 |
AFP (from left) Agnes Varda, Emir Kusturica, Salma
Hayek, Javier Bardem, Nanditas Das, and Benoit Jacquot
|
|
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมาเมืองคานส์บ่อยไปหรือไม่ จนทำให้รู้สึกว่างานเปิดเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้อยู่ในบรรยากาศอย่างเอื่อยเฉื่อย ตั้งแต่ก่อนวันเปิดงานหนึ่งวันแล้ว ซึ่งปรกติจะต้องคับคั่งด้วยฝูงผู้สื่อข่าวกับนักวิจารณ์แน่นขนัด แต่ปรากฏว่าปีนี้คนบางเบาไปถนัดตา จนผู้เขียนกลับบ้านไปทำกับข้าวกินตั้งแต่สี่โมงเย็น
ถึงวันเปิดงานเข้าแล้ว บรรยากาศก็ยังไม่ได้อยู่ในอาการดีขึ้น งานเทศกาลเปิดอย่างไม่เป็นทางการด้วยการฉายหนังเปิดรอบผู้สื่อข่าวเวลา 10.30 น . ที่ห้องฉายหนังเดบุสซี่ ซึ่งเป็นห้องฉายขนาดรองจุคนได้ประมาณพันคน ปรากฏว่าผู้สื่อข่าวคงจะยังไม่อยู่ตื่นเต็มที่ จึงไม่มีคนแย่งกันเดินออก หรือส่งเสียงโห่หรือปรบมือชื่นชมหลังจากฉายหนังจบ ทุกอย่างคงอยู่ในอาการเรื่อย ๆ เหมือนเช่นเดิม
แม้แต่ในห้องแถลงข่าวกรรมการก็ชวนง่วงเหงาหาวนอนดีนัก เพราะไม่มีดาราหรือผู้กำกับยักษ์ใหญ่เท่าที่ควร ดาราดังที่สุดก็ซัลม่า ฮาเย็ค และนักเขียนรางวัลโนเบลอย่างโทนี่ มอริสัน แถมผู้กำกับเอเมียร์ คัสตูริก้าก็ไม่ใช่ขาใหญ่จากฮอลลีวู้ด จนทำให้บรรยากาศตกอยู่ในภาวะเช่นนั้น กรรมการหลายคนก็ไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ เล่นเอาพิธีกรมืออาชีพต้องชักนำคำถามเสียอีก
คาดกันว่าปีนี้ การตัดสินระหว่างคณะกรรมการจะต้อ งเข้มข้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะประธานคัสตูริก้าได้ชื่อว่าเป็นคนเฮียบ ถึงขนาดมีการตั้งคำถามว่าเขาจะทำให้กรรมการคนอื่นเชื่อตามคำหรือไม่ เขากลับตอบว่า เรื่องประชาธิปไตยค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากสำหรับผม
แต่เขาก็แก้ตัวแทนกรรมการเมื่อปีที่แล้วที่ตัดสินให้หนังเรื่อง Fahrenheit 9/11 ได้รางวัลชนะเลิศไป เขากล่าวว่า การตัดสินรางวัลเมื่อปีที่แล้วถือได้ว่ามีสุนทรียะอยู่ไม่น้อย เพราะบุรุษที่หนังเรื่องนี้ต่อต้านนั้น (จอร์จ บุช) เป็นบุคคลที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่าสุนทรียะเลย เมื่อผมพูดถึงสุนทรียะ ผมรวมไปถึงศีลธรรมกับสิ่งอื่น ๆ ที่มาจากหัวใจด้วย
ต่อจากนั้นก็มีคำถามต่ออีกว่า เขาคิดว่าจะมีเกณฑ์ในการตัดสินอย่างไร คัสตูริก้ากลับตอบติดตลกว่า บอกไม่ได้ เดี๋ยวกรรมการปีอื่นเอาตาม
ด้วยบรรยากาศชวนหาวนอนเช่นนี้ ผู้เขียนขอไปนั่งดูหนังก่อนดีกว่า
|