ดิฉันเพิ่งจะมีโอกาสได้เข้าร่วมงานเทศกาลหนังกรุงเทพในสองปีนี้ ซึ่งเข้าใจว่าจัดมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ปีที่แล้วในฐานะกรรมการ และปีนี้ในฐานะสื่อมวลชน สองปีแรกนั้นถึงจะมิได้เข้าร่วมงานโดยตรง แต่ก็ได้ยินคำติซึ่งมีมากกว่าคำชมจากเพื่อนฝูงในที่ต่าง ๆ
สิ่งที่ดิฉันกำลังจะถ่ายทอดให้ฟังต่อไปนี้ จึงเป็นการรวบรวมจากทั้งสิ่งที่ตนเองได้ยินมา กับความรู้จากการเป็นนักท่องเทศกาลหนังตั้งแต่ พ . ศ . 2538
ประเด็นแรกที่อยากพูดถึงคงเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงมากที่สุด นั่นก็คือ ใครควรจะเป็นผู้คัดเลือกหนังไทยในเทศกาลหนัง
เป็นความชอบธรรมที่ผู้จัด ซึ่งในที่นี้ก็คือ ท . ท . ท . จะเป็นผู้คัดเลือกหนังไทยโดยตรง เพราะการคัดเลือกหนังไทยก็เหมือนกับหนังในสายอื่น ๆ ที่ทางผู้จัดควรจะเป็นผู้ดำเนินการโดยตรง มิใช่องค์กรภายนอกใด ๆ และในประวัติศาสตร์ของการจัดเทศกาลทุกแห่ง เขาก็ไม่เคยให้องค์กรภายนอกมาตัดสิทธิ์เลือกหนังในสายใด ๆ
ถ้าองค์กรภายนอกใด ๆ ไม่พอใจกับการคัดเลือกหนังของเทศกาลแห่งใดเข้าแล้ว ก็มักจะเลี่ยงไปจัดงานแข่งกันเพื่อเปรียบเทียบกันให้รู้แล้วรู้รอดไป
เหมือนอย่างที่สมาคมผู้กำกับฝรั่งเศส ( French Directors Guild) จัดหนังสายผู้กำกับ หรือที่รู้กันดีในนามของ Directors Fortnight แข่งกับสายทางการของเทศกาลเมืองคานส์ที่เรียกว่า Official selection ซึ่งฟ้าทะลายโจร สุดเสน่หา และสัตว์ประหลาด เคยได้รับการคัดเลือกไป แม้แต่องค์กรที่รับผิดชอบการคัดเลือกหนังในสายทางการนี้ก็เป็นหน่วยงานอิสระ แม้จะได้รับงบสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส หรือผู้ว่าเมืองคานส์ แต่รัฐบาลก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งกับการคัดเลือกหรือภารกิจใด ๆ ทั้งสิ้น !
และยังมีอีกสายหนึ่งที่จัดขึ้นโดย สมาคมนักวิจารณ์ของฝรั่งเศส รู้จักกันดีในนามของ สัปดาห์หนังนักวิจารณ์ (Critics Week)
แต่ปรากฎว่า สายที่มักจะแข่งกันเหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เบาซึ่งกันและกัน แย่งหนังกัน กลับเป็นสายทางการกับสายผู้กำกับนี้
เพราะฉะนั้น ถ้า ท . ท . ท . จะเป็นผู้คัดเลือกหนังไทยเอง ก็ไม่ผิด!
ถ้าจะผิด ก็คือ การจ้างผู้จัดจากเทศกาลหนังปาล์มสปริงมาดูแลเทศกาลหนังกรุงเทพนั้น เป็นอะไรที่คงจะไม่มีประเทศไหนในโลกเขาทำกัน
หลายครั้งที่ดิฉันเกิดข้อกังขาว่าทำไมจะต้องให้ฝรั่งมาคัดหนังให้เราดู และมองข้ามหัวคนไทยในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำซับไตเติ้ล เทศกาลหนังกรุงเทพมีเงินเป็นร้อย ๆ ล้าน แต่แทบจะไม่มีหนังสักเรื่องที่มีซับไตเติ้ลภาษาไทย อย่าลืมนะคะว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้แตกฉายเรื่องภาษาอังกฤษมากนัก
ปรกติแล้ว การร่วมงานของชาวต่างประเทศในเทศกาลหนังหนึ่ง ๆ นั้นมักจะมีข้อจำกัด ดิฉันช่วยงานสายนักวิจารณ์ของเทศการหนังเมืองคานส์ และเทศกาลหนังอูดิเน่และเวนิซที่อิตาลี ก็รับผิดชอบเฉพาะหนังไทยกับหนังอาเซียน เพราะเผอิญอยู่ใกล้ ง่ายต่อการติดต่อ และการคัดเลือกหนังในย่านนี้ของดิฉันก็เป็นเพียงขั้นแรก ท้ายที่สุดแล้วคนที่เลือกก็คือผู้จัดเจ้าของงานโดยตรง
มีเทศกาลหนังหลายแห่งในโลกนี้ที่เคยว่าจ้างชนชาติอื่นมาร่วมงาน แต่เขาก็ไม่ได้จ้างแบบโหมกระหน่ำขนทีมงานมาเป็นสิบ ไม่มีการโอนถ่ายความรู้ให้คนไทยจัดงานเองได้ในภายภาคหน้า แถมงานก็ไร้ระเบียบมากที่สุด แม้จะจัดมาถึงครั้งที่ 4 แล้วก็ตาม
เทศกาลหนังสิงคโปร์ ซึ่งจัดปีนี้เป็นครั้งที่ 19 นั้น ริเริ่มครั้งแรกโดยชาวออสเตรเลียที่อยู่ในสิงคโปร์ แต่ในตอนนั้น เขาก็ฝึกชาวสิงคโปร์ที่ชื่อฟิลิป เชียห์คู่มาด้วยกัน พาไปดูเทศกาลหนังอื่น ๆ หลังจากนั้น ฟิลิป เชียห์ก็จัดงานเองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนผู้ก่อตั้งคนแรกนั้น ก็เข้ามาช่วยเพียงเป็นพิธีกรบ้างแค่นั้น
เทศกาลหนังร็อตเตอดัมที่เนเธอร์แลนด์ เคยจ้างชาวอังกฤษชื่อไซมอน ฟิลด์เป็นผู้อำนวยการ จนเทศกาลโด่งดังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของผู้กำกับหน้าใหม่และเอเชีย อภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุลของเราก็เริ่มจากที่นี่ ต่อมา เขาก็เลิกจ้างไซมอน ให้ชาวดัทช์ทำกันเอง ซึ่งก็ยังทำงานต่อได้ดี และยิ่งดีด้วยขึ้นด้วยซ้ำ
แม้กระทั่ง เทศกาลหนังยักษ์ใหญ่อย่างเวนิซ ก็เคยมีความจำเป็นต้องจ้างมอริทซ์ เดอ ฮาเด้น ผู้อำนวยการจากเบอร์ลินมาช่วยเมื่อปี 2545 ตอนนั้นดิฉันหัวเราะชอบใจ เพราะคุณมอริทซ์แกเพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งที่เบอร์ลินมาหยก ๆ เวนิซช่างตกต่ำ ขนาดมาเอาคนที่เขาไม่เอาแล้วกระนั้นหรือ
ปรากฏว่าเวนิซจ้างมอริทซ์แค่ปีหรือสองปีแค่นั้นเอง เพื่อให้ผอ . คนใหม่กับทีมงานปรับตัวให้เข้าที่เข้าทางกันก่อน ตอนนี้เทศกาลหนังเวนิซก็ยังคงให้ชาวอิตาเลียนเป็นผู้จัดการโดยตรงเหมือนเดิม ส่วนที่ตนเองกำลังจะเข้าไปเกี่ยวข้องก็แค่ช่วยแนะนำหนังไทยเท่านั้น
ดิฉันไม่แน่ใจว่าทางทีมงานปาล์มสปริงได้โอนถ่ายความรู้ให้คณะทำงานของ ท . ท . ท . มากน้อยแค่ไหน เพราะเท่าที่ผ่านมา ดิฉันเห็นแต่ทีมงานฝรั่งมาเป็นสิบ ขนาดแค่ผู้ดูแลที่นั่งของแขกในพิธีปิดเมื่อปีที่แล้ว ก็เป็นทีมงานฝรั่ง ช่างภาพส่วนหนึ่งของเทศกาลก็เป็นฝรั่ง ต้องจ่ายทั้งค่าเครื่องบินกับโรงแรมให้ ทั้งที่เรามีช่างภาพระดับฝีมืออินเตอร์เยอะแยะแล้ว
เข้าใจว่า ทาง ททท. ต้องการจ้างทีมฝรั่งอเมริกาเข้ามา ก็เพราะอยากได้ดาราฮอลลีวู้ด แต่สองปีที่ผ่าน ดาราที่เข้าร่วมก็มิได้ดังจริง ๆ อาทิ ไมเคิล ดักลาส หรือ วิลเล็ม ดาโฟ ไม่ใช่พวกที่กำลังเปรี้ยงปร้างเหมือนตอนที่ลีโอนาร์โด เดอคาปรีโอ หรือนิโคล คิดแมนไปเปิดงานที่โตเกียวเมื่อหลายปีก่อน
ดาราไม่ใช่ตัวพิสูจน์ความยั่งยืนของเทศกาลหนัง แต่จะต้องเป็นปัจจัยทางสายอาชีพมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกหนัง กิจกรรมประกอบ เช่น ตลาดขายหนัง งานปาร์ตี้ ลองดูเทศกาลหนังโตเกียวนี่สิ จัดมาก่อนปูซานตั้งนาน ตอนนี้ก็แพ้แบบไม่เห็นฝุ่น
พวกนักท่องเทศกาลหนังจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เขามักจะต้องคิดเรื่องความคุ้มค่าทุกครั้ง ถ้าเขาต้องเสียเงินเสียเวลาไปเทศกาลหนังหนึ่ง ๆ ฝรั่งมาปูซาน ก็เพราะเขารู้ว่าจะไปเลือกหนังเอเชียได้เยอะ ๆ แทนที่จะต้องบินมันไปซะทุกประเทศ คนจากเอเชียก็ยังเลือกได้ทั้งหนังเอเชียและหนังชาติอื่น ๆ จากยุโรปที่นั่น เพราะหนังใหม่ ๆ มักจะมาที่นี่ก่อน
เทศกาลหนังจน ๆ อย่างฮ่องกง ก็ยังเป็นศูนย์รวมของทั้งหนังฮ่องกงและหนังจากไต้หวันหรือจีนแผ่นดินใหญ่ ว่าไปแล้ว เทศกาลหนังฮ่องกงดังขึ้นมาได้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ก็เพราะเป็นที่แห่งแรกที่แนะนำผู้กำกับจีนรุ่นที่ 5 อย่างเฉินไค่เก๋อ หรือจางอี้โหมวสู่สายตาชาวโลก
เทศกาลหนังสิงคโปร์ ไม่มีหนังของชาติตัวเองมากพอ แต่ก็จะโดดเด่นในเรื่องหนังอาเซียน เพราะทุกคนไม่ว่าจะในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ต่างรู้จักและนับถือผู้ชายที่ชื่อฟิลิป เชียห์ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าฟิลิปจะมีปัญหาเรื่องทุนทรัพย์เข้าทุกวัน ๆ แต่หนังจากอาเซียนมักจะไปเปิดตัวที่นั่นก่อนเสมอ
ถ้าเทศกาลหนังใด ๆ มีรายชื่อหนังใหม่มากขึ้นเท่าไร ก็จะได้เปรียบมากขึ้น นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่สามเทศกาลหนังยักษ์ใหญ่อย่างคานส์ เบอร์ลิน เวนิซ กำหนดไว้ว่าหนังที่จะส่งมาให้พิจารณาจะต้องเป็นหนังใหม่ ไม่เคยฉายที่ไหนมาก่อน อนุโลมได้ก็ฉายในบ้านของหนังเรื่องนั้น
แล้วเทศกาลหนังกรุงเทพมีอะไรเป็นจุดเด่น
ถ้าดูจากการคัดเลือกหนัง ดิฉันกลับชอบใจหนังในสายข้างเคียงเล็ก ๆ ที่เรียกว่า หนังเต้นรำ แต่หนังในสายประกวดทั้งระดับนานาชาติ มันเก่ามาก ดิฉันไม่แน่ใจว่าจะมีกี่เรื่องที่มันเป็นหนังใหม่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่เรียกว่า World premiere หรือครั้งแรกในเอเชีย ที่เรียกว่า Asian premiere แม้แต่หนังในสายอาเซียนของเพื่อนบ้านเราเอง มีเพียง 3 ใน 11 เรื่องเท่านั้นที่ดิฉันไม่เคยดู นอกนั้นก็ไปตามเทศกาลหนังต่าง ๆ มาจนทั่วแล้ว
ผู้จัดชาวอเมริกันไม่เคยพยายามเข้ามาอยู่ในเครือข่ายของชาวเอเชีย โดยปรกติแล้วเมื่อคุณเดินทางไปเทศกาลหนังสักแห่ง ไม่ว่าจะเป็นคานส์ ปูซาน ฮ่องกง ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าดิฉันแทบจะไม่เคยมีใครเห็นของเทศกาลหนังกรุงเทพ !
ทุกวันนี้นักท่องเทศกาลเขามากรุงเทพก็เพราะหนังไทย เผอิญหนังไทยกำลังดัง แต่ปีนี้ก็ดันมาเกิดปัญหาความแตกแยกขึ้นมาอีก ดิฉันเชื่อว่าความขัดแย้งนี้จะส่งผลต่อความยั่งยืนของเทศกาลในอนาคตอย่างแน่นอน
ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ดิฉันไม่ได้กล่าวถึงเพราะเนื้อที่หมดพอดี แต่สิ่งที่นำเสนอมาทั้งหมดนี้ มันเป็นหัวใจของวัฒนธรรมเทศกาลหนัง ที่ ท . ท . ท . จำเป็นต้องรู้เพื่อตรวจสอบผู้รับจ้างจากสหรัฐ และน่าจะปรับปรุงเพื่อให้เทศกาลหนังอยู่อย่างยั่งยืน แบบเป็นตัวของตัวเอง
|