สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังกำลังฉาย
ปาฎิหาริย์รักต่างพันธุ์
ฝัน หวาน อาย จูบ
Super แหบ-แสบ-สะบัด
Happy Birthday
องค์บาก 2
โปรแกรมหน้า
ความสุขของกะทิ
8 มค. 2552
ฟ้าใส ...ใจชื่นบาน
15 มค. 2552
ตอกตราผี
15 มค. 2552
โหดหน้าเหี่ยว
22 มค. 2552
ท้า / ชน
29 มค. 2552
POPULAR
   

หนังของคนป่วยอาจมีสิทธิ์ หนังเควนตินมีทั้งชอบไม่ชอบ  หนังแอนิเมชั่นที่เข้าประกวด  หนังเกาหลี 2 เรื่องที่กระแสต่างกัน

 

เรื่อง โดย อัญชลี ชัยวรพร

  25 พฤษภาคม 2007
 

ขณะนี้ ตอน 5 โมงเย็นวันศุกร์ที่ 25 และเหลือหนังประกวดอีก 2 เรื่อง คือ The Monring Forest ของนาโอมิ กาวาเซ่ และ Promise Me This ของคัสตูริก้า  ผลปรากฏว่าคะแนนของหนังที่มาอันดับต้น ๆ ยังคงเป็นหนังโรมาเนียเรื่อง 4 Months 3 Weeks 2 Days และหนังของพี่น้องโคเอนเรื่อง No Country For Old Man แถมต่อด้วย The Diivine Family and The Butterfly ของ Julian Schnabel และในช่วงสองวันหลังนี้ หนังไม่ค่อยแรงเท่าไร แม้จะเป็นหนังของผู้กำกับดังอย่าง Faith Akin (Head-On) , The Man From London (Bela Tarr) Alexandra (Alexander Sokurov) Secret Sunshine (Lee Chang-dong) เวลาอีก 2 วันครึ่งประกวดอีก 4 เรื่อง ก็เริ่มไม่คาดหวังเหมือนกันค่ะ

หันมาพูดถึงหนังที่แรงที่สุดในช่วง 4 วันที่ผ่านมา The Divine Family and The Butterfly ของ Julian Schnabel ซึ่งนำมาจากเรื่องจริงของอดีต บก. หนังสือ Elle ซึ่งอยู่ดี ๆ ขับรถไปเที่ยวกับลูกชายวัยสิบขวบ แล้วเกิดช็อคขึ้นมา เป็นอัมพาต ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ พูดไม่ได้ คือ ทั้งร่างกายมีแต่สองสิ่งที่ยังแสดงว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิต คือ ความทรงจำและตาข้างซ้ายที่กระพริบได้ เขาอยากตาย แต่เจ้าหน้าที่ฝึกภาษาได้พยายามสื่อสารกับเขา โดยให้เขากะพริบตากับตัวอักษรทีละตัว เช่น เมื่อเขาต้องการบอกว่า I want to die . เจ้าหน้าที่สาวจะไล่ a, b, c, d, …. ไปทีละตัว เมื่อถึงตัว I เขากะพริบตา



และเขาใช้วิธีนี้ เพื่อเขียนหนังสือของเขา แม้เขาจะพูดไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าอายุเพียง 42 ปี

ตัวเนื้อเรื่องหนังก็น่าสนใจอยู่แล้ว แต่จูเลี่ยน ชานาเบล ก็ชาญฉลาดเพียงพอที่จะทำหนังด้วยภาษาหนังในรูปแบบต่าง ๆ ที่ไม่มีใครจะคาดถึงได้ ทั้งมุมกล้องที่คลุมเครือแทนสายตาตัวละครอย่าง Jean-Dominique รวมทั้งแง่มุมของหนังที่มีทั้งขบขัน เศร้า - แต่มีกำลังใจ เสียใจกับสิ่งที่ตนเองทำมา หนังมีทั้งความรื่นเริง กำลังใจ เหงา ใจหาย

The Divine Family and The Butterfly เป็นความงดงามของการมีชีวิตอยู่ ดูหนังเรื่องนี้แล้ว จะรู้คุณค่าของชีวิตและครอบครัวมากขึ้น

เป็นหนังที่น่าจะได้รางวัลใดรางวัลหนึ่งไป

หนังที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบได้แก Death Proof ของเควนติน ตารันติโน คนชอบดูเฉย ๆ นะคะ แต่กระแสนักวิจารณ์ออกมากลับไม่ชอบเท่าไร Death Proof พูดถึงชีวิตของใครไม่รู้ก็บอกไม่ถูก เอาเป็นว่าตอนแรกมีผู้หญิง 3 คนที่เป็นเพื่อนกัน คนหนึ่งมาหลงรักของไมค์ (Kurt Russell) ซึ่งอาชีพเป็นสตั๊นท์แมน ในค่ำคืนที่เพื่อนสาวคิดว่าอาจจะจบด้วยการหลับนอนกับไมค์ ปรากฎว่าไมค์กลับขับรถไล่ชนหญิงทั้งสามคนอย่างรุนแรง



พอมาถึงช่วงที่สอง มันเปลี่ยนเป็นสิ่งตรงข้าม เพื่อนสามคมซิ่งรถอย่างสนุกสนาน ไมค์แอบมองอยู่ เขาอมยิ้ม และเริ่มไล่บี้รถของสาวทั้งสาม

แต่คราวนี้กลุ่มหญิงสาวไม่ยอม แล้วเกมส์ ไล่ล่าก็เกิดขึ้น

เควนติน ตารันติโน ซึ่งนอกจากเขียนบทเอง กำกับเอง ก็ถ่ายภาพเอง ซึ่งถ้าดูหนังทั้งหมด ก็จะเข้าใจว่า ทำไมเขาทำอย่างนั้น หนังล้อเลียนหนังรูปแบบเก่าๆ ทั้งหมด ทั้งหนังฮอลลีวู้ดเกรดบี หนังฟิลม์นัวร์ หนังไล่ล่า บางตอนถึงกับให้จอหายไปเฉย ๆ หนังรุนแรงมาก ราวกับจะล้อเลียนพวกหนังสเปเชียลเอฟเฟ็คด้วยซ้ำ ดูไป คนดูก็ปรบมือกันใหญ่ นักวิจารณ์หญิงบางคนถึงกับขยับเท้าไปด้วยซ้ำ

เมื่อหนังจบ มีคนปรบมือให้กันใหญ่ แพลมด้วยเสียงโห่อยู่ประปราย เชื่อว่า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความหมั่นไส้เควนติน

อีกเรื่องหนึ่งคือ หนังแอนิเมชั่นเรื่อง Persepolis ใช้ขาวดำตลอดทั้งเรื่อง เล่าเรื่องราวของเด็กหญิงอิหร่านคนหนึ่ง ที่เติบโตท่ามกลางกระแสการปฎิวัติทางศาสนาในประเทศอิหร่าน Marjane เติบโตจากเด็กสาวที่รับรู้ว่า ญาติ ๆ ทางครอบครัวของเธอล้วนได้รับผลกระทบจากการปฎิวัติด้วยกันทั้งสิ้น แล้วเธอก็หล่อหลอมความคิดมาเช่นนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอไปเถียงคุณครูเข้า ส่งผลให้พ่อแม่ของเธอตัดสินใจส่งเธอไปอยู่ออสเตรีย



Marjane ใช้ชีวิตเติบโตที่ออสเตรีย มีความรัก โยกย้ายจากที่ต่าง ๆ จนกลายเป็นคนเร่ร่อนหลังจากรู้ว่าอกหัก เธอตัดสินใจกลับบ้าน แต่ชีวิตก็ยังไม่ได้เป็นไปอย่างที่เธอคิดไว้

แม้จะเป็นแอนิเมชั่น แต่หนังเรื่องนี้คิดว่าไม่ได้ต้องการเสนอให้เด็กเล็กหรอกค่ะ หนังถ่ายทอดกระแสทางการเมืองอย่างชัดเจน ได้อย่างสนุก กระชับ เร็ว พร้อมทั้งภาพขาวดำที่แสดงความมืดมัวของชีวิตตัวละคร หนังมีฉากสีอยู่ไม่กี่ตอนค่ะ คิดว่าถ้าได้รางวัล ก็คงจะแค่ Special Jury Prize

ส่วนหนังที่เสียงตอบรับออกมาสองกระแส ได้แก่ Alexandra และ Secret Sunshine

Alexandra ของ Alexander Sokurov (Russian Ark) ชื่อเรื่องเป็นของคุณยายที่เดินทางไปเชสเนีย  เพื่อเยี่ยมหลานชายที่เป็นนายทหาร   คุณยายใช้ชีวิตอยู่ในค่ายทหาร เรียนรู้ชีวิตประจำวันของทหาร วันหนึ่ง คุณยายอเล็กซานดร้าเดินออกจากค่าย เพื่อไปจ่ายตลาด ได้พบปะกับชาวบ้านเชสเนีย ซึ่งส่วนใหญ่จะต้อนรับและเป็นมิตรกับคุณยาย ขณะที่เด็กหนุ่มบางคนกล่าวกับคุณยายในฐานะตัวแทนของชาวรัสเซียว่า ขอให้หยุดสงครามเถอะ


 

โซคูรอฟ ยังคงเล่นกับการถ่ายภาพเหมือนอย่างเคย ตลอดทั้งเรื่อง หนังถ่ายด้วยสีซีเปีย ถ้าจำไม่ผิด คิดว่าไม่มีการใช้สีอื่นเลยนะคะ โชคูรอฟอาจต้องการถ่ายทอดความยืดเยื้อและยาวนานของสงครามเชสเนียที่ดูไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งเป็นธีมหลักของเรื่องที่ทำให้คุณยายต้องกลับมาขอเยี่ยมหลาน หนังมีการถ่ายทอดอารมณ์ให้ดูคล้ายสมจริง ไม่มีการสร้างภาพให้ดูโหดร้าย หรือยิ่งใหญ่

ผู้เขียนคิดว่า นอกจากการใช้สีของภาพแล้ว หนังมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการบอกความยืดเยื้อของสงครามเชสเนียอยู่บ้าง และความผูกพันของยายกับหลาน มันมีอะไรที่เหนือชั้น Russian Ark ที่เน้นเทคนิคอยู่บ้าง แต่มันไม่แรงในความรู้สึกของผู้เขียน เพราะฉะนั้น ก็เลยเฉย ๆ

Secret Sunshine ของลีชางดง Secret Sunshine เป็นหนังของลีชางดงที่อาจจะเรียกได้ว่า ดูง่ายที่สุด กว่าหนังเรื่องอื่น ๆ ของเขาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น The Perpermint Candy หรือ Oasis ที่ไปได้รางวัลจากเมืองเวนิซ ก่อนจะได้เป็นรัฐมนตรี หนังเล่าเรื่องชีวิตของชินแฮ แม่ลูกติดวัยสิบปี เธอและลูกชายโยกย้ายไปอยู่เมืองเมอร์ยาง หลังจากที่สามีเสียชีวิตลง ชินแฮเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเปิดโรงเรียนสอนเปียโน เธอผูกมิตรกับชาวบ้านได้ จนกระทั่งวันหนึ่งจูน .. ลูกชายของเธอถูกลักพาตัวไป

 


จูนพบเด็กสาวคนหนึ่งมาเยี่ยม ๆ มอง ๆ ที่หน้าร้าน เธอพยายามซักไซ้จากเด็ก แต่ไม่ได้คำตอบ เธอนำเงินไปไถ่ลูกชาย แต่จำนวนมันน้อยนิดเกินไป

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ตำรวจพบศพลูกชาย และตามฆาตกรได้ในที่สุด

ชินแฮพยายามประคับประคองใจให้พ้นจากฝันร้ายตรงนี้ เธอพึ่งศาสนา และคิดว่าตนเองหลุดพ้นได้แล้ว จึงตัดสินใจไปให้อภัยกับฆาตกร

ชินแฮพบว่า มือฆาตกรสงบใจได้อย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้ เพราะ “ สิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่เป็น”

หนังเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ แบบเรียบง่าย ดูไปแล้วเหมือนหนังเมโลดราม่าธรรมดาเรื่องหนึ่ง ๆ แต่ถ้าคุณตามไปเรื่อย ๆ หนังได้แทรกประเด็นบางอย่าง ที่ให้ผู้ชมคิดไปเอง มือฆาตกรที่ตำรวจจับได้นั้น อาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ซึ่งวิธีการที่เปิดประเด็นให้ผู้ชมคิดเองนั้น มันก็เสี่ยงต่อความคลุมเครือของหนังเช่นกัน ตำรวจชินแฮต้องจับหน้าอกของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แล้วตอนจบก็ไม่บอกว่าเธอเป็นอะไร

การแสดงของตัวเอกชินแฮดีมาก นอกจากการตั้งคำถามกับความศรัทธาที่เรามีต่อศาสนา ซึ่งคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจ ครั้งหนึ่ง เราเองก็เคยไม่เชื่อเรื่องศาสนาและความดีเช่นกัน … จึงเข้าใจในสถานการณ์ที่ชินแฮได้เจอ

ส่วนหนังร่วมชาติอีกเรื่อง Breath ของคิมคีดุกนั้น  เล่าเรื่องของหญิงแม่บ้านคนหนึ่ง  ที่สามีมีเมียน้อย  เธอตัดสินใจไปเอนเตอร์เทนนักโทษประหารชายรายหนึ่ง  โดยสร้างบรรยากาศตามฤดู ร้องเพลงและเต้นรำให้เขาชม  ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ  ฤดูร้อน  ฤดูใบไม้ร่วง โดยที่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การจ้องมองของผู้บัญชาการคุก  สามีเธอเริ่มจับได้  เขาให้สัญญาว่าจะเลิกกับเมียน้อย  แต่เขาก็ทำไม่ได้เมื่อเมียน้อยก็ยังตามตื๊อ  เธอตัดสินใจไปให้ความสุขเป็นครั้งสุดท้าย สำหรับการสร้างบรรยากาศฤดูหนาว  เธอตัดสินใจนอนกับเขา 



จริง ๆ คิมคีดุกไม่ได้ทำอะไรใหม่สำหรับหนังเรื่องนี้  การเปรียบเปรยความสุขของ 4 ฤดูกาล  ก็นำมาจากหนังเรื่อง Spring Summer Autumn Winter ส่วนการจ้องมองภายใต้การควบคุมนั้นนำมาจากหนังเรื่อง Bad Girl แต่คราวนี้หนังมีปัญหามากตรงการแสดงของตัวละครบางตัว  ไม่ว่าจะเป็นดาราไต้หวัน (Chang Chen คนที่ชอบเล่นหนังของหัวเฉี่ยวเฉี้ยนนั้นล่ะคะ) และนักโทษคุกบางคน  สรุปแล้วคาดว่าคงจะได้รางวัลลำบาก

Paranoid Park (กัส แวน แซนต์) พูดถึงเด็กชายคนหนึ่งที่เกิดฆ่าคนตายอย่างไม่ได้ตั้งใจ  หนังเล่าเรื่องกลับไปกลับมาระหว่างการสอบสวนของตำรวจ กับเรื่องเล่าของเด็กชาย  



หนังใช้ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นฝีมือของคริสโตเฟอร์ ดอยล์   เด็กชายแสดงได้ในระดับหนึ่ง แต่เผอิญผู้เขียนหลับ แหะ แหะ

ส่วนหนังเรื่องอื่น ๆ เอาไว้เขียนตอนประกาศรางวัลรวมดีกว่านะคะ

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.