าตลกเลย
Q: ทีนี้พอเจอพี่พิงแล้วเนี่ยเค้าบอกเรามั๊ยว่าเราต้องทำอะไรเจอกับอะไรบ้าง
A: ไม่บอกเลย เค้าบอกแค่มันเป็นหนังตลก แค่เนี๊ย ที่คุยกันวันแรก เค้าบอกให้เอาบทไปอ่านนะ มันเป็นหนังตลก แล้วบทที่ไหมได้อันแรกอ่ะ มันยังเป็นอันที่พิมพ์ผิดอยู่ อย่างตอนแรกเค้าจะให้ชื่อนางเอกว่า มด ไม่ก็ แดง บทที่ได้มาอ่านน่ะก็จะเป็นมด กะ แดง สลับกันอยู่ได้ หนูก็เห้ย! ทำไมนางเอกบทน้อยจัง แดงมีประมาณ 3 บรรทัดอ่ะ ที่เหลือเป็น มด หมดเลย แม่รู้ก็แบบ ลูก ทำไมลูกเป็นนางเอก แต่บทลูกมีน้อยจัง ประมาณนั้นอ่ะค่ะ ก็เนี่ยเค้าให้ไปดูบท ตอนนั้นไหมยังไม่สนิทกับพี่พิง เบอร์พี่พิงไหมยังไม่มีเลยในตอนนั้นอ่ะค่ะ แต่จะติดต่อไปทางเพื่อนพี่พิง ชื่อพี่บัง แล้วมีอะไรก็จะปรึกษาพี่โน้สเป็นส่วนใหญ่
Q: แล้วพออ่านบทครั้งแรกไหมรู้สึกยังไง
A: ไม่เข้าใจ (หัวเราะ) ก็ภาษาไทยหนูไม่เก่งไง อ่านแล้วมันเป็นแบบ หนังเรื่องนี้มัน หักมุมอ่ะ เยอะมากเลย แล้วใครจะไปอ่านแล้วจะเข้าใจ แล้วอ่านครั้งแรกเสร็จก็แบบพี่โน้ส นี่ไหมตายเหรอเนี่ย เรื่องแรกไหมก็ตายแล้วเหรอ พี่โน้สก็บอกว่าไม่ตายเว้ย ยังไม่ตาย กลับไปอ่านอีกที เค้าก็พูดอย่างนี้ไหมกลับไปอ่านอีกที นี่ยังจำได้เลยว่าตอนนั้นอ่านอยู่ที่หัวหินน่ะ อ่านเสร็จก็แบบ งงอ่ะ!! นี่เรื่องแรกก็ตายแล้วเหรอ จริงๆแล้วเนี่ย ไหมก็ไม่เข้าใจคาเรคเตอร์ของแดงหรอก จนได้มา workshop กับครูเงาะ อันนั้นน่ะค่ะ ตัวแดงมันเริ่มเป็นก้อน
Q: ก่อนเปิดกล้องเตรียมตัวยังไง และต้องทำการบ้านกับบทหรือตัวละครยังไงบ้าง
ก็มีไป workshop แค่ 7 วันเองอ่ะค่ะ ก็จะมีเรียนกับครูเงาะ เค้าจะให้เราทำคือค่อยๆดึงฟีลลิ่งจากตัวละคร ค่อยๆดึง ค่อยๆพาไหมไปเจอแดง ที่เป็นตัวนางเอกเรื่องนี้ ให้เปลี่ยนเราไปเป็นตัวละครตัวนั้นให้เราค่อยๆเข้าใจ ว่าตัวละครตัวนั้นเค้าจะทำยังไง จะพูดจายังไง ครูเงาะจะให้เราทำการบ้านว่าเราเป็นแดงนะ ให้แดงเขียนไดอารี่ บอกเรื่องราวตัวเอง ในขณะที่เป็นแดง อย่างเช่น ฉันอายุเท่านี้นะ ชื่อแดง ฉันแต่งงานแล้วกับรงค์ มีลูกแล้ว อย่างนั้นอย่างนี้ ไปเรื่อยๆเป็นเวลา 7 วัน จนวันสุดท้ายนี่แบบ ความรู้สึกเหมือนแดงเข้ามาอยู่ในตัวเราโดยที่เราไม่รู้อ่ะ จับตรงไหนมันก็คือแดงไปหมดแล้วอ่ะ เนี่ย ! พอจับไปตรงไหนก็เป็นแดงไปหมด จริงๆนะ ไหมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
ไหมจะทำการบ้านกับแดงค่อนข้างเยอะมากค่ะ จะดูว่าคาเรคเตอร์แดงเป็นยังไง ถ้าแดงเป็นคนอย่างนี้ ควรมีบุคลิกยังไง หรืออาการที่เค้าเปลี่ยนไปควรเปลี่ยนไปยังไง การแต่งหน้า ทรงผม การแต่งตัวน่าจะเป็นแบบไหน เพราะคงไม่ใช่หากคนอย่างแดงจะต้องมาใส่เกาะอก นั่นคือคงไม่ใช่แดงแน่ๆ ไหมจะคุยกับพี่นุ่มที่เป็นคนทำคอสตูมว่า พี่ หนูจะไม่ใส่เกาะอก หรือเส้นเดี่ยวนะ เพราะนี่ไม่ใช่แดง คืออาจจะแค่ทำให้ดูแบบ ให้รักษาดูแล้ว เจริญตา เจริญใจ คือมันน่าจะทำให้ผู้ชายคนนึง มาตกหลุมรักได้ ไม่ใช่ว่าโทรม ออกมาจากเบเกอรี่ แล้วผู้ชายที่ไหนมันจะมาตกหลุมรัก ถูกปะพี่ มันต้องแบบ ทำให้ตัวเองขนตาเด้งนิดนึง แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องพรีเซ้นท์ตัวเองเต็มที่ แดงเค้าเรียบร้อยจะตายไป
สำหรับแดงนี่ไหมจะต้องอ่านตัวเค้า คือบางทีมันจะแบบ มีฟีลลิ่งตรงบทกว่านั้นอีกง่ะ เราก็แบบ บางทีทำความเข้าใจไม่ใช่ แค่บทตัวเอง สิ่งที่ตัวอีกคนที่เค้าเล่นกับเราอ่ะ เค้าเล่นมาแล้วมันยังไงด้วยอย่างพี่โน้สเล่นมาอย่างเนี๊ย เราก็ต้องเอามาคิดละ สมมุติว่าชีวิตจริงคือแบบ คนทั่วไปอาจจะคิดว่า หนังหรือละครต้องตอบโต้ตามบทไปมา แต่สำหรับไหม ไหมคิดว่า มันต้องตีคำพูดอีกคนที่พูดมาด้วยอ่ะ พอเค้าพูดมาอย่างนี้หน้าเรามันจะเป็นอีกสีหน้านึง มันจะต้องเล่นกันอย่างนั้นนะ ทำความเข้าใจก็คือแบบ พยายามดูผู้หญิงที่แบบ เนี่ย วัยประมาณ 25 เบญจเพศด้วยอ่ะ แบบเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ มีลูกแล้วทำงานแล้ว เราต้องคิดว่าหากเรามีคงวามรับผิดชอบเยอะๆอย่างแดงเนี่ย เราคงเครียดขึ้นเยอะอ่ะ
Q: อย่างในบทแดงเค้าต้องมีลูก แล้วไหมบิวท์ตัวเองยังไง หรือมีวิธีไหนที่ทำให้รู้สึกว่าเรามีลูกแล้ว
A: เนี่ย เป็นอีกเรื่องไหมเครียดมากเลยอ่ะ ไหมก็เลยปรึกษากับพี่เงาะค่ะว่า พี่เงาะไหมไม่เคยมีลูก ไหมไม่เคยมีความรู้สึกตรงนี้ ไหมจะเล่นยังไงให้มันออกมาได้ ไหมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย ครูเงาะก็บอกว่า คือมันไม่ใช่แค่แบบว่าเนี่ย (ทำท่าเหมือนมีท้องโตๆ) อย่างเนี๊ย มันไม่ใช่แค่เกี่ยวกับมีลูกอย่างนี้(ทำท่าอุ้มเด็ก) มันเป็นความผูกพันด้านอื่น อย่างเนี๊ย การที่ไหมบิวท์ว่ามีลูกได้ ก็คือว่า ต้องใช้วิธีคิดว่ามีอีกชีวิตนึง เค้าอยู่กับเรามา 9 เดือน แล้วอยู่ในตัวของเรา เราสร้างเค้ามา คิดดูดิ กินเราก็ต้องกินเผื่อเค้า อาบน้ำเราก็ต้องนึกถึงเค้า ก็จะรู้สึก เออนะ.. ถ้าใครสักคนนึงออกมา เราต้องผูกพันต้องรักเป็นพิเศษอยู่แล้วอ่ะ
ทีนี้มาถึงบรรยากาศในกองถ่ายบ้าง ได้ข่าวว่าวันแรกก็ไฟแรง เล่นฟิล์มไปซะ20 ม้วนเลย
A: (ปล่อยฮา.....5555) อันนั้นเป็นข่าวลือนะคะ (ขำ ตัวเอง) จริงๆแล้วก็จริงๆค่ะ ฉากแรกเป็นฉากที่ไหมจะต้องบอกกับพยาบาลว่า ไปคลีนิคมาแล้วค่ะ แต่ไม่ชอบหมอค่ะ พูดแค่เนี๊ย เล่นไปกี่ม้วนไม่รู้เหมือนกันน่ะ แหม..ม..ม เค้าก็โม้ๆกันน่ะค่ะ พวกพี่พิง พี่โน้ส น่ะ แต่เรื่องของเรื่องก็คือ แดงต้องไปหาพยาบาล แล้วเค้าก็จะถามไหมว่า เคยไปหาหมอที่โรงพยาบาล หรือคลีนิคมามั๊ย แล้วเราก็จะต้องตอบว่า ไปโรงพยาบาลมาแล้วค่ะ แต่ไม่ชอบหมอค่ะ เทคแรก คือหนูก็แบบ (ยักไหล่+ทักหน้าเป็น) คือแบบมูฟไปทั้งตัวอยู่นั่นแหละ พี่พิงก็แบบ เอาใหม่ ๆคือ เล่นจนแบบ ไม่มีแรงแล้ว ไปโรงพยาบาลมาแล้วค่ะ แต่ไม่ชอบหมอค่ะ (เสียงอ่อยๆท่าทางจะหมดแรงจริงๆ) พี่พิงก็บอกเออได้ คือ เหนื่อยมากอ่ะพี่ แค่เทคเดียวอ่ะ เล่นอยู่ได้ จนไหล่จะถึงหูอยู่แล้วอ่ะ จนพอเล่นได้ คือ เกร็งมากอ่ะ (เน้นเสียง) แล้วทีมงานน่ะ จ้องมาที่ไหมคนเดียวอ่ะ แล้วไหมก็แบบ คิดในใจอ่ะ ว่า เค้าคงคิดเนอะว่าคิดผิดที่เอาอีนี่มา เพราะตอนแคสก็ไม่ยอมแคส ตอนหลังพี่พิงมาบอกว่าเนี่ยพี่เครียดมากเลยรู้มั๊ยที่พี่เลือกมาเนี่ย นางเอกคนนี้นี่สุดยอด......... แคสก็ไม่ยอมแคสถ้าเล่นไม่ได้จะทำยังยังไง
Q: แล้วทำไม่ยอมแคสละ
A: เรียกว่าถือเคล็ดดีกว่ามั๊ง เพราะว่าที่ผ่านมาในอดีตงานไหนที่ไปแคสอ่ะไหมไม่เคยได้ทำเลย แล้วพออันที่ไม่แคสอ่ะกลับได้ทุกอันไหมก็เลยแบบ ขอไม่แคสได้มั๊ย จริงๆแล้วไหมก็ไม่ได้มั่นใจแต่ไหมรู้ว่าไหมทำได้ แล้วเวลาแคสอ่ะ คือถ้าไหมยังสื่อกับทีมงานไม่ได้ไหมจะเล่นไม่ค่อยออก อาจเป็นเพราะยังไม่สนิทด้วยมั๊ง แต่พอสนิทแล้วถามพี่พิงได้ ให้ลงน้ำ ให้ทำอะไรอ่ะ เล่นให้หมด เพราะเราสนิทกันแล้ว สนิทกับกอง สนิทกับทีมงานแล้ว มันไม่มีอะไรต้องอาย คือ ถ้าเราอ่านแล้วเรารู้สึกเราเล่นไม่ได้เราก็คงจะบอกตั้งแต่ทีแรก
Q: แล้วไหมรู้สึกหนักใจมั๊ยว่า เล่นหนักเรื่องแรกก็มาเจอผู้ชายที่ไม่ธรรมดาถึงสองคน
ตอนแรกกับพี่โน้สน่ะรู้อยู่แล้วว่าพี่โน้สเค้าจะเป็นอย่างนี้ แต่กับพี่พิงเนี่ยไม่คิดว่าจะผิดปกติ(ขำด้วยความซะใจ) คือตอนแรกก็คิดว่าพี่เค้าก็ปกติดีแต่ที่ไหนได้ คือเจอพี่พิงตอนแรกๆเค้าก็เรียบร้อยดีจนไปที่กอง ที่บ้าน ก็ค่อยนะ ท่าแท้ถึงออกมา
Q: แล้วพอมาเล่นหนังครั้งแรกแล้วเป็นหนังฟอร์มใหญ่ กว่างานที่ผ่านมาใช่เปล่า แล้วได้เล่นกับพี่โน้สเลยเนี่ย ไหมรู้สึกไงบ้าง
A: คือ แบบ จริงๆแล้วด้วยความที่ไหมรู้จักกับพี่โน้สมาก่อน ไหมก็เลยไม่ได้มองพี่เค้าเป็นซุปเปอร์สตาร์ หรืออะไร เพราะว่าเค้าเป็นคนที่ดูกันเอง เขาเป็นคนอัธยาศัยดีอยู่แล้ว เขาไม่เคยทำตัวเองแบบว่า พี่น่ะซุปเปอร์สตาร์นะน้อง (ทำเสียงดูแมนๆ เลียนแบบพี่โน้ส) ได้มาเล่นกับพี่เนี่ยน้องโชคดี พี่โน้สไม่เคยเป็นอย่างนั้น เค้าจะวางตัวสบายๆ เวลาไหมไปก็โทรบอก พี่โน้สมามั๊ย อะไรเงี๊ย อย่างไปทำบุญอะไรอย่างเนี๊ย ความรู้สึกไหม ไหมก็เลยไม่ตื่นเต้นกับพี่โน้สนะ แต่พอเริ่มเปิดกอง เปิดกล้อง เห้ย! คนที่กองเค้าพูดแบบพี่โน้สนี่ super star เราก็เออว่ะ แล้วพอพี่กอล์ฟมาอีกก็ โห.. ก็จะเริ่มแบบเกร็งๆ แล้วยังมีทีมงานหลายคนที่แบบว่ามืออาชีพกันแล้ว อย่างพี่อิม อย่างเนี๊ย เราก็เลยรู้สึกว่าเออ เรานี่หน้าใหม่อยู่คนเดียวเลยว่ะ เพราะฉะนั้นการบ้านต้องปึ๊กมากๆ เราต้องขยันกว่าเค้า ทุกๆคน หลายๆเท่า
Q: พี่พิงค์กับพี่โน้ส อ่ะ ทั้ง 2 คน เค้าได้ช่วยเราในเวลาที่เราจะสร้างอารมณ์ได้มั๊ยอ่ะ
เอ่อ...........พี่พิงค์ช่วยได้มากค่ะ พี่โน้สก็ช่วยนะคะ(กลัวพี่โน้สน้อยใจ) พี่พิงช่วยได้มากเพราะมันเป็นเรื่องจริงของเค้า แบบ เค้าเดินมาหาแล้วแบบร้องไห้เลย เค้าจะช่วยได้ดีมาก คือพอฉากอารมณ์ปุ๊บเนี่ย คือเราอยู่ข้างล่างเปลี่ยนชุดอยู่ แต่พอขึ้นมา แบบจะเปิดเพลงละ ละเค้าจะร้องไห้เดินมาล ละพี่โน้สกับไหมก็จะแบบ อะไรวะ...........แล้วตรงนั้นคือมันไม่ขำแล้วอ่ะ คือซีนที่เล่นจริงๆง่ะ แบบพี่พิงจะเคลียร์คนออก ไหมก็จะโอเครู้สึกเป็นส่วนตัว คือตอนหลังไหมรู้ว่าการประคองอารมณ์มันยาก ไหมก็จะบอกพี่พิงว่าช่วยบอกทีมกล้องหน่อยว่าเวลายกอ่ะ ช่วยเบาๆนิดนึง อย่างบางทีเราประคองอารมณ์อยู่ แล้วมันเสียงดังเนี่ยอารมณ์มันจะหลุดเลย แล้วมันไม่ได้เรียกกลับมาง่ายๆ อ่ะค่ะเพราะว่าหากเราจดจ่ออยู่กับเรื่องๆนึงเนี่ย ถ้าสมาธิหลุดมันก็กลับมายากไง แล้วมันจะเปลี่ยนเป็นอารมณ์แบบไปเลย แล้วตรงนี้เพลงก็เศร้า ละพี่พิงก็ร้องไห้อีก คนๆนึงเค้าอยากถ่ายทอดชีวิตเค้าให้ออกมาเป็นหนังอ่ะ แล้วเราเป็นตัวสื่อที่จะถ่ายทอดออกมาอ่ะ ก็เลยแบบ ค่อนข้างจะยากสำหรับไหม แต่หลังๆก็ดีขึ้น ไหมก็ปรับตัวได้มากขึ้น ทีมงานก็ยกของเบาลง(นิดหน่อย)พี่โน้สกับพี่พิงเค้าต่อบทกันอย่างเนี๊ยบางทีเค้าจะชอบพูดแบบ พูดอะไรที่มันไม่ได้อยู่ในบทอ่ะ พูดอะไรที่คนจะเลิกกันมันต้องมีประโยคอย่างนี้นะ แต่บางทีพี่พิงเค้าไม่ได้เขียนมาในบทงะ เช่น ในบทที่เค้าบอกว่า เค้าอยากเล่นเปียโนอ่ะตัวเอง (เสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ไปด้วย) อันนี้ไม่ได้อยู่ในบท คือเราได้ยินแล้วเราแบบขนลุกเลยอ่ะ เราบิวท์มาแบบ ฉันจะสอนเธอนะรงค์ ทำไมเธอไม่ยอมเล่นเลยอ่ะรงค์ แล้วเสียงเค้านี่แบบ...........โหย...แล้วซีนนั้นจริงๆเค้าถ่ายรับ 3 ทีใช่ปะ มีแบบ กว้าง / รับหน้าพี่โน้ส / รับหน้าไหม แล้วไหมก็ร้องสุดๆอ่ะ คือ เป็นอะไรที่แบบว่าคนมันจะเลิกกันน่ะมันก็น่าจะมีประโยคอย่างงี้นะแต่บางทีพี่พิงเค้าไม่ได้เขียนเข้ามาในบทไง เช่นในบทที่เค้าพูดแบบว่า เค้าอยากเล่นเปียโนอ่ะตัวเอง(เสียงหนัก) อย่างเงี๊ยะแล้วพี่เค้าพูดแบบ แล้วใครจะสอนเค้าเล่นเปียโน โฮ....แบบว่าจริงๆซีนนั้นไหมร้องเยอะมากเลยนะ
Q: ฉากอารมณ์อย่างฉากที่ต้องเล่นกับพี่โน้ส ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ต้องทะเลาะกันหรือฉากอื่นๆ เรามีวิธีการบิวท์อารมณ์ยังไงบ้าง
A: ก็จริงๆแล้ว คือหนังเรื่องนี้มันจะมีเพลงประกอบหนังใช่มะ ซึ่งเพลงนี้มันแบบ คือ มันตรงกับความเป็นจริง คือ แค่เพลงง่ะ หนูจะชอบท่อนนึงมากเลย เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยเพียงไหน นึกออกปะเวลาเราอยู่กับคนๆนึงมา 9 ปีอ่ะอยู่ดีๆมันขาดคนนั้นไปอ่ะ แล้วเพิ่งเก็ฯความเหนื่อยตรงนั้นอ่ะ เราอยู่กับเค้ามาแล้วหนูต้องบอกเลิกพี่โน้สอ่ะ ดูดิ หนูขนลุกเลยนะเนี่ย คือแบบ มันเป็นความรู้สึกของผู้หญิงคนนึง ที่แบบ กูจะไปหรือจะอยู่ ใจนึงก็อยากไปเพราะทนไม่ไหวแล้ว แต่ใจนึงมันก็แบบผูกพัน ตลอดมาเราเคยอยู่กับคนเนี๊ย เอาความรู้สึกตรงนั้นไปเลย ใส่ความรู้สึกตรงนั้นไป เราเป็นแดงที่อยู่กับรงค์ มองเค้า บ้าน ทุกอย่าง ลูก ฉันจะเลือกไปจากคนนี้แล้วนะ ลูกที่มีกับเค้า ตัวสามีบางทีก็ดูมีอะไรไม่ดีๆอ่ะ แต่เค้าเป็นคนที่รักเรามาตั้งนาน แต่ตอนนี้เราจะไปแล้วอ่ะ มันต้องเศร้าอยู่แล้วอ่ะ แล้วถ้าเราไปเราจะได้เจอสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ อย่างที่บอกอ่ะ ที่ไหมมองนี่คือ แดงมุมกว้างนะ มองจากตัวตนของแดง หรือแม้แต่รักษาที่เพิ่งจะมาจีบต้องดีใส่แดงอยู่แล้ว แต่อะไรเกิดต่อไปคือยังไม่รู้ คือไหมจะมองแดงเป็นมองกว้างอย่างนี้ คือไม่ใช่แค่เล่นบทบาทแดง แต่ไหมจะตีกว้างขึ้นอีก
Q: ยากมั๊ยที่จะต้องทำอะไรแบบนี้
A: เล่นฉากอารมณ์ยากมาก คือหนูก็มือใหม่อ่ะค่ะ ไม่ได้มาเคยเล่นแบบนี้แล้วอยู่ดีๆต้องมาเล่นบทอารมณ์วันละ 3 ซีน มันก็ยากอยู่แล้ว ละก็ปรับตัวยากด้วย เราไม่เคยทำงานในกองถ่ายมาก่อน ไม่เคยรู้ว่าการจะทำอารมณ์เนี่ย เค้าย้ายไฟกันเสียงดังมาก แต่เราต้องประคองอารมณ์ตรงนั้น เป็นชั่วโมงอ่ะพี่ เราต้องทำยังไง อย่างเวลาเปลี่ยนกล้องปุ๊บอ่ะ หนูต้องคอยประมาณครึ่งชัวโมงแล้วอ่ะ มึงย้ายกล้องหน่อย เห้ย มึงย้ายกล้อง ขยับไฟหน่อย เห้ย (เลียนแบบเสียงพี่พิง ผู้กำกับ อย่างช่ำชอง) แล้วเราแบบ ทำอารมณ์อยู่อ่ะ เร็วสิวะ เห้ย เดี๋ยวไม่ทัน ไม่เสร็จไม่ได้กินข้าวนะ ฮา.................... แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆค่ะ ได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย
Q: แล้วพอเรากดดันกับซีนอารมณ์มากๆ เราแก้ปัญหายังไง
A: คือ ต้องไม่คิด ไปคิดตรงหน้ากอง คือ บางทีไหมเคยนะ พรุ่งนี้ซีนอารมณ์เยอะมาก ก็จะเครียดละ จะเอาช่วงไหนของชีวิตตัวเองไปบิวท์ เพราะว่าชีวิตตัวเองก็ไม่ได้มีเรื่องเศร้าอะไร เพราะบางทีก็ไม่ได้มีหน้าพี่โน้ส หรือหน้าพี่กอล์ฟมาส่งบทให้เรา เราก็ต้องเอาทุกอย่าง ชีวิตแดง ชีวิตเรา ปนกันไปหมดอ่ะ แล้วบางทีมันเหมือนไหมใช้อารมณ์ฟุ่มเฟือยอ่ะ จนบางทีมันเล่นไม่ออก ไม่ออกแล้วจริงๆอ่ะ สำหรับไหม เพลงประกอบช่วยได้เยอะมากค่ะ เพลงนี้พี่พิงจะเปิดในกองตลอดเลย เพลง เขียนถึงคนบนฟ้า เค้าจะเปิดเหมือนคอยบิวท์ให้แบบว่า มันหม่นหมอง ประคองอารมณ์ กันเข้าไว้ แต่พอแบบเราไปกดดันเนี่ย มันจะทำไม่ได้ หรืออีกแบบนึง คือ มั่นใจว่าต้องฉากนี้ร้องได้ ก็จะกลายเป็นร้องไม่ได้ สมมุติว่าวันนี้เค้าชมเราว่า หูวว์...............วันนี้เล่นมากเลยนะสายไหม ผู้กำกับชม เธอเล่นดีมากเลยวันนี้ อีกวันนึงมันจะตื่นมาด้วยความมั่นใจ โหวันนี้ฉากอารมณ์ โอ้ย........สบาย พอเรามีความมั่นใจแล้วเราเล่น มันเล่นไม่ได้จริงๆนะพี่ แล้วพี่พิงก็จะแบบ เอ็งง่ะมั่นใจ เอ็งง่ะเล่นไม่ได้ พอโดนอย่างนี้ปุ๊บ ก็จะเอาละ ก็จะเป็นอะไรที่แบบมาสอนตัวเองว่าบางทีเราหน้าใหม่เกินไป เราจะไปมั่นใจตรงนี้ไม่ได้เลย แล้วตอนที่เรียนกับครูเงาะอ่ะ บางซีนอย่างซีนที่ไหมคิดว่า ครูเงาะไม่น่านจะทำให้ไหมร้องไห้ได้ ด้วยอารมณ์ที่ต้องนึกถึงสิ่งที่เค้าพูด คือ มันต้องค่อยๆบิวท์น่ะค่ะ พอทำอารมณ์ไหมก็ต้องมานั่งคิด อยู่กะเค้ามานาน เค้าทำอย่างนี้ สิ่งดีๆที่เค้าทำให้เรา คือ บางทีเราต้องเสริม ของเราไปด้วยว่า รงค์เคยพาเราไปกินข้าวร้านข้าวขาหมูนะ เราเคยผ่านเรื่องแบบนี้ แบบนั้น มาด้วยกันนะ แล้วนี่สิ่งพวกนั้นมันจะไปแล้วอ่ะ จะไม่อยู่กับเราแล้วอ่ะ เราจะทำยังไงละ มันรู้สึกว่างเปล่า มันก็จะร้องไห้ได้
ในเรื่องนี้ไหมต้องได้เจอกับฉากที่หลายรูปแบบ ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลายด้านด้วย ยากให้ไหมคุยถึงแต่ละฉากที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุด สำหรับไหม

Q: ซีนไหนที่รู้สึกว่าโหดกับเราเหลือเกิน
A: สำหรับไหม เป็นซีนที่หลอกว่าเป็นผีอ่ะ เบื้องหลังมันเป็นอะไรที่โหดมาก มันจะเป็นซีนที่ของหนูลอยขึ้นไปอ่ะ แล้วเรื่องของเรื่องซีนนี้เค้าให้หนูโหนบาร์อ่ะ โหนขึ้นไปอย่างเนี๊ย (ทำท่าโหนให้ดูด้วยว่าพยายามขนาดไหน) พี่พิงก็มา ทำอย่างนี้นะสายไหม แล้วเค้าโหนให้เราดู เหมือนว่าง่ายมาก เราก็ โห....พี่เล่นเวคบอร์ดนี่หว่า ซิคแพคขนาดนั้นอ่ะ เค้าทำดูง่ายมากแต่พอไหมไปทำอ่ะ ไม่ไหวแล้วหละ อยู่นานมาก แล้วหลายเทคอ่ะกว่าจะได้ คือไหม เหนื่อยมาก (เน้นเสียง) แล้วเสียงพัดลมมีไม่ได้เลยใช่ปะพี่ แล้วมันร้อนมันอยู่ตรงมุมอับ ไหมก็จะเริ่ม ทำไมเล่นไม่ได้ซะที ก็กดดันตัวเองแล้วมือมันสั่น ขามันก็สั่น เกร็ง แล้วพี่ช่างไฟเค้าก็มานึกได้ว่า ทำไมไม่ยกน้องเค้าขึ้นละ อ้าว...ว..หนูเล่นไปประมาณ 10 เทคแล้วอ่ะ แล้วเพิ่งคิดได้ โหย.ยย คือเหนื่อยมากอันนั้นอ่ะโหดสำหรับไหม
Q: แล้วอย่างซีนที่อยู่ในรถละต้องตกเหวล่ะ ไม่โหดเหรอ ไม่ยากเหรอ
A: ไม่ยากเท่าอันนั้นน่ะค่ะ คือตรงนั้นอ่ะ ถ่ายเยอะมาก มันก็มีอันที่ยากและไม่ยากปนๆกันไป ในช่วงที่ต้องร้องไปขับไปนั่นน่ะยากมาก มองรูปลูกแล้วก็ต้องร้องไห้ แต่เวลาเค้ามาตัด คนดูเค้าอาจจะไม่ได้เห็นอ่ะ ก็มียาก แต่บางทีก็มีแบบ เหมือนหักหลบอ่ะ แต่ไหมต้องฟอร์ม (ทำท่าหักพวงมาลัย) แต่มันก็ออกมาดูดีมากเลยนะ จริงๆไหมไม่ได้ตะโกนหรือร้องอะไรก็แค่ขับไป ตรงนี้หัก ตรงนี้หลบ ก็คิดไปว่าเนี่ยเราจะตายแล้ว ก็ไม่ยากเท่าไหร่ เมคแอคติ้งเว่อร์ๆเข้าไว้
Q: เล่นไปกี่เทค
A: 2 เทคนะ เพราะว่าเทคแรกไหมรัดเข็มขัด พอรัดเข็มขัดปุ๊บพอรถมันขึ้น รถมันเป็นแบบนี้ปุ๊บไหมก็จะรับใส่กล้องไม่ได้ไงเพราะว่าเข็มขัดมันดึงไว้ เทคสองให้ไหมถอดเข็มขัดเลย ไม่ได้กลัวไหมเป็นอะไรไปเล้ย..ยย. (หัวเราะ) ยากด้วย เสียวก็เสียวเทคสองนะขอเม้าท์สักนิดเหอะ ทีมงานแกล้งอืมก็ไม่ได้แกล้งหรอกแบบว่าก็รู้ คือรู้ว่าเค้าอยากให้ภาพออกมาดีนะ เค้าก็เลยไม่ได้บอกว่าจะปล่อยสลิงตกจริงๆได้ภาพเลยจริงเลยไงเสียวจริงเลยแบบว่าเหมือนเล่นรถไฟเหาะ แล้วพี่เค้าก็แบบมาถามว่ากลัวมั้ย แต่ไหมเล่นดีมากเลยนะ ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้พรุ่งนี้พี่ขออีกเทคนะ
Q: กลัวมั้ย ที่รู้ว่าต้องมีฉากอุบัติเหตุ
A: ไม่ได้คิดว่ามันจะ ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นตอนแรกนึกว่าเค้าจะใช้งานตัดต่อมาช่วย(หัวเราะ) แต่นี่เอาจริงๆเลยพี่รู้ใช่ปะว่าหนูขึ้นไปเล่นจริงๆ
Q: ทำไมถึงไม่ใช้สตันแมนหละ
A: รู้ คือเราแค่ตอนนั้นอยากให้หนังออกมาดีที่สุดอยากให้เค้าได้หน้าไหมจริง เราก็อยากให้สมจริงไม่อยากให้แบบว่ามาเห็นเป็นหน้าสตันท์แมน แล้วอีกอย่างสตันท์ไม่ยอมขึ้นนะตลกมาก แล้วสตันแมนเดินลงมาขอถ่ายรูปด้วยหน่อยแล้วแบบสตันใส่วิกผมยาวๆเหมือนไหมแล้วใส่ชุดเหมือนไหมแล้วเดินมาขอถ่ายรูปกับไหม แบบสตันไม่ยอมขึ้นไหมขึ้นเองเรื่องของเรื่องคือ พี่ที่เป็นสตั้นท์ของหนูอ่ะเค้าไปถ่ายซีนที่ขับรถผาดโผน แล้วมันมีรถบรรทุกไปชนกระจกรถแตกไปแล้วคันนึงงะ แล้วพี่พิงอยากได้มุมรับหน้าจริงๆ แล้วพี่พิงไม่ได้เตรียมกระจกเซฟตี้ไว้ เค้าก็มาบอก ไหมเล่นให้พี่ได้ป่าวพี่อยากได้แบบรับหน้าจริงๆ หนูก็คิดว่าเออ กระจกคงไม่ได้รุนแรง เพราะมันมีกระจกแล้วก็มีผ้ารอง แล้วเค้าก็บอกว่าเดี๋ยวพี่จะเข้าไปนั่งด้วย แต่คือไหมไม่ทันคิดไงเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบที่โดนทุบกระจกมาตรงหน้าแล้วกระจกก็หล่น ปึ๊บๆๆๆ ที่คิดว่าผ้าบังไว้มันไม่ได้แค่นั้นไงพี่ มันลงไปข้างล่างอีก โดนทั้งตัวอ่ะ ผู้กำกับเค้าก็โดนเข้าตา ละพอหันไปอีกทีเค้าก็ไม่อยู่แล้ว เค้าก็ไปโรงพยาบาลแล้ว ละหนูก็ตัวสั่นอยู่อย่างนั้น
Q: แล้วพอเราเล่นเสร็จได้เห็นที่มอนิเตอร์แล้วเรารู้สึกยังไงบ้าง
A: รู้สึกดีมากเลยอะ มันเหมือนแบบที่ไหมรู้สึกดี เพราะว่าเหมือนแบบพี่พิงมันเป็นฟิล์มสำคัญในชีวิตเค้าพอเราเล่นเต็มที่เราก็รู้สึกเต็ม รู้สึกอิ่มกับมัน
Q: แล้วฉากที่เราชอบที่สุดเลยละ
A: ชอบฉากจบ รู้สึกมันอิ่มดี ชอบตั้งแต่ไปหารงค์ที่โรงพยาบาล แล้วต้องร้องไห้ด้วย แต่ร้องยังไงก็ร้องไม่ออก ทำยังไงก็ทำไม่ได้จนพี่พิง เดินมาบอกว่า ไหม ไหมพาติ๋วกลับมาให้พี่หน่อย โอ้โหไหมแบบขนลุกอ่ะ ไหมล้มไปทั้งตัวเลย ละมีพี่ทีมงาน พี่เอ๊ะ เห็นแล้วเค้ามาบอกว่าขนลุกเลยอ่ะ คือฟังแค่เพลงอ่ะเราอยู่ในโรงพยาบาล แล้วใช้ฟังipod เพลงพี่พิง ฟังจนมันเลี่ยนแล้วอ่ะ ไม่มีใครบอกว่าจะมีซีนอารมณ์ เพราฉะนั้นทั้งวันน่ะ หนูก็จะเล่นทั้งวันแล้วไง ไม่ได้เตรียม คือเวลาเล่นซีนอารมณ์ มันจะต้องรู้ตัวก่อน ประคองอารมณ์มาตั้งแต่เช้า หนูก็จะได้แบบไม่เล่นอะไรกับพี่ๆเยอะ ไม่งั้นไหมจะแบบว่า วันไหนเล่นก็เล่นไปเลยอ่ะ แต่เวลาทำงานก็ทำงานจริงๆนะไม่ใช่เล่นหมดเลย แต่วันนั้นแบบ พี่อิมมาก็เล่นกะพี่อิม ปรากฏมีบทร้องไห้ตอนจบ ไหมเลยแบบ เล่นไม่ได้ แล้วทุกคนก็รอ แล้วอยู่โรงพยาบาลก็แบบ มันไม่อยากอยู่อ่ะ แต่พอพี่พิงมาพูด พาแฟนพี่กลับมาหาพี่หน่อย ก็เล่นได้ แล้วก็ร้องไห้จนเป็นสายธารเลยอ่ะ
Q: ฉากที่เรารู้สึกว่าเราประทับใจที่สุดเลย
A: ฉากเปียโน มันเป็นฉากเศร้าอ่ะ คือซีนนั้นไหมเล่นให้เต็มที่เลยนะ หูย...ไหมร้องไห้ให้เยอะมากอ่ะ เสียดายมันไม่ค่อยเห็นอ่ะ ไหมรู้สึกว่าไหมเล่นเสร็จละแบบ เห้อ..............(ถอนหายใจ เฮือกใหญ่) ไหมรู้สึกส่วนตัวว่าแบบ ถ้าเล่นซีนอารมณ์อ่ะ ถ้าเล่นไม่เต็มที่ เสร็จปุ๊บไหมจะแบบ เหมือนสะบัดออกไม่หลุดทั้งตัว ละถ้าวันไหนเล่นเสร็จ เล่นอิ่มนะ เค้าบอกให้คัตไหมยังหยุดร้องไห้ไม่ได้เลย นี่คือความเป้ฯจริง และอีกซีนนึงเป็นซีนที่ เอาเสื้อของรงค์มาเย็บๆเป็นผ้าห่มอ่ะ ซีนนั้นน่ะอิ่มมาก คือไหมร้องอ่ะ ร้องแบบร้องชิบหาย ร้องแบบร้องไม่หยุดจริงๆอ่ะ แล้วพอพี่พิงสั่งคัตไหมก็ยังร้องไม่หยุดอ่ะ จนพี่ทีมงานต้องมารับหน้าไหมต่อ เพราะอีนี่มันร้องไม่หยุดจริงๆ ซีนนั้นน่ะอิ่ม พี่พิงบอกว่า พี่พิงเคยมองไปที่มุมห้องที่ไหมนั่งอยู่ เค้ามองละเค้าก็คิดว่า โห อุดม นี่แม่งหานางเอกสุดยอดมาให้กู กูรู้สึกว่ากูโชคดีว่ะได้ไหมมาเล่น เพราะอย่างเปียโนอ่ะ ตอนแรกก็ไม่ได้มี ละแบบพอเที่ยงคนอื่นเค้าไปกินข้าวกัน ไหมก็ไม่กิน ไหมก็ไปเล่นเปียโนซ้อมให้อะไรเงี๊ย พี่พิงเค้าบอกว่าเค้าโคตรโชคดีเลย ที่ได้ไหมมาเล่น มันโคตรขยันเลย
Q: แล้วฉากที่สนุกที่สุดอ่ะ
A: ฉากดำน้ำ ถ้าไหมชอบนะ ชอบฉากที่มุดลงไปในน้ำที่สุดเลยอ่ะ สนุกๆ
Q: เบื้องหลังฉากนั้นเป็นยังไงบ้าง
A: ไม่ได้อยู่ในบทเลยพี่ ใส่กันสดๆอ่ะ คือ จะหลอกตรงไหน จะลงตรงไหน จะไปมุมไหนของห้องน้ำดี เบื้องหลังเนี่ยคือตลกมาก เพราะว่า ไหมก็ไม่ได้เบาหรอก แต่คือ พอมันไปอยู่ใต้น้ำอ่ะ แล้วมันก็ลอย คือตูดมันขึ้นไง กระโปรงมันบานมันก็ขึ้นไง แล้วก้นมันก็บรึ๋งขึ้นมา เลยต้องมีดัมเบล 2 อัน ต้องเกาะดัมเบลแล้วก็ลง ก็ยังไม่ได้อยู่ดีแล้วก็ จะสนุกตรงที่แบบว่า พอสั่ง action เนี่ย มันต้องลงไปแล้วอ่ะ แล้วไหมไม่รู้ว่าต้องพอเมื่อไหร่ แล้วถ้าเราขึ้นมาก่อน แล้วยังไม่จบเดี่ยวฟิล์มก็เสียอีก ไหมก็กลัว เพราะทุกคนจะระวังเรื่องฟิล์มมากหลังจากนั้น(ฉากแรกใช้ฟิล์มไปร่วม20ม้วน) แล้วอันนี้มันก็สนุก เพราะเปียกๆดี แล้วมันก็ได้เล่นเป็นซีนแบบฮาๆอ่ะ
กับผลงานชิ้นนี้ ไหมคิดว่าได้อะไรจากการเล่นหนังเรื่องนี้บ้าง
ไหมได้เยอะนะ ได้ทั้งการทำงาน ได้ทั้งทัศนคติเกี่ยวกับความรัก อย่างเรื่องการทำงานเนี่ย ไหมไม่เคยได้ทำงานแบบออกกองอย่างนี้มาก่อนเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแบบเต็มตัว ได้รู้เรื่องระบบกองถ่าย รู้จักการแอคติ้ง การทำอารมณ์ในแบบต่างๆ ได้รู้จักทีมงาน อย่างน้อยการที่ไหมจะเล่นหนังเรื่องต่อๆไปไหมก็จะได้นำเอาประสบการณ์จากตรงนี้ไปใช้ด้วย ส่วนด้านควมรัก ไหมมองรูปแบบความรักในมุมที่โตขึ้น มองความเป็นจริงว่าหากคนเรารักกันเนี่ย เวลาเราอยู่ด้วยกันเราก็น่าจะทำดีต่อกัน บอกรักกันไปเลย ทำให้กันไปเลบยไม่ต้องมากั๊กๆไว้ เพราะในชีวิตจริงมันอาจไม่เหมือนในหนังที่จะ Happy Ending หรือได้โอกาส ได้เวลากลับมาแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ อีกอย่างไหมก็จะใช้หลักธรรมะมาช่วยด้วยคือ คนเรามีเกิดก็ต้องมีดับ มียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ เพราะฉะนั้นทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุด
Q: อยากฝากอะไรกับคนดู
A: อยากให้ดูหนังเรื่องนี้เพราะไหมคิดว่ามันมีข้อความที่สื่อถึงผู้ดู แล้วคนดูน่าจะได้อะไรจากหนังเรื่องนี้เยอะ นักแสดงก็เก่ง ทีมงานก็เก่ง หนังดี สำหรับไหมเองก็คงต้องฝากผลงานชิ้นนี้เอาไว้ ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกันก็ได้ค่ะ ไหมไม่กล้าชวนให้คนมาดูไหม แต่เอาเป็นว่าไหมชวนทุกคนมาดูหนังดีๆสักเรื่อง มาดูฝีมือของทีมงานดีๆ บทดีๆ มาดูพี่โน้ส พี่พิงดีกว่า อีกอย่างเราคนไทยก็ต้องสนับสนุนหนังไทย ใช่มั๊ยคะ มาดูกันเยอะๆละกันค่ะ
|