สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

สุริยา ลูกทุ่ง และ Karma Police ในตลาดหนัง

  เมนูร็อตเตอดัม
 
Share |
 

10 กพ.2554 / ในช่วงเทศกาลหนังร็อตเตอดัมที่ผ่านมานั้น มีโปรเจ็คหนังไทย 2 เรื่องที่ได้รับการคัดเลือกให้พบปะกับนายทุนในส่วนที่เรียกว่า ซีเนมาร์ท (Cinemart) ซึ่งตรงกับวันที่ 30 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2554

สำหรับซีเนมาร์ทนั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นตลาดหนังที่จะให้บริษัทต่าง ๆ มาออกบูธเอาหนังมาขาย เหมือนอย่างตลาดหนังอีเอฟเอ็มของเบอร์ลิน หรือ Marche du Film ของคานส์ แต่จะมีแต่คัดเลือกโปรเจ็คหนังที่ยังไม่ได้สร้าง แล้วให้ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์มาเจรจาต้าอ่วยกับผู้ที่สนใจจะลงทุนด้วย

สำหรับ 2 โปรเจ็คหนังไทยที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ ได้แก่ สุริยา ของวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง และ Karma Police ของวิศรา วิจิตรวาทการ

 

วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง และโปรดิวเซอร์ ปรานต์

 

สุริยา เป็นเรื่องราวของนักมวยไทยในอดีตประมาณทศวรรษ 2490 ... สุริยา ลูกทุ่ง จ้าวหมัดมวยพิฆาตในอดีต เขามีชีวิตที่เรียกได้ว่าหกคะเมนตีลังกาอยู่ไม่น้อย บางส่วนก็เป็นเพราะผลจากการกระทำของตัวเอง ขณะที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของหมัดมวยอันมีชื่อ เขากลับเรียกกะหรี่มานอนด้วยที่บ้าน เขาไม่ได้เข้าสังกัดค่ายมวยแห่งใด ไม่เคยมีใครเห็นเขาซ้อม ทุกครั้งที่เขาได้ชัยชนะ เขาจะเก็บเงินและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

มีคนเห็นเขาอยู่ตามซ่องเสมอ รายล้อมด้วยเหล่ากะหรี่ ในที่สุด การใช้ชีวิตอย่างไม่บันยะบันยังก็ออกผล เขาเป็นโรคซิฟิลิส และต้องชกมวยเพื่อหาเงินค่ายา ...เขาตายในที่สุด

วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง ได้อ่านหนังสือชีวประวัติของนักมวยผู้นี้อย่างบังเอิญประมาณ 30 กว่าปีก่อน เป็นหนังสือชื่อว่า "สุริยา" เขียนโดยเดชา ประกรนันท์ (ไม่แน่ในชื่อไทยของผู้เขียน) เป็นนักข่าวมวยในอดีต หนังสือเล่มนี้หายไป และไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ใหม่

ยี่สิบปีต่อมาขณะที่เขาทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เขามีโอกาสได้พบก็อปปี้ไรเตอร์นามสกุล "ประกรนันท์" วิศิษฎ์ถามผู้ร่วมงานคนนี้ว่า "เป็นอะไรกับเดชา ประกรนันท์" เด็กหนุ่มถามด้วยความฉงนว่า "รู้ชื่อพ่อเขาได้อย่างไร"

วิศิษฎ์ได้หนังสือ "สุริยา" เล่มใหม่ในที่สุด หนนี้มีลายเซ็นของผู้เขียนด้วย เขาเชื่อว่า นี่เป็นเรื่องของโชคชะตา ...สิบห้าปีผ่านไปหลังจากที่ได้หนังสือคืน เขาเสนอ "สุริยา" เป็นโปรเจ็คหนังในที่สุด โดยหนนี้จะทำในลักษณะอินดี้ มีบริษัท ทรัวส์ ฟิลม์ ของปรานต์ ธาดาวีรวัตร เป็นบริษัทรับถ่ายโฆษณาและเคยร่วมถ่ายหนังเรื่อง หนีตามกาลิเลโอ และกวน มึน โฮ

โปรเจ็คหนังระบุไว้ว่าต้องการทุนประมาณ 20 ล้านบาท ต้องการผู้ร่วมลงทุนจากฝรั่งเศสและญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ซึ่งในช่วงซีเนมาร์ทก็มีผู้สนใจเยอะมาก ขณะนี้ก็มีบางบริษัทได้เริ่มติดต่อมาบ้างแล้ว แต่ทางเว็บขอรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากทีมงานก่อนดีกว่าค่ะ

 

 

สำหรับโปรเเจ็ค Karma Police ของน้องใหม่ไฟแรง วิศรา วิจิตรวาทการนั้น จะเป็นหนังไซไฟเกิดขึ้นในปี คศ. 2013 เรื่องราวของพระนักสืบที่เข้าร่วมโปรเจ็คส่งคนไทยคนแรกไปนอกโลก หนังมีลักษณะของโลกสมัยใหม่ มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง พระนักสืบนามว่าโอฬาร ที่เคยร่วมสืบสวนคดีอาชญากรรมด้านศาสนา ตัดสินใจเข้าสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ ด้วยความหวังว่าคนจะให้ความสนใจในพุทธศาสนามากขึ้น

แต่เมื่อท่านได้เข้าร่วมโครงการ ก็ได้พบว่า "สิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่เป็น" ขณะที่ประชาชนกำลังเฉลิมฉลองการส่งยานอวกาศไทยไปนอกโลก ท่านหันหลังให้กับรถของรัฐบาลที่กำลังรออยู่

วิศรา จะทำหนังเรื่องนี้ภายใต้บริษัทใหม่ชื่อว่า Hidden Rooster Films ซึ่งมีพรมนัส ศิลปศาสตร์เป็นโปรดิวเซอร์ (รายละเอียดเกี่ยวกับโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และบริษัทนี้จะตามมา) ซึ่งเพิ่งตั้งใหม่ พวกเขาต้องการงบประมาณ 30 ล้านบาทเพื่อถ่ายทำหนังเรื่องนี้

วิศรากล่าวว่า เธอได้รับแรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากการทำงานในหน่วยราชการจนกระทั่งเกิดรัฐประหารเมื่อปี 2549 เธอกล่าวว่า ทหารล้อมที่ทำงานของเธอไปหมด เจ้านายหนีไปเมืองนอก และโครงการที่เธอทำงานด้วยก็ขาดงบสนับสนุนทันที เธอตัดสินใจไปเรียนต่อด้านภาพยนตร์ และตั้งความหวังไว้ว่าจะทำหนังที่นำประเด็นการใช้อำนาจมาเป็นธีมหลัก

"Karma Police เป็นกระบวนการรำลึกถึงการใช้อำนาจและการควบคุมประชาชนของผู้มีอำนาจ คนไทยมักมองไม่เห็นเกมที่นักการเมืองและรัฐบาลกำลังเล่น เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตน"

พรมนัสและวิศรากล่าวว่า มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาพูดคุยเยอะมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะชัยชนะของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่ได้รับรางวัลปาล์มทองจากเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปีที่แล้ว โปรเจ็คหนังเรื่องนี้เคยได้รับทุนพัฒนาบทจากฮูเบิร์ตบอลฟันด์มาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาบทขั้นสุดท้าย เพราะฉะนั้นการพบปะพูดคุยกับแหล่งทุน ต่างก็รอให้บทเสร็จก่อนอีกครั้ง

ชื่อของอภิชาติพงศ์ และ ลุงบุญมีระลึกชาติ ถูกนำมาใช้มากอย่างไม่น่าเชื่อ ปรานต์ ธาดาวีรวัตร โปรดิวเซอร์ "สุริยา" ที่กล่าวว่า เมื่อบางบริษัทที่พยายามกล่าวว่ามีส่วนร่วมลงทุนกับ ลุงบุญมีระลึกชาติ

 

---------------------------------------------------------

 

โปรเจ็คหนังของวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง และวิศรา วิจิตรวาทการ ไปพบปะนายทุนที่ร็อตเตอดัม  

 

 

17 ธันวาคม 2553 / ตลาดหนังร็อตเตอดัมหรือที่รู้จักกันดีในนามว่า ซีเนมาร์ท ปีนี้เลือกหนังจากเอเชียให้ไปพบปะนายทุนเพียงแค่ 4 เรื่อง ที่น่าสนใจก็คือเป็นของไทยครึ่งหนึ่งหรือ 2 เรื่อง

เรื่องแรกเป็นโปรเจ็คอินดี้ของวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง ชื่อเรื่อง Suriya ส่งไปในนามบริษัทที่ชื่อ   Trois Film Co. Ltd. ซึ่งในเทศกาลที่จะถึงในปีหน้านี้ เขาจะเป็นกรรมการตัดสินสายหลัก และหนัง อินทรีแดง ไปฉายโชว์ด้วย อ่านรายละเอียดได้ที่นี่

ส่วนอีกเรื่องคือ Karma Police ของวิศรา วิจิตรวาทการ  คนทำหนังอินดี้ที่กำลังจะมาแรงคนต่อไป  เธอเคยทำหนังสั้นไปฉายและชนะหลายแห่ง เช่นเรื่อง Rise และ In Space  รวมทั้งเทศกาลหนังร็อตเตอดัม  หนังเรื่อง Karma Police ของเธอเคยได้รับทุนพัฒนาบทฮูเบิร์ตบอลฟันด์ พร้อมกับ Past Love ของลี ชาตะเมธีกุล เมื่อต้นปีนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่

สำหรับประวัติของวิศราอ่านได้ที่นี่

ปีนี้มีผู้เสนอโปรเจ็คทั้งหมด 434 เรื่อง  คัดเลือกมา 33 เรื่อง  แต่ที่น่าแปลกใจก็คือส่วนใหญ่จะเป็นหนังยุโรป  มีหนังจากเอเชียแค่ 4 เรื่อง  อีกสองเรื่องเป็นของอิสราเอล และไต้หวัน หนึ่งในโปรเจ็คที่คัดเลือกก็คือ Sergei Loznitza ซึ่งเคยได้รับทุนทำหนังเรื่อง My Joy เข้าประกวดที่เมืองคานส์สายเดียวกับอภิชาตพงศ์ที่ผ่านมา

สำหรับโปรเจ็คนี้ จะได้ไปพบปะกับนายทุน  คล้าย ๆ กับ HAF ของฮ่องกง หรือ PPP ของปูซาน  และจะมีรางวัลมูลค่า 15,000 ยูโร หรือ 600,000 บาทไทย ซึ่งเมื่อต้นปีหน้า ภาพยนตร์เรื่อง By the Time It Gets Dark โดยอโนชา สุวิชากรพงษ์ ได้รางวัลไป  อ่านข่าวได้ที่นี่

รายชื่อโปรเจ็คทั้งหมด

1) Ali, the Goat, and Ibrahim, by Ibrahim El Batout, production companies: Ein Shams Films, Arizona Films (Egypt/France)
2) Blutsbr?der, by Ann-Kristin Reyels, production company: unafilm e. K. (Germany)
3) Bull Down!, by Gabriel Mascaro, production companies: Desvia, S?mio Filmes, Malbicho Films (Brazil/Uruguay)
4) Camiel Borgman, by Alex van Warmerdam, production company: Graniet Film (Netherlands)
5) Cinqui?me saison, La, by Peter Brosens/Jessica Woodworth, production companies: Bo Films, Entre Chien et Loup, Molenwiek Film (Belgium /Netherlands)
6) Cyclops , The, by Jukka-Pekka Valkeap??, production company: Kinotar Oy (Finland)
7) Daddy, The, by Andrei Zvyagintsev, production company: Non-Stop Production (Russia)
8) Feast, The, by Ed Gass-Donnelly, production companies: 3 Legged Dog Films, Resolute Films & Entertainment (Canada)
9) Hmyz (Insects), by Jan ?vankmajer, production companies: Athanor Film Production Company Llc., C-GA film Ltd. (Czech Republic/Slovakia)
10) In the Fog, by Sergei Loznitza, production companies: Ma.Ja.De Fiction, Salvador-D (Germany/Russia/Netherlands)
11) Instructor, El, by Santiago Otheguy, production companies: Devenir Cine, Donna films (Argentina, France)
12) K.R.E.V?!, by Marietta von Hauswolff von Baumgarten, production companies: Hepp Film AB, Kamoli Films (Sweden/Denmark)
13) Karma Police, by Visra Vichit-Vadakan, production company: Hidden Rooster Films (Thailand)
14) Kid, by Fien Troch, production company: Prime Time (Belgium)
15) King of Cats, The, by Daniel Cockburn, production companies: Scythia Films, zeroFunction Productions (Canada)
16) Lasting Moments, by Jacek Borcuch, production companies: Manana, Pandora Filmproduktion (Poland/Germany)
17) Loud, by Aneta Lesnikovska, production companies: AKA Film-Makedonija, Family Affair Films (Macedonia/Netherlands)
18) Mechanicals, The, by Leon Ford, production company: Green Park Pictures (Australia)
19) Metafysica, by Esther Rots, production companies: Rots Filmwerk BV, Circe Films BV (Netherlands)
20) Midnight Supper, A, by Shalimar Preuss, production company: Ecce Films (France)
21) Night of Thousand Hours, The, by Virgil Widrich, production companies: Minotaurus Film, Amour Fou Filmproduktion, La Parti Production (Luxembourg/Austria/Belgium)
22) Overnight, by Joke Liberge, production companies: Keren Cogan Productions, Phanta Vision Film International, Minds Meet (Netherlands/Belgium)
23) Post tenebras lux, by Carlos Reygadas, production companies: No Dream Cinema, Mantarraya Producciones (Mexico)
24) Providence, by Yaelle Kayam, production company: July August Productions (Israel)
25) Sky Above Us, The by Marinus Groothof, production companies: LEV Pictures, Art & Popcorn, Unafilm e.K. (Netherlands, Serbia,Germany)
26) Spell to Ward off the Darkness, A, by Ben Russell, Ben Rivers, production companies: Vitakuben, Rouge International (Germany/France)
27) Suriya, by Wisit Sasanatieng, production company: Trois Film Co. Ltd. (Thailand)
28) Touch Me Not, by Adina Pintilie, production companies: Manekino Film, Atopic/Third Home France, 4 Proof Film (Romania/France)
29) Tree Shade, by Pedro Gonzalez-Rubio, production companies: Mantarraya Producciones, Xcalakarma (Mexico)
30) Under Electric Clouds, by Alexey German, Jr., production company: Metrafilms (Russia/Ukraine)
31) Underground Fragrance, by Song Pengfei, production company: House on Fire (Taiwan/France)
32) We Are Dead, by Tobias N?lle, production company: Hugofilm productions gmbh (Switzerland)
33) Wellengang, by Hugo Vieira da Silva, Heidi Wilm, production company: Prisma Film- und Fernsehproduktion GmbH (Austria)

 

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.