ขโมยที่รักหนัง และชอบกินเยลลี่ผลไม้
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมืองคานส์ ในอพาร์ตเมนท์ที่คนไทยกลุ่มหนึ่งไปพัก ตัว บก . เองไม่ได้พักที่นี่ตั้งแต่แรก แต่อยู่ที่เคยไปพักประจำทุกปี ร่วมกับเพื่อนนักข่าวนักวิจารณ์จากเอเชีย สี่ห้าวันหลังย้ายมาที่ใหม่ เพราะมันใกล้กับเวทีจัดงานมากกว่า แล้วก็ประหยัดเงิน
อพาร์ทเมนท์ดังกล่าวอยู่ใกล้กับโรงหนังมิราม่าร์ ที่จัดฉายของสาย Critics Week มาก ห้องที่พักอยู่ชั้นสอง มีชลิดาจากมูลนิธิหนังไทย ก้องจากบางกอกโพสต์ และใหม่จากเทศกาลหนังกรุงเทพ ทุกอย่างโอเคหมด เพราะใช้เป็นที่ซุกหัวนอนอย่างเดียว มาคานส์ก็ไม่เป็นอันทำอะไรอย่างอื่นได้หรอกค่ะ
เราเตือนให้ปิดประตูหน้าต่างให้ดี ๆ เพราะคานส์ขึ้นชื่อเรื่องขโมยเข้ามายกเค้า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล แล้วขโมยที่นี่เขาก้าวหน้ามาก บางคนมีลวดไต่ เครื่องมือพร้อม บ้างก็อาจหาญมาก เข้ามายกเค้าขณะที่เจ้าของห้องยังนอนหลับฟี้อยู่เลย ก็มี เจ้าของอพาร์ทเมนท์เดิมก็เตือนประจำ แต่เราไม่มีปัญหาที่นั่น เพราะเธอจะอยู่เฝ้าห้องทั้งวัน
ชลิดาบอกว่า เข้ามาก็คงไม่ได้อะไร เพราะห้องรกไปด้วยหนังสือ ไม่ได้มีของมีค่าอะไร
แต่ใครจะไปรู้ว่า ขึ้นชื่อว่าขโมยแล้ว อะไรก็เอาทั้งนั้น ขอให้ไม่เสียเที่ยว
พวกเราก็ไม่รู้หรอกว่า มีขโมยขึ้นห้องจริง ๆ จน บก . เริ่มเก็บกระเป๋า เพราะต้องกลับเมืองไทยก่อนคนอื่น
เก็บไปเก็บมา พบว่า เยลลี่ผลไม้ 3 กล่องที่น้องสาวฝากซื้อ ....หายไป
.
แรก ๆ ก็งง ๆ ค้นครั้งแล้วครั้งเล่า
. จนแน่ใจแล้วว่า ของถูกขโมยจริง ๆ ก็เลยบอกชลิดาไปว่า มีขโมยขึ้นห้อง!
แต่ของมีค่าไม่ได้หายไป เข้าใจว่าขโมยคงจะเข้ามาในวันที่ บก . ขนโน้ตบุ๊ค กับกล้องติดตัวไป ไม่อย่างงั้น
. ไม่อยากจะคิด
แรก ๆ ไม่เข้าใจว่าขโมยผู้นี้จะเอาเยลลี่พวกนั้นไปทำไม เพราะมันก็เป็นของฝรั่งเศสแท้ ๆ เอาล่ะ มันเป็นเยลลี่ชั้นดี ประเภทแฮนด์เมด ราคา 3 กล่องตกประมาณ 45 ยูโร แต่มันก็ไม่ใช่ของหายากอะไรนัก
เมื่อกลับเมืองไทยแล้ว ชลิดาโทรมาบอกว่า คอนเฟิร์มแล้ว มีขโมยขึ้นห้องจริง ๆ
พรรคพวกที่เหลือพบว่าเสื้อยืดหายไปหลายตัว เป็นเสื้อยืดงานหนังสั้นของมูลนิธิหนังไทยบ้าง เสื้อยืดจากหนังบ้าง และที่สำคัญเสื้อยืดพวกนี้ไม่ใช่ของใหม่แกะกล่อง แต่ใส่มาแล้วทั้งนั้น
งานนี้ก็เลยสรุปได้ว่า ขโมยที่รักผู้มาเยี่ยมเยียนห้องของเราครั้งนี้ จะต้องเป็นพวกที่รสนิยมไม่เบา เพราะชอบกินเยลลี่ผลไม้ชั้นดี ประเภทแฮนด์เมด แถมยังรักหนังด้วย
เห็นอย่างนี้แล้ว ก็เลยให้อภัย ประสาคนชอบกินเยลลี่ที่ว่า และรักหนังด้วยกัน : )
รัสเซีย : 11 ปีให้หลัง
เดิมตั้งใจไว้ว่า เรื่องนี้จะเขียนลงในเว็บใหม่ ที่จะทำขึ้นสำหรับเรื่องท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ไม่ปะปนกับเรื่องหนัง เพราะอยากให้เป็นที่เก็บข้อมูล เผื่อคนไทยจะได้ไปแบกเป้ท่องเที่ยวเองบ้าง ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าทัวร์เยอะ ๆ อย่างทริปไปมอสโคว์กับเซนต์ปีเตอรส์เบิร์กหนึ่งสัปดาห์นั้น ค่าทัวร์เมืองไทยพุ่งสูงถึง 80,000 90,000 บาท ขณะที่ตัวเองจ่ายไปเพียง 25,000 บาท (ไม่รวมค่าเครื่องบินกรุงเทพ มอสโคว์ ซึ่งตกประมาณ 35,000 บาท เผอิญได้ฟรี) แต่งานยุ่งมาก คิดว่าอีกนานกว่าจะเกิดเว็บดังกล่าวได้ ก็เลยเอามาเขียนรวมไว้ที่นี่ก่อน
เคยไปรัสเซียครั้งแรกเมื่อปี 1995 ตอนนั้นร่วมขบวนรถไฟสายสันติภาพ (Peace Train) ขึ้นรถไฟจากเมืองเฮลซิงกิประเทศฟินแลนด์ ไปรัสเซีย ยูเครน โรมาเนีย บัลแกเรีย ตุรกี คาซัคสถาน ก่อนเปลี่ยนรถไฟเข้าเมืองจีนทางชายแดนติดคาซัคสถาน มุ่งหน้าไปประชุมปักกิ่ง รวมทั้งสิ้นระยะเวลา 21 วัน
ตอนนั้นมีโอกาสได้เข้ารัสเซียอยู่ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งก็เพียงครึ่งวันบ้าง หนึ่งคืนสองวันบ้าง เรียกว่าไปดม ๆ เสร็จ ก็ขึ้นรถไฟไปเมืองอื่นต่อเลย
11 ปีให้หลัง รัสเซียพัฒนาไปมาก สิ่งที่ได้้ยินก็มีแต่เรื่องน่ากลัว ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาเฟีย เรื่องของแพง เพื่อนที่ทำงานทัวร์บอกว่าควรเตรียมเงินไปห้าหมื่นสำหรับค่าใช้จ่ายหนึ่งอาทิตย์ บ้าล่ะสิ เงินจำนวนนี้ เราอยู่ยุโรปได้เป็นเดือน
เอาเข้าจริง รัสเซียมันไม่ได้แพงอะไรขนาดนั้น อย่างค่ารถตู้ (ฮิตเหมือนบ้านเราเลย) ราคาเที่ยวละ 22 บาท ค่ารถไฟใต้ดินเพียง 18 บาท ถูกกว่าบ้านเราอีก ถ้าจะแพง คงเป็นพวกของที่ให้บริการชาวต่างชาติ อย่างเช่นโรงแรม หรือร้านอาหาร ถ้าไปใช้ชีวิตอย่างคนของเขา มันไม่ได้แพงมากมายขนาดนั้นหรอก เชอรี่ที่มารดาของเราชอบราคากิโลละ 230 บาท ขณะที่ซื้อเมืองไทย 800 900 โน่น เราก็เลยกินเชอรี่ทุกวัน พลางนึกถึงหนังของอับบาส A Taste of Cherry ไปพลาง ....
ความรู้สึกแรกที่ไปซึมซับดินแดนหมีขาวอย่างจริง ๆ และเชื่องช้า ก็คือ มันใหญ่มหึมา จนขาเราแทบพังเพราะเดินมากไปหน่อย
ความรู้สึกที่สอง ก็คือ เพราะฟุ่มเฟือยอย่างนี้นี่เอง ประเทศถึงได้ล่มสลาย
 |
ขอยืนยันว่าสิ่งที่เห็นคือสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งที่มอสโคว์ |
รัสเซียเป็นประเทศที่เคยยิ่งใหญ่มาก ร่องรอยของความรุ่งเรืองนั้นก็ยังมีให้เห็นอยู่ สถานีรถไฟยาวลึกเป็นกิโล แต่ละแห่งสวยงามด้วยการตกแต่งต่าง ๆ อันหรูหรา เห็นได้ชัดว่าจะต้องลงทุนไปเยอะสมัยเมื่อสร้างใหม่ ๆ ทุกวันนี้ ก็ยังเห็นความรุ่งเรืองตรงนั้น เพียงแต่ว่ามันเก่าไปแค่นั้น
สำหรับคนรัสเซียนั้น ค่อนข้างประทับใจพอสมควร เรามีปัญหามากในการใช้รถไฟใต้ดิน เพราะรัสเซียเขาใช้ตัวหนังสือคลีริค ไม่ได้่มีพื้นฐานจากละตินเหมือนภาษาอังกฤษ แถมสถานีรถไฟบางแห่งก็มีสองชื่อ ดูทีไรก็งงทุกที
คนเขาละเอียดอ่อนและเข้าใจความยากในเรื่องนี้ บางคนยอมเสียเวลา นั่งรถไฟไปเป็นเพื่อน ส่งเราถึงปลายทางก็มี ทำเอาเราโค้งขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า บางคนยอมเสียเวลารอเราตั้งแตเข้าแถวรอซื้อตั๋วเลยนะคะ
เสียดายเพียงอย่างเดียวที่ไปสถาบันภาพยนตร์มอสโคว์ของเขาไม่ได้ เพราะเพิ่งถูกปิดไปเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าคนดังจากทั่วโลกจะร่วมกันประท้วงก็ตาม อาทิ มาร์ติน สกอร์เซซี่ เป็นต้น
หนังรัสเซียนั้นถือเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของโลกเมื่อร้อยปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคของหนังต่าง ๆ หรือแม้แต่ทฤษฎีภาพยนตร์สำคัญ ๆ อย่างไอน์เซนสไตน์เป็นต้น แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า เจ้าของตำนานหนังของโลกจะมาถึงจุดนี้ ซึ่งเราก็หวังไว้แต่เพียงว่าชั่วคราวเท่านั้น คงจะมีสักวันที่รัฐบาลจะหันมาเอาใจใส่เรื่องนี้อีก
โปรเจ็คใหม่ ๆ และการเดินทาง
ผลพลอยได้จากการเดินทางก็คือ ความคิดพุ่งกระฉูด เกิดโปรเจ็คมากมาย แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้เมื่อไร เพราะปีนี้งานยุ่งมาก งานชิ้นหนึ่งยังไม่ทันเสร็จดี งานใหม่ก็เข้ามา เอาเป็นว่าจะต้องเดินทางแน่ ๆ ในปีนี้ 3 ครั้ง อีกครั้งไม่แน่ใจว่าจะขอวีซ่าทันหรือเปล่า เพราะได้ข่าวมาว่าถ้าจะเข้าประเทศนี้ต้องใช้เวลายื่นขอวีซ่านานสองเดือน
ใกล้ ๆ จะบอกอีกที ตอนนี้ปล่อยให้คนเข้ามาเปิดเว็บด้วยความสงสัยบ่อย ๆ : )
บก.
|