
กระโจมประเืทศไทย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
การเข้าร่วมงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ในปีนี้ ดูเหมือนจะมีความกระตือรือร้นอยู่ค่อนข้างมาก ด้วยกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้น แต่สิ่งที่ทำนั้นถูกวิธีหรือประสบความสำเร็จหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แหล่งข่าวที่ขอสงวนนามท่านหนึ่งกล่าวว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้ทุ่มงบประมาณถึง 10 ล้านบาทในการจัดงานปีนี้ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ดังนี้
1. เช่าบูธในตลาดหนัง ทาง สศร. (สำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย) เช่าเนื้อที่ในตลาดหนัึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง แล้วจัดสรรพื้นที่นั้นให้กับบริษัทหรือค่ายหนังต่าง ๆ ที่สนใจจะไปออกบูธโชว์งานของตนเอง โดยไม่คิดเงินแต่ประการใด ยกเว้นเนื้อที่ของบริษัทสหมงคลฟิลม์ จีทีเอช ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ที่จะเช่าบูธในตลาดเอง สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมโชว์บูธในพื้นที่ของ สศร. ให้ดูจากที่นี่
2. กระโจมนานาชาติ ซึ่งตั้งอยู่นอกตลาดนั้น เป็นพื้นที่ของ สศร. โดยตรง และจัดกิจกรรมมากมายดังนี้

2.1 ให้ข้อมูลทั่ว ๆ ไปของหนังไทย ตั้งแต่หนังที่ทำในแต่ละปี ไปจนถึงสถานที่จะใช้เป็นถ่ายทำหนัง และบริการห้องแล็บต่าง ๆ
2.2 จัดงานเลี้ยงต้อนรับที่เรียกว่า Thai Reception เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม และไทยไนท์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม งานแรกมีคนร่วมงานเยอะมาก เพราะเลี้ยงอาหารไทยยอดฮิตในระดับต่างแดนอย่าง ผัดไทย ประกอบกับตอนจัดงานฝนตก ก็เลยทำให้กระโจมอัดแน่นไปด้วยผู้คน

งานเลี้ยงต้อนรับของกระทรวงวัฒนธรรม
ส่วนงานไทยไนท์ ผู้เขียนไม่ได้ไป เพราะตรงกับฉายหนังประกวด ก็เลยตัดสินใจดูหนังแทน
สำหรับผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมในงานเลี้ยงนั้น ไม่มีรัฐมนตรีเดินทางไป เนื่องจากประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติการณ์สงคราม ส่วนใหญ่ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานจะเป็นข้าราชการประจำ
2.3 จัดกิจกรรมสัมมนาต่าง ๆ ทุกวันนาน 6 วัน วันละ 1-2 งาน มีตั้งแต่บริการโพสต์โปรดักชั่น การหาผู้ร่วมลงทุนการผลิตแอนิเมชั่น การสัมมนาอินดี้ไทย รวมทั้งสัมมนาในหัวข้ออันดูเหมือนจะบรรเจิดเฉิดฉัน ชื่อว่า 2011: The Golden Era of Thai Film Industry and Festivals พร้อมหมายมั่นว่า จะให้อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นแขกรับเชิญสำคัญในการสัมมนา แต่เนื่องจากอภิชาติพงศ์เดินทางมาล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากปัญหาการเมือง จึงทำให้การสัมมนาต้องยกเลิกไป
ในความเป็นจริงก็คือ งานส่วนใหญ่จะถูกยกเลิกเกือบทั้งหมด คงเหลือเพียงงาน 2 อย่างเท่านั้น ก็คือ การหาผู้ร่วมลงทุนของหนังนักเรียน และการหาผู้ร่วมลงทุนของผู้กำกับอินดี้ ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดต่อไป ดังนี้
2.4 สนับสนุนนักศึกษาและผู้กำกับอินดี้โครงการละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 6 คน ให้เดินทางมาหาแหล่งทุนและพบกับผู้สนใจ เพื่อทำหนังของพวกเขา โดยให้พักคนละ 4 คืน

การเสนอโปรเจ็คหาแหล่งทุนของนักศึกษา
การหาผู้ร่วมลงทุนของหนังนักเรียน ทั้ง 3 คน เป็นนักเรียนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งสิ้น (ขออภัยไม่ทราบชื่อนิสิต ได้ซักถามกับทาง สศร. ตั้งแต่อยู่ที่เมืองคานส์แล้ว ) โดยมี อาจารย์รักศานต์ เป็นผู้นำขบวน ขณะที่กลุ่มอินดี้ 3 คน คัดเลือกมาจากผู้ที่เข้าร่วมอบรมโปรดิวเซอร์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ กลุ่มอินดี้ทั้ง 3 คนที่ี่ว่า ได้แก่ ต้องปอง จันทรางกูร, ศุภรัฐ บุญมาแย้ม และ จักรวาล นิลธำรงค์
คนไทยที่ร่วมงานหลายท่านกล่าวว่า แทบจะไม่มีคนมาฟังการเสนอโครงการเหล่านี้เลย บางคนที่เห็นในรูปก็ไม่ใช่แหล่งทุน แต่เป็นผู้จัดงานตามเทศกาลต่าง ๆ คนเหล่านี้ชอบทำความรู้จักกับผู้กำกับของประเทศใหม่ ๆ ไว้ก่อน เพื่อการเชิญงานในอนาคต ส่วนกลุ่มอินดี้นั้น อาจจะเอาตัวรอดได้ในระดับหนึ่ง เพราะผู้กำกับบางคนจะติดต่อกับแหล่งทุนก่อนที่จะเดินทาง เมื่อมาถึงเมืองคานส์ เขาก็จะเปิดการเจรจาต่อเลย


การเสนอโปรเจ็คให้กับแหล่งทุนของกลุ่มอินดี้
แต่ผู้กำกับอินดี้ท่านหนึ่งกล่าวว่า การเดินทางมาที่ีนี่ ทำให้เขารู้จักอะไร ๆ มากขึ้น ซึ่งจะนำไปใช้ในการสร้างสรรค์งานต่อไป ส่วนเรื่องแหล่งทุนนั้น เขายังต้องติดต่อไปไปเรื่อย ๆ นี่เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น
สำหรับปัญหาที่มีคนมาฟังน้อยมาก ก็เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีพอ คนแทบไม่รู้เรื่อง แผ่นโฆษณาเป็นเพียงกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่นำไปวางไว้ที่บูธหนังไทยในตลาดที่กระทรวงวัฒนธรรมจองไว้เท่านั้น นอกนั้นแทบจะไม่เห็นเลย
ดิฉันไม่ค่อยติดใจกับโครงการของกลุ่มอินดี้นัก เพราะพวกเขาต่างก็มีผลงานมาแล้ว อย่างจักรวาล ก็เคยได้ทุนฮูเบิร์ตบอลฟันด์มาก่อน ต้องปองเคยได้ทุนพัฒนาบทของเทศกาลหนังปูซาน ศุภรัฐอาจจะไม่มีประสบการณ์ แต่เขากับทั้งจักรวาลและต้องปอง ต่างก็ได้เข้าร่วมโครงการอบรมโปรดิวเซอร์ของกระทรวงวัฒนธรรมมาก่อนหน้านี้แล้ว
ดิฉันขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับกระทรวงวัฒนธรรมหรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะตนเองก็จบปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬา ตอนนี้ก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาบ้าง กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของนิสิตจุฬา แต่ดิฉันสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมนักเรียนที่ได้มาคานส์เป็นเด็กจากสถาบันเดียวเท่านั้น ประกอบกับเพื่อนบางคนบอกว่า ผู้เสนอโครงการนี้คือ เป็นอาจารย์จากจุฬา ก็ยิ่งทำให้เกิดความแคลงใจมากขึ้น
ทาง สศร. ก็ยืนยันว่าเป็นโครงการของกระทรวงวัฒนธรรม แต่เผอิญปีนี้เป็นเด็กจุฬาทั้งหมด
อีกประเด็นหนึ่ง ดิฉันขอบอกว่า โครงการที่จะให้นักเรียนหนัง หรือคนที่ไม่เคยมีผลงาน หรือแทบจะไม่เคยมีผลงานมาก่อน แล้วมาหาแหล่งทุนจากเมืองนอกนั้น ดูจะเป็นฝันกลางวันและหลงตัวเองเกินไป เหมือนกับผู้กำกับหลายคนที่พยายามให้ดิฉันเป็นโปรดิวเซอร์ ขอทุนทำหนังจากเมืองนอกให้พวกเขา เพราะคิดว่าดิฉันมีสายสัมพันธ์กับเมืองนอกอยู่เยอะ
ดิฉันขอบอกตรง ๆ ว่า พวกคุณเพ้อฝันเกินไป คุณแทบจะไม่มีผลงานโด่งดังที่เมืองนอก ใครเขาจะมาให้เงินคุณ ถ้าคุณไม่ใช่อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อาทิตย์ อัสสรัตน์, เป็นเอก รัตนเรือง, นนทรีย์ นิมิบุตร, และผู้กำกับดัง ๆ บางท่าน อย่าฝันดีกว่า อีกอย่างงานของคุณดีพอแล้วหรือที่จะมีคนเอาเงินมาให้ เพราะเมื่อถึงระดับเมืองนอกแล้ว คู่แข่งของคุณก็จะยิ่งมากขึ้น
ดิฉันคิดว่า โครงการนี้ต้องการเลียนแบบโปรเจ็คที่กระทรวงวัฒนธรรมเคยทำเมื่อสองปีก่อน ภายใต้การเสนอของพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ โดยคัดเลือกโปรเจ็คหนังของผู้กำกับ 4 คนมาที่นี่ ได้แก่ นนทรีย์ นิมิบุตร, ยงยุทธ ทองกองทุน, พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ และอาทิตย์ อัสสรัตน์ ซึ่งดิฉัีนเห็นด้วย เพราะพวกเขาต่างมีชื่อเสียงในต่างประเทศอยู่แล้ว แต่การเดินทางมาคานส์ก็เพียงก้าวหนึ่งเท่านั้น พวกเขาก็ไม่ได้ทุนจากการเดินทางมาเสนอโปรเจ็คในครั้งนั้นน่ะค่ะ ทุนต่าง ๆ ที่เขาได้ล้่วนมาจากการติดต่อในภายหลัง ส่วนการเดินทางไปครั้งนั้นก็เพื่อไปพบปะและเจรจาขั้นหนึ่งเท่านั้น
่คุณคิดว่า อยู่ดี ๆ จะมีคนมาให้ทุนกับนักเรียนหนังที่แทบจะไม่มีผลงานหรือ ด้วยเหตุนี้ มีหลายบอกว่า ถ้าจะช่วยเหลือนักเรียนทำหนังจริง ๆ แล้ว นำค่าใช้จ่ายที่ให้เดินทางมานั่นล่ะ เป็นทุนทำหนังเลยดีกว่า
ลองทำงานออกมาประมาณหนึ่งจะดีกว่ากระมัง |