สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังกำลังฉาย
Bitter Sweet หนังสั้นเพลงรัก บอย ป๊อด
ห้าแถว
หัวหลุดแฟมิลี่
The Convert
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
ปืนใหญ่จอมสลัด
โปรแกรมหน้า
องค์บาก 2
Happy Birthday
ฝัน หวาน อาย จูบ
Super แหบ-แสบ-สะบัด
ท้า / ชน
ปาฎิหาริย์รักต่างพันธุ์
POPULAR
   

เสียงตอบรับของบูธไทยและหนังไทยใน Hong Kong Filmart

  21 มีนาคม 2551/ ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล รายงาน
  LINK : เมนูข่าวรวม
   
 
บูธของกรมส่งเสริมการส่งออกกลายเป็นบูธรวมมิตรของหลายค่าย


ปีนี้บูธหนังไทยใน Hong Kong International Film & TV Market ไม่มี GTH มาร่วมงานด้วย ส่วน Mono Film ก็มาเพียงสองวันแรกแล้วก็เก็บของกลับบ้านไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ทันมีโอกาสได้สอบถามใดๆ แต่เท่าที่ทราบก็คือ The Follower หนังสยองขวัญวัยรุ่น ว่าด้วยเรื่องของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่ถูกคุกคามโดยชายปริศนา หลังจากแฟนสาวของเขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถยนต์  ผลงานกำกับเรื่องใหม่ของเปลว ศิริสุวรรณ ได้ทำการซื้อขายล่วงหน้ากับอินโดนีเซีย  มาเลเซีย  บรูไน และสิงค์โปร์เรียบร้อยแล้ว

บูธและผลงานของโมโนฟิลม์

 

บูธขายหนังไทยที่ใหญ่ที่สุดคือบูธของกรมส่งเสริมการส่งออก (Department Of Export Promotion หรือDEP)  ซึ่งมาในชื่อนี้เป็นปีแรก ประกอบด้วย 6 บริษัทหนัง อันประกอบไปด้วย Twentieth June Entertainment Co, ltd ของทรนง ศรีเชื้อ,  Siam Film Development, สหมงคลฟิล์ม, ไฟวสตาร์, อาร์เอสฟิล์ม และมีเดีย สแตนดาร์ดที่ทำภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง พระพุทธเจ้า โดยเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งของบูธได้กล่าวว่า “ปีนี้ DEP ก็นำนักธุรกิจมาออกบูธ  ซึ่งจะโชว์ศักยภาพหนังไทยให้ต่างประเทศได้รู้จัก ให้มาซื้อหาหนังกัน และมี 6 บริษัทมาร่วมกับเรา ในปีต่อไป เราตั้งใจจะจัดกิจกรรมให้มีการบูรณาการมากขึ้น คือจะเพิ่มในส่วนของด้านโปรดักชั่น โลเคชั่น”

ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมบูธนี้จึงรวมมาได้ 6 บริษัท ก็ได้มีคำชี้แจ้งว่า “ปีหนึ่งเราจะจัดกิจกรรม ภายใต้ชื่อ Thailand Pavilian ในเทศกาลหนังสำคัญๆ ของต่างประเทศ เช่นที่นี่หรือคานส์  หรืออเมริกันฟิล์มมาร์เก็ต ในช่วงปลายปี ซึ่งบริษัทที่สนใจได้สมัครเข้ามาในโครงการของกรมฯ และทางกรมฯ ก็พยายามรวบรวมทุกๆ บริษัทไทยมาอยู่ภายใต้ชื่อเดียวกัน เพื่อจะได้แสดงศักยภาพของคนไทย คราวนี้ที่มาในงาน Filmart  ก็รวบรวมมาได้ 6 บริษัท ทางกรมส่งเสริมการส่งออกมีแผนการสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงอยู่แล้ว ปีนี้เพิ่งเริ่มต้น ปีหน้างบจะมากขึ้นกว่าเดิม และตั้งใจอยากเชิญทุกบริษัทมาร่วมออกบูธด้วยกัน”

ส่วนเสียงตอบรับจากผู้ซื้อ “มีผู้ซื้อสนใจเข้ามาหลายราย ทางอาร์เอสก็มียอดขายเกิดขึ้นไปแล้ว”

สำหรับทางพระนครฟิล์ม เจ้าหน้าที่ดูแลบูธบอกว่าได้ลูกค้าใหม่จำนวนหนึ่ง “ได้จากทางยุโรป แต่ส่วนใหญ่ที่เข้ามาเป็นลูกค้าประจำอยู่แล้ว ส่วนบรรยากาศโดยรวม วันสองวันแรกก็ยังคึกคักดีอยู่ แต่พอวันที่สามและสี่  ผู้คนก็จะค่อยๆ คลายความสนใจลงไป ซึ่งเป็นเรื่องปรกติ”

บูธของไรท์บียอร์น และ โปสเตอร์ของเรื่อง "เฟรนด์ชิป"

 

คุณสุภาพร ปรีชาว่องไวกุล ผู้บริหารของไรท์ บียอร์นซึ่งเดินทางมาดูบูธด้วยตัวเอง กล่าวว่ามีผู้สนใจติดต่อบูธของเธอเข้ามาหลายประเทศ “ผลตอบรับก็ใช้ได้ ถ้าหนังที่เราทำเพื่อเข้าโรง จะมีลูกค้าอยู่สองประเภท บางทีเขาก็ฉายโรง  บางทีเขาก็ทำเป็นดีวีดี ส่วนเรื่อง Friendship ก็มีคนสนใจเยอะ เพราะสายป่านกับมาริโอ้ก็มีคนรู้จัก  เพียงแต่หนังยังทำไม่เสร็จ ยังถ่ายกันอยู่”   ส่วนของการจัดงาน Filmart คุณสุภาพรเห็นว่า “โดยรวมๆ แล้วเขาก็ทำดีนะปีนี้ ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ปรับปรุงไปเรื่อยๆ” 

นอกจากบูธขายหนังแล้ว หน่วยงานหนึ่งของไทยก็ยังมาเปิดบูธในส่วนของ Location  อีกด้วย เป็นบูธของ Thailand Film Office สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม (ที่คราวก่อนระบุผิดว่าเป็น กรมส่งเสริมการท่องเที่ยว)  เจ้าหน้าที่ประจำบูธได้เล่าถึงขอบเขตการทำงานของหน่วยงานว่า “เราจะดูแลชาวต่างชาติที่มาถ่ายทำในเมืองไทย ไม่ว่าจะเขาจะเข้ามาถ่ายทำสารคดี หนัง ละคร มิวสิควีดีโอ เขาจะต้องมาขออนุญาติเราก่อน เราจะดูเนื้อหาของเขาว่ามีผลกระทบกับประเทศไทยเราไหม เนื้อหาเป็นเรื่องทั่วๆ ไปหรือเปล่า  หรือว่าเกี่ยวกับท่องเที่ยว ถ้าเป็นเรื่องที่ดูแล้วมีผลเสียเราก็จะปรับบท ถ้าเขายินยอมเราก็จะให้เขามาถ่ายทำ พอเราอนุญาติก็จะมีบริษัทเอกชนมาเป็นผู้ประสานงานเตรียมการให้เขาอีกที”

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Thailand Film Office มาฮ่องกง “ปีนี้เป็นปีที่สองที่เรามาเปิด ปีที่แล้วเขาเชิญเราในฐานะของกลุ่มคณะกรรมการร่วมกัน ซึ่งเป็นผู้ดูแลของภาครัฐ ให้มาเปิดโชว์สถานที่ถ่ายทำ เราจะไม่เกี่ยวกับตลาดซื้อขายหนังนัก เราจะคอยดูแลในเรื่องเชิญชวนให้เขาไปถ่ายทำหนังในบ้านเรา ทีมงานหรือโพสต์โปรดักชั่นในบ้านเรา มีรายชื่อทีมงานว่าทีมงานแบบไหนเหมาะสมสำหรับงานของเขา”


ในส่วนของความสนใจจากผู้เข้าชมงาน สำหรับบูธนี้ก็ปีนี้แตกต่างจากปีที่แล้ว  “ปีที่แล้วอาจจะมีคนสนใจน้อยเพราะยังไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเรามาเปิดตรงนี้  ปีนี้คนมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว อาจจะเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์งานนี้ ว่าในฟิล์มมาร์ตนี่ ยังมีในส่วนของ Location Asia อยู่ ก็มีคนเดินมาขอข้อมูลจากเรา อย่างน้อยวันหนึ่งก็สี่ถึงห้าราย วันที่ผ่านๆ มา โปรดิวเซอร์ของฮ่องกงหรือของจีนก็มาสอบถามว่าถ่ายหนังบ้านเราต้องทำอย่างไร ขออนุญาติต้องทำยังไง ก็ยังดีที่เขายังรู้จักเมืองไทยและสนใจอยากมาถ่ายในเมืองไทย  พอปีนี้คนเยอะขึ้นส่วนตัวก็รู้สึกพอใจค่ะ”   

นอกจากผู้มาเปิดบูธอย่างเป็นทางการแล้ว  ก็ยังมีบริษัทสร้างหนังของไทยบริษัทหนึ่ง ที่มาเพื่อดูโครงการต่างๆ ใน HAF และทำการประชาสัมพันธ์หนังของตัวเองอย่างเงียบๆ คือ Extre Virgin ของคุณพิมพกา โตวิระ แต่ไม่ได้มาทำการขายหรือตกลงใดๆ กับใคร เป็นเพียงแค่การเปิดตัวเล็กๆ มากกว่า


บริษัท dvd.com นำเอาหนังเก่าของจา พนม ยีรัมย์ เมื่อเกือบสิบกว่าปีก่อนมาขาย



คุณสุเทพ ตันนิรัตน์ ที่เจอในงานกันโดยบังเอิญ

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.