| ในวันที่สองของเทศกาล แต่น่าจะเรียกว่าวันแรกก็ไม่ผิดนัก เพราะเมื่อวานนี้ไม่มีทำอะไร นอกจากเปิดงานตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นวันนี้ถือว่าเป็นการเริ่มงานจริง ๆ นอกจากฉายหนัง ก็มีเสวนากับเทอรี่ กิลเลียม แล้วก็มีแถลงข่าวหนังเรื่อง Invisible Waves
นักข่าวญี่ปุ่นมากันเพียบ มิวะบอกว่าพวกเขาตามอาซาโน่มาตั้งแต่ที่เบอร์ลิน แล้วก็ตามมาที่นี่อีกที
สำหรับผู้ร่วมแถลงข่าว ก็มีสตีเว่น กิลเดอร์ จาก Variety สหรัฐเป็นพิธีกร ทีมงานก็มีคริสโตเฟอร์ ดอยล์ เป็นเอก รัตนเรือง โปรดิวเซอร์ มล . มิ่งมงคล โสณกุล ดาราก็มีทูน หิรัญทรัพย์ และ อาซาโน่ ทาดาโนบุ
แต่ไปนี้เป็นการตัดตอนบางส่วนของคำถามคำตอบ
 |
 |
ใครเป็นใคร คงไม่ต้องบอกกัน |
Invisible Waves เป็นหนังที่มีผู้ร่วมผลิตหลายแห่ง ทั้งฮอลแลนด์ ใช้ดาราญี่ปุ่น ไทย และเกาหลี และกำกับโดยผู้กำกับไทย มีช่างภาพจากออสเตรเลีย คุณเป็นเอกมีความคิดเห็นอย่างไรที่หนังเอเชียเริ่มมีลักษณะการร่วมลงทุนเช่นนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
คริส ดอยล์ : (ลุกขึ้นแทรกพูด) นี่เป็นหนังไทยนะครับ เป็นหนังไทยของพวกเรา ไม่ว่าเราจะมาจากที่แห่งหนใด แต่นี่คือหนังไทย และเราจะทำหนังไทยแบบนี้อีกหลาย ๆ เรื่อง จนกว่าคุณเป็นเอกจะไม่ทำหนัง
เป็นเอก : การร่วมกันผลิตเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของหนัง ในอนาคตก็อาจจะมีลักษณะการร่วมผลิตแบบนี้มากขึ้นเรี่อย ๆ การร่วมผลิตมันจะทำให้หนังดูสวยงามมากขึ้น เป็นสิ่งที่อาจจะเลี่ยงไม่ได้
คริส ดอยล์ : (พูดแทรกขึ้นอีก) เราจะทำหนังเอเชียมากกว่านี้ ไม่ว่าเราจะมาจากที่ไหน การทำหนังจะต้องใช้เงินมากขึ้น และเราจะร่วมกันลงทุน และร่วมกันแบ่งเงินจำนวนนี้ มันก็เหมือนกับทำหนังอินเดีย ทำหนังนิวซีแลนด์ ไม่ว่าจะมาจากไหน การร่วมลงทุนมันก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
คุณคิดว่าอะไรคือลักษณะของหนังเอเชีย ซึ่งแตกต่างจากหนังฮอลลีวู้ด
คริส ดอยล์ : ( พูดขึ้นก่อนอีกเช่นกัน) ผมทำงานกับนักแสดงมามากมาย ถึงแม็กกี้ ลี ทั้งแบรด พิทท์ แต่ก็ไม่มีคนไหนที่เก่งเท่าอาซาโน่ วงการหนังเอเชียรอมาตั้งนานที่จะเปิดตัวสู่โลกภายนอก ผมเองก็รอโอกาสมาตั้งนานที่จะได้ทำหนังแบบนี้
Invisible Waves เป็นหนังที่มันคลาสิคของมันอยู่อย่างที่เราเห็นในหนังฟิลม์นัวร์หลาย ๆ เรื่อง คุณคิดว่าหนังอเมริกันในปัจจุบันยังคงให้แรงบันดาลใจกับหนังหลาย ๆ เรื่องหรือไม่
อาซาโน่ : ผมขอออกตัวก่อนว่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ดูหนังสักเท่าไร ก็เลยไม่อาจจะตอบคำถามนี้ได้มากมายเท่าไรนัก
ทูน : อเมริกามีอิทธิพลมากถึงระดับโลก ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา หนังเอเชียได้เปิดตัวกันมากขึ้น แต่หนังเอเชียตามฮอลลีวู้ดไม่ทันหรอก เพราะสหรัฐได้รับการสนับสนุนทางภาพยนตร์ แต่หนังเอเชียไม่ได้รับการสนับสนุนในลักษณะเดียวกัน หนังเป็นเอกเป็นก้าวสำคัญของหนังเอเชีย เหมือนกับที่ Blair Witch Project เคยทำไว้ให้กับวงการหนังอินดี้ หนังเป็นเอกก็เป็นก้าวสำคัญเช่นนั้นเหมือนกัน
|
| มล. มิ่งมงคล โสณกุล และ เป็นเอก |
หนังเกาหลีสามารถสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จไปได้ทั่วเอเชีย คุณคิดว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับหนังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียด้วยหรือไม่
มิ่งมงคล : ความสำเร็จของหนังเกาหลีนั้นถือว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ประเทศไหน ๆ ก็อยากให้เป็น แต่ว่าแต่ละประเทศมันก็ไม่ได้มีลักษณะเหมือนอย่างเกาหลีทั้งหมด เราก็อยากทำอย่างนั้น ไม่ใช่เฉพาะแบบหนังเกาหลี แต่เป็นฮอลลีวู้ดแบบไหนก็ได้ แต่เราก็ไปไม่ถึง เพราะเรามีตัวแปรต่างกัน
คริส ดอยล์ : แล้วเราจะหาตัวแปรนี้ได้อย่างไรกัน
มิ่งมงคล : เราก็ค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา ในประเทศเราก็ยังมีโอกาสดี ๆ ที่จะทำหนังอย่างเป็นเอก หรืออย่างอภิชาตพงศ์ได้ หนังไทยอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่ากับสิ่งที่เห็นเราอยากจะได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไป เหมือนอย่างหนังของเป็นเอกนั้นถือว่าเป็นหนังไทย มันก็ยังเป็นหนังไทยอยู่ เป็นหนังส่วนตัว แต่มันสู่โลกกว้างได้ เพราะมันมีแก่นเรื่องที่เป็นสากล
ขอถามอาซาโน่หน่อยค่ะว่าคุณแสดงหนังประสบความสำเร็จมาหลายประเทศแล้ว คุณคิดว่าอะไรเป็นจุดเด่นในการทำงานร่วมกับคนไทย และการที่จะต้องเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ อยู่เรื่อย
 |
 |
กรี๊ด ค่ะ กรี๊ด ผมยาว เข่าดี สุขุม ยิ้มแย้ม และน่ารัก ...ที่สุด |
อาซาโน่ : ทีมงานไทยให้ความช่วยเหลืออย่างดีมาก ทั้งผู้กำกับและทีมงาน อย่างเป็นเอก เขารู้ว่าผมมีข้อจำกัดในการใช้ภาษาอังกฤษของตน เขาก็ใช้ผมใช้ภาษาอังกฤษที่กระชับและง่าย ๆ
ทำไมคุณถึงไว้ผมยาว
คริส ดอยล์ : เพราะเขาเป็นร็อคสตาร์
อาซาโน่ : ไม่ได้เกี่ยวกับร็อคสตาร์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเพราะงานชิ้นใหม่ ผมจะต้องเล่นเป็นเจงกิสข่าน ก็เลยต้องไว้ผมยาว แต่ผมยาวก็ช่วยทำให้ผมได้รับบทซามูไรได้ง่ายขึ้นด้วย
ถามคุณเป็นเอก คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้ทำงานกับคนที่เป็นตำนานอย่างคริส ดอยล์
เป็นเอก : อันที่จริง คุณน่าจะเปลี่ยนคนถามเป็นคริส ว่าเขารู้สึกอย่างไรที่ทำงานกับคนที่เป็นตำนานอย่างเป็นเอก ( หัวเราะกันใหญ่)
คือเราทำงานในเชิงเทคนิคด้วยกัน อย่างคริสเขาไม่ชอบใช้กล้อง steady-cam และไม่ได้เป็นคนที่ใจเย็นพอที่จะใช้ขากล้อง เราก็เลยช่วยกันคิดผลิตภัณฑ์แบบใหม่ เราไปซื้อหมอนจากนารายณ์ภัณฑ์มา เอาหมอนมาผูกติดกับตัวคริส เช็คดูว่านิ่งพอหรือยัง แล้วทุกเช้าก็เตะดู (ลุกขึ้นมาทำท่าเตะ) ว่าเขานิ่งพอหรือยัง จะได้ถ่ายภาพนิ่ง ๆ ได้
โปรดสังเกตุว่า คริส ดอลย์ แกจะแทรกทุกคำถามคำตอบอยู่เรื่อย จนฝรั่งที่นั่งฟังบางคนไม่ค่อยชอบใจเท่าไร บอกว่าเขาอยากฟังเป็นเอก อยากฟังอาซาโน่มากกว่า แต่คริส ดอลย์ชอบแทรกอยู่เรื่อย แต่เราคนไทยคงชอบแบบนี้
|