สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังกำลังฉาย
คน-โลก-จิต
ชอบ! กด Like...ใช่! กด Love
Home ความรัก ความทรงจำ
โปรแกรมหน้า
Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท
I Miss You
อันธพาล
สถานี 4 ภาค
ชัมบาลา
   

บันทึก thaicinema.org ณ เมืองคานส์

 

เรื่อง และ ภาพ โดย อัญชลี ชัยวรพร

 
 

DAY 6 (21 พค.) วันของ "พลอย" แบรด พิทท์ แองจาลีน่า โจวี่ และเควนติน ตารันติโน

แล้วอาการเหนื่อยก็เริ่มแสดงตนออกมาแล้ว  ดูหนังวันนี้หลับหมด  ไม่ว่าจะเป็นหนังประกวด   ซึ่งฉายถึง 3 เรื่อง ได้แก่ Paranoid Park ของกัส แวนแซนต์ หนังเม็กซิโก เรื่อง Silent Light และว้าว Death Proof ของตารันติโน่

Silent Light ได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกับเรื่อง Soom ของคิมคีดุก รอบนักข่าวฉายในห้องเล็กแค่ประมาณ 400 - 500 คน (แต่นักข่าวทั้งหมด 4,000 คน)  แุถมรอบกาล่าก็ตอนบ่าย

ส่วนเรื่อง พลอย คอยติดตามอ่านต่อไปเรื่อย ๆ   ปีนี้หนังไทยเดินทางมาเว็บช้า  เพราะเช็ค visit ของกลุ่ม "แฟน ๆ "   ก็เลยเล่นตัว ๆ   : )  บอกได้แต่ว่าเราไปตามหมดค่ะ   รอบฉายทั้งสองรอบ   ทั้งแถลงข่าว พร้อมถ่ายรูปด้วยเลนส์และแฟลชที่เพิ่งซื้อใหม่  แบบมาเต็มที่ แล้วก็มีรูปคนไทยที่ตามไปให้กำลังใจกับหนังด้วย

ดาราของงานวันนี้  เห็นทีจะไม่มีใคร  นอกจากแบรด พิทท์ และแองจาลีนี่ โจลี่ ฝ่ายสามีเธอมาในนามโปรดิวเซอร์หนังเรื่อง A Mighty Heart นำแสดงโดยฝ่ายภรรยา   กำกับโดยผู้กำกับอังกฤษมือดีที่ชื่อไมเคิล วินเทอร์บัททั่ม  

คนแย่งกันถ่ายรูปมาก  แม้กระทั่งมุมส่วนตัวที่ข้าพเจ้าใช้อยู่เสมอ  กล่าวได้ว่าสองคนนี้ดึงนักข่าวได้มากที่สุด  แย่งกันไปแย่งกันมา อดิฉันเลยกลายเป็นคนตัวเล็กเมื่อเทียบกับช่างภาพตัวเบิ้ม ๆ ทั้งนั้น   ก็เลยถูกเตะด้วยส้นเท้าหนัก ๆ ของใครมั่วไปหมด ผลก็คือ นิ้วก้อยเท้าบวม  

พอสิ้นสุดของวัน   มันเขียวเลย  อิฉันก็เลยเดินเป๋ตุหรัดตุเหร่  ไปถ่ายรูปการเปิดตัว "พลอย" อย่างเป็นทางการ

อ้อ ลืมไป หนัง Death Proof ของเฮียสนุกมาก  บ้าจริง ๆ  เชื่อว่า พี่แกคงถองยาเข้าไปอย่างแน่นอน ตอนทำหนังเรื่องนี้  ที่สำคัญพี่แกเพิ่มตำแหน่งให้ตัวเองอีกครั้ง นอกจากกำกับ เขียนบท แกเป็น director of photography ด้วย

ผู้หญิงชอบหนังเรื่องนี้  แต่ผู้ชายท่าทางจะไม่ชอบ

DAY 5 (20 พค) โรมัน โปลันสกี้ วอลค์เอาท์คำถามนักข่าว


วันนี้หนังรอบเช้าฉายหนังสั้น 35 เรื่อง  ยาวเรื่องละ 3 นาที  โดยผู้กำกับที่เคยได้รับรางวัลหรือหนังเคยเข้าประกวดที่นี่  พร้อมเปิดงานแถลงข่าว  ผู้กำกับมาเยอะมาก  นั่งเรียงกัน 3 แถว  ที่ไม่มาเห็นจะเป็นจางอี้โหมว  ระหว่่างการแถลงข่าว  มีนักข่าวลุกขึ้นมาถามอะไรก็ไม่รู้  โรมัน โปลันสกี้ เดินวอล์คเอาท์ออกเลย

 

ทั้ง 35 คนนั้นมีผู้หญิงคนเดียว คือ เจน แคมเปียน  เราเล็ดลอดเข้าร่วมงาน  เพราะเจน แคมเปียน เป็นฮีโร่ในดวงใจ  พอ ๆ กับปู่โกดาร์ด  ต้องเอาลายเซ็นให้ได้  ถูกกระตุ้นไปแล้วจากลายเซ็นลีโอนาร์โด้  เรื่องบ้าลายเซ็นก็เลยกระโดดออกมาแสดงตัว ฮิ ฮ

ไปดูหนังสาย Un Certain Regard อีก 2 เรื่อง ได้แก่ My Brother Is an Only Child หนังอิตาลี  พูดถึงเด็กหนุ่มกับความคิดการเมืองในช่วง 1968 เป็นหนังอิตาลี  อีกเรื่องเป็นหนังจีน Blind Mountain ของ Li Yang (ผู้กำกับ Blind Shaft) เป็นหนังที่ทำให้อารมณ์เสียมาก ถ้าเผอิญตอนจบไม่มาช่วยแก้ไว

เจน แคมเปียน ผู้กำกับ The Piano และอะตอม อีโกยัน อยู่ข้างหลัง  

พยายามไปดูหนังเรื่อง Soom (หรือ Breath) อีกครั้ง  เขาดันเปลี่ยนเวลา อดดูไปเลย  แต่ตอนเย็นวันนั้น เจอเพื่อนเกาหลี บอกว่าไม่ต้องเสียดายหรอก เพราะดีวีดีออกแล้ว หนังฉายที่เกาหลีไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แถมผลโหวตของพวกนักวิจารณ์ใหญ่ ให้คะแนนแบบรองต่ำสุด

จบท้ายด้วยหนังออสเตรีย เรื่อง Import Export ของผู้กำกับ Ulrich Seidl เป็นหนังที่ดูด้วยความทรมานเป็นที่สุด

DAY 4 (19 พค) Soom ของคิมคีดุกถูกประเมินคุณค่าต่ำ ฉายแบบจำกัดจำเขี่ย

11.00 วันนี้มีกิจกรรมเยอะมาก  แถลงข่าว 5 เรื่อง ยังไม่รวมหนังที่ฉายทั้งวัน ฉายหนังประกวดรอบสื่อ 2 เรื่อง คือ Soom ของคิมคีดุก เกาหลีใต้ และ Tehilim (Raphael Nadjari) ฝรั่งเศส แต่หนังรอบแรกของวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังประกวดกลับไม่ใช่หนังเรื่อง Soom ของคิมคีดุก แต่กลับเป็นหนังสารคดีฉายโชว์เรื่อง Sicko ของไมเคิล มัวร์ ขณะที่หนังของคิมคีดุกฉายเพียง 2 รอบ รอบนักข่าวในห้องเล็ก ๆ ที่จุคนได้เพียง 500 กว่าคนและฉายตอน 11 โมง  แทนที่จะเป็นห้องฉายใหญ่ที่จุคนได้ 3,000 กว่าคน  รอบคนทั่วไปก็ฉายตอนสี่โมงเย็น มันมีความหมายนัยนะคะ ว่าเขาประเมินคุณค่าหนัง Soom ไว้ต่ำมาก ดิฉันขี้เกียจไปแย่งคิวกับห้องเล็ก ๆ ก็เลยเก็บไว้ดูเย็นนี้หรือพรุ่งนี้ดีกว่า สงสารคิมคีดุกเหมือนกันนะ เขาลองกับคานส์หลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ Spring Summer (จำชื่อเต็มไม่ได้) ก็ไม่ได้เลือก จนต้องไปเวนิซแทน พอคราวที่แล้วเรื่อง Bow ก็ได้เป็นแค่หนังเปิด Un Certain Regard พอได้ประกวดซะที ก็ถูกฉายแบบจำกัดจำเขี่ยอีก   เหมือนตอนแรก ๆ ที่ Blissfully Yours มาที่นี่  ฉายรอบสื่อวันแรกในโรงเล็ก  ซึ่งสื่อยังมาไม่ครบกันเลย  แล้วก็ฉายทั่วไปแค่รอบเดียว  จนกระทั่งมีกระแสเรียกร้อง  ก็เลยเพิ่มมาอีกรอบตอนกลางงาน

Sicko ของไมเคิล มัวร์ดีมาก ยังคงเป็นสารคดีเหมือนเดิม พูดถึงระบบสุขภาพของอเมริกา ที่ไม่คุ้มครองประชาชน หนังไปถ่ายที่คิวบาด้วย ชอบหนังมากเลยค่ะ สนุก เศร้าจนร้องไห้หลายครั้ง และรู้สึกเหงา ๆ ด้วยนะ

ไปรอคิวถ่ายรูปไมเคิล มัวร์ ได้ที่นี่ แต่โมโหมาก แบตเตอรี่หมด   

12.00 ได้ยินเสียงภาพช่างภาพตะโกนชื่อไมเคิลดังมาก แสดงว่าการแถลงข่าวเพิ่งเสร็จสิ้น แต่ไม่กล้าทิ้งคอมไว้ที่นี่


 

22.00 ลีโอนาร์โด เดอ คาปรีโอ มาค่ะ   มาในฐานะโปรดิวเซอร์และเจ้าของความคิด บวกเขียนด้วยกับหนังเรื่อง The 11th Hour  ไม่ใช่หนังเรื่องนะคะ  เพราะไม่เห็นมีรายชื่อนักแสดง  แต่ไม่รู้ว่าเป็นสารคดีหรือเปล่า  เป็นหนังทางการที่ไม่ได้ประกวดค่ะ  

พอเห็นลีโอนาร์โดมา  อิฉันไม่รอช้า  แม้จะยังไม่ดูหนัง  ขอรายรูปกับรายเซ็นก่อนล่ะ  ได้ลายเซ็นประมาณนี้เจ๊า

 

 

DAY 3 (18 พค. 2007) แวะเยี่ยมบูธหนังไทยในตลาด เจอน้องฉายนันท์

วันนี้รอบสื่อฉายหนังประกวด 2 เรื่อง รอบเช้าเป็นหนังฝรั่งเศสเรื่อง Love Songs ส่วนรอบเย็นเป็นหนังของโจเอล และอีธาน โคเอน เรื่อง No Country For Old Man หนังพี่น้องโคเอนดีมาก นับจากเรื่อง Fargo เรื่องนี้ของเขาถือได้ว่าฝีมือของพวกเขากลับคืนมาอีกครั้ง

ระหว่างวัน ได้ไปดูหนังเรื่อง Boarding Gate ของOlivier Assayas ซึ่งฉายโชว์ในสาย Un Certain Regard ขอแก้ไขความคิดสักนิดนะคะ คนไทยมักเข้าใจผิดว่า หนังสายนี้เป็นหนังน่าจับตามองทุกเรื่อง แต่ความเป็นจริงก็คือ รู้กันกลาย ๆ ว่า เป็นหนังของผู้กำกับเก่า ๆ ที่เคยมีชื่อจากการประกวด แต่งานชิ้นนี้อาจจะไม่ดีเท่าที่ควร ก็เลยจับมาใส่ในสายนี้แหล่ะ ตอนหลังยังรวมไปถึงหนังพวกฉายเที่ยงคืนด้วย คำว่า “ น่าจับตามอง” น่าจะหมายถึงพวกผู้กำกับหน้าใหม่ ซึ่งจะมีเรื่องแรกหรือเรื่องที่สองเท่านั้น อย่างเจ้ย อภิชาตพงศ์ หรือ เอกชัย และหนังของกลุ่มนี้แหล่ะที่มักจะมีการพิจารณาให้รางวัลของสายนี้

ดูหนังของ Assayas แล้ว คิดว่าเขายังคงผูกพันกับแม๊กกี้ ชางอยู่นะ เพราะครึ่งหลังไปฉายที่ฮ่องกง และส่วนฮ่องกงนี้แหล่ะที่เขาสามารถรักษาอารมณ์หนังแบบฮ่องกงได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการแก้แค้น หักหลัง และการตัดต่อฉับไว

 


ฉายนันท์ นางเอก Me Myself ที่บูธโมโน

ระหว่างวัน เริ่มเยี่ยมแวะชมบูธหนังไทยอีกครั้ง ไปแวะบูธโมโนฟิลม์ เห็นว่านางเอกของเรื่อง Me Myself ฉายนันท์ มโนมัยสันติภาพ มาด้วย ที่บูธของจีทีเอช เจอคุณสิน ยงยุทธ ทองกองทุน ที่แซวเรื่องย้งแนะให้ทีวีมาสัมภาษณ์ เราได้แต่หัวเราะแหะ แหะ จากนั้นเราก็คุยกันเรื่องหนังประกวดต่อ เจอคุณสินที่คานส์ทีไร เรามักจะคุยกันเรื่องหนังที่เข้าประกวดทุกที คนไทยมาที่นี่กันเยอะนะ แต่หลายคนเหมือนมาแค่ช็อปปิ้งกับเดินเล่น แต่ไม่ดูหนัง และไม่คุยเรื่องหนังกัน เจอคุณสินทีไร ก็เลยดีใจมาก

เพิ่งรู้ว่าเขาจัดงานปาร์ตี้ของไทยด้วย เวลา 3 - 6 โมง  แต่เราเพิ่งมารู้ตอนห้าโมง  สงสัยจริงว่าคนรู้กันกี่คนนะ  ถามคุณสิน บอกว่ามีอะไรบ้าง เธอบอกว่าไม่มี agenda คือเรื่องที่เตรียมมาพูดกัน  แถมตอนห้าโมงเย็น เราเห็นคนไทยมาเดินตลาดหนังกันเยอะแยะ แสดงว่างานเขาเลิกกันแล้ว

จากนั้น เรารีบกระโดดไปรอคิวดูหนังของพี่น้องโคเอน หนังของพี่น้องโคเอน คนมักจะแย่งดูเยอะมาก เราไปรอก่อนตั้งชั่วโมง ก็เลยได้คิวต้น ๆ แต่ได้ที่ไม่ดีเหมือนเก่า พวกหลัง ๆ อดดูเลย

DAY 2 (17 พฤษภาคม 2007) กรรมการสาย Un Certain Regard พูดถึงอภิชาตพงศ์ และได้ลายเซ็นจูเลียต บินอช : )

วันนี้เป็นวันเริ่มงานอย่างจริงจัง  ทางสายหลัก หรือ Official ก็ฉายหนังเต็มวัน   ดูกันแทบไม่ทัน  ขณะที่สายนักวิจารณ์ (Critics Week) กับ สายผู้กำกับ (Directors' Fortnight) ก็เริ่มเปิดงานวันนี้กันทั้งหมด หนังประกวดรอบเช้าเป็นหนังค่ายยักษ์วอร์เนอร์บราเธอร์ กับพาราเมาท์ เรื่อง Zodiac นาน ๆ ทีที่หนังกระแสหลักจะได้เข้าประกวด  ส่วนหนังจะเป็นอย่างไร รออีกแป๊บเดี๋ยวจะเขียนวิจารณ์และกระแสตอบรับของหนังประกวดทั้งหมดจากนั้นก็ทำแต่งาน ๆ  จนลืมกินข้าว เหลือเวลาเพียงสิบนาที  รีบเอาข้าวกล่องมากินให้หมดภายใน 10 นาที  แน่ะ! รู้ความลับแล้วนะว่า บก. กินข้าวกล่องเมื่อมาอยู่ที่นี่  เพราะบางทีไม่มีเวลาจะกิน  และเสียเวลา

จากนั้นรีบเข้าแถวไปรอดูหนังประกวดจากรัสเซียเรื่อง The Banishment หนังยาวมาก  แต่น่าแปลกใจที่ยังไม่หลับเลยสักเรื่องจากนั้นก็ไปต่อหนังเปิดสาย Un Certain Regard เรื่อง The Flight of the Red Balloon หนังภาคฝรั่งเศสของหัวเฉี่ยวเฉี้ยน ผู้กำกับจากไต้หวัน  เหมือนกับที่หว่องกาไวไปกำกับหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง My Blueberry Nights แล้วก็แย่ลงทั้งสองเรื่อง


คนซ้ายคือ กรรมการสาย Un Certain Regard กำลังพูดอะไรก็ไม่รู้ถึงเจ้ย

พิธีเปิดเริ่มจากการแนะนำกรรมการสาย Un Certain Regard นี้ ประธานกรรมการเป็นผู้หญิงชื่อ Pascale Ferran แนะนำสั้น ๆ ว่าเป็นคนรักหนังชาวฝรั่งเศส  เธอพูดอะไรไม่รู้เป็นภาษาฝรั่งเศส  จับได้แต่ว่าพูดถึงเจ้ยด้วย เพราะได้ยินว่า Apichatpong Weerasethakul และ Blissfully Yoursหลังจากนั้นแนะนำทีมดาราผู้กำกับจากหนัง The Flight of the Red Balloon เขาให้หัวเฉี่ยวเฉี้ยนพูด บอกว่าจะพูดเป็นภาษาจีนหรืออังกฤษก็ได้  หัวเฉี่ยวเฉี้ยนบอกว่า Good Evening, Nice to meet you. แล้วก็เอ้อ เอ้อ ต่อด้วยว่า Good Night. คนหัวเราะใหญ่  จนในที่สุดเขาเปลี่ยนไปเว้าภาษาจีน

 

ซูฉี ดาราประจำตัวภาคไต้หวันของหัวเฉี่ยวเฉี่ยน
จูเลียต บินอช

 

หลังจากหนังจบ รีรออยู่แถวนั้น  เพราะอยากถ่ายรูปจูเลียต บินอช  ได้เยอะแยะเลย  แต่ดันลืมเปลี่ยนเป็นเลนส์เล็ก   เพราะอยู่ใกล้กันมาก  แบบประชิดตัว   ทันใดนั้นมีใครบางคนยื่นกระดาษไปขอลายเซ็น  แล้ววิญญาณนักล่าลายเซ็นเก่าก็เข้าสิง รีบยื่นสมุดของฉันแทรกทันที  : )

กลับถึงบ้าน โชว์ให้เพื่อนดู พอเพื่อนเห็นสมุดเป็นเล่ม   เธอตกใจ  แต่ที่น่าขำก็คือ เพิ่งรู้ว่ามีลายเซ็นจูเลียต บินอชแล้ว  เคยขอเมื่อหลายปีก่อน เพล้ง ฮิ ฮิ คืนนั้นเข้านอน พร้อมอมยิ้ม

DAY 1 (16 พฤษภาคม 2007) เห็นหัวเฉี่ยวเฉี้ยนเดินอยู่กลางถนน

วันนี้มีหนังฉายแค่ 2 เรื่อง เป็นหนังประกวดทั้งสิ้น คือ My Blueberry Nights ของหว่องกาไว และ 4 Months, 3 Weeks and 2 Days จากโรมาเนีย เป็นหนังประกวดทั้งสิ้น

มีงานแถลงข่าว 2 งาน คือ My Blueberry Nights ของหว่อง ซึ่งพาดารามาแค่ 2 คน ได้แก่ Jude Law และ Norah Jones นักร้องที่มาเล่นหนังเรื่องแรก

ถัดมาก็เป็นงานแถลงข่าวพวกคณะกรรมการ รู้จักแค่ 2 คน ได้แก่ Stephen Frears เป็น president of jury และแมกกี้ ชาง จากฮ่องกง เธอคนนี้เคยเป็นดาราที่เบอร์ลินมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อนโน้น เห็นความเปลี่ยนแปลงก็คือ เธอแก่ขึ้นเยอะ

 

 

กรรมการท่านอื่นก็มี Orphan Pamuk (นักเขียนชาวตุรกี) Maria de Medeiros ( นักแสดงและผู้กำกับหญิงขาวโปรตุเกส) Abderrahmane Sissako ผู้กำกับ Mauritania Toni Collette นักแสดงหญิงออสเตรเลีย Marco Bellocchio ผู้กำกับอิตาลี Sarah Polley นักแสดงหญิงแคนาดา Michel Piccoli นักแสดงชายฝรั่งเศส

เดินกลับที่พักตอน 4 ทุ่ม ระหว่างทางเห็นหัวเฉี่ยวเฉี้ยน ใส่หมวกแก๊ป เดินอยู่กลางถนนพร้อมกับทีมจากไต้หวันอีก 2 – 3 คน ไม่มีใครจำเขาได้ เขามีหนัง The Flight of the Red Balloon หนังภาคฝรั่งเศสของเขา เป็นหนังเปิด Un Certain Regard

เมืองคานส์ก็เป็นอย่างนี้ล่ะคะ ถ้าไม่ใช่ดาราผู้กำกับจากฝรั่งเศสหรือฮอลลีวู้ด ทุกคนตัวเล็กหมด เคยเห็นโมห์เซ็น มัคมาห์บัด ผู้กำกับชื่อดังของอิหร่านเดินอยู่คนเดียว ยิ่งถ้าเป็นทีมจากประเทศโลกที่สามแล้ว ยิ่งไม่มีใครรู้จัก แม้แต่ผู้กำกับไทยก็เถิด ทุกคนเดินกลางถนนได้อย่างสบาย ๆ

นึกแล้วขำใครบางคนที่ไม่เคยมาที่นี่และทำอะไรโง่ ๆ เพื่อทำลายเราเมื่อเมื่อปีที่แล้ว ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย  ไม่นานหลังจากนั้น  พระเจ้าก็ลงโทษเขา  พระเจ้ามีจริง !

PRE-D DAY (15 พฤษภาคม 2007) ขบวนการจัดไม่เสร็จ

15.00 น. เดินทางถึง Palais des Festival เวทีใหญ่ที่จัดงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ปรากฎว่าีคนน้อยมาก ไม่ได้คับคั่งเหมือนปีก่อน ๆ เข้าแถวไปรับบัตรผู้สื่อข่าว ได้เป็นคิวแรกเลย รอเพียง 1 นาทีก็ได้รับบัตรแล้ว

จากนั้นเดินไปรอบ ๆ สถานที่จัดงาน ยังเห็นเขากำลังจัดสถานที่อยู่เลย ี่บางรายกำลังทาสีอยู่ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ เมื่อเข้าไปในห้องบางแห่ง จะมีกลิ่นทินเนอร์ระเหยออกมาบาง ๆ ชวนดมให้เป็นเด็กติดกาวพิกล

ในล็อคเกอร์ของสื่อ ไม่เห็นแคตาล็อกของ Directors’ Fortnight ( ปล. ต้องเขียนแบบนี้เท่านั้นนะคะ Director’s Fortnight ผิดนะคะ) ถามเจ้าหน้าที่บอกว่า ยังไม่มา

พยายามหาโปรแกรมว่าวันนี้จะฉายหนังเปิดรอบสื่อหรือเปล่า ก็ไม่เจอ พอดีเจอเพื่อนอิตาเลี่ยน ก็เลยถามเขาเพื่อความแน่ใจ ปีนี้ไม่มีรอบสื่อฉายก่อนจริง ๆ แฮะ

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com หรือ 084-1493080
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.