สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังกำลังฉาย
ATM เออรัก ..เออเร่อ
รัก
รักสุดท้ายป้ายหน้า
ปัญญา - เรณู 2
 
รักเลี้ยวเฟี้ยว (อ่ะ) ไม่ได้ส่งข้อมูล
โปรแกรมหน้า

วาเลนไทน์ สวีทตี้

เดอะเมโลดี้ รักทำนองนี้
It gets better ไม่ได้ขอให้มารัก
แก๊งค์ตบผี
ตำนานแม่รัก 3 D
รงษ์ วงศ์สวรรค์
เธอ
   

อมยิ้มเคลือบช็อกโกแลต

 

15 ธันวาคม 2548

   
 

 

          มีคนใกล้ตัวเพียงไม่กี่คนที่จะรู้ว่า “อมยิ้ม” มีความหมายพิเศษอย่างไรสำหรับฉัน  ยิ่งอมยิ้มมาเคลือบช็อกโกแลตเข้าแล้ว ก็ยิ่งไม่มีใครรู้เลยความหมายนัยของมันสักเท่าไร

          ช็อกโกแลตเข้ามาเกี่ยวกับอมยิ้มได้  ก็ไม่มีเหตุผลกลใดมากไปกว่า ถ้าคุณมาเอสตัวเนียแล้ว คุณไม่อาจจะนึกถึงอะไรได้  มากไปกว่าหนังน่ารักสุดฤทธิ์ของดาร์ลิ่งทิม เบอร์ตัน จาก ชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต

           ทันทีที่เท้าเหยียบดินแดนชื่อแปลกพิศดารนี้ มันเต็มไปด้วยความขาว ขาว ขาว โพลนจากหิมะเต็มไปหมด แถมตอนนั่่งเครื่องต่อจากโคเปนเฮเกนมาเมืองนี้  แอร์สาวสายการบินเอสตัวเนียเธอไม่เสริฟอาหารอะไรเลย  จะเก็บเอาไว้ขายอย่างเดียว  ปล่อยให้คนจรนั่งกิ่วท้องด้วยความหิวกว่าชั่วโมง จนฉันเกิดฉงนฉงายอยู่ในใจ  ว่าทำไมสายการบินดี ๆ อย่าง SAS ถึงต้องมาใช้บริการร่วมกับโลว์คอสแอร์ไลน์เหล่านี้

          แต่ช่างมันเถิด เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง จนเครื่องจะร่อนลงอยู่แล้วนั่งแหล่ะ   เทพีสาวเกิดใจป้ำแจกช็อกโกแลตแท่งโตให้ทุกคน เราก็เลยจัดแจงฟาดเรียบให้หมดแท่ง แหกกฎรักษาเชพส่วนตัวไว้ชั่วคราว

          พอออกมาเจอแต่ความหนาว หนาว หนาว ด้วยอุณหภูมิที่ติดลบ เกิดนึกเข้าข้างตัวเองว่า ไขมันที่เพิ่งเพิ่มพูนจากช็อกโกแลตแท่งเมื่อกี้ คงช่วยกันความหนาวได้ดียิ่งขึ้น

          เรื่องของเรื่องก็เลยกลายเป็น …. กับ ช็อกโกแลต ไปได้

          แต่ช็อกโกแลตกลายมาเป็นอมยิ้ม เพราะมีความหมายนัย ที่คุณกำลังจะได้รับรู้ต่อไปนี้

เช็คเรทติ้ง

          ฉันไปตระเวนอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ของเอสตัวเนียอยู่สองสามวัน ก่อนงานเปิดเทศกาลหนังราตรีสีดำแห่งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

          ส่วนเมืองทาลิน กับเอสตัวเนียจะเป็นอย่างไร เอาไว้ตามอ่านเรื่องท่องเที่ยวในเล่มใดเล่มหนึ่ง ตอนนี้ขอเขียนแต่เรื่องหนังก่อนล่ะ้

          งานเปิดราวหนึ่งทุ่ม เจ้าหน้าที่ส่งคนมารับตั้งแต่หกโมง คนขับพร้อมรถบีเอ็มดับบลิวคันหรูมาจอดเทียบท่า  เห็นรถแล้ว  อยากจะวางมาดให้เข้ากับรถ แต่รู้สึกจะทำไม่ขึ้น  เพราะชีวิตนี้มี็แต่พี่วินมอเตอร์ไซค์ต้นซอยเป็นสารถีส่วนตัว เคยใช้บริการคนขับรถของมารดาบ้าง  แต่เราก็นั่งแถวเดียวกับคนขับรถ เพราะมารดาท่านเป็นศักดินาประเภทเพื่อมวลชน ไม่ให้แบ่งชนชั้นด้วยการนั่งเบาะหลัง  เราก็เลยเกิดอาการประดักประเดิด ที่จะทำท่าเป็นคุณนายบีเอ็มดับบลิว

          ไปถึงงาน นั่งเหงา ๆ เกือบชั่วโมงอยู่คนเดียว เพราะเป็นสาวผิวเหลืองจากเอเชียแต่เพียงผู้เดียว กรรมการจากรัสเซียและเอสตัวเนีย ก็ไม่รู้อยู่หนไหน

          อยู่ในอาการเช่นนั้น จนพิธีเปิดเสร็จสิ้น รีบลงมาข้างล่าง พบกับเจ้าหน้าที่ที่จะพาไปงานเลี้ยง

          ทันใดนั้น สายตาเจ้ากรรมเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่ง รูปร่างสูงผอม สวมแว่นสีทอง

          คอนแท็กเลนซ์ที่ใส่  ก็ช่วยแก้แค่สายตาสั้น แต่ไม่ได้ช่วยในเรื่องความเอียง กับความยาวที่มาพร้อมอายุขัย  แล้วในระยะลองช็อตแบบนี้  ยิ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลย ชักไม่แน่ใจ ใครคนที่เห็น ใช่ใครที่รู้จักหรือเปล่า

          เจ้าหน้าที่ของงานเรียกเราไปขึ้นรถ ได้ผล ร่างสูงคนนั้นหันมามอง เห็นหน้าแล้ว ฉันรีบขอเวลากับเจ้าหน้าที่ของเทศกาล

          เขาเข้ามากอด หอมแก้มซ้ายขวา เราก็ต้องเออออห่อหมกทำตาม (อย่าคิดมากจ้ะน้อง ๆ ฝรั่งเขาทักทายกันแบบนี้) แต่เมื่อก่อนตอนอ้วนพี ไม่เห็นมีใครมาทักทายแบบนี้  ให้ “เช็คเรทติ้ง” แบบที่น้องสาวเรียก

          จาค็อบเป็นนักวิจารณ์ชาวเดนมาร์ก และเป็นผู้อำนวยการเลือกหนังของเทศกาลหนังโคเปนเฮเกน  เขาเขียนบทวิจารณ์หนังเรื่อง หมานคร บนเว็บนี้ เจอกันอยู่เป็นระยะตามเทศกาลหนัง เจอทีไร ก็เข้ามากอด ให้เราได้เช็คเรทติ้งอยู่เรื่อย

          แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอที่เอสตัวเนีย เช่นเดียวกับที่เขาก็ไม่เชื่อว่าจะมาเจอฉันที่นี่

          คุยกันได้แป๊บ ขอตัวไปงานเลี้ยง เขาบอกว่าเดี๋ยวจะไปงานเหมือนกัน

          รู้สึกอมยิ้มเริ่มทำงาน ช็อกโกแลตแตกแตะ่ปลายสิ้น แม้ว่ารถที่มารับครั้งนี้จะเป็นเพียงรถตู้ ไม่ใช่บีเอ็มดับบลิวอีกต่อไป

 

เอา สัตว์ประหลาด ของฉันคืนมานะ

          เทศกาลหนังคืนเดือนมืดเป็นเทศกาลหนังเล็ก ๆ ที่เริ่มเติบโต เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมหนังคาบสมุทรบอลติก  เพราะฉะนั้นนอกจากจะฉายหนัง  ประกวดหนัง  และเสวนาหนังด้วยแล้ว  ก็ยังมีกิจกรรมผลิตหนังร่วมระหว่างภาคพื้นนี้ด้วย

          “งานมันเริ่มใหญ่ขึ้น แต่จำนวนคนทำงานนั้นเท่าเดิม ก็เลยมีปัญหามาก” โยฮันนา   เจ้าหน้าที่กรรมการตัดสินหนังเอเชียบอกกล่าว

          หนึ่งในปัญหาใหญ่สำหรับการตัดสินหนังสายเรา ก็คือ หนังไม่มา โดยเฉพาะหนังที่มีกำหนดการฉายในวันแรก ๆ ของงาน รวมทั้ง สัตว์ประหลาด

          ตามกำหนดการเดิม สัตว์ประหลาด ได้รอบค่อนข้างจะดี  ฉายวันศุกร์รอบเย็น รอบที่สองเป็นรอบหนึ่งทุ่มวันอาทิตย์

โรงหนังหลักของงาน


          รอบแรก ไปดูไม่ทัน เพราะยังไม่กลับจากไปเที่ยวอีกเมือง แต่หมายมั่นว่าจะดูรอบสองให้ได้ เลยบอกเจ้าหน้าที่ให้เอาตั๋วมาให้ด้วย

          พอถึงวันอาทิตย์ หนึ่งทุ่ม ฉันดึงตั๋วออกจากซองที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ โดยไม่เจอเธอ ก็เลยไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลง ดูชื่อหนังแล้ว  ก็ไม่รู้เรื่องเพราะเป็นภาษาเอสตัวเนียนอีกต่างหาก

          หนึ่งทุ่มเป๊ะ พร้อมใจที่เตรียมพร้อมจะดู สัตว์ประหลาด เต็มที่ …

          ภาพแรกบนจอเป็นภาพวาดนู้ดของชายหญิงฝรั่ง "เอ นี่มัน สัตว์ประหลาด หรือนี่ สงสัยเป็นเวอร์ชั่นที่ส่งจากฝรั่งเศสกระมัง ก็เลยไม่เหมือนอย่างที่เราเคยดูที่เมืองไทย”

          อ้าว พอหมดภาพนู้ด คราวนี้ยิ่งงงแฮะ เพราะเขาขี้นชื่อไมเคิลแองเจโล อันโตนิโอ ไปอีกนิดก็มีสตีเว่น ซอเดนเบิร์ก ไปอีกสักพัก ยิ่งแล้วใหญ่ คราวนี้มีหว่องกาไวด้วย

          ชักฉุน เตรียมจะรีบออกจากโรง ไปถามเจ้าหน้าที่ แต่เอ๊ะ ภาพที่เห็นบนจอ มันก็น่าดูไม่น้อย อีโรติกดี แหะ แหะ อาร์ตน่ะอาร์ต อย่าคิดมาก

          เขาเริ่มจากหนังของผู้กำกับอิตาลีก่อน ต่อด้วยหนังของซอเดนเบิร์ก ก่อนจะจบท้ายด้วยหนังเรื่อง The Hand ของหว่อง พี่เลือกกงลี่กับฉางเชอะ (ดาราหนุ่มไต้หวัน) มาเล่น

          ดูไปจนจบ ถึงได้รู้ว่าทั้งสามเรื่องเป็นหนังสั้น ภายใต้หัวข้อของเรื่องอีโรตีก มีชื่อหนังชุดรวมว่า Eros แต่ผู้กำกับก็ทำหนังแยกเฉพาะส่วนของไป

          แต่อย่างไรก็ต้องไปหาเหตุผลให้ได้ สัตว์ประหลาดของฉันไปไหน

เจ้ย – ดาราประจำแดนหมีขาว

          โยฮันนาบอกว่า หนังยังไม่มา ไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใด

          หลังจากนั้น ฉันต้องไปเช็คทุกวันว่าหนังมาหรือยัง เพราะรู้สึกเสียดายสิทธิ์เล็กน้อยถ้าหนังจะไม่ได้ฉายโรง คนเอสตัวเนียเป็นคนมีการศึกษา และชอบดูหนังยาก ๆ หนังหลายเรื่องที่ได้รับการเกลียดชังจากที่อื่น กลายเป็นหนังที่คนชอบ อย่างหนังเรื่อง The Bow ของคิมคีดุคกลายเป็นหนังรางวัลมหาชนด้วยซ้ำไป

          โยฮันนาไม่รู้ว่าทำไมหนังยังไม่มา จนท้ายที่สุด ฉันต้องแอบไปซักกับอังเดร กรรมการชาวเอสตัวเนีย

          อังเดรไปสืบมาแค่ได้ว่า มีหนังจำนวนหนึ่งมาไม่ถึงเพราะไปติดอยู่ที่ลอนดอน ฉันก็เลยชักงง สัตว์ประหลาดน่าจะมาจากฝรั่งเศสที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของหนัง ไปเกี่ยวข้องกับอังกฤษได้อย่างไร

          ซักไปซักมา ก็เลยต้องหยุดถามในที่สุด เมื่อหนังมาถึงเกือบหนึ่งอาทิตย์ถัดมา และได้ฉายในวันศุกร์รอบสามทุ่มครึ่ง และวันอาทิตย์รอบทุ่ม

          ฉันได้ดูแค่รอบแรกรอบเดียว เพราะจะต้องกลับแล้ว รอบที่ดูเต็มแน่นโรงเลยนะคะ ที่นั่งทั้งหมด 150 ที่นั่ง

          ดูปฎิกิริยาของคนดูหนัง ปรากฎว่าครึ่งแรกของหนังไม่มีคนออก พอถึงตอนที่พระเอกกลายเป็นเสือแล้วนั่นแหล่ะ คนเริ่มออกโรง นับจำนวนคนแล้วออกไปทั้งหมดประมาณ 10 คนเท่านั้น

          บอกไม่ได้ว่าคนดูจะชอบหนังหรือไม่ เพราะคนชาตินี้เขาไม่ได้พวกบ้าแสดงออกอย่างคนฝรั่งเศส

          แต่สิ่งที่ฉันเรียนรู้เมื่อมาถึงที่นี่ ก็คือชื่อของเจ้ยดังที่รัสเซียมาก แม้แต่ซอริต้าก็รู้จัก เธอจำชื่อผู้กำกับไทยคนอื่นแทบไม่ค่อยได้ ยกเว้นก็เฉพาะชื่อเจ้ย แถมบอกอีกว่าเพื่อนนักวิจารณ์คนหนึ่งชอบหนังของเจ้ยมาก ถึงขนาดอยากฝากของขวัญเล็ก ๆ มาให้เจ้ยด้วยซ้ำ

          เสียดายแทนเจ้ย เพราะถ้าก็อปปี้หนังมาทัน กรรมการท่านอื่นก็คงได้เห็นหนังชัดเจนขึ้น แต่นี่พวกเขาต้องดูจากวีดีโอแทน แล้วหนังของเจ้ยต้องดูจอใหญ่ ถึงจะเข้าใจ

          เราตกลงใจให้หนังอัฟกานิสถานเรื่อง Earth and Ashes ได้รางวัลไป ด้วยเหตุผลว่านี่เป็นหนัง road movie ที่มีการนำเสนอโศกนาฎกรรมของสงครามอัฟกานิสถานในเชิงบทกวีได้อย่างโดดเด่นประทับใจ

 

   
 
บรรยากาศในงาน
 

ปิดงานด้วยอมยิ้ม

          หลังจากต่อสู้กับน้ำแข็งมาร่วมเกือบ 10 วัน มันก็มาถึงงานปิดในที่สุด พิธีการจัดได้น่ารักมาก พิธีกรหนุ่มใส่เสื้อแพรจีนสีแดงมาแต่ไกล มีผู้ช่วยหญิงสองคน คนหนึ่งแต่งตัวเป็น catwoman อีก คนแต่งตัวเป็นเกอิชา สองสาวจะช่วยหยิบรางวัลบ้าง แจกซองบ้าง ผสมกับอาการซน กวนใจคนโน้นคนนี้ แม่แมวเหมียวก็ไต่อยู่ตามรั้ว แม่เกอิชาก็แย่งไมค์จะมาประกาศรางวัลเสียเองบ้าง

          แถมผู้ประกาศรางวัล ก็ให้คนแต่งเป็นไมเคิล แจ็กสัน ไมเคิล มัวร์บ้าง นักแสดง Lord of the Ring บ้าง นับว่าเรียกเสียงหัวเราะได้อยู่ไม่น้อย

          ด้วยความเป็นกรรมการจากเอเชียเพียงคนเดียว และรางวัลนี้มอบให้แก่หนังเอเชีย เขาบอกให้ฉันเป็นประธานกรรมการ  ฉันไม่รู้มาก่อนเลย ซอริต้าและอังเดรรู้เรื่อง ฉันมารู้เอาวันสุดท้ายนั้นแหล่ะ

          มันแย่ก็ตรงที่ต้องมากล่าวอะไรนิดหน่อยตอนจะประกาศรางวัล เริ่มไม่เป็นสุข เพื่อน ๆ ก็รู้ว่าเรามันเป็นคนประเภทพูดจาไม่ได้เรื่อง แถมต้องพูดต่อหน้าคนเกือบพัน เขาให้พูดอยู่ 2 นาที แต่เตรียมไป 1 หน้ากระดาษ ก่อนที่จะนั่งอ่านไป ตัดไป เหลือ 8 บรรทัด

          โชคดีหน่อย เขาบอกว่าให้กรรมการทุกคนขึ้นไปบนเวทีหมด แอบกระโดดโลดเต้นอยู่ในหัวใจ อย่างน้อย สหายก็อยู่ข้าง ๆ ล่ะ

          แล้วเราก็งัดมุขเก่า เบนความสนใจของผู้ชมด้วยเสื้อสายเดี่ยวตัวเดียวที่มีอยู่ แบบสร้าง contrast น่ะ ให้เขามาสนใจผิวขาว ๆ แทนคำพูด

          ไม่รู้ได้ผลหรือเปล่า แต่อังเดรตาเยิ้มใส่

          พอขึ้นไปบนเวที ค่อยโล่งใจ เพราะสปอตไลท์มันส่องเข้าเต็มสองตา จนฉันไม่เห็นใคร แบบนี้ดีแฮะ เอาไว้จะใช้มุขแบบนี้อีก

          เขาให้บุคคลที่แต่งกายเป็นซอร์โรขึ้นมาประกาศรางวัล

          พิธีปิดเสร็จสิ้นในที่สุด วันนั้นเรากลับไปเลี้ยงงานฉลองต่อ พร้อมเริ่มกล่าวอำลากัน เพราะฉันต้องกลับเย็นวันรุ่งขึ้น อังเดรเดินเข้ามา มีท่าทีเหมือนจะกล่าวอำลาแบบตะวันตก แต่ไม่ทำ ไม่รู้เพราะเอาเมียมาด้วย หรือไม่กล้าเพราะเห็นฉันเป็นสาวเอเชีย แต่ฉันสงวนท่าที อังเดรเป็นพ่อของลูกชายวัยยี่สิบสาม  ถ้าเป็นลูกชาย  ค่อยว่ากันอีกที

          เรานั่งรถ กลับมาที่โรงแรม หยิบช็อกโกแลตที่ติดอยู่ในกระเป๋าขึ้นมากัดกินแก้หนาว

          เทศกาลหนังคืนเดือนมืดที่เอสตัวเนีย อาจจะไม่ใช่งานใหญ่ ไม่มีอะไรมาก แถมยังต้องต่อสู้กับน้ำแข็งทุกวัน แต่เพราะเวลาที่จัดไม่ค่อยกระชั้น และหนังที่คัดเลือกมาเป็นหนังดีที่ได้รับรางวัลจากที่ต่าง ๆ ทำให้เราได้ดูหนังดี ๆ เยอะ เหมือนไปพักผ่อนจริง

          ฉันได้ดูหนังสั้นของครู 3 คนที่ชื่อ อับบาส เคียรอสตามี่ เคน ลอช (อังกฤษ) เออร์มาโน ออลมิ (อิตาลี) ที่ผลัดกันทำเรื่องราวของคน 3 กลุ่มที่เดินทางขึ้นรถไฟจากเวียนนาไปโรม หนังเรื่อง Tickets ค่ะ

หนังสั้นฉบับครู Tickets (Ken Loach) และ Eros (หว่องกาไว)

          รวมทั้งหนังสั้นอีโรติก 3 เรื่อง ชื่อ Eros ทำโดยไมเคิลแองเจโล อันโตนิโอ  สวีเว่น ซอร์เดนเบิร์ก  และหว่องกาไว มีคริสโตเฟอร์ ดอยล์เป็นคนถ่าย

          อันที่จริง ฉันเห็นชื่อคริส ดอยล์ อยู่ในรายชื่อแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานด้วย  มาเพียง 3 วันหลัง  แต่ฉันไม่เห็นเขาเลย  แม้กระทั่งในพิธีประกาศรางวัล

         หนังสั้นทั้ง 2 ชุดเป็นหนังที่คนทำหนังสั้นสึนามิควรจะดูเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีโจทย์บังคับเหมือนกัน ไปดูว่าบรมครูเขาตีความโจทย์หนังได้แตกอย่างไร ฉันอาจจะเขียนวิจารณ์หนังชุดนี้ลงหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง

          บรรยากาศรอบตัวสนุกสนาน  ร่าเริง  เพราะชาวบ้านร้านช่องกำลังเตรียมฉลองคริสต์มาสกัน วันทั้งวันจะเห็นต้นคริสต์มาสอยู่ไปทั่ว บางต้นสูงเท่าตึก 5 ชั้นก็มี

          เดินไปไหน ก็จะได้ยิน Rudolf, the red-nose reindeer has a very funny nose.

          เลี้ยวขวา ก็ จิงเกิ้ลเบล จิงเกิ้ลเบล จิงเกิ้ล all the way

          อีกสามก้าวก็เจออีก We wish you a merry X-mas, We wish you a merry X-mas and a Happy New Year

          ทั้งหนังและบรรยากาศรอบตัวมันเต็มไปด้วยอมยิ้ม

          เพราะฉะนั้น ไม่น่าแปลกใจ เมื่อฉันออกจากเอสตัวเนีย และกำลังรอเปลี่ยนเครื่องกลับกรุงเทพอยู่ที่สนามบินโคเปนเฮเก้น ดิฉันก็ยังนั่งอยู่ในอาการเช่นนั้น : ) แถมทึกทักต่อ อาการเอ่อล้นของเราคงเผื่อแพร่ให้ฝรั่งรอบข้างได้บ้าง เพราะเหลือบไปเห็นฝรั่งบางคนก็อมยิ้ม ที่เห็นแม่หญิงเพี้ยน ๆ นั่งพิมพ์แล็ปท็อปไป ก็อมยิ้มไป

          แล้วคุณล่ะคะ กำลังอมยิ้มอยู่หรือเปล่า

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ปล . นับเป็นงานเขียนที่เพ้อเจ้อและไร้สาระมากที่สุดในชีวิต โปรดอ่านสาระได้อีกเรื่อง หนังเอเชียครองรางวัล

 

 

  * All rights reserved.

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com หรือ 084-1493080
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.