สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังกำลังฉาย
คน-โลก-จิต
ชอบ! กด Like...ใช่! กด Love
Home ความรัก ความทรงจำ
โปรแกรมหน้า
Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท
I Miss You
อันธพาล
สถานี 4 ภาค
ชัมบาลา
   
วิจารณ์งานหนังของปราโมทย์ แสงศร
  อัญชลี ชัยวรพร   ©thaicinema.org
   
  สัมภาษณ์เส้นทางกำกับหนังของปราโมทย์
   
 

Fish Don’t Fly แม้จะเป็นผลงานเรื่องแรก แต่ปราโมทย์ดูจะชัดเจนในแนวทางหนังที่ตนเลือกเดิน Fish Don’t Fly แทบจะไม่มีบทสนทนา ปราโมทย์เลือกที่จะใช้ภาพและเสียง เล่าเรื่องราวของเด็กชายที่ถูกกระทำโดยผู้เป็นบิดา จนเด็กน้อยตัดสินใจเลือกหนทางชีวิตของตนบางอย่างในที่สุด   บางตอนของภาพยนตร์ดำเนินเรื่องโดยใช้ความเงียบเป็นตัวเล่าเรื่อง ก่อนที่จะตัดเข้ามาด้วยเสียงกระชับที่ฉับไว   ส่งผลให้การกระทำของตัวละครในเรื่องดูรุนแรงในอารมณ์มากขึ้น  

การใช้เสียง และความเงียบ   มีดนตรีและไม่มีดนตรีเป็นจังหวะที่ปราโมทย์ใช้เล่าเหตุการณ์การกระทำของตัวละครหลักตลอด   ซึ่ง กลายเป็นจุดเด่นของ Fish Don’t Fly ในทันที  

แม้การถ่ายภาพอาจจะดูธรรมดา แต่ปราโมทย์ก็ได้นำเทคนิคง่าย ๆ มาใช้ หนังเริ่มเรื่องโดยการใช้ภาพคลื่นโทรทัศน์ที่มีแต่เสียงซ่า   ดูเป็นการรบกวนจิตใจอย่างรุนแรง ก่อนที่จะปล่อยให้มันหายไป และใช้ความเงียบเป็นตัวดำเนินเข้ามาแทน วิธีการเหล่านี้ถูกนำมาใช้อีกครั้งในจินตนาการของเด็กชายเมื่อนึกถึงแม่ของตน

ท้ายที่สุดหนังมีการใช้ปลาเป็นสัญญลักษณ์   เพื่อเปรียบเปรยชีวิตอันขมขื่นของเด็กชาย แม้อารมณ์ของตัวละครจะไม่ออกมาชัดเจน แต่มันแสดงให้เห็นความเข้าใจของปราโมทย์ในการสื่องานภาพยนตร์ด้วยภาษาหนังขั้นปฐมบท

Bangkok 360 เป็นงานที่ปราโมทย์เน้นการเปิดเผยอารมณ์ของตัวละครมากเกินไป จึงทำให้หนังดูไม่แข็งแรงเท่า Fish Don’t Fly หนังเริ่มเรื่องจากการเดินทางบนรถไฟฟ้าของใครคนหนึ่ง อย่างช้า ๆ และเลื่อนลอย   ซึ่งยาวเกินไปในความรู้สึกของผู้เขียน   พร้อมทั้งมุมกล้องที่พยายามจับให้เห็นตึกรามบ้านช่องของกรุงเทพจากบนรถไฟฟ้า   จน อ่านออกได้เลยว่าโจทย์ในการทำหนังเรื่องนี้จะต้องเป็นการเล่าเรื่องของกรุงเทพอย่างแน่นอน

สิบนาทีหลัง ตัดภาพมาที่ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าหลุมฝังศพของใครคนหนึ่ง อารมณ์ความรู้สึกที่ออกมาชัดเจนมากเกินไป   ทำให้หนังดูเหมือนเมโลดราม่า ไม่ประสานกับครึ่งแรกของหนังที่ออกมาในเชิงทดลอง ซึ่งบางครั้งก็แสดงให้เห็นเจตนาที่ต้องการจะทำให้หนังมีลักษณะแปลกแหวกแนวมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นภาพรถไฟที่บิดเบี้ยว มุมกล้องที่จับนาฬิกาถึงสามเรือนบ้าง สิ่งเหล่านี้ล้วน ไม่จำเป็นเลย

จุดเด่นของปราโมทย์ในวิธีการเล่นกับเสียงของหนังก็ยังคงมีให้เห็น โดยเฉพาะความเงียบในรถไฟกับเสียงภายนอกเมื่อรถไฟเปิด  

Tsu เป็นงานหนังที่แสดงให้เห็นการเติบโตในการใช้ภาษาหนังของปราโมทย์อย่างเต็มที่   มันแสดงให้เห็นข้อได้เปรียบในการเป็นนักแสดงของเขา ในฐานะคนทำหนังสั้น   ปราโมทย์เติบโตพอที่จะรู้ว่ามิติของหนังสั้นนั้นมันเหมาะสำหรับการเล่าเหตุการณ์และอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครในช่วงสั้น ๆ ที่เรียกว่า a moment of time มากกว่าจะเล่าเรื่องยาว ๆ ซึ่งคนทำหนังสั้นไทยหลายคนมักจะให้ความสำคัญ จนทำให้เนื้อเรื่องยาวเกินไปสำหรับหนังสั้น Tsu เป็นการบันทึกอารมณ์ความรู้สึกของเด็กชายผู้สูญเสียครอบครัวไปในเหตุการณ์สึนามิ และพยายามประคับประคองจิตใจของตนเองด้วยการเตรียมป้องกันการกลับคืนมาของมหันตภัยธรรมชาติลูกนี้

ความโดดเด่นของ Tsu ดูจะชัดเจนที่สุดในการทำหนังทดลองที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกทั้งมวล ไม่ใช้เฉพาะความรู้สึกของตัวละครเพียงอย่างเดียว ด้วยพื้นฐานการเป็นนักแสดง   ปราโมทย์จึงเข้าใจว่า การที่เขาใช้ลองเทคกับภาพที่เด็กชายเดินกระเผลกไปตามชายหาดนานถึง 7- 8 นาทีนั้น   ท้ายที่สุดแล้วมันทำให้คนดูมีความรู้สึกร่วมกับตัวละคร   ความพยายามที่จะเดินต่อไปข้างหน้าในภาวะแห่งการสูญเสีย ผู้เขียนเห็นว่าการใช้ลองเทคตรงนี้กลายเป็นส่วนที่ดีที่สุดของ Tsu  หนังเต็มไปด้วยความเศร้า   เหงา   แต่มีกำลังใจที่จะเดินต่อไปข้างหน้า

แนวทางที่ปราโมทย์ใช้ใน Tsu  อาจจะเป็นสัญญลักษณ์ของปราโมทย์ต่อไปในอนาคตได้ดี   การผสมผสานภาษาหนังและการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของหนังทั้งมวล   โดยอาจจะเริ่มจากความรู้สึกของตัวละครอย่างพอเหมาะพอดี   ก่อนที่จะขยายมาสู่ตัวหนัง ผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่า ปราโมทย์จะไม่หลงทางหันไปทดลองใช้ภาษาหนังมากเกินไป แต่ไม่รู้ว่าจะบอกอะไรเหมือนอย่างที่เห็นในคนทำหนังอินดี้หลายคน และไม่เน้นการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครออกมาชัดเจนมากเกินไป อย่างที่เห็นใน Bangkok 360  ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่า ปราโมทย์สามารถจะรักษาได้ดีหรือไม่ในอนาคต

 

 

 
©thaicinema.org

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com หรือ 084-1493080
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.