สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
หนังประกวด
  อัญชลี ชัยวรพร
  LINK :
   
 

Day 8

Hara-Kiri: Death of a Samurai หนังดีของโลก แต่หนัง 3 มิติฉบับแย่

 


Hara-Kiri: Death of a Samurai งานที่คอหนังเอเชียรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ หนึ่งเพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของมิเกะ ผู้กำกับหนังคัลท์ของญี่ปุ่นที่ได้เข้าประกวดในคานส์ สองนี่เป็นงานรีเมคที่ญี่ปุ่นเคยได้รับรางวัลจูรี่ไพรซ์มาครั้งหนึ่ง และสุดท้ายที่เป็นหนัง 3 มิติเรื่องแรกที่ได้เข้าประกวด

ผลปรากฎว่า Hara-Kiri: Death of a Samurai เป็นหนังที่ดีนะคะ แต่ไม่ใช่งานสามมิติที่ดีเลย

หนังเล่าความยากลำบากในการดำเนินชีวิตของซามูไรในยุคเอโดะ ประมาณปี 1617-1630 ฐานะยากจน ไม่มีงานทำ จนจำเป็นต้องนำดาบไปขายเพื่อความอยู่รอด แต่มันก็ยังแก้ไขในระยะยาวไม่ได้ ท้ายที่สุดพวกเขาจำเป็นต้องประกาศฮาราคีรี เพื่อจบการดิ้นรนของชีวิต แรก ๆ เหล่าผู้นำที่ปกครองซามูไร ยินดีให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อเกิดมีคนประกาศฮาราคีรีตนเองหลายคนเข้า ขุนนางสั่งให้เหล่าซามูไรสังหารตนเองจริง ๆ

โมโตเมะเป็นซามูไรคนแรกที่ต้องสังเวยชีวิตของตน เขามีแต่ดาบไม้ และขอเงินจำนวน 3 รีลเพื่อกระทำการฮาราคีรี เหล่าซามูไรผู้อื่นต่างตำหนิเขา โดยไม่รู้ว่าโมโตเมะทำไปเพื่ออะไร จนกระทั่งพ่อของเขา ซามูไรฮันชิโรทราบเรื่องการเสียชีวิตของลูกเข้า เขาเข้าพบผู้นำ พร้อมล้างแค้นกับการรักษาเกียรติซามูไรครั้งนี้

มิเกะทำหนังเรื่องนี้ได้ดีกว่าที่คิดไว้ หนังนำเสนออีกด้านหนึ่งของซามูไร อย่างหนึ่งเพราะบทประพันธ์ต้นฉบับมันดีอยู่แล้ว แต่มิเกะก็ทำให้เห็นภาพที่เราแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน หนังเน้นการใช้โทนภาพมืดดำมาก ส่วนใหญ่เป็นภาพโลว์คีย์ ภาพนิ่งอยู่กับที่ แทบจะไม่มีการเคลื่อนไหว การออกแบบฉากต่าง ๆ มีแต่ความมืดหม่น พร้อมจับเหตุการณ์ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง

แต่หนังไม่จำเป็นต้องใช้สามมิติเลย ความจริงอย่างหนึ่งที่ได้พบก็คือ ภาพสามมิติไม่เหมาะกับงานภาพดำมืด หนังออกแนวนัวร์ จนอาจจะเรียกว่านี่เป็นฟิลม์นัวร์ของซามูไรก็ว่าได้ แต่ถ้าภาพเป็นสีอื่นเมื่อไร มันก็เห็นมิติชัดลึกอยู่ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายเมื่อฮันชิโร่ต้องต่อสู้กับเหล่าซามูไรอื่น ๆ มิเกะฉลาดพอที่จะทำให้หิมะตก ก็เลยทำให้เห็นมิติที่สามของหนังบ้าง ตรงช่วงกลางยาวไปหน่อย ตัดทิ้งได้ก็จะดี

 

Melancholia – อืม


 

ไม่รู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวเองไม่ค่อยอยากเขียนถึงหนังเรื่องนี้นัก แม้ว่าจะฉายมาแล้ว จนกระทั่งบัดนี้

Melancholia เริ่มเรื่องด้วยภาพนิ่งของเจ้าสาวและแม่อุ้มลูกชายหนีบนสนามหญ้ากว้างใหญ่ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างดี สวยงาม แต่ดูออกว่าเป็นการจัดแต่ง ไม่แตกต่างจากสนามกอล์ฟ หนังเปลี่ยนภาพนิ่งไปเรื่อย ๆ ยาวนานกว่า 5 นาที ไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนพวกเขาจะวิ่งหนีอะไรบางอย่าง ยกเว้นเจ้าสาวที่รับชะตากรรมอย่างมีสติ


ต่อมาหนังเริ่มด้วยภาพเคลื่อนไหว แบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรกเป็นเรื่องของจัสติน นำแสดงโดยคริสตีน ดันสท์ ตอนที่สองเป็นเรื่องของแคลร์ นำแสดงโดยชาร์ล็อตต์ แกงงค์บวร์ก เรื่องแรกเริ่มฉากด้วยรถคู่บ่าวสาวติดอยู่บนถนนในเส้นทางที่ดูเหมือนป่า ทั้งคู่สนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะมาร่วมงานแต่งงานของตนเองในสองชั่วโมงต่อมา ตอนแรกเป็นเหตุการณ์ในงานแต่งงานของจัสติน ซึ่งจบลงด้วยความล้มเหลวของเจ้าสาว


ตอนที่สองเป็นการดำเนินชีวิตของแคลร์ในการดูแลครอบครัวและน้องสาว จนกระทั่งมีเหตุจูงใจบางอย่างที่ทำให้เธอต้องไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Melancholia

หนังพูดถึงชีวิตในช่วงวันสิ้นโลก โดยผ่านสายตาของสองพี่น้อง จัสตินซึ่งมีปัญหาในการเข้าสังคมรอบข้าง แต่กลับเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลกได้อย่างมีสติ ขณะที่แคลร์ซึ่งเป็นผู้หญิงแบบฉบับของสังคม จะเป็นภาพแทนของคนส่วนใหญ่ เธอเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลกอย่างตื่นตัวและเกรงกลัว

ลาร์สฟอนเทียร์ใช้กล้องแฮนด์เฮลในหนังเยอะมาก โดยเฉพาะตอนแรกและตอนสอง ราวกับจะบอกนัยความสั่นคลอนของเรื่องราวและโลกที่กำลังจะะเกิดขึ้น ซึ่งดูจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่สอง แต่หนังมีปัญหาในการพัฒนาบทมาก หนังที่ดูเหมือนจะมีเนื้อเรื่อง เหมือนปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปเรื่อย ๆ ให้นักแสดงร่ายบทยาวเอง แล้วผู้กำกับแค่สั่งคัท แล้วก็มาตัดต่อ แค่นั้น หลาย ๆ ตอนจึงดูเหมือนบทฟุ่มเฟือย น่าเบื่อ หนังตัดออกได้อีก 15 นาทีอย่างต่ำ แถมบางครั้งมันดูไม่มีเหตุผล อย่างการกระทำของจัสตินที่เบื่อหน่ายต่อสังคมรอบข้าง จนทำอะไรนอกกรอบในคืนแต่งงาน มันดูไม่มีน้ำหนัก ไร้เหตุผล

การแสดงของคริสเตียน ดันส์ น่าสนใจในฐานะผู้หญิงที่เบื่อหน่ายต่อสังคม ชาร์ล็อตต์ก็ทำงานได้ทีในฐานะผู้หญิงในกรอบ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าโดดเด่นมากนัก


   
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.