สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
หนังประกวด
  อัญชลี ชัยวรพร
  LINK :
   
 

Day 9

Drive - มิติของความขัดแย้งที่แตกต่าง

 

 

 

The Skin I Live In - the active 'to-be-looked-at' and skin gender

 

 

หนึ่งในหนังที่คนเทศกาลรอคอยมากที่สุด The Skin I Live In ของเปโดร อัลโมโดว่าร์ กลายเป็นหนังที่จะสร้างกระแสการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง หนึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากเมโลดราม่าของผู้กำกับ มาเป็นหนังทริลเลอร์ และแม้ว่าในเชิงภาพยนตร์ของอัลโมโดว่าร์เองนั้น หนังอาจจะไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของเขา แต่มันก็จะเป็นหนึ่งในหนังสำคัญ ๆ ของเขา และที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงของเขาในครั้งนี้ จะล้มล้างทฤษฎีภาพพยนตร์หลายอย่าง โดยเฉพาะในเรื่อง costume, skin, body กับภาพยนตร์

หนังเริ่มเรื่องจากการกล่าวเล็คเชอร์ของโรเบิร์ต เล็กการ์ด คุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องผิวหนัง เขาทดลองทำการเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ โดยผ่านการทดลองกับสัตว์ ประสบความสำเร็จหลายอย่าง แต่ในความเป็นจริง การทดลองของเขาเกิดขึ้นกับคนจริง ๆ เธอเป็นหญิงสาวนามว่า ในช่วงแรกของหนังได้เล่าเรื่องราวการทดลองในรูปแบบต่าง ๆ ของเขา ขณะที่หญิงสาวพยายามจะฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง เธอปฏิเสธการใส่เสื้อผ้าทุกอย่าง คงมีแต่ชุดที่ลักษณะเหมือนผิวคนจริง ๆ เธอชอบฝึกโยคะ เรื่องราวต่าง ๆ คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าวันหนึ่ง เซกะลูกชายของแม่บ้านเข้ามาในบ้าน พบเธอเข้า และข่มขืนเธอ

เรื่องราวต่าง ๆ จึงเปิดเผยขึ้น จากคำบอกเล่าของหญิงแม่บ้าน แท้ที่จริงแล้ว หมอโรเบิร์ตเคยมีภรรยาและลูกสาวซึ่งโตเป็นสาวแล้ว ภรรยาของเขาคบชู้กับเซกะ และแอบหนีตามกันไป ก่อนรถคว่ำ ร่างกายของเธอถูกไฟไหม้ทั้งหมด เขาใช้ความเชี่ยวชาญของเขา รักษาเธออีกครั้ง แต่แล้วเรื่องร้ายต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น ต่อมาลูกสาวเขาถูกข่มขืน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุด

อัลโมโดว่าร์เปลี่ยนวิธีการทำหนังมาเป็นทริลเลอร์อย่างเห็นได้ชัด หนังเต็มไปด้วยเงื่อนงำ มีลักษณะเหมือนการผ่าตัดแฟรงเก้นสไตน์ในหนังสมัยเก่า ขณะเดียวกัน ก็ยังคงไม่ทิ้งความถนัดในงานเมโลดราม่าที่เคยคุ้นเคยไป แต่น้อยลง

อัลโมโดว่าร์ อาจจะไม่ถนัดในการเล่าเรื่องหนังทริลเลอร์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นัก การแฟลชแบ็คอดีตเพื่อเล่าเรื่องนั้น ดูไม่ล้ำลึกเหมือนอย่างที่เห็นในหนังเก่า ๆ ของเขา บอกตรง ๆ ว่าผู้เขียนเดาได้ตั้งแต่กลางเรื่องว่าหมอโรเบิร์ตกำลังทำอะไรอยู่ (ขออนุญาตไม่สปอยล์)

แต่เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้กลับอยู่ที่รายละเอียดบางอย่าง การใช้เพลงประกอบมีความหมายมาก ทั้งเพลงในฐานะเตือนความจำ (ฉากนอร์มาร้องเพลง) เพลงในฐานะเล่าเรื่องราว และความหมายบางอย่า ที่เด่นสุดคือการเสนอภาพของการถูกจ้องมอง อัลโมโดว่าร์ซึ่งเป็นผู้กำกับไม่กี่คนที่แคร์ต่อสายตาของผู้หญิง ได้นำเสนอภาพของวีร่าที่ไม่ใช่เพียงวัตถุ แต่มันเป็น ผู้ถูกจ้องมองที่แอ็คทีฟ (the active to-be-looked-at) แม้จะอยู่หลังห้องกระจกที่มองจากภายนอก หรือผ่านกล้องทีวีวงจรปิด เธอรู้อยู่ตลอดเวลาว่ากำลังถูกมองอยู่

สิ่งที่ล้ำลึกไปกว่านั้น คือ การนำเสนอภาพผิวหนังในฐานะเครื่องห่อหุ้ม ใครจะไปรู้ว่าผิวหนังนั้นมันก็มีเพศ มีเจนเดอร์ด้วย ผิวหนังไม่ได้เป็นสิ่งที่ไร้เพศต่อไป วีร่าอาจจะปฎิเสธเสื้อผ้าหญิงได้ (และน่าสนใจมากที่อัลโมโดว่ากำหนดให้อาชีพเดิมของเธอเป็นคนออกแบบเสื้อผ้าก่อนที่จะมาพบหมอโรเบิร์ต) อัลโมโดว่าร์ ได้กำหนดบทบาทและหน้าที่ใหม่ขององค์ประกอบของร่างกาย เนื้อในหรือวิญญาณ ร่างกาย ผิวหนัง และเสื้อผ้า

ตัวหนังอาจจะไม่ถึงที่สุดในแง่ทริลเลอร์ แต่อัลโมโดว่าร์กำลังทลายล้างกรอบความคิดภาพยนตร์แบบ์ใหม่ ๆ ในเรื่อง การจ้องมองผู้หญิง และความสัมพันธ์ระหว่างผิวหนัง เสื้อผ้า และร่างกาย

 

   
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.