เพื่อให้บรรยากาศหนัง ไทยถีบ ตรงตามจินตนาการของ ป๊อก-พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม ผู้กำกับ ภาพยนตร์ องค์ประกอบศิลป์ของ ไทยถีบ จึงต้องให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นผลงานของทีมงานผู้ออกแบบฝีมือดี กสิ แฟงรอด ร่วมด้วย ผู้กำกับศิลป์ ครรชิต ตรีสุวรรณ , ธนาศักดิ์ ล่ำชัยประเสริฐ
ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ ผู้คนแต่งตัวสวย ออกจากบ้านมาดูละครเวที แต่ ไทยถีบ ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว ความสมจริงไม่ต้องเต็มร้อย แต่อยากให้ได้อารมณ์ยุคสมัยนั้น ผู้กำกับฯ ป๊อก - พิสุทธิ์ กล่าวถึงการกำหนดแนวทางออกแบบศิลป์
บรรยากาศในเรื่องสถานที่ เสื้อผ้าหน้าผม ยุคสมัยก็พยายามให้ใกล้เคียง ให้รู้สึกสมจริง แต่ไม่อยากให้เป๊ะนะ เพราะเราไม่ได้อิงประวัติศาสตร์อย่างจริงจังที่ต้องตรงเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว อยากให้ ไทยถีบ ดูเป็นการ์ตูนนิดๆ ความสมจริงมันไม่ต้องร้อยก็ได้ คนยุคนั้นอาจจะไม่ใส่หมวกทรงนี้หรอก แต่ผมรู้สึกว่า ใส่หมวกอันนี้แล้วขำดี อารมณ์ตรงกับหนังเราก็จะให้ใส่ เพราะหนังเรื่องนี้ไม่อิงประวัติศาสตร์ เอฟเฟคต่างๆ การใช้ไฟ การถ่ายทำ เพลงประกอบ เราพยายามทำให้ทันสมัยหมดเลย
ผู้กำกับศิลป์ ครรชิต ตรีสุวรรณ กล่าวถึงแนวทางออกแบบงานสร้างของ ไทยถีบ ว่า
แนวทาง คือ ต้องดูสมยุคสมัย แต่ดูสมจริงเป็นของใหม่ในยุคนั้น ไม่ใช่หนังพีเรียดแบบเก่าแบบโบราณ และความที่หนังออกตลกด้วยนิดๆ เราก็จะออกแบบศิลป์ให้มีสีสันสดใสด้วย แต่ละอย่างเราก็ต้องพยายามให้มันมีสีสันตัดกันมาก สีแดงเยอะ เหลืองสดๆ เขียวสว่าง บรรยากาศมันค่อนข้างหลากหลาย เพราะมีทั้งฉากแอ็คชั่น และสถานที่ที่ดูเป็นทางการ หลายฉากต้องการบรรยากาศหรูหรา แต่เป็นหรูหราแบบหวือหวานิดๆ อย่าง ฉากไนท์คลับ ,โรงหนังเฉลิมกรุง , งานปาร์ตี้
การทำงาน ของฝ่ายออกแบบงานสร้าง เราก็รีเสิร์ชข้อมูล ค้นหาบรรยากาศยุคสมัยนั้น อ้างอิงจากตามหนังสือ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ พยายามให้ดูสมจริง ความที่เป็นหนังพีเรียด ทุกอย่างหายากอยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้ สถานที่หรือของสมัยใหม่ต่างๆ มันเยอะ เราก็คือ พยายามหาสถานที่ๆ มันมีของสมัยใหม่ให้น้อยที่สุด แล้วทีมงานก็ไปเดินเท้าเคลียร์เลย เอาของสมัยใหม่ออกให้หมดเท่าที่ทำได้ อย่างฉากระเบิดเมืองที่ตะกั่วป่า กล้องถ่ายสุดลูกหูลูกตา ยาวทั้งถนน เราก็ต้องเคลียร์ทั้งถนนเลย
สิ่ิ่งที่ขาดไม่ได้ใน ไทยถีบ คือ รถไฟโบราณ กสิ แฟงรอด ผู้ออกแบบงานศิลป์ เล่าว่า หารถไฟเก่าเข้าฉากนี่ยากมาก แพงมาก เพราะแค่หารถเก่าธรรมดาเข้าฉากก็ยากอยู่แล้ว แต่นี่รถไฟ แล้วต้องเป็นรถไฟเก่าที่ยังวิ่งได้ด้วย ก็ติดต่อขอทางการรถไฟ แล้วไปได้ที่พิพิธภัณฑ์การรถไฟยังมีรถไฟอยู่ตรงกับยุคนั้น โดยทางเราก็มาปรับแต่ง เปลี่ยนสีรถไฟ เปลี่ยนพวกตัวเลข ตัวหนังสือสมัยใหม่ ให้เป็นตัวยุคเก่า การเคลื่อนย้ายรถไฟมาเข้าฉาก ประสานงานติดต่อยากมาก เพราะต้องหาสถานที่ถ่ายทำ รางรถไฟที่มีรถไฟผ่านน้อย เพื่อเราจะได้มีเวลาในการถ่ายหนัง การเคลื่อนย้ายรถไฟก็ทำได้ยาก ต้องให้ทางการรถไฟลากมาให้ พอจะถ่ายจริงก็ใช้ติดเครื่องวิ่งเอง ถือว่าแพงมากสำหรับการถ่ายทำฉากรถไฟ
เพื่อให้บรรยากาศหนัง ไทยถีบ ตรงตามจินตนาการของผู้กำกับภาพยนตร์ การค้นหาสถานที่ถ่ายทำทั่วประเทศไทยจึงเกิดขึ้น เส้นทางรถไฟกาญจนบุรี , สระบุรี , พังงา ตะกั่วป่า , ตลาดสุพรรณบุรีนครปฐม , สังขละบุรี แล้วก็มีฉากเซ็ตขึ้นมาอีกเยอะมาก รวมทั้งหยิบยกเอาสถานที่ร่วมสมัยในยุคนั้นมาเป็นฉากหลัง อาทิ ศาลาเฉลิมกรุง, พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม ฯลฯ
โลเคชั่นที่เรามองหาคือ สิ่งที่หนังสงครามโลกของไทยไม่ค่อยใช้ ไม่ซ้ำ พอดีเราได้คนหาโลเคชั่นที่ทำการบ้านได้เยอะ พวกนี้ก็เป็นสิ่งที่เห็นในเมืองไทยนี่แหละ แต่มันก็เป็นมุมมองเฉพาะที่เราพยายามเลือกไม่ให้ซ้ำๆ กับทั่วๆไป เป็นมุมมองที่เราคิดว่า มันควรจะเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะฉากป่า เราก็เลือกป่ายาง ป่าปาล์ม หรือ ฉากรถไฟซึ่งมีเยอะมาก
นอกจากฉากรถไฟแล้ว ไทยถีบ ยังจำลองเอาฉากเครื่องบิน ทิ้งระเบิด ขึ้นมา ซึ่งทีมงานยกกองไปถ่ายทำกันถึง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ผู้กำกับภาพยนตร์ ป๊อก-พิสุทธิ์ เล่าถึงการทำงานฉากใหญ่นี้ว่า
เป็นฉากที่เกิดจากการร่วมมือกันจริงๆ รู้สึกขอบคุณชาวบ้านที่ตะกั่วป่า ตำรวจ ทีมงานและนักแสดงที่น่ารักมากๆ ฉากนี้ยากเพราะเป็นการสร้างภาพที่มุมกว้าง และเราต้องการระเบิดที่เห็นจริงๆ ระเบิดแบบกำแพงทะลุ แล้วไม่ใช่สตั้นท์ด้วยนะ ระเบิดจริง ซึ่งเราได้ทีมเอฟเฟค มือดีสุดแล้วได้เอฟเฟคระเบิดที่ปลอดภัย แต่ภาพเหมือนจริงที่สุดแล้ว หนังเราก็เลยระเบิดเต็มๆ เลย
ฉากนั้นคือ ปิดเมืองตะกั่วป่าถ่ายทำกันเลย ใช้เวลาถ่ายทั้งหมด 7 สัปดาห์ ถนนตรงนั้นคือ กลางเมืองตะกั่วป่าเลย เป็นจุดประวัติศาสตร์ สภาพสถาปัตยกรรม บ้านเรือนเป็นยุคนั้นของแท้เลย แล้วก็ตึกภายในโรงแรมที่เราไปถ่ายก็เป็นตึกโบราณจริงๆ ของที่นั่น เหมือนได้บรรยากาศยุคนั้น ตัวประกอบเข้าฉาก 300-400 คน ทั้งชาวบ้านจริงด้วย ชาวบ้านน่ารักมากเลย ร้านรวงในเมืองก็ปิดเพื่อให้เราถ่ายหนังกัน
ฉากเครื่องบินทิ้งระเบิด กลายเป็นฉากประทับใจของพระเอกทั้งสองหนุ่ม ธันญ์-ธนากร และ หมอก- ทศพร จนเก็บมาบอกเล่ากัน
ธันญ์ เล่าถึงความประทับใจว่า ผมว่ามันได้อารมณ์ของหนัง ไทยถีบ เลย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ฉาก ที่เซตขึ้น บรรยากาศเมืองเป็นอารมณ์ของยุคนั้น ดูยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นฉากระเบิด เสี่ยงตาย นักแสดงทำงานกันค่อนข้างหนัก ทุ่มเทกันมากๆ ต้องเตรียมพร้อมกันทุกส่วน ทุกฝ่ายต้องทำงานประสานกันหมด
หมอก - ทศพร เล่าด้วยความประทับใจไม่น้อยกว่าว่า ที่ตะกั่วป่า เราถ่ายกันหลายวัน แล้วฉากนั้นระเบิดกันเยอะมาก ฉากนั้นธันญ์โดนเต็มๆ ตัวเลย ยากตรงที่เอฟเฟคมันพ้นนิดเดียว มันจะระเบิดไล่กันมาหมดเลย มันยากตรงเราวิ่งกันสองคน แล้วต้องมาร์คตำแหน่งให้พอดี บางทีจังหวะการวิ่งเราไม่รู้ว่า ใครจะไปถึงตำแหน่งมาร์คก่อน แต่ผมไม่ค่อยกลัวเท่าไร แต่ฉากระเบิดรถ นี่ระเบิดจริงแล้วผมก็ต้องวิ่งผ่านด้วย มันน่ากลัวตรงที่ก่อนผมวิ่ง รถมันอยู่ข้างหน้าผม แล้วผมต้องวิ่งแซงรถปุ๊บ รถจะระเบิดพอตัวผมพ้นไปอยู่หน้ารถ ธันญ์จะวิ่งตามอยู่หลังรถ เราสองคนจะอยู่ใกล้รถระเบิดพอๆ กัน ของผมรถอยู่ข้างหลัง แต่สำหรับของธันญ์รถระเบิดอยู่ข้าง หน้า พอผมวิ่งพ้น ธันญ์วิ่งมาถึงโดนระเบิดตูม ตื่นเต้นมาก ประทับใจด้วยครับ
รายชื่อทีมงาน
สร้าง อาร์ เอส ฟิล์ม
ผลิตและสร้างสรรค์ บริษัท นาคาเซีย จำกัด
อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ , สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์
ควบคุมงานสร้าง ชวลิต พงศ์ไชยยง , กิตติพิชญ์ ธำรงวินิจฉัย
ดูแลการผลิต วิภาพร พงศ์ไชยยง
กำกับภาพยนตร์ พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม
ผู้ช่วยกำกับภาพยนตร์ สิทธิพงษ์ มัตตะนาวี,ภารดี ภูปรัสสานนทน์,สริยา พรหมน้อย,
จรินทร์ ศิริบุตร , วรพจน์ เงินบำรุง
บทภาพยนตร์ ศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ
กำกับภาพ ธีระวัฒน์ รุจินธรรม , วรรธนะ วันชูเพลา
ออกแบบงานสร้าง กสิ แฟงรอด
กำกับศิลป์ ครรชิต ตรีสุวรรณ , ธนาศักดิ์ ล่ำชัยประเสริฐ
ผู้ช่วยกำกับศิลป์ ธำรงรัตน์ วานิชสมบัติ , นัดดนัย นักตะเฆ่ , ธารา คงสา
ควบคุมต่อเนื่อง ปิยะดา วรระภิญโญ
สถานที่ ศุภสิทธิ์ ธูปเทียนทอง
ออกแบบเสื้อผ้า ปรารถนา จันทร์กล่ำ
เสื้อผ้า ปัญชลี ปิ่นทอง , เมธานี เกษมณี
แต่งหน้า ยุทธนา สนธิ
ห้องบันทึกเสียง ห้องบันทึกเสียง รามอินทรา
ตัดต่อเสียง สราวุธ คงช่วย
ซาวนด์เอฟเฟค นุสรา สุวรรณหงษ์
ผสมเสียง สุนิตย์ อัศวินิกุล, พรรนิภา กบิลลิกกะวานิชย์
ผู้ช่วยผสมเสียง ธนพงศ์ บุญยะชัย
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ ไจแอนท์ เวฟ
ลำดับภาพ สรายุทธ สุพรศิลปะชัย
ฟิล์มแล็ป กันตนาฟิล์มแล็ป |