DAY 10 (25 พ.ค. 2007) งานเลี้ยงเริ่มเลิกรา
แล้วสัญญาณของการสิ้นสุดเทศกาลก็เริ่มฉายแสงให้เห็น หนังสือที่แจกในงานหลายเล่มอย่าง Screen เริ่มเลิกตีพิมพ์ ส่วน Hollywood Reporter และ Variety เหลือเล่มละประมาณ 16 หน้า ปีหลัง ๆ นี้เทศกาลหนังเริ่มปิดเร็วขึ้น จำได้ว่าตอนมาปีแรก ๆ เมื่อปี 1995 นั้น วันศุกร์ วันเสาร์ยังสนุกสนานกันอยู่เลย จนถึงวันอาทิตย์นั้นแหล่ะที่เริ่มเงียบ ๆ
หลายคนเริ่มลากกระเป๋ากลับบ้าน
หนังประกวดรอบนักข่าว ซึ่งฉาย 8.30 น. ทุกวันของวันนี้เป็นหนังฝรั่งเศสเรื่อง Une Vieille Maitress ของผู้กำกับหญิง Catherine Breillat อิฉันไปช้าเพียง 5 นาที เพราะต้องรีบไปฝากกระเป๋าใกล้กับสถานีรถไฟ เย็นนี้จะย้ายกลับไปพักบ้านเพื่อนที่นีซแล้ว อิฉันก็เลยถือโอกาสนี้ไปดูหนังอีก 2 เรื่องในสาย Directors' Fortnight
เรื่องแรกเป็นหนังฟิลิปปินส์เรื่อง Foster Child ฉายตั้งแต่เก้าโมงเช้า คนเต็มโรงเลยค่ะ
หลังจากนั้นพักครึ่งชั่วโมง ฉายหนังบราซิลเรื่อง Mutum ดูได้ค่อนเรื่อง ก็ออกมาแล้ว คือพอถึงวันหลัง ๆ ก็มักจะเป็นเช่นนี้ค่ะ เหนื่อย เริ่มไม่อยากทำอะไรแล้ว
สำหรับหนังสาย Directors' Fortnight ทั้ง 2 เรื่อง มันก็เป็นหนังเล่าเรื่องทั่ว ๆ ไปนะ ไม่ได้ใช้ศิลปะแบบหนังอาร์ตเท่าไรนัก เพียงแต่เนื้อเรื่องมันดีเท่านั้น ดูแล้วก็ไม่เต็มอิ่มเท่าไร
จากนั้นก็ไปดูหนังประกวดจากฝรั่งเศสเรื่องที่มาสายเมื่อเช้า ปรากฎว่ามันเป็นหนังประเภท costume drama หนังแบบยุคขุนนางน่ะ และอีกเช่นเคย อิฉันดูไ้ด้แค่ครึ่งเรื่อง ก็ออกมา
ตอนนี้อิฉันต้องขอตัวก่อน จะเป็นรอดูหนังญี่ปุ่นที่เข้าประกวดของ นาโอมิ ผู้กำกับหญิงเขา ปีนี้มีหนังผู้กำกับหญิงเข้าประกวดเยอะน่ะ แต่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร
DAY 9 (24 พ.ค. 2007) โซคูรอฟมาไม่ได้เพราะป่วย วงแตกกับหนุ่ม Ocean's Thirteen c]t ฉายหนังสั้น Luminous People ของเจ้ย อภิชาติพงศ์
 |
ข่าวดังของวันนี้คงไม่มีอะไรมากไปกว่า การปรากฎตัวของหนุ่มนักแสดงจาก Ocean's Thirteen ตอนแบรด พิทท์กับแองเจลีน่า โตลี่ปรากฎตัว วงก็แตกอยู่แล้ว และถ้าดาราหนุ่ม ๆ อย่าง จอร์จ คลูนี่ย์ แมทท์ เดมอน แอนดี้ การ์เซีย ต่อด้วยแบรด พิทท์ คุณคิดว่าวงจะแตกแค่ไหน
ข้าพเจ้าไม่ไปแย่งดูหนัง ฉันมักจะไม่ดูหนังฮอลลีวู้ดที่เมืองคานส์เสมอ กลับมาดูที่เมืองไทยก็ได้ เอาเวลาไปดูหนังหายากอื่น ๆ ดีกว่า หนังฮอลลีวู้ดเหมือนหนังพื้นบ้านแล้ว ฮิ ฮิ
ข้าพเจ้าตัดสินใจไม่เอาลายเซ็น แต่เอารูปดีกว่า ไม่อยากให้ขากระเผลกอีกข้าง ไปดักที่มุมส่วนตัวตั้งแต่หัววัน ฮิ ฮิ แล้วบรรดาบอดี้การ์ดวันนี้เกิดใจดี ยอมให้เปิดหน้าต่าง เรา็เลยรัวชัตเตอร์ลูกเดียว ภาพตกขอบบ้างล่ะ แต่โดยรวม มันก็ได้ภาพแจ๋ว ๆ ของหนุ่มทั้งนั้น
คนแรกที่เดินมาก็คือ หนุ่มแบรด พิทท์ ซึ่งเสมอต้นเสมอปลายดี ในเรื่องความเต๊ะ ท่าทางเขาจะไม่ชอบนักข่าวเอามาก ๆ เลยนะ ตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ตอนที่เขามาปรากฎตัวพร้อมกับเมียแองจาลีน่า โจลี่ แรก ๆ เขาก็เดินกอดเมียอยู่ดี ๆ แต่พอเห็นช่างภาพปุ๊บ หันหน้าหนีเลย แต่คราวนี้ดีหน่อย ไม่หนี แต่ก็เต๊ะ แต่ถึงอย่างไร ฉันก็ชอบเขาอยู่ดี |
 |
ตามมาคนที่สอง คือ แมท เดม่อน ซึ่งอ้วนมาก แต่ก็อัธยาศัยดี เพราะช่างภาพฝรั่งเขาเรียกชื่อใหญ่ "แมท แมท" เขาหันมามอง โบกมือให้ อย่างนี้เรียกมืออาชีพ |

|
คนที่สาม ทำเอาฉันหัวใจจะวาย คนอะไรไม่รู้ หล่อมาก 0 ) ก็พ่อ จอร์จ คลูนี่ย์ไง เขาเป็นหนึ่งในคนอัธยาศัยดี โบกมือให้พวกเราใหญ่เลย
โอ้ พระเจ้า ทำไมหล่ออะไรเช่นนี้ ให้ตายเถิด |
 |
คนสุดท้าย แรก ๆ เราจำไม่ได้ จนกระทั่งเห็นพวกฝรั่ง เรียก "แอนดี้ แอนดี้" ถึงจะนึกออก แหมอ้วนเชียวนะ
ปล. อย่าว่ากันเลยนะ ถ้าจะมีแต่รูปหนุ่ม ๆ แหะ แหะ |
ผู้กำกับอเล็กซานเดอร์ โซคูรอฟไม่มา ก็เลยต้องงดแถลงข่าวไป ถึงจะมา อิฉันก็ไม่สน จะรอถ่ายรูปหนุ่มลูกเดียว
บ่าย 4.45 รีบวิ่งไปโรงแรมโนกาฮิลตัน เพื่อรอดูหนังสั้นของเจ้ยเรื่อง Luminous People ผู้กำกับคนอื่น ๆ มากันเยอะ ไม่รู้หมดหรือเปล่า เพราะพี่โฆษกเล่นเว้าแต่ภาษาฝรั่งเศษ แต่เขาพูดอะไรอภิชาติพงศ์คำหนึ่ง คงจะบอกว่ามาไม่ได้ประมาณนี้
เขาฉายหนังของเจ้ยเป็นเรื่องแรก ก็เป็นหนังเชิงอิมเพรสชั่นนิสต์ตามเดิม อิฉันรอดูของคนอื่นอีก 2 เรื่อง แล้วก็ออกมา ต้องรีบไปดูหนังเรื่อง We Own the Night ของเจมส์ เกรย์ หนังประกวดอีกเรื่อง ซึ่งถูกโห่กันมาก อิฉันก็หลับตามเคย
DAY 8 (23 พ.ค. 2007) วันนี้ฉาย Pleasure Factory และคุณต้อม เป็นเอก ตอบรับอย่างไรกับคำวิจารณ์ของสกรีนเดลี่ และวาไรตี้
วันนี้หนังประกวดไม่ค่อยสนุกเท่าไร ทั้งที่เป็นผู้กำกับดังทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับตุรกี Faith Akin (The Sound of Istanbul) หรือผู้กำกับเกาหลีที่เคยเป็นรัฐมนตรี นามว่าลีชางดง (Oasis ชนะรางวัลเวนิซ) หนังธรรมดาไปหน่อย ดูหรือไม่ดูก็ได้
แต่หนังของคุณเอกชัย เอื้อครองธรรมฉายวันนี้ค่ะ โปรดติดตามอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
สองผู้กำกับไทย เป็นเอก รัตนเรือง และนนทรีย์ นิมิบุตร เข้าร่วมดูหนังด้วย คุยกับคุณต้อม เป็นเอก ว่าได้อ่านคำวิจารณ์ของ Russell Edwords หรือยัง คุณต้อม ยังคงพูดสนุก ๆ เหมือนเดิมว่า อ่านแล้ว ด่าผมเช็ดเลย แล้วสกรีนเดลี่ก็ชมเสียเริดเรอ "สรุปแล้ว พูดไม่จริงทั้งคู่"
เราพยายามแก้ต่างให้รัสเซล บอกว่า รัสเซลเป็นคนเขียนหนังสือแบบนี้แหล่ะ ไม่ค่อยชม เพราะตอนดู พลอย รัสเซลก็นั่งอยู่ที่ติดกัน เขาบอกว่า รู้สึกเขาเป็นคนเดียวที่ชอบ Invisible Waves แต่คำวิจารณ์ของเขาก็ไม่เห็นบอกตรง ๆ
หันไปถามก้อง ฤทธิ์ดี ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คิดว่าหนังเรื่องไหนดีที่สุด คุณต้อม เป็นเอก ตอบแทนแบบติดตลกว่า "พลอย"
ก็เลยได้หัวเราะกันใหญ่
DAY 7 (22 พค. 2007) เจอหนังประกวดที่ถูกวอล์คเอาท์มากที่สุด
วันนี้การแถลงข่าวไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไร ยกเว้นการปรากฎตัวของเควนติน ตารันติโน่ เฮียแกไม่ไหวเลยค่ะ ไม่รักษาหุ่นเลย อ้วนมาก
หนังเรื่องแรกของวัน เป็นหนังประกวดชื่อ The Divine Family and The Butterfly เป็นหนังของผู้กำกับอเมริกา แต่ทำที่ฝรั่งเศส หนังดีมากเลย คนปรบมือให้กันใหญ่ เป็นเรื่องจริงของอดีตผู้กำกับ บก. หนังสือ Elle ที่เกิดช็อคกะทันหัน ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ ได้แต่กะพริบตาอย่างเดียว แล้วแกก็เขียนหนังสือจากการกะพริบตานี้แหล่ะ สำหรับผู้กำกับ Julian Schnabel ทำงานน้อยมาก ได้แก่ Basquiat และ Before Night Falls หนังน่าจะได้รับรางวัล คนดูร้องไห้กันเป็นแถว
เฮียเควนติน ตารันติโนมาแถลงข่าว แกยังพูดเร็วเหมือนเดิม

เสร็จแล้วก็ไปดูหนังประกวดอีก 3 เรื่อง ตกลงเขาฉายเรื่อง Soom แปลว่า Breath ของคิมคีดุกเพิ่ม อืืม หนังก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้นะ เพียงแต่ไม่ใหม่เท่านั้นเอง
ที่น่าแปลกใจคือ Persepolis เป็นหนังแอนิเมชั่น น่าแปลกใจไหมล่ะคะที่แอนิเมชั่นได้ประกวด แต่นี่เป็นแอนิเมชั่นของฝรั่งเศส ทำเป็นขาวดำ เรื่องราวของเด็กสาวอิหร่านที่เติบโตมาท่ามกลางปัญหาการเมือง จนต้องโยกย้ายมายุโรป หนังดีนะ แต่ไม่รู้จะลุ้นรางวัลอะไรได้
หนังประกวดเรื่องสุดท้ายของวันเป็นหนังฮังการีเรื่อง The Man From London หนังช้ามาก จนคนเดินออกเป็นแถว อิฉันดูไปได้ครึ่งเรื่อง ไม่ไหว ก็เดินออกเหมือนกัน ตอนหลังมาทราบจากเพื่อนที่ดูจนจบ บอกว่ากว่าหนังจบ คนเดินออกมาประมาณ 40 เปอร์เซนต์
DAY 6 (21 พค. 2007) วันของ "พลอย" แบรด พิทท์ แองจาลีน่า โจวี่ และเควนติน ตารันติโน
แล้วอาการเหนื่อยก็เริ่มแสดงตนออกมาแล้ว ดูหนังวันนี้หลับหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังประกวด ซึ่งฉายถึง 3 เรื่อง ได้แก่ Paranoid Park ของกัส แวนแซนต์ หนังเม็กซิโก เรื่อง Silent Light และว้าว Death Proof ของตารันติโน่
Silent Light ได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกับเรื่อง Soom ของคิมคีดุก รอบนักข่าวฉายในห้องเล็กแค่ประมาณ 400 - 500 คน (แต่นักข่าวทั้งหมด 4,000 คน) แุถมรอบกาล่าก็ตอนบ่าย
ส่วนเรื่อง พลอย คอยติดตามอ่านต่อไปเรื่อย ๆ ปีนี้หนังไทยเดินทางมาเว็บช้า เช็ค visits เข้ามาที่เว็บ สงสัย "แฟน ๆ " รอดูข่าว พลอย แยะเชียวนะ : ) บอกได้แต่ว่าเราไปตามหมดค่ะ รอบฉายทั้งสองรอบ ทั้งแถลงข่าว พร้อมถ่ายรูปด้วยเลนส์และแฟลชที่เพิ่งซื้อใหม่ แบบมาเต็มที่ แล้วก็มีรูปคนไทยที่ตามไปให้กำลังใจกับหนังด้วย
ดาราของงานวันนี้ เห็นทีจะไม่มีใคร นอกจากแบรด พิทท์ และแองจาลีนี่ โจลี่ ฝ่ายสามีเธอมาในนามโปรดิวเซอร์หนังเรื่อง A Mighty Heart นำแสดงโดยฝ่ายภรรยา กำกับโดยผู้กำกับอังกฤษมือดีที่ชื่อไมเคิล วินเทอร์บัททั่ม

คนแย่งกันถ่ายรูปมาก แม้กระทั่งมุมส่วนตัวที่ข้าพเจ้าใช้อยู่เสมอ กล่าวได้ว่าสองคนนี้ดึงนักข่าวได้มากที่สุด แย่งกันไปแย่งกันมา อดิฉันเลยกลายเป็นคนตัวเล็กเมื่อเทียบกับช่างภาพตัวเบิ้ม ๆ ทั้งนั้น ก็เลยถูกเตะด้วยส้นเท้าหนัก ๆ ของใครมั่วไปหมด ผลก็คือ นิ้วก้อยเท้าบวม
พอสิ้นสุดของวัน มันเขียวเลย อิฉันก็เลยเดินเป๋ตุหรัดตุเหร่ ไปถ่ายรูปการเปิดตัว "พลอย" อย่างเป็นทางการ
อ้อ ลืมไป หนัง Death Proof ของเฮียเควนติน ตารันติโนสนุกมาก บ้าจริง ๆ เชื่อว่า พี่แกคงถองยาเข้าไปอย่างแน่นอน ตอนทำหนังเรื่องนี้ ที่สำคัญพี่แกเพิ่มตำแหน่งให้ตัวเองอีกครั้ง นอกจากกำกับ เขียนบท แกเป็น director of photography ด้วย
ผู้หญิงชอบหนังเรื่องนี้ แต่ผู้ชายท่าทางจะไม่ชอบ
|